Day3-4 เข้าร่วมงานเทศกาลหน้าร้อนในโตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นกับงาน “เทศกาลบงโอโดริ สึกิจิ ฮงกันจิ”「Tsukiji Honganji Bon-Odori Festival」

ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-4 เข้าร่วมงานเทศกาลหน้าร้อนในโตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นกับงาน “เทศกาลบงโอโดริ สึกิจิ ฮงกันจิ”「Tsukiji Honganji Bon-Odori Festival」

OSAKA-HYOGO-OSAKA-TOKYO

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้เที่ยว กิน ช้อปที่ “โอไดบะ” ไปอย่างเต็มที่ และได้รูปสวยๆ มาเยอะแล้ว ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาที่ที่พักของเราในคืนนี้ที่「E-Hotel Ginza」แล้วค่ะ

เราจะเก็บสัมภาระต่างๆ เอาไว้ที่โรงแรมให้เรียบร้อย และพักผ่อนซักเล็กน้อยก่อน จากนั้นก็จะไปเข้าร่วมงานเทศกาลฤดูร้อนสุดท้ายในทริปของเรากับงาน「Tsukiji Honganji Bon-

Odori Festival」กันเลย ซึ่งงานบงโอโดริของวัดสึกิจิ ฮงกันจินี้จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฏาคมไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี โดยจะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 7 หมื่นคน ตั้งแต่วันรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ และที่สำคัญคืองานนี้จะตั้งอยู่ใกล้ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นกับ “ตลาดปลาสึกิจิ”「TSUKIJI MARKET」อยู่อีกด้วย เรียกว่าเทศกาลนี้เป็น “เทศกาลที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น” เลยก็ว่าได้ เพราะว่าบริเวณนี้จะมีร้านอาหาร ร้านของกินต่างๆ มากมายมาวางขายให้ได้เลือกทานตลอดทั้งบริเวณ

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเข้าร่วมงาน “เทศกาลบงโอโดริ สึกิจิ ฮงกันจิ Tsukiji Honganji Bon-Odori Festival” กันค่ะ

ซึ่งที่พักของเราในวันนี้ที่ E-Hotel Ginza นั้นสามารถเดินไปยังวัดสึกิจิ ฮนกันจิ ได้ใช้เวลา 10 นาที โดยออกจากโรงแรมไปทางซ้ายมือ เดินไปเรื่อยๆ จะเจอ SHINBASHI ENBUJYO อยู่สุดทางให้เลี้ยวไปทางซ้ายมือ และเลี้ยวขวาที่สี่แยกต่อไป จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ จนออกมาสู่ถนนใหญ่ แล้วก็เลี้ยวไปทางขวามือ

เดินตรงไปตามถนนใหญ่ประมาณ 5 นาที ก็จะเจอร้านอาหาร「JONATHAN’S」อยู่เยื้องไปทางขวา จากนั้นถ้าเห็นด้านนอกตลาดสึกิจิแล้วก็เดินไปทางซ้ายมือ เมื่อเดินมาทางซ้ายซักพักก็จะเจอตึกสไตล์อินเดียขนาดใหญ่อยู่ขวามือ ตึกนี้ก็คือวัดสึกิจิ ฮงกันจิ ค่ะ

งานบงโอโดริของวัดสึกิจิก็จะเต็มไปด้วยผู้หญิงวัยรุ่นที่ใส่ชุดยูกาตะสีสันสดใสสวยงาม ไปจนถึงวัยสูงอายุ เรียกได้ว่ามีคนหลายชาติ หลายช่วงอายุมากๆ เลยค่ะ บรรยากาศในงานก็คึกครื้นมากๆ และที่ได้ยินมาแต่ไกลเลยก็คือ วงดนตรีในงานเทศกาล และเสียงเพลงเต้นรำบงโอโดริที่รื่นเริง แค่ได้อยู่ในบรรยากาศแบบนี้ก็รู้สึกสนุกและครึกครื้นมากๆ

 “วัดสึกิจิ ฮงกันจิ” 『TSUKIJI TEMPLE』ที่จะมีความแตกต่างจากวัดหรือศาลเจ้าโดยทั่วไปที่เกียวโต หรือสถานที่ต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง

เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของวัดที่มีลักษณะเหมือนวัดของอินเดีย หรือมุสลิม ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2160 ตั้งแต่ 400 กว่าปีที่ผ่านมา และได้รับการปรับปรุงอยู่หลายรอบ ซึ่งอาคารหลักรุ่นปัจจุบันถูกสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2477 เป็นการสร้างภายใต้แบบทัชมาฮาล ในอินเดียที่เป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา ถึงแม้ว่าจะผ่านสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว แต่อาคารนี้ก็ยังหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันเลยค่ะ

ก่อนอื่นเราจะไปกราบไหว้สักการะภายในวัดกันก่อนเลย ซึ่งที่วัดสึกิจิ ฮนกันจิแห่งนี้จะไม่มีที่ชำระร่างกายเหมือนวัดอื่นๆ อย่างวัดเซ็นโซที่อาซากุสะ สามารถเดินเข้ามากราบไหว้ภายในวัดได้โดยตรงเลย ถึงแม้ว่าภายนอกอาคารจะเป็นสไตล์อินเดีย แต่ภายในจะตกแต่งแบบวัดญี่ปุ่นโดยทั่วไป ที่มีพระพุทธรูปอยู่ด้วย

วัดสึกิจิ ฮงกันจิ จะเต็มไปด้วยรูปปั้นสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ในตำนานพระพุทธศาสนาของอินเดีย อย่างเช่น ลิง ช้าง หรือวัว อยู่ตามจุดต่างๆ ภายในวัดเป็นการผสมผสานกันระหว่างวัดญี่ปุ่นและวัดสไตล์อินเดีย ทำให้เกิดความน่าสนใจ และให้ความรู้สึกแปลกใหม่มากๆ

งานเทศกาลสึกิจิ ฮงกันจิ บงโอโดริ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “เทศกาที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นกับ “ตลาดปลาสึกิจิ”「TSUKIJI MARKET」ร้านจากที่นี่ก็จะมาออกร้านภายในงานกันเป็นจำนวนมาก ทั้งร้านปลา “อายุ” เสียบไม้(500 เยน)คามาโบโกะหลากหลายชนิด(300 เยน-800 เยน・ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ)หรือสเต็ก(500 เยน-)…..

นอกจากนี้ยังมีร้านที่ได้รับความนิยมจนมีคนต่อแถวยาวเหยียดอยู่มากมายทั้งร้านหนวดปลาหมึก(350 เยน)จิกุวะยัดไส้มัน เรียกว่า “โปเตจิกุ”(300 เยน)เป็นต้น

และที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษเลยก็คือ เมนูปลาหมึกย่าง(500 เยน)ของร้าน「KYOTOMI」ที่ตั้งอยู่ริมสุดขวามือ ถือว่าร้านนี้เป็นร้านที่ได้รับความนิยมในงานสึกิจิ ฮงกันจิบงโอโดริ แต่ละปีมีคนรอต่อแถวยาวมากๆ เป็นการย่างปลาหมึกทีเดียวทั้งตัว กลิ่นหอมมากๆ เนื้อปลาหมึกก็ดูแน่นมากๆ เลยค่ะ

ไม่ว่าจะผ่านร้านไหนๆ กินหอมๆ ก็โชยมาตลอดทางเลยค่ะ และวันนี้ ICHIGO-CHAN ก็เลือกทานไข่ม้วนจากร้านดัง ไข่ม้วนจาก SHOURO(250 เยน) และ ปลามากุโระทอด(350 เยน)

ไข่ม้วนนุ่มๆ กับปลามากุโระทอดกรอบๆ อร่อยสมชื่องาน “เทศกาลที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น” จริงๆ เลยค่ะ

