Day1-1 เริ่มต้นการเดินทางทริปโอซาก้า เกียวโตจากสนามบินคันไซ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ตึก「ABENO HARUKAS」สูง 300 เมตร ! | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-1 เริ่มต้นการเดินทางทริปโอซาก้า เกียวโตจากสนามบินคันไซ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ตึก「ABENO HARUKASสูง 300 เมตร !

OSAKA-KYOTO-OSAKA-AMANOHASHIDATE-OSAKA

เริ่มต้นทริปนี้ที่สุวรรณภูมิ ! วันนี้เราจะออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ นั่งสายการบินไทยเพื่อไปลงที่สนามบินคันไซ และเมื่อถึงสนามบินคันไซแล้ว ก็ซื้อตั๋วที่ไม่ว่าใครที่จะเที่ยวรอบๆ โอซาก้าต้องไม่พลาดกับ「OSAKA Amazing Pass」เพื่อไปจุดชมวิว「ABENO HARUKAS」เป็นที่แรกค่ะ

ที่สุวรรณภูมิเที่ยวบินรอบกลางวันส่วนใหญ่ก็จะเป็นเที่ยวบินของประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือภายในประเทศไทย ส่วนรอบดึกก็จะเป็นสายการบินที่มุ่งไปสู่ยุโรป ญี่ปุ่น หรือเกาหลีที่ต้องใช้เวลาบินนานหน่อย

 ICHIGO-CHAN ตื่นเต้นจังจะได้ไปญี่ปุ่นแล้วว

 

ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN จะไปเที่ยวแถว ๆ โอซาก้ากับเกียวโต เพราะฉะนั้นไปลงที่สนามบินคันไซจะสะดวกที่สุด

ซึ่งสายการบินที่บินตรงไปสนามบินคันไซเลยจะมีอยู่ 4 สายการบินก็คือ(เม.ย./2561)

  • สายการบินไทย
  • สายการบินญี่ปุ่น JAL
  • แอร์เอเชียเอกซ์ Airasia X
  • สกู้ท Scoot

ตั๋วของแอร์เอเชียเอกซ์ Airasia X ราคาจะถูกที่สุดอยู่ที่ 9,770 บาท แต่จะถึงสนามบินคันไซตอนดึก แล้วต้องเสียเวลาไป 1 วันเต็ม ๆ เราจึงเลือกที่จะขึ้นของการบินไทย ราคาอาจจะแพงหน่อยที่ 18,215 บาท แต่ราคานี้ก็ยังถือว่าไม่ได้แพงมาก แล้วยังรวมค่าโหลดกระเป๋า อาหาร และถึงตอนเช้าด้วย สายการบินไทยจะบินไปโอซาก้าวันละ 2 เที่ยว

รอบบินกลางคืน เที่ยวบิน 622 จะใช้เครื่อง A380 ส่วนรอบบินเช้า เที่ยวบิน 672 จะเป็นเครื่องบินใหม่ A350 ให้เราได้นั่งไปญี่ปุ่นอย่างสะดวกสบาย

 

 

ถ้าเป็นเคาน์เตอร์ชั้น Economy Class ของการบินไทยจะอยู่ที่เคาน์เตอร์ H/J ใกล้ประตู 4 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เฉพาะบางเที่ยวบินที่บินดึกไปญี่ปุ่น และเกาหลีที่เป็นช่วงเวลาคนเยอะ ก็จะทำการเช็คอินอยู่ที่ช่อง C เพราะฉะนั้นอย่าไปเผลอต่อแถวที่ H/J นะคะไม่งั้นต้องไปต่อแถวใหม่เสียเวลาเลย

หากทำการเช็คอินจากเครื่องเช็คอินอัตโนมัติที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ C ก็สามารถต่อแถว「BagDrop」ที่สั้นกว่าได้เลย ถ้าใครถนัดเครื่องเช็คอินก็ใช้บริการเลยนะคะ

 

