Day1-1 เริ่มทริป ! “ท่องเที่ยวรอบบริเวณคาบสมุทรคิอิ” โดยออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นที่สนามบินคันไซ

ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-1 เริ่มทริป ! “ท่องเที่ยวรอบบริเวณคาบสมุทรคิอิ” โดยออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นที่สนามบินคันไซ

Wakayama-Shirahama-NachiKatsuura-Shingu-Toba-Ise-Nagoya 

ทริป “ท่องเที่ยวคาบสมุทรคิอิ” จะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเป็นจำนวน 16 ตอน เราจะเดินทางท่องเที่ยว “คาบสมุทรคิอิ” ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง โอซาก้า – เกียวโต – นาโกย่า ซึ่งพื้นที่บริเวณคาบสมุทรส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ภูเขาต้นไม้สีเขียวอุดมสมบูรณ์

“คาบสมุทรคิอิ” เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อต่างๆ มากมายทั้ง “ภูเขาโคยะ”「KOYASAN」หรือ “ภูเขาโยชิโนะ”「YOSHINOYAMA」สถานที่ขึ้นชื่อในการชมดอกซากุระและใบไม้ร่วงซึ่งเส้นทางรถไฟที่ล้อมคาบสมุทรคิอิเอาไว้ก็คือ “รถไฟ JR สายคิเซ KISEI LINE” เป็นเส้นทางรถไฟที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวที่สวยงาม โดยวิ่งเรียบวิวมหาสมุทรแปซิฟิก ภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ และชายหาดที่สวยงาม

 “คาบสมุทรคิอิ” นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์อยู่มากมาย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีการประมงรุ่งเรือง ทั้งปลามากุโระหรือทูน่า ที่มีตลาดปลาสำหรับนักท่องเที่ยวอย่าง「การแสดงแล่ปลามากุโระ หรือปลาทูน่า Tuna Cutting Show」นอกจากนี้ยังมีอาหารรสชาติดีอยู่อีกมากมาย พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มากมาย เช่น “น้ำตกนะชิ”「NACHI NO TAKI」หรือ “โทบะ TOBA” ที่มีอ่าวเล็กๆ ที่สวยงาม และทะเลสีคราม นอกจากนี้ก็มีศาลเจ้าอิเสะ「ISEJINGU」และทางเดิน “โอฮาไรมาจิ”「OHARAIMACHI」เป็นต้น “คาบสมุทรคิอิ” ที่สามารถสัมผัสได้ทั้งความ “สนุก” “อร่อย” และ “งดงาม” ได้พร้อมๆ กันนี้ อยู่ห่างจากโอซาก้าและนาโกย่าเพียงปลายจมูกเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ

เราจะเริ่มทริปในครั้งนี้กันที่สนามบินสุวรรณภูมิ การท่องเที่ยว “คาบสมุทรคิอิ” นั้นเดินทางไปยังสนามบินคันไซจะสะดวกที่สุด ซึ่งเที่ยวบินจากสุวรรณภูมิไปสนามบินคันไซ เที่ยวบินตรงของสายการบินไทยจะบินวันละ 2 เที่ยวไปกลับ และสายการบินญี่ปุ่นอีกวันละ 1 เที่ยวไปกลับ ส่วนจากสนามบินดอนเมืองบินทั้งหมด 5 เที่ยวคือ สายการบิน AirAsia X วันละ 1 เที่ยวไปกลับ และ สายการบินสกู้ดบินอาทิตย์ละ 4 เที่ยว โดยใช้เวลาเดินทางขาไปประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง ขากลับประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง

หากไม่ได้กำหนดสายการบินที่ต้องการนั่งเอาไว้ ก็สามารถเช็คเที่ยวบินของสายการบินต่างๆ ได้ทาง「Sky Scanner」ที่มีทั้งการเปรียบเทียบ เวลา ราคา ของเที่ยวบินและสายการบินต่างๆ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  『จองตั๋วราคาถูก! เที่ยวญี่ปุ่นอย่างสบายใจด้วยตั๋วที่ราคาถูกกว่าในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์』

