Day3-2 ชม “สวนโคเกียวไกเอ็น KOKYO-GAIEN” และบริเวณ “สะพานนิจู NIJUBASHI” ในบรรยากาศญี่ปุ่นสุดๆ พร้อมการเดินทางไปยัง “ศาลเจ้าคันดะ KANDAMYOUJIN” | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-2 ชม “สวนโคเกียวไกเอ็น KOKYO-GAIEN” และบริเวณ “สะพานนิจู NIJUBASHI” ในบรรยากาศญี่ปุ่นสุดๆ พร้อมการเดินทางไปยัง “ศาลเจ้าคันดะ KANDAMYOUJIN”

TOKYO-ODAWARA-KAMAKURA-TOKYO

จากที่ ICHIGO-CHAN ได้ไปพัก「HOTEL MUSSE GINZA」และเดินช้อปปิ้งที่ย่านที่หรูที่สุด ย่านกินซ่า GINZA STREET ที่อยู่ใกล้ๆ โรงแรม แล้วตอนนี้เราก็ได้มุ่งหน้ามาที่พระราชวัง「KOKYO-GAIEN」เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Day3-1 ช้อปปิ้ง ชมบรรยากาศย่านช้อปปิ้งสุดหรูของญี่ปุ่นที่ย่านกินซ่า「GINZA STREET」พร้อมการเดินทางไปพระราชวัง「KOKYO-GAIEN」

ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมสวนโคเกียวไกเอ็น KOKYO-GAIEN และบริเวณ สะพานนิจู NIJUBASHI ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในอดีตของญี่ปุ่นในสมัยเอโดะกันค่ะ

 

「KOKYO-GAIEN」หรือ สวนโคเกียวไกเอ็น นี้จะมีรถบัสวิ่งอยู่หลายคัน และถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมที่นี่มากมาย ก็ไม่รู้สึกอึดอัดหรือรู้สึกว่าคนเยอะเลยเพราะที่นี่กว้างมากๆ และมีซากุระเรียงอยู่ข้างทางยาวไปจนสุดสายตาเลย

 

ซากุระที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ หรือ ภาพลักษณ์ของซากุระสำหรับเราก็คงคิดว่าซากุระจะมีแค่ 5 กรีบซ้อนกันเท่านั้น แต่ที่「KOKYO-GAIEN」หรือ สวนโคเกียวไกเอ็น นี้จะมียาเอะซากุระพันธุ์ซากุระที่มีกลีบซากุระซ้อนกันอยู่หลายๆ ชั้น ทำให้แต่ละดอกดูกลมๆ เป็นลูกๆ เลย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะชอบเอาหน้าเค้าไปใกล้ๆ เพื่อถ่ายรูปคู่กับซากุระแบบนี้ ICHIGO-CHAN ก็ทำบ้างง

 

「KOKYO-GAIEN」หรือ สวนโคเกียวไกเอ็น นี้นอกจากซากุระที่บานอยู่แล้ว ก็ยังมีต้นสนอยู่มากมาย ทำให้วิวโดยรอบนี้เราจะเห็นทั้ง วิวสีชมภูของดอกซากุระ ไปพร้อมๆ กับ สีเขียวเข้มของต้นสนและวิวตึกสูงของโตเกียวเลย

 

「KOKYO-GAIEN」หรือ สวนโคเกียวไกเอ็นที่กว้างใหญ่นี้  บนสนามหญ้าสีเขียวชอุ่มนี้มีต้นไม้อยู่มากมาย ทั้งต้นไม้ที่สูงใหญ่และต้นสนญี่ปุ่น นอกจากนี้ก็เห็นผู้คนกำลังนั่งเล่นพักผ่อนกันอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าที่นี่มีกฏห้ามดื่มสุรา แต่อนุญาติให้ทานข้าวกล่อง อาหาร หรือเครื่องดื่มแบบทั่วไปได้ ยังไงลองหาที่เหมาะๆ นั่งทานอาหารในบรรยากาศที่สบายๆ ไปพร้อมๆ กับชมวิวที่สวยงามของซากุระ ต้นสน และวิวตึกสูงของโตเกียวดูนะคะ

 

หลังจากที่เราได้เที่ยวชม「KOKYO-GAIEN」หรือ สวนโคเกียวไกเอ็นแล้ว ต่อไปเราจะไปเที่ยวชมสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของพระราชวังแห่งนี้กันที่ สะพานนิจู