เมื่อเช็คอินเสร็จแล้ว ไปเช็คกระเป๋า และก็ผ่านเข้าตมไปเลย เราก็คงรู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าช่วงเวลารอบดึก ช่วงเที่ยวบิน TG622 จะเป็นช่วงเวลาที่คนเยอะมากๆ บางครั้งเราใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงนึงเลย เพราะฉะนั้นรีบเข้าเกทไปก่อนน่าจะดีกว่านะคะ

 

ในบรรดาด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 2 ฝั่ง จะมีฝั่งด่านตรวจคนเข้าเมือง A-C ที่จะมีรูปปั้นแบบนี้อยู่ แต่ละคนก็ถ่ายรูปกันใหญ่ ถ่ายรูปลงโซเชียลซะหน่อยเพื่อเป็นสัญญาณบอกเพื่อนๆในโซเชียลว่าเรากำลังจะออกเดินทางแล้วว

 

เที่ยวบินของ TG ส่วนใหญ่มักจะออกจากโซน C หรือ E เพราะฉะนั้นถ้าผ่านตม.มาแล้วต้องไปที่โซน C ก็เลี้ยวไปทางซ้ายมือ ส่วนโซน E ก็เลี้ยวไปทางขวาเลยค่ะ ถ้าเดินไปอีกสักพักแต่ละฝั่งก็จะเจอสี่แยกค่ะ ถ้า C ก็เลี้ยวขวา ส่วน E ก็เลี้ยวซ้ายจากนั้นก็เดินตรงไปเรื่อยๆ ในกรณีของการบินไทยจะปิดเกทก่อนเครื่องออกประมาณ 20 นาทีเพราะฉะนั้นต้องรีบไปที่เกทไว้ก่อนนะคะ

 

เมื่อขึ้นไปบนเครื่องแล้ว ก็จะได้รับใบตรวจคนเข้าเมืองและใบศุลกากร เราจำเป็นจะต้องเขียนสองใบนี้ดีๆ จะได้ไม่มีปัญหาตอนเข้าประเทศค่ะ ถ้าเขียนที่อยู่มั่วๆ ก็อาจจะได้เปิดเช็คสัมภาระกันยกใหญ่เลยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นตั้งใจเขียนข้อมูลให้ครบและเขียนให้เป็นระเบียบนะคะ ในส่วนของเบอร์โทรติดต่อกลับ ถ้าเป็นเบอร์ไทยก็ตัด 0 ที่อยู่ด้านหน้าออกและใส่ +66 แทน เช่น เบอร์ 081-234-5678 ให้เขียนเป็น +66-1-234-5678

 

ออกจากกรุงเทพตอน 23:30 เที่ยวบิน TG622 ใช้เวลาบิน 5 ชั่วโมงครึ่ง อุปกรณ์ที่ใช้กับ A380・A350 ที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพและสนามบินคันไซ ก็เป็นรุ่นใหม่เลย ภายในเครื่องเราก็สามารถเพลิดเพลินกับหน้าจอที่ติดอยู่แต่ละที่นั่ง มีทั้งภาพยนตร์ให้ชมกว่าหลายสิบเรื่อง Flight pass หรือชมภาพสดจากกล้องที่ติดอยู่นอกตัวเครื่องได้ไม่มีเบื่อเลยค่ะ

 

เมื่อถึงสนามบินคันไซแล้ว ผ่านตม. และศุลกากร เวลาที่เราถึงนี้ก็จะเป็นช่วงที่หลายๆ เเที่ยวบินลงจอดพอดี คนก็จะเยอะหน่อยใช้เวลาผ่านตม. มากกว่าหนึ่งชั่วโมง และรอรับสัมภาระกว่า  30 นาทีเลย เมื่อผ่านทุกอย่างทั้ง ตม. รับกระเป๋า และศุลกากรมาแล้วก็ออกไปข้างนอกกันเลย เราจะเข้าไปในเมืองกันเลยแต่ถ้าจะให้ถือกระเป๋าเยอะขนาดนี้ไปเดินเที่ยวในเมืองด้วยก็รู้สึกเกะกะพอสมควร เราเลยจะส่งสัมภาระไปที่โรงแรมก่อนเลยค่ะ ญี่ปุ่นจะมีบริการส่งของที่สามารถส่งสัมภาระจาก สนามบินต่างๆ ที่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพ (นอกจากโอกินาว่า・นาฮะ)⇒ไปยังโรงแรมแต่ละที่ได้