ครั้งนี้เราจะใช้การเดินทางไปกลับที่แปลกขึ้นมาหน่อย ก็คือ ขาเข้าประเทศญี่ปุ่นเข้าจากสนามบินคันไซ ส่วนขากลับเดินทางจากสนามบินชูบุเซ็นแทรร์ ซึ่งสายการบินที่รองรับทั้งสนามบินคันไซ และสนามบินเซ็นแทรร์พร้อมกันทั้งสองที่ จะมีเฉพาะสายการบินไทย และสายการบินญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจะเลือกเดินทางจากสองสายการบินนี้ค่ะ น่าเสียดายที่สายการบินญี่ปุ่นรอบขากลับที่สนามบินชูบุเซ็นแทรร์มีเพียงรอบเช้าเท่านั้น เราจึงเลือก สายการบินไทย ในการเดินทางครั้งนี้ค่ะ

ในกรณีเคาน์เตอร์ชั้น Economy Class ของการบินไทยจะอยู่ที่เคาน์เตอร์ H/J ใกล้ประตู 4 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เฉพาะบางเที่ยวบินที่บินดึกไปญี่ปุ่น และเกาหลีที่เป็นช่วงเวลาคนเยอะ ก็จะทำการเช็คอินอยู่ที่ช่อง C เพราะฉะนั้นอย่าไปเผลอต่อผิดแถวนะคะไม่งั้นต้องไปต่อแถวใหม่เสียเวลาเลย

ก่อนจะไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ สามารถทำการเช็คอินจากเครื่องเช็คอินอัตโนมัติที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ เพื่อจองที่นั่งและออกบัตรโดยสารก่อน เมื่อเช็คแล้วก็สามารถต่อแถว「BagDrop」ที่สั้นกว่าได้เลย

สามารถอ่านรายละเอียดการเช็คอินไปจนถึงการเดินทางออกนอกประเทศได้จากลิ้งค์ด้านล่างเลย

『Day1-1 เริ่มต้นการเดินทางทริปโอซาก้า เกียวโตจากสนามบินคันไซ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ตึก「ABENO HARUKAS」สูง 300 เมตร !』

สายการบินไทยส่วนใหญ่จะออกตัวจากเกทที่โซน C หรือ E ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นระยะทางที่ต้องเดินทางตรวจคนเข้าเมืองไปอีกประมาณ 7-15 นาที เพราะฉะนั้นต้องรีบเดินหน่อยนะคะ เครื่องที่ถูกใช้ในเที่ยวบินกลางคืนคือเครื่องแบบสองขั้น A380 ที่นั่ง Economy Class ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 1F แต่จะมีบางส่วนเท่านั้นที่อยู่ชั้น 2F  

ชั้น 1F จะเป็นที่นั่งแบบ 3-4-3 แถว รวมเป็น 10 แถว ส่วนชั้น 2F จะมี 2-4-2 แถวนั่งแบบสบายๆ กว่าเล็กน้อยแนะนำให้จองชั้น 2F นะคะ

ประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ในเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวคนไทยลดลงเล็กน้อย ถ้าเป็นช่วงอื่นที่นั่งก็จะเต็มทั้งเครื่องแต่ตอนที่เราไปยังพอมีที่ว่างอยู่บ้าง โดยเครื่องที่เรานั่งเป็นเครื่อง A380 และยังมีบริการโทรทัศน์ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนอีกด้วย ช่วงที่ ICHIGO-CHAN เป็นช่วงการแข่งขันฟุตบอลเวิร์ดคัฟพอดี มัวแต่ดูจนไม่ค่อยได้นอนบนเครื่องเลยค่ะ

ถึงแม้ช่วงก่อนเราจะต้องรอที่ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองมากกว่า 1 ชั่วโมง แต่ช่วงนี้ที่สนามบินคันไซเริ่มเปิดเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองมากขึ้นทำให้เรารอแค่ 30 นาทีเท่านั้นก็ออกมาได้เลย รวมเวลา ตรวจคนเข้าเมือง ⇒ รับสัมภาระ ⇒ ผ่านศุลกากร แล้วก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาที หากใช้บริการของสายการบินไทย จะออกมาสู่ประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ทางทิศใต้ หากใครให้เพื่อนมารับก็สามารถแจ้งได้ตามนี้เลยค่ะ

