Day3-1 ช้อปปิ้ง ชมบรรยากาศย่านช้อปปิ้งสุดหรูของญี่ปุ่นที่ย่านกินซ่า「GINZA STREET」พร้อมการเดินทางไปพระราชวัง「KOKYO-GAIEN」 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-1 ช้อปปิ้ง ชมบรรยากาศย่านช้อปปิ้งสุดหรูของญี่ปุ่นที่ย่านกินซ่า「GINZA STREET」พร้อมการเดินทางไปพระราชวัง「KOKYO-GAIEN」

TOKYO-ODAWARA-KAMAKURA-TOKYO

เมื่อวาน ICHIGO-CHAN ได้เริ่มจากโอดาวาระ ODAWARA เอโนเด็น ENODEN คามาคุระ KAMAKURA เพื่อเดินดูซากุระที่กำลังบานอยู่ในช่วงนี้ จากนั้นก็ไปสัมผัสบรรยากาศ「SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING」หรือ แยกชิบูย่า

Day2-7 สัมผัสแยกที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดในโลกกับ「SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING」หรือ แยกชิบูย่า พร้อมทานดินเนอร์แสนอร่อยที่「OYAHINAYA」

และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว เราจะไปเที่ยวในเมืองโตเกียวให้เต็มที่ก่อนจะต้องขึ้นเครื่องกลับตอน 5 โมง

ก่อนอื่นเราจะไปช้อปปิ้งบริเวณรอบๆ โรงแรมที่ชิมบาชิ บริเวณย่านกินซ่า และ「KOKYO-GAIEN」พระราชวังที่เป็นที่ประทับของจักรพรรดิที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับราชวงค์ของไทย

 

ICHIGO-CHAN ได้ทำการเช็คเอ้าท์แล้วจากโรงแรม『HOTEL MUSSE GINZA』ที่อยู่ห่างจากสถานีชิมบาชิเป็นระยะทางที่สามารถเดินไปได้เพียง 6 นาที

 

โรงแรมจะอยู่ใกล้ๆ ช้อปปิ้งสตรีทของโตเกียว「GINZA STREET」ที่อยู่คู่กับชินจุกุ เราลองไปกันเลยดีกว่า การเดินทางจากโรงแรมไปถนนกินซ่านั้น ก่อนอื่นก็ต้องเดินออกจากโรงแรมและเลี้ยวขวาที่สี่แยกแรก(แยกที่มีเซเว่นเป็นสัญลักษณ์)

 

เมื่อออกมาจากโรงแรม และเลี้ยวขวาที่สี่แยกแล้ว ก็ตรงไปเรื่อยๆ เดินไปประมาณ 3 บล็อคก็จะเจอกับถนนเส้นใหญ่ที่เป็นถนนเส้นหลักของกินซ่า「GINZA STREET」

 

「GINZA STREET」นี้จะปิดถนนเพื่อให้คนเดินเป็น「HOKOUSHATENGOKU」ที่แปลว่า “ถนนที่ปิดให้คนเดินพักผ่อนในวันหยุด” ก็คือปิดถนนให้คนเดินในวันเสาร์และอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 12 นาฬิกาถึง 18 นาฬิกา ทั้งสองฝั่งข้างทางของถนนสายนี้ก็จะเต็มไปด้วยแบรนด์เนมแบบ ไฮดซ ทั้ง GUCCI หรือ HERMES นอกจากนี้ก็มี  SONY หรือ YAMAHA ให้มาลองสัมผัสสินค้าใหม่กันอีกด้วย

กินซ่ามีบรรยากาศที่สงบแบบย่านหรูหรา ซึ่งจะแตกต่างจาก ชินจุกุที่วุ่นวาย และย่านวัยรุ่นที่ชิบุย่าโดยสิ้นเชิง บางร้านอาจมีสาขาอยู่ที่ชินจุกุหรือที่ชิบุย่าด้วยเช่นกัน แต่สินค้าที่วางขายที่กินซ่าจะมีความแตกต่าง และมีแต่สินค้าดีๆ ที่ดูหรูกว่าวางจำหน่ายอยู่