อ่านรายละเอียดบริการส่งของจากสนามบินไปโรงแรม คลิ๊กเลย

บริการส่งสัมภาระระหว่างการท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นที่จะช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

 

สถานที่แรกของทริปนี้ก็คือ「ABENO HARUKAS」นั่ง JR HANWA LINE ไปจะสะดวกที่สุด

ก่อนอื่นเรามุ่งหน้าไปสถานีรถไฟของสนามบินคันไซกันเลย ออกจากประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้าประตูเหนือ「NORTH ARRIVAL GATE」จะไปทางซ้าย ส่วนประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้าประตูใต้「SOUTH ARRIVAL GATE」ก็ไปทางขวาและขึ้นบันไดเลื่อนไป โดยออกจากประตูทันที เมื่อออกมาข้างนอกแล้วก็จะเจอสะพานเชื่อมตึก ข้ามสะพานไปก็คือ สถานีรถไฟสนามบินคันไซเลย

 

สถานีสนามบินคันไซจะมีบริษัทรถไฟอยู่ 2 บริษัทก็คือ 「NANKAI」ที่มีเส้นทางไปสู่ นัมบะ หรือ วาคายาม่า และ「JR」ที่มุ่งหน้าไปสู่ ABENO HARUKAS หรือ SHINSEKAI ที่อยู่ใกล้เท็นโนจิ หรือ ศูนย์กลางโอซาก้าอย่างอุเมดะ UMEDA รวมไปถึงสถานีชินโอซาก้าที่เป็นสถานีขึ้นรถไฟชินคันเซ็น และรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่เกียวโต หรือพื้นที่อื่น

ถ้าออกมาจากสนามบินเราจะเห็นช่องตรวจตั๋วของนันไคที่เป็นสีส้มก่อน และถัดไปก็คือ ช่องตรวจตั๋วของ JR ที่เป็นสีฟ้า การจะไปสถานีเท็นโนจิที่อยู่ใกล้ ABENO HARUKAS นั้นนั่งรถไฟของ JR จะสะดวกที่สุด ก่อนอื่นก็ต้องซื้อตั๋วไปสถานีเท็นโนจิจากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่อยู่ด้านซ้ายมือถ้าเดินมาจากอาคารสนามบิน JR จะเป็นแถบสีฟ้า ข้างๆตู้จะมีตารางบอกราคาตั๋วของแต่ละสถานี ราคาตั๋วไปสถานีเท็นโนจิจะอยู่ที่ราคา 1060 เยน เมื่อตรวจสอบราคาแล้วก็กดปุ่ม「English」บนหน้าจอ และกด 1060 เยน

 

เมื่อกดปุ่มราคาแล้ว ก็ใส่เงินไปที่ช่องตามภาพซ้าย เท่านี้ก็เรียบร้อย

เครื่องนี้สามารถเลือกจำนวนตั๋วที่ซื้อได้มากที่สุดครั้งละ 2 คน และสามารถซื้อพร้อมกับตรวจเด็กได้เลย แต่สำหรับใครที่มากันเป็นกลุ่มก็แนะนำให้ไปซื้อที่สำนักงานข้างเครื่องจำหน่ายตั๋วเลยน่าจะเร็วกว่า อีกทั้งถ้าไปที่สำนักงานก็จะสามารถใช้บัตรเครดิตอย่าง VISA, Master หรือ JCB ได้ค่ะ

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปสู่ประตูที่อยู่ตรงข้ามเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติเลย และเมื่อผ่านเครื่องตรวจตั๋วแล้วก็ลงบันไดเลื่อนที่อยู่ขวามือเพื่อลงไปที่ชานชาลา