บริเวณใกล้เคียง ประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ จะมีทั้งส่วนเครื่องจำหน่ายซิมมือถืออัตโนมัติ เคาน์เตอร์เช่าไวไฟเราเตอร์ ตู้ ATMธนาคารเซเว่นที่สามารถกดเงินสดจากบัตรธนาคารไทยได้ หรือ จุดให้บริการข้อมูลการท่องเที่ยว เป็นต้น และที่สำคัญคือร้านกาแฟต่างๆ อยู่บริเวณนี้ บนเครื่องบินแทบจะไม่ได้นอนเลย เราจะขอไปซื้อกาแฟที่ STARBUCKS ก่อนออกเดินทางกันซักหน่อยนะคะ

ICHIGO-CHAN ซื้อกาแฟ STARBUCKS มานั่งดื่มไปพร้อมๆ กับอ่านข้อมูลการท่องเที่ยวที่หยิบมาจากจุดให้บริการข้อมูลการท่องเที่ยวซักพัก แล้วค่อยออกเดินทาง

ก่อนอื่นเราจะต้องไปซื้อสิ่งที่จำเป็นต่อการท่องเที่ยวของเราในครั้งนี้มากที่สุดกับ「ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS」เพราะฉะนั้นเราจะมุ่งหน้าไปที่「JR Ticket Office」ภายในสถานีรถไฟสถานีสนามบินคันไซกันเลย เดินออกจากประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ทางทิศใต้ และเดินไปขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่เยื้องไปทางซ้ายมือเพื่อขึ้นไปที่ชั้น 2F เมื่อขึ้นมาแล้วก็ออกไปนอกสนามบินจากประตูที่อยู่ขวามือ ข้ามสะพานเพื่อไปที่ลานกว้างจุดนัดพบสถานีสนามบินคันไซ และ「JR Ticket Office」จะอยู่ซ้ายมือที่เป็นเคาน์เตอร์ป้ายสีฟ้าค่ะ

JR Ticket Office จะถูกแบ่งออกเป็น 2 เคาน์เตอร์ใหญ่ สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการซื้อตั๋วรถไฟแบบธรรมดาสามารถเข้าไปที่ช่องสีเขียว ส่วนคนที่ต้องการซื้อพาสท่องเที่ยวหรือ Rail Pass สามารถซื้อได้ที่ช่องสีน้ำเงิน เคาน์เตอร์จะเปิดให้บริการตั้งแต่เช้า 5:30 ไปจนถึง 23:00 เป็นเวลาทำการที่รองรับเกือบทุกเที่ยวบิน แต่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับเที่ยวบินของสายการบินแอร์เอเชีย(ถึง 21:55)ถ้าใช้บริการรอบนี้จะต้องทำเวลานิดนึงค่ะ ถึงแล้วต้องรีบไปที่เคาน์เตอร์เลย

และไอเท็มที่ควรมีในการท่องเที่ยว “คายสมุทรคิอิ” ก็คือ『ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS』

บริเวณ “คายสมุทรคิอิ” จะถูกรอบล้อมไปด้วย โอซาก้าที่มี “นัมบะ” “อุเมดะ” “USJ” ไปจนถึงสนามบินคันไซ “วากายามะ” “ชิราฮามะ” “คิอิคาสึอูระ” “คุมาโนะ” “อิเสะ” “มัตสึซากะ” และนาโกย่า เป็นบริเวณกว้าง เป็นพาสที่รวมตั้งแต่ พื้นที่บริเวณเส้นทาง JR การเดินทางผ่าน KANSAI MAIN LINE(ไม่รวม รถไฟชินคันเซ็น・TOKAIDO MAIN LINE)ออกจาก นารา ไปจนถึง โอซาก้า

หรือจะเป็น WAKAYAMA DENTETSU LINE, ISE TRAIN หรือ รถบัสประจำทางบางส่วน ยิ่งไปกว่านั้นสามารถใช้บริการเช่าจักรยานได้ที่ บริเวณวาคายาม่า ・ชิราฮามะ・คิอิทานาเบะ ที่สามารถนั่งได้ไม่อั้นเป็นเวลา 5 วันในราคา 11,000 เยน ที่คุ้มมากๆ

「ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS」สามารถใช้ได้ทั้ง รถไฟแบบธรรมดาที่จอดทุกสถานี อีกทั้งยังสามารถใช้นั่งรถไฟด่วนพิเศษ และรถไฟแบบด่วนที่วิ่งภายในคาบสมุทรคิอิ คือ รถไฟด่วนพิเศษ “HARUKA” ที่วิ่งระหว่างภายในตัวเมืองโอซาก้าและสนามบินคันไซ