วิธีการเดินทางก็ ให้เดินออกจากลานสนามหญ้าของ KOKYO-GAIEN ไปทางตรงข้ามกับคูน้ำด้านนอก เดินไปซักพักก็จะเจอถนนใหญ่ ให้เดินไปทางซ้าย จากนั้นก็จะมาถึงสี่แยก เดินข้ามทางม้าลายไปเลยค่ะ จากนั้นก็เดินข้ามถนนไปอีกรอบ เราก็จะมาถึง「ลานกว้างหน้าพระราชวัง」เดิมทีเมื่อ 150 กว่าปีก่อนที่นี่เคยเป็นที่ตั้งคฤหาสน์ของลูกสมุนที่รับใช้โชกุนในสมัยเอโดะที่มียาวนานกว่า 250 ปี ซึ่งปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นที่ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้

 

และเมื่อเดินเข้าไปใน ลานกว้างหน้าพระราชวัง เรื่อยๆ ก็จะเจอกับสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ คือ “บริเวณสะพานนิจู”

ก่อนอื่นเราจะเห็นสะพานที่มีสองรูเหมือนแว่นตา คนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดว่านี่คือ สะพานนิจู ซึ่งความจริงแล้วสะพานนี้มีชื่อว่า「SEIMON ISHIBASHI」หรือ สะพานหินเซมนนั่นเอง ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 130 กว่าปีที่แล้ว โดยปกติแล้วคนทั่วไปจะไม่สามารถเดินข้ามสะพานนี้ได้ แต่จะเปิดให้บุคคลทั่วไปผ่านได้ในช่วง「IPPANSANGA」อ่านว่า อิปปังซังงะ งานที่จักรพรรดิกับประชาชนจะทักทายกันโดยตรงในวันขึ้นปีใหม่ เท่านั้น

 

สะพานหินเซมนจะมีรั้วกั้นอยู่ทำให้ไม่สามารถข้ามไปได้ ที่สะพานหินนี้มีโคมไฟแปลกๆ ที่นำเสนอญี่ปุ่นออกมาโดย มีหัวและเท้าของสิงโตเป็นฐานโคมไฟ บนหัวสิงโตจะมีโคมไฟที่ให้ความหมาย「แดนอาทิตย์อุทัย」

และด้านในประตูใหญ่ก็คือพระราชวังที่เป็นที่ประทับของจักรพรรดิที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับราชวงค์ของไทยนั่นเอง

 

ในปีพ.ศ.2505 กษัตริย์องค์ก่อนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงเสด็จไปยังประเทศญี่ปุ่น และถูกเชื้อเชิญให้ไปงานเลี้ยงอาหารค่ำที่พระราชวังแห่งนี้ด้วย หลังจากนั้น ก็มีการเสด็จไปทั้งพระราชวังญี่ปุ่น สลับกับการเสด็จไปยังพระราชวังของไทย ทำให้ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจนเป็นเหมือนประเทศพี่น้องเช่นปัจจุบัน

 

และที่อยู่เลย「SEIMON ISHIBASHI」หรือ สะพานหินเซมน ไปก็คือ「NIJUBASHI」หรือ สะพานนิจู

สะพานนิจูได้ถูกทำขึ้นมาใหม่แทนที่อันเก่า ทำให้สะพานไม่ได้มีสองชั้นเหมือนสมัยในก่อน (นูจิ แปลว่า 2 ชั้น) ทำให้หลายคนเข้าใจผิด และเข้าใจว่าสะพานที่อยู่ด้านหน้าคือสะพานนิจู แต่สะพานนี้(ในรูป)ก็คือ สะพานนิจู ของจริงเลยค่ะ

ตลิ่งที่มีตะไคร่ขึ้น บวกกับความสวยงามของต้นสนและซากุระที่บานอยู่ใกล้ๆ สะพาน เป็นภาพที่สวยมากๆ ดูมีความเป็นญี่ปุ่นมากๆ ขนาดดูในรูปยังสวยขนาดนี้ ของจริงสวยกว่านี้มากๆ เลยค่ะ

 

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้ชมวิวที่สวยงามของสะพานนิจูแล้ว  เราจะมุ่งหน้าไปต่อกันที่ “ศาลเจ้าคันดะ”「KANDAMYOUJIN」อ่านว่า คันดะเมียวจิน

การเดินทางไป ศาลเจ้าคันดะ KANDAMYOUJIN นั้นจะต้องนั่งรถไฟใต้ดินสายจิโยดะ CHIYODA SUBWAY LINE จากสถานีนิจูบาชิมาเอะ NIJUBASHIMAE STATION

ก่อนอื่นก็ต้องออกจากสะพานนิจู กลับไปทางสวนโคเกียวไกเอ็น KOKYO-GAIEN ที่มีซากุระบานอยู่ เดินเลยสะพานข้ามคูน้ำที่แยกระหว่างสวนโคเกียวไกเอ็นและข้างนอกไป ก็คือทางเข้ารถไฟใต้ดิน ให้เข้าไปยังด้านในสถานี โดยลงบันไดไปและเดินไปทางซ้าย ตามทางเดินยาวๆ ไปเรื่อยๆ