 

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันชินจุกุจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย ส่วนกินซ่าก็จะมีลูกค้าหลักเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งหลังๆ มานี้กินซ่าเองก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ทำให้แบรนด์ Hi-Street อย่าง ZARA หรือ ร้านปลอดภาษี LAOX ได้เริ่มปะปนกับร้านแบรนด์ ไฮดซ ขึ้นมาบ้างค่ะ

 

จากถนนที่ยาวมาตั้งแต่「HOTEL MUSSE GINZA」และเข้าไปทางขวาเล็กน้อยที่「GINZA STREET」เราก็จะเจอกับร้านรองเท้า「Onitsuka Tiger」ที่มี「NIPPON MADE」เป็นสินค้าระดับ ไฮโซ ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงนี้ที่ประเทศไทยเอง「Onitsuka Tiger」ก็เริ่มมีช้อปเยอะขึ้น แต่ก็ยังสู้ประเทศญี่ปุ่นที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายแบบและถูกกว่าไม่ได้ ยังไงลองไปหาสินค้าที่หาซื้อไมได้ในประเทศไทยดูนะคะ เผื่อจะได้รองเท้ากลับไทยซักหนึ่งถึงสองคู่ค่ะ

 

และที่ต่อไปก็คือ YAMAHA ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับสินค้าทางดนตรี ซึ่งตึก YAMAHA ที่กินซ่านี้มีเครื่องดนตรีจำหน่ายอยู่ตั้งแต่ชั้น 1F ถึง 5F วางจำหน่ายสินค้าทางดนตรีทุกรูปแบบ ถ้าใครสนใจดนตรีหรือเครื่องดนตรีก็ลองแวะไปดูนะคะ

 

และเดินกลับมาที่ถนนเส้นที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่「HOTEL MUSSE」

เดินจาก「GINZA STREET」มาประมาณ 3 นาทีจนมาถึงสี่แยกใหญ่ เราก็จะเจอกับร้านรองเท้าแบรนด์ ASICS หรือ เอสิคส์ ซึ่งสินค้าที่ซื้อที่ญี่ปุ่นจะมีราคาถูกกว่าที่ไทยถึง 20-30% เลยทีเดียว(ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า)เพราะฉะนั้นเราสามารถเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายกว่าและถูกกว่าได้ที่นี่เลย

 

และเมื่อเลี้ยวซ้ายที่แยกร้านแบรนด์รองเท้าเอสิคส์ ASICS และตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับร้านข้าวหน้าปลาดิบที่เราเพิ่งทานไปเมื่อวานกับร้าน「SUSHI ZANMAI」และที่อยู่เลยร้านนี้ไปอีกก็คือ ทางเข้าไปสู่รถไฟใต้ดินสถานีชิมบาชิ

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปแล้ว ซึ่งเราจะต้องบินกลับไทยตอน 17 นาฬิกา เพราะฉะนั้นตอน 14 นาฬิกา เราก็ต้องเริ่มออกจากตัวเมืองโตเกียวแล้ว

ครั้งนี้เราจะนั่งไปนาริตะด้วยเงินเพียง 1000 เยน และยังได้ไปแบบด่วนด้วย กับรสบัสที่ชื่อว่า『ACCESS NARITA(アクセス成田)』

ACCESS NARITA นี้จะออกตัวจาก สถานีรถไฟใต้ดินกินซ่า หรือ สถานีโตเกียว

ดังนั้นก่อนอื่นเราจะต้องนั่งรถไฟใต้ดินเพื่อไปที่สถานีกินซ่ากัน เมื่อลงบันไดมาแล้ว ก็จะเจอเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติและเครื่องตรวจตั๋วทันทีเลยค่ะ

 

ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN ได้ซื้อตั๋ว『Tokyo Subway Ticket 48H』(1200 เยน)แล้วที่นาริตะตั้งแต่วันแรก

ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วอีกรอบ แต่สำหรับใครที่ต้องซื้อตั๋วปกติอยู่ก็ต้องเช็คราคาตั๋วรถไฟจากบอร์ดแผนผังรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติก่อน จากนั้นก็กดปุ่ม「Language」บนหน้าจอเพื่อเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาไทย และกดจำนวนเงิน จากนั้นใส่เงินเข้าไป เท่านี้ก็เรียบร้อย รถไฟของ TOKYO METRO นี้มีภาษาไทยด้วย ดีจริงๆ เลย

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็ผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วที่อยู่ด้านซ้ายมือข้างเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติได้เลย เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วมาแล้วก็ลงบันไดที่อยู่ตรงหน้าไป เพื่อไปขึ้นรถไฟสายกินซ่า กับรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่อาซากุสะ「ASAKUSA」

จากสถานีชิมบาชินั่งไปสถานีกินซ่าเพียง 1 สถานีใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที เมื่อถึงสถานีกินซ่าแล้ว ก็ขึ้นบันไดเลื่อนไป เมื่อขึ้นมาแล้วก็ผ่านช่องตรวจตั๋วที่อยู่ด้านขวามือไป และเลี้ยวไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็ตรงไปตามทางเรื่อยๆ

 

ตรงไปตามทางเรื่อยๆ ประมาณ 3 นาที ขึ้นบันไดที่มีเพียง 3 ขั้น แล้วเดินไปทางขวามือ และตรงไปเรื่อยๆ จนเจอตู้ล๊อคเกอร์ที่อยู่เลย STARBUCKS ไป เราไปฝากของที่ตู้นี้กันเลย

 

ตู้ล๊อคเกอร์ฝากของนี้จะมีอยู่ 3 ไซส์คือ S/M/L

โดย S จะเล็กที่สุด  300 เยน(ไม่สามารถใส่กระเป๋าเดินทางได้)

M ขนาดกลาง 500 เยน(สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดเล็กได้)

L ขนาดใหญ่  700 เยน(ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้)

วิธีใช้ตู้ล๊อคเกอร์ฝากของก็ง่ายนิดเดียว ก่อนอื่นก็นำสัมภาระที่ต้องการฝากไปใส่ตู้ที่ว่างตามขนาดที่ต้องการ และกดปิดประตูให้แน่น จากนั้นหน้าจอที่อยู่กลางตู้ก็จะแสดงผลให้ตรวจสอบเบอร์ของตู้ที่ใส่ของไปเพื่อเช็คความถูกต้อง หากถูกต้องเบอร์ตู้ตรงกับหน้าจอแล้วก็กดปุ่ม「NEXT」จากนั้นก็ชำระเงิน ตู้นี้สามารถชำระเงินได้ด้วย เงินสด หรือ IC CARD เช่น PASMO สำหรับคนที่ต้องการชำระเงินด้วย PASMO ก็แค่สัมผัส PASMO ไปที่เครื่องแตะบัตรเท่านี้ก็เรียบร้อย ส่วนคนที่ชำระเงินเป็นเงินสดก็ใส่เงินได้ปกติเลย

เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีกระดาษที่มีรหัสพิน PIN NO ออกมา รหัสนี้เป็นรหัสที่ใช้ในการนำของออกจากตู้ เพราะฉะนั้นต้องเก็บให้ดีๆ นะคะ

 

หลังจากที่เราฝากของแล้ว ก็เดินไปตามทางจากล๊อคเกอร์ เพื่อเดินไปขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมาแล้วก็จะเจอที่ขึ้นรถบัสไปสนามบินนาริตะอยู่ตรงหน้าเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะหลงเลย

ข้างๆ ที่ขึ้นรถบัสมีคนต่อแถวกันยาวเหยียด วันที่ ICHIGO-CHAN ไปเป็นวันที่วางจำหน่ายหวยที่มีรางวัลถึง 500 ล้านเยน ≒ 160 ล้านบาทด้วย ! ถ้าร้านหวยร้านไหนเคยมีคนถูกหวย ร้านนั้นก็จะมีคนมารอต่อแถวกว่าหลายร้อยคนเลย

 