รถไฟด่วนพิเศษ “KUROSHIO” ที่วิ่งจากตัวเมืองโอซาก้า, วาคายาม่า, ชิราฮามะ, คิอิคาสึอูระ ไปจนถึง ชิงงุ

รถไฟด่วนพิเศษ “WILD VIEW NANKI” ที่เดินทางจากชิงงุ, คุมาโนะ, มาสึซากะ ไปจนถึง นาโกย่า

หรือ รถไฟแบบด่วน “RAPID MIE” ที่วิ่งตั้งแต่ โทบะ, ตัวเมืองอิเสะ ไปจนถึง นาโกย่า

ไม่ว่าจะนั่งรถไฟแบบไหนก็สามารถเลือกนั่งได้ไม่อั้นตามระยะเวลาที่กำนด อีกทั้งยังสามารถนั่งแบบ Reserved Seat ได้จำนวน 4 ครั้งอีกด้วย(※รถไฟ HARUKA นั่งได้เฉพาะที่นั่งแบบ Non- Reserved Seat เท่านั้น)

「ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS」นี้นอกจากจะได้นั่งรถไฟ JR ได้แบบไม่อั้นแล้ว ยังสามารถคลอบคลุมไปถึงการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น

นั่งรถไฟท่องเที่ยว「TAMA TRAIN」หรือ「UMEBOSHI TRAIN」ของ WAKAYAMA DENTETSU LINE

รถบัสที่มุ่งหน้าจาก KII KATSUURA STATION ไปสู่「น้ำตกนะชิ」

รถบัสที่มุ่งหน้าจากสถานีชิงงุ ไปมรดกโลก “ศาลเจ้าคุมาโนะฮอนงู”「KUMANO HONGU TAISHA」

และบัสที่วิ่งรอบบริเวณ “ศาลเจ้าอิเสะ”「ISE JINGU」ทางเดิน「Okage Yokocho Ancient Street」「OHARAI MACHI」เหล่านี้ได้แบบไม่อั้น

นอกจากจะคุ้มแล้ว ยังไม่ต้องกังวลเรื่องการเตรียมเงินหรือวุ่นวายกับการซื้อตั๋วอีกต่อไป

ซึ่งระหว่างเส้นทางที่สามารถใช้「ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS」ได้ก็มี「อาหารอร่อยๆ」อยู่มากมาย

“วาคายาม่า” ที่มีปลามากุโระอยู่มากมายนี้ นอกจากจะสามารถเพลิดเพลินกับเมนูอาหารมากุโระที่สดใหม่แล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับ “เนื้อมัตสึซากะ”「MATSUSAKA」หรือ “กุ้งมังกรญี่ปุ่น”「ISE EBI」ได้แบบเต็มอิ่มอีกด้วย

『ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS』สามารถซื้อได้ 2 ช่องทาง สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อพาสล่วงหน้าสามารถติดต่อซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศไทยก่อนออกเดินทาง ตามข้อมูลในลิงค์ด้านล่างนี้

ซึ่งท่านจะได้คูปองแลกรับพาสมา สามารถนำไปแลกพาสได้ที่สถานีหลักๆ ของ JR TOKAI, JR TOKAI TOUR บางสาขา, สถานีโอซาก้า, สถานีเกียวโต, สถานีสนามบินคันไซ หรือ เคาน์เตอร์สถานี JR WEST บางสถานี เป็นต้น

นอกจากนี้ยังสามารถซื้อ『ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS』ได้ที่ญี่ปุ่นโดยตรง สามารถติดต่อเพื่อซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายตามข้อมูลที่อยู่ในลิงค์ด้านล่าง

ซึ่งพาสสุดคุ้มนี้สามารถใช้ได้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ “ท่องเที่ยวระยะสั้น” เท่านั้น สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน การฝึกงาน หรือผู้ที่ทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นจะไม่สามารถใช้ได้『TOURIST PASS』