 

เดินไปตามทางเดินยาวๆ เรื่อยๆ ก็จะเจอเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติอยู่ซ้ายมือ

ซึ่งครั้งนี้ ICHIGO-CHAN ได้ซื้อตั๋ว『Tokyo Subway Ticket 48H』(1200 เยน)

เอาไว้แล้วเพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วอีกรอบ แต่สำหรับใครที่ต้องซื้อตั๋วแบบปกติ ก็สามารถเช็คราคาตั๋วได้จากบอร์ดแผนผังรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ

ราคาตั๋วไป ชินโอจะโนมุสึ SHIN-OCHANOMIZU จะอยู่ที่ 170 เยน จากนั้นก็กดปุ่ม「Language」บนขวาของหน้าจอเพื่อเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาไทย จากนั้นก็กดจำนวนเงิน ใส่เงินเข้าไปในเครื่องเท่านี้ก็เรียบร้อย

 

จากนั้นผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วที่อยู่ข้างเครื่องจำหน่ายตั๋วที่อยู่ด้านขวามือไป เพื่อเข้าไปที่ชานชาลา จากนั้นลงบันไดเพื่อไปชานชาลาเบอร์ 1 นั่งรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่「KITASENJU (คิตะเซ็นจุ)」「AYASE (อายาเสะ)」หรือ「TORIDE (โทริเดะ)」นั่งไป 2 สถานี ใช้เวลา 3 นาทีเพื่อไปลงที่ ชินโอจะโนมุสึ SHIN-OCHANOMIZU

 

เมื่อลงรถไฟใต้ดินที่ สถานีชินโอจะโนมุสึ SHIN-OCHANOMIZU STATION ก็ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ฝั่งด้านหน้าชานชาลา จากนั้นก็ไปทางซ้ายที่ช่องตรวจตั๋วที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นก็ขึ้นบันไดเพื่อไปชั้นบนดิน

 

เมื่อขึ้นมาชั้นบนดินแล้วก็ข้ามทางม้าลายที่อยู่ตรงหน้าไป จากนั้นข้ามสะพานไปอีก พื้นที่บริเวณนี้เป็นเมืองของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเมจิ MEJI UNIVERSITY, TOKYO MEDICAL AND DENTAL UNIVERSITY และหากนั่งบัสไปอีกเล็กน้อยก็จะเป็น มหาวิทยาลัยโตเกียว TOKYO UNIVERSITY บริเวณนี้มีบรรยากาศที่เงียบสงบสมกับเป็นย่านการศึกษาเลย

 

เมื่อข้ามสะพานมาแล้วก็เลี้ยวขวาแยกที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นก็เดินข้ามถนนไปทางที่มีเซเว่นอีกรอบ และเดินไปทางขวา

 

เมื่อเดินมาทางขวาแล้ว ก็จะเจอโทริอิขนาดใหญ่ที่มีป้าย “ศาลเจ้าคันดะ”「KANDAMYOUJIN」อยู่ซ้ายมือ

เมื่อลอดโทริอิเข้าไปแล้ว ก็มุ่งหน้าไปทางโทริอิสีแดงที่อยู่ด้านในเลย

 

ด้านซ้ายของประตูจะมีที่ชำระล้างร่างกายที่เรียกว่า TEMIZUSHA อ่านว่า เทมิสึฉะ ซึ่งก่อนที่เราจะทำการสักการะศาลเจ้าเราจะต้องล้างมือล้างปากเพื่อชำระร่างกายก่อนค่ะ และด้านข้างที่ชำระล้างร่างกายก็คือ ต้นซากุระที่กลีบดอกร่วงลงไปหมดต้นแล้ว ซากุระได้เหลือร่องลอยกลีบดอกไว้ส่งท้ายด้วย

 

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงศาลเจ้าคันดะ『KANDA MYOUJIN』เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

ศาลเจ้าคันดะเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.1273 หรือเมื่อเกือบ 1300 ปีก่อน และในทุกๆ 2 ปี ของเดือนพฤษภาคมจะมีการจัดงานเทศกาลคันดะ「KANDA MATSURI」และงานเทศกาลนี้ก็กำลังได้รับความนิยมไม่เฉพาะคนญี่ปุ่น แต่ยังได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นด้วย「หนึ่งสาเหตุ」คืออะไรกันนะ ?

ครั้งหน้าเราจะมาแนะนำ “ศาลเจ้าคันดะ KANDA MYOUJIN” นะคะ

 

【ตารางการเดินทาง Day3-2 KOKYO-GAIEN/KANDA_MYOJIN】

 

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