หลังจากที่ได้ทานอาหารจนอิ่มแล้วก็ได้เวลาเข้าร่วมเต้นรำบงโอโดริกันแล้วค่ะ ซึ่งในช่วงวันที่ 13 ถึง 15 เดือนสิงหาคมของทุกปีจะเป็นช่วง “โอบ้ง”「O-BON」ซึ่งมีความเชื่อว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วจะกลับมาที่บ้านของตนเอง โดยในช่วงโอบ้งจะเป็นช่วงที่ผู้คนเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของตนเอง เพื่อกลับมากราบไหว้หิ้งพระที่บ้านเกิดของตน ซึ่ง “บงโอโดริ”「BON-ODORI」ก็เป็นส่วนหนึ่งในงานโอบ้ง เป็นการเต้นรำที่ครึกครื้นนี้เพื่อเต้นรำให้กับวิญญาณบรรพยุรุษหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง

ซึ่งอันที่จริงแล้ว “บงโอโดริ” เป็นการเต้นรำเพื่อสร้างควาสนุกสนานกันในช่วงหน้าร้อน ทำให้เกิดการแพร่กระจายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น และพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเต้นรำบงโอโดริก็คือ “กุโจ โอโดริ GUJO ODORI” ของจังหวัดกิฟุ หรือ “อาวะ โอโดริ AWA ODORI” ของจังหวัดโทกูชิมะ โดยที่ “บงโอโดริของวัดสึกิจิ ฮงกันจิ” ขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดนั่นเอง ซึ่งในช่วงที่มีการจัดงาน จะมีผู้คนทั้งภายในเมืองโตเกียว หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีงานคอสเพลย์ต่างๆ อีกด้วย พื้นที่ที่เป็นสถานที่เต้นรำบงโอโดริที่นี่มีรัศมีความกว้างถึง 30m เลยทีเดียว บุคคลทั่วไปสามารรถเข้าร่วมได้โดยไม่ต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้าเลยค่ะ ที่สำคัญคือสามารถเข้าร่วมงานนี้ได้ฟรี! ถึงจะเป็นคนที่ไม่ถนัดเรื่องการเต้น ก็สามารถสนุกไปกับงานนี้ได้

ซึ่งเพลงที่จะถูกใช้ในการเต้นรำบงโอโดริ ก็คือ「TOKYO ONDO(東京音頭)」หรือ「TANKOUBUSHI(炭坑節)」ที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะรู้จัก โดยภายในคลิปนี้จะเป็นเพลง「TOKYO ONDO(東京音頭)」ทุกคนดูสนุกสนานกันมากๆ ท่าเต้นก็ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ลองเต้นซักสองสามรอบก็เต้นเองได้สบายเลย นักท่องเที่ยวก็สามารถเข้าร่วมงานและร่วมเต้นด้วยกันได้อีกด้วย น่าสนใจดีนะคะ นอกจากจะได้ร่วมงานที่เป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นแล้ว ยังได้ใกล้ชิดกับคนญี่ปุ่นอีกด้วย

ภายในงานบงโอโดรินี้จะมีเหล่านักคอสเพลย์มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก มีทั้ง แมคโดนัล หรือผู้พันแซนเดอร์ของ KFC ก็มาเข้าร่วมด้วยเช่นกันค่ะ ผู้พันแซนเดอร์คงจะร้อนน่าดู เหงื่อไหลจนหนวดหลุดหมดเลยค่ะ

และจะมีการมอบรางวัลให้กับผู้ที่แต่งคอสเพลย์ได้แปลกมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครมากที่สุดอีกด้วย และผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ก็คือกลุ่มคอสเพลย์ 3 คนที่คอสเพลย์เป็นตัวการ์ตูน「The Genie Family」ถ้าจะคอสเพลย์ก็น่าจะคอสเพลย์ตัวการ์ตูนหรือสิ่งที่คนญี่ปุ่นเองรู้จัก น่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีแบบสามคนนี้เลยนะคะ

เมื่อเข้าไปในบริเวณอาคารไปทางซ้ายมือ ฝั่งตรงข้ามบริเวณบงโอโดริ ก็จะมีสำนักงานวัดที่ดูดีมากๆ กับTSUKIJI HONGANJI INFORMATION CENTER』ที่มีทั้งคาเฟ่และร้านขายของอยู่ภายใน ดูดีเหมือนโรงแรมห้าดาวเลยค่ะ