เมื่อซื้อตั๋ว「ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS」เรียบร้อยแล้วเราจะมุ่งหน้าไปที่ “วาคายาม่า WAKAYAMA”  ที่เป็นจุดเริ่มต้นกันเลย การเดินทางไปวาคายาม่านั้นสามารถใช้「ISE・KUMANO・WAKAYAMA AREA TOURIST PASS」เพื่อนั่งรถไฟสายสนามบินคันไซไปที่สถานีฮิเนโนะ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็น สายคิเซ KISEI LINE เพื่อนั่งต่อไปยังวาคายาม่าได้เช่นกัน แต่ครั้งนี้เราอยากจะมุ่งตรงไปยังวาคายาม่าเลย เพราะฉะนั้นเราจะนั่งรถบัสไปวาคายาม่ากันเลย

ที่ขึ้นรถบัสนั้นจะต้องข้ามสะพานที่เชื่อมระหว่างสถานีและอาคารสนามบินกลับไปทางสนามบิน และเลี้ยวขวาก่อนทางเข้าอาคาร ลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง ตั๋วรถบัสสามารถซื้อได้ทั้งที่เครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติหรือเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว หากใครต้องการใช้บัตรเครดิตก็สามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์เลย

บัสจากสนามบินคันไซ ไปวาคายาม่าจะวิ่งชั่วโมงละ 1-2 เที่ยว ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40-60 นาที(ขึ้นอยู่กับเส้นทางภายในเมือง)ค่าเดินทาง 1,100 เยน โดยสามารถมุ่งตรงไปยังสถานี JR วาคายาม่า หรือ ที่ว่าการอำเภอ(ปราสาทวาคายาม่า)ที่อยู่ภายในตัวเมืองวาคายาม่าได้ ซึ่งบัสจะออกตัวจากป้ายหมายเลข 3 ยื่นตั๋วรถบัส(ที่ซื้อจากเครื่องจำหน่ายตั๋ว หรือเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว)ให้เจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นรถได้เลย ป้ายนี้จะมีรถบัสที่วิ่งไปสู่ USJ หรือ อิบารากิ IBARAKI ด้วยเพราะฉะนั้นดูให้ดีก่อนขึ้นรถด้วยนะคะ

ถึงแม้ว่าระยะทางจากสนามบินคันไซ ไปวาคายาม่าจะใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น แต่ก็เป็นที่นั่งแบบ Reclining Seat แบบสบายอีกทั้งยังมีห้องน้ำภายในรถอีกด้วย เมื่อบัสออกจากสนามบินคันไซมาซักพักก็จะข้ามสะพานที่มีความยาวกว่า 5km สนามบินคันไซเป็นสนามบินบนเกาะขนาดใหญ่ที่ถมขึ้นมาใหม่ หรือเกาะที่มนุยษ์สร้างขึ้น ขนาดของสนามบินจะเล็กกว่าสนามบินสุวรรณภูมิเล็กน้อยแต่ก็กว้างถึง 1100ha บัสจะวิ่งบนทางด่วนไปประมาณ 30 นาทีก็จะเข้าสู่ตัวเมืองวาคายาม่า และเมื่อเห็นปราสาทวาคายาม่าที่อยู่บนเนินสูงเห็นเด่นชัดอยู่ซ้ายมือ ก็แสดงว่าเราใกล้จะถึงป้ายบัส「หน้าที่ว่าการอำเภอ “ชิยากุโชะมาเอะ” (市役所前)」ที่อยู่ใกล้ที่หมายแรกของเราที่ปราสาทวาคายาม่าแล้วค่ะ

ลงรถบัสที่หน้าที่ว่าการอำเภอก็จะเห็นตึก「Wakayama Historical Museum」สีขาวดำอยู่ด้านหน้าซ้ายมือ ซึ่งในอาคารแห่งนี้จะมีทั้งตู้ล็อคเกอร์ฝากของ ศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว ร้านขายของฝาก หรือ จุดพักผ่อน ที่สะดวกสบายต่อนักท่องเที่ยวมากๆ เราจะเริ่มทริปท่องเที่ยวคาบสมุทรคิอิกันที่นี่เลย

ครั้งหน้าเราจะพาเพื่อนๆ ไปชม「Wakayama Historical Museum」และสัญลักษณ์ของวาคายาม่าที่ “ปราสาทวาคายาม่า”「WAKAYAMA CASTLE」กันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ

【ตารางการเดินทาง Day1-1 BANKOK SUVANABHUMI AIRPORT/WAKAYAMA TOURIST INFORMATION AND HISTRICAL MUSEUM】

Sponsored by Central Japan Railway Company

        Go to the top Page        

  NEXT ▶