เมื่อลงจากบันไดเลื่อนแล้ว ก็จะเจอสี่แยกทันที ให้เลี้ยวขวาที่แยกนี้ จากนั้นก็มุดทางเดินใต้ทางด่วนและตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอทางลอยรถไฟของเส้น JR หรือ ชินคันเซ็น ให้ลอดทางยกระดับไป และเดินเรียบไปเยื้องๆ ทางขวาเรื่อยๆ ก็จะมองเห็น BIC CAMERA

 

เลี้ยวไปทางซ้ายโดยให้ BIC CAMERA อยู่ตรงหน้า จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะออกมาสู่ถนนที่เป็นหิน「MARUNOUCHINAKA DORI」

ทั้งริมสองฝั่งข้างทางนอกจากจะมีร้านค้าแบรนด์เนมระดับหรูแล้ว ก็ยังมีศูนย์ให้ข้อมูล JNTO(องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น)ที่สามารถทดลองใส่ชุดยูกาตะได้แบบฟรีๆ

ดูบรรยากาศคลิ๊กเลย

 Day4-1 มารู้จักญี่ปุ่นให้มากขึ้นและสัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นกันที่「JNTO Tourist Information Center」

 

เดินตรงไปตามทางเรียบ BIC CAMERA ไปเรื่อยๆ ก็จะออกมาสู่ถนนใหญ่เรียบ KOKYO-GAIEN เมื่อออกมาสู่ถนนใหญ่แล้วก็เดินไปทางซ้าย

ไปจนถึงสี่แยกที่มีสายการบินไทย ให้ข้ามทางม้าลายเพื่อไปทางคูน้ำ เมื่อข้ามทางม้าลายมาแล้วก็เดินเรียบคูน้ำไปทางขวาเลย จากนั้นเราจะเจอตึกสูงๆของบริษัทใหญ่ อยู่ทางขวามือ แต่ให้เดินไปทางตรงกันข้ามคูน้ำไปทางป่าพระราชวัง ให้ความรู้สึกต่างจากเมืองอื่น ดูมีความสง่ามากๆ

 

เดินเรียบคูน้ำไปประมาณ 5 นาทีก็จะเจอสะพานข้ามคูอยู่ทางซ้ายมือ และเมื่อเดินไปเรื่อยๆ เราก็จะเห็นสวนเล็กๆ ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับวิวของต้นสนกับต้นซากุระอยู่ทางขวามือ

 

ด้านในสวนเล็กๆแห่งนี้ เราจะเห็นซากุระเรียงตลอดสองข้างทาง ซึ่งบริเวณโดยรอบนี้ถูกเรียกว่า「KOKYO-GAIEN」ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง(หากไม่มีงานหรือพิธีพิเศษ)ที่นี่เปิดให้คนนอกสามารถเข้าชมได้ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยี่ยมชม และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งถนนสายซากุระนี้เป็นซากุระที่มีกลีบซ้อนกันหลายชั้น ในพันธุ์ที่ชื่อว่า「YAEZAKURA」หรือ ยาเอะซากุระ ซึ่งเมื่อเทียบกับพันธุ์ซากุระแบบที่เห็นได้ทั่วไปอย่าง「SOMEIYOSHINO」แล้วพันธุ์นี้จะบานช้ากว่า หากเทียบกับปีก่อนๆ แล้วเราจะสามารถชมดอกซากุระพันธุ์ ยาเอะซากุระ นี้ได้พอดีในช่วงวันหยุดสงกรานต์เลย

 

ICHIGO-CHAN ได้เดินเล่นช้อปปิ้งที่ 「GINZA STREET」แล้ว

 

เราจะเข้าไปข้างในพระราชวังเพื่อไปเที่ยวชมบริเวณรอบๆ「NIJUBASHI」กันค่ะ

ครั้งต่อไปเราจะเข้าไปชมภายในพระราชวังและบริเวณสะพานนิจู NIJUBASHI ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตไปในญี่ปุ่นสมัยก่อน ที่ตั้งอยู่ในกลางเมืองโตเกียว

 

【ตารางการเดินนทาง Day3-1 GINZA STREET/KOKYO-GAIEN】

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