รถไฟที่ออกตัวจากที่นี่จะมีทั้งรถด่วนพิเศษ Airport Express HARUKA ที่มุ่งหน้าไปสู่นารา KYOTO(วิ่งชั่วโมงละ 2 เที่ยว ใช้เวลา 30 นาที)และ รถด่วนKansai Airport Rapid Service(วิ่งชั่วโมงละ 3-4 เที่ยว ใช้เวลา 40-50 นาที)ซึ่งทั้งสองแบบผ่าน เท็นโนจิ ทั้งหมดเพราะฉะนั้นสามารถเลือกนั่งได้ตามแต่ละคนสะดวกเลยค่ะ

ในกรณีของตั๋วรถไฟแบบด่วนพิเศษจะต้องซื้อตั๋วขึ้นรถไฟและตั๋วพิเศษด้วย ถ้าเป็นที่นั่งแบบไม่จองล่วงหน้าก็สามารถซื้อตั๋วพิเศษได้บนรถไฟเลย

 

ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN เลือกนั่ง รถด่วน Kansai Airport Rapid Service ที่มีที่นั่งแบบฝั่งหนึ่ง 1 แถว + อีกฝั่งแบบ 2 แถวค่ะ

รถไฟด่วนแบบญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นที่นั่งแบบ Reclining Seat ส่วนที่นั่งแบบรถด่วน หรือรถไฟที่จอดทุกสถานีจะแบ่งที่นั่งออกเป็น 3 แบบคือ

  • ที่นั่งแบบสลับแบบปรับด้านที่นั่งได้
  • ที่นั่งแบบหันหน้าเข้าหากันแบบปรับไม่ได้
  • ที่นั่งแบบแถวยาว

ซึ่งในทริปครั้งนี้ที่นั่งส่วนใหญ่ของแถบคันไซส่วนใหญ่จะเป็นแบบแรกคือ ที่นั่งแบบสลับแบบปรับด้านที่นั่งได้ ทั้งรถด่วน JR หรือรถด่วนพิเศษของเอกชน ที่นั่งแบบปรับด้านได้ที่เราสามารถหมุนเก้าอี้ให้หันหน้าเข้าหากันได้แบบรูปขวาบน ถ้ามาเป็นกลุ่มก็จะได้หันหน้าคุยกันพอดีเลย

 

รถไฟใช้เวลา 45 นาทีจนมาถึงเท็นโนจิ เมื่อถึงสถานีเท็นโนจิแล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อน ในชานชาลาเพื่อขึ้นบันไดเลื่อน ขึ้นมาแล้วก็เลี้ยวไปทางขวาและเดินไปเรื่อยๆ จากนั้นออกจากช่องตรวจตั๋วที่อยู่ด้านซ้ายมือเลยค่ะ

 

เมื่อออกจากช่องตรวจตั๋วแล้วก็ไปทางซ้ายมือ เราจะเจอทางออกไปข้างนอกแต่เราจะยังไม่ออกไปข้างนอกค่ะ ให้เดินลงบันไดไปและเดินตรงไปเล็กน้อยไปจนถึงทางแยก 4 มุมและเลี้ยวซ้าย และเราจะเจอเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ และด้านข้างทางฝั่งขวาจะมีช่องจำหน่ายตั๋ว「TEIKIKEN URIBA」「TICKET COUNTER」อยู่เข้าไปข้างในเพื่อไปซื้อพาสสุดคุ้ม『Osaka Amazing Pass』กันค่ะ

 

「Osaka Amazing Pass」นี้เราสามารถใช้นั่งรถไฟใต้ดินภายในตัวเมืองโอซาก้า และรถไฟเอกชนได้แบบไม่อั้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้บัตรนี้เข้าสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองโอซาก้าอย่างเช่น ปราสาทโอซาก้า, อุเมดะสกาย UMEDA SKY BUILDING หรือ หอคอยสึเท็นคาคุ TSUTENKAKU ได้แบบฟรีๆ ! ราคาของบัตรจะมี 2 แบบ ก็คือ แบบ 1 วัน 2500 เยน ส่วนแบบ 2 วันราคา 3300 เยน