คาเฟ่เทอเรส「TSUMUGI」นี้ เป็นสถานที่ที่สามารถทานข้าวหน้าแกงกะหรี่ หรือเมนูอาหารเช้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกับเมนู “อาหารเช้า 18 ชนิด”「18 SHINA NO ASA GOHAN(18品の朝ごはん)」(1944 เยน)ซึ่งเมนูนี้จะประกอบไปด้วย「YUBA IKURA(湯葉いくら)」「TAKO NO SHIOKOUJI AE(タコの塩麹和え)」หรือ「KAMO NO SANSHOU YAKI (鴨の山椒焼き)」ที่เป็นอาหารจานเล็กๆ เรียงกันอยู่มากมาย นอกจากนี้ภายในเมนูยังมี「OSAKANA TO TOUFU NO OBORO AGE(お魚と豆腐のおぼろ揚げ)」จากร้าน TSUKIJI KIBUN ร้านชื่อดังในตลาดปลาสึกิจิ,「AMAKUCHI KONBU NO TSUKUDANI(甘口昆布の佃煮)」ของ TSUKIJI EDO ICHI หรือ「TAMAGOYAKI(玉子焼き)」ของ TSUKIJI SHOURO ฯลฯ เป็นต้น บางคนถึงกับเดินทางมาทานอาหารเช้าของที่นี่จากนอกเมืองโตเกียวเลยทีเดียว

ภายในช้อปก็จะมีทั้งสินค้าเฉพาะของวัดสึกิจิ ฮงกันจิ หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เช่น ธูป หรือ สินค้าเครื่องเขียนจิปาถะ เป็นต้น สินค้าเฉพาะของที่วัดก็เช่น เสื้อทีเชิ้ต(2400 เยน)หรือ พัด(1480 เยน)ซึ่งสินค้าจะถูกออกแบบตามสไลต์วัดสึกิจิ ฮงกันจิ น่าสนใจทั้งนั้นเลยค่ะ

งานบงโอโดริจะเลิกงานประมาณ 3 ทุ่ม แต่วันนี้น่าจะครึกครื้นเป็นพิเศษเพราะงานเลิกช้ากว่าเวลา 3 ทุ่มไปเยอะเลยค่ะ ICHIGO-CHAN ก็ได้เข้าร่วมงานบงโอโดริไปอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าเมื่อกี้เราจะเพิ่งทานไข่ม้วนและปลามากุโระทอดไป แต่พอได้ใช้พลังงานไปเยอะๆ ก็เริ่มหิวขึ้นมาอีกแล้วค่ะ ซึ่งวัดสึกิจิ ฮงกันจิ นี้จะอยู่ห่างจากตลาดปลาสึกิจิที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเพียงปลายจมูกเท่านั้น โดยที่ตลาดปลาสึกิจินี้จะมีร้านที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอยู่เป็นร้านที่สามารถเพลิดเพลินกับซูชิสดใหม่ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นเราจะไปที่ร้านนี้กันเลย ออกจากวัดสึกิจิ ฮงกันจิไปทางซ้ายมือ ก็จะเจอสี่แยกทันที ให้ข้ามแยกนี้ไปและเดินไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็เลี้ยวขวาที่แยกถัดไป ก็จะเจอป้ายร้านสีชมพูของร้านซูชิชื่อดัง「SUSHI-ZANMAI」เลย

เดินไปซักพักเราก็จะเห็นร้านที่มีหุ่นคุณลุงเจ้าของร้านอยู่หน้าร้าน『SUSHI-ZANMAI HONTEN』อยู่ทางซ้ายมือเลยค่ะ

ครั้งหน้าเราจะพาเพื่อนๆ ไปทานซูชิแสนอร่อยที่ร้าน「SUSHI-ZANMAI」เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ในตลาดปลาสึกิจิ และเข้าพักที่โรงแรม「E-Hotel Ginza」กันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ♪


【ตารางการเดินทาง Day3-4 TSUKIJI HONGANJI BON-ODORI FESTIVAL】

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