 

สมมติว่าแค่เราไป ปราสาทโอซาก้าที่มีค่าเข้า 600 เยน และนั่งบัสลอยน้ำที่เที่ยวรอบปราสาทโอซาก้าและโยโดยาบาชิราคา 1700 เยน และนั่งรถไฟใต้ดินซัก 2 รอบแค่นี้ก็คุ้มราคาบัตรที่ซื้อมาแล้ว ซึ่งถ้าเราไปเที่ยวที่ต่างๆ ให้ครบหนึ่งวันก็จะตกอยู่ที่ 5000 ถึง 7000 เยน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ไม่ควรพลาดจริงๆ ค่ะ

 

เมื่อซื้อตั๋ว「Osaka Amazing Pass」แล้วก็กลับไปทางเดิม ก็คือ ขึ้นบันไดไปแล้วยูเทิร์นเพื่อออกจากอาคารสถานีรถไฟ และที่ตั้งสูงเด่นอยู่ตรงหน้านี้ก็คือ ตึก『ABENO HARUKAS』ที่มีความสูงถึง 300m

ถ้าไม่นับสกายทรีที่โตเกียวแล้ว ถือว่าที่นี่เป็นตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นเลย

 

จากสถานีเท็นโนจิเดินไปสู่ทางเข้า ABENOHARUKAS ใช้เวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้น เมื่อออกมาจากสถานีมาแล้วก็จะเจอสะพานทางเดินที่มีหลังคาอยู่ทางฝั่งขวามือ ให้เดินไปทางนั้นเลย เมื่อขึ้นมาที่สะพานทางเดินแล้วก็เลี้ยวซ้าย ตรงไปเรื่อยๆ และข้ามถนนใหญ่ไป เมื่อข้ามถนนใหญ่มาเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นบันไดไป เลี้ยวซ้าย ป้ายสีฟ้าที่แขวนอยู่ด้านบนก็คือทางเข้า ABENOHARUKAS

 

ภายในตึก ABENO HARUKAS ก็จะมีทั้งห้าง ร้านอาหาร  ร้านแหล่งบันเทิงต่างๆ มากมาย แต่เสน่ห์ที่โดดเด่นของตึกนี้ก็คือการชมเมืองโอซาก้าจากความสูง 300m จุดชมวิวที่สามารถชมวิวเมืองคันไซได้ ก่อนอื่นเราจะต้องขึ้นไปที่ชั้น 16F「ABENO HARUKAS TICKET COUNTER」ก่อ

เริ่มจากเข้ามาในตึก ขึ้นลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้น 16F เมื่อลงจากลิฟต์แล้วก็เดินไปทางขวา ที่ขายบัตรจะอยู่สุดทางเดิน

 

ค่าเข้า ABENO HARUKAS จะอยู่ที่ 1500 เยน และก็ถึงเวลาของ Osaka Amazing Pass แล้วว!

เราสามารถใช้คูปองส่วนลดที่ติดมากับ Osaka Amazing Pass เพื่อรับส่วนลด 10%OFF คือลดเหลือ 1350 เยน สามารถใช้บัตรเครดิต VISA MASTER JCB และ Union Pay ได้ด้วยค่ะ

 

เราออกจากรุงเทพเมื่อวานตอน 5 ทุ่มครึ่ง ตอนนี้ก็ผ่านไป 9 ชั่วโมงแล้ว และแล้วตอนนี้เราก็อยู่ที่「ABENO HARUKAS」

ครั้งต่อไปเราจะมาแนะนำวิวโอซาก้าจากความสูง 300m จากนั้นจะนั่งออกจาก ABENO HARUKAS มา 1 สถานีเพื่อไปชมบรรยากาศ「SHINSEKAI」ของโอซาก้ากันค่ะ

รอติดตามด้วยนะคะ♪


【ตารางการเดินทาง Day1-1 OSAKA TENNOUJI/ABENO HARUKAS】



        Go to the top Page        

  NEXT ▶