Day2-7 สัมผัสแยกที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดในโลกกับ「SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING」หรือ แยกชิบูย่า พร้อมทานดินเนอร์แสนอร่อยที่「OYAHINAYA」 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day2-7 สัมผัสแยกที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดในโลกกับ「SHIBUYA SCRAMBLE CROSSINGหรือ แยกชิบูย่า พร้อมทานดินเนอร์แสนอร่อยที่「OYAHINAYA」

TOKYO-ODAWARA-KAMAKURA-TOKYO

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้ตามดูซากุระที่ โอดาวาระ และคามาคุระแบบเต็มที่แล้ว ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาที่ชิบุย่าเพื่อจะไปแยกที่เรียกได้ว่าเป็นแยกที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดในโลกเลยที่「SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING」หรือ แยกชิบูย่า

Day2-6 เที่ยวชมย่านร้านค้าโคมาจิ「KOMACHI DORI」เพื่อเดินทางไปยัง ศาลเจ้าซุรุงะโอกะ ฮาจิมังกุ「TSURUOKA-HACHIMANGU」และบ่อน้ำเก็นเป

เป็นสถานที่ในโตเกียวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมามากที่สุดที่「SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING」หรือ แยกชิบูย่า เราไปดูบรรยากาศกันเลยว่าจะเป็นยังไง

 

นั่งรถไฟจากคามาคุระมาประมาณ 1 ชั่วโมง และเราก็มาถึง「HACHIKO EXIT」ประตูทางออกฮาจิโกะ หรือ รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะที่สถานีชิบุย่าแล้ว เมื่อออกจากช่องตั๋วตรวจมาเราก็จะเห็นแต่วัยรุ่นทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเต็มไปหมด ซึ่งสัญลักษณ์ของชิบุย่าอย่างหนึ่งก็คือ รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ「HACHIKO」เป็นสุนัขจงรักภักดีที่รอเจ้านายที่ตายไปแล้วหน้าสถานีชิบุย่าเป็นเวลากว่า 10 ปี สุนัขที่ชื่อว่าฮาจินี้ก็ยังสร้างความซาบซึ้งให้คนญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และรูปปั้นนี้ก็กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชิบุย่าไปโดยปริยาย

 

ลานกว้างหน้าสถานีที่เมื่อก่อนฮาจิโกะเคยมารอเจ้านายที่นี่นั้น ผ่านไปแล้วเกือบ 100 กว่าปีสถานที่นี้ก็กลายเป็นที่ที่เต็มไปด้วยกลุ่มวัยรุ่นมากมาย ถ้าเปรียบเทียบที่ไทยก็คงจะเหมือนสยาม ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ผู้คนมากมายทุกทาง

และก็มีผู้คนที่ต้องการมาดูบรรยากาศที่นี่จนทำให้คนยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก

 

「SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING」หรือ แยกชิบูย่าจะอยู่หน้าประตูทางออกฮาจิโกะสถานีชิบูย่าเลยค่ะ เมื่ออกจากช่องตรวจตั๋วมาแล้วก็ตรงไปเรื่อยๆ ถ้าออกมาแล้วเราจะรู้ทันทีเลยว่าแยกชิบูย่าอยู่ที่ไหน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลย

และด้านข้างแยกชิบุย่า ที่มีอิฐกระถางดอกไม้และที่กั้นถนนนั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังถ่ายรูปแยกชิบุย่ากันเต็มไปหมด

 

 

 

 

เรามาข้ามแยกชิบุย่ากันเลย คนแน่นมาก ระหว่างข้ามเราก็จะเห็นฝรั่งยกกล้องขึ้นมาถ่ายบรรยากาศอยู่บ้างประปราย ซึ่งในนั้นก็มี YouTuber ที่กำลังถ่าย SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING หรือแยกชิบุย่าอยู่ด้วย

 

เมื่อข้ามแยกชิบูย่ามาแล้ว เราสามารถชมวิวแยกชิบูย่าได้จากมุมบนที่ตึกที่มีร้านหนังสือ TSUTAYA อยู่ จากสตาร์บัคส์ที่อยู่ชั้น 2F ในส่วนที่นั่งริมหน้าต่างค่ะ

ซึ่งข้อควรระวังของการถ่ายแยกชิบูย่าจากมุมนี้คือ หากถ่ายแบบส่วนตัว หรือถ่ายรูปธรรมดาก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ แต่หากใครถ่ายเพื่อนำไปลงเว็บไซด์ต่างๆ จะต้องขออนุญาติก่อนการถ่ายทำค่ะ

 

 

 

 

 

 

ครั้งนี้เราได้ขออนุญาติเอาไว้ก่อนแล้ว จึงได้นำบรรยากาศ SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING หรือ แยกชิบุย่า มาให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ ถึงจะเป็นวันธรรมดาแต่คนก็ยังเยอะมากๆ ซึ่งยิ่งถ้าเป็นวันหยุดคนก็จะเยอะกว่านี้เป็นสองเท่าเลยค่ะ

 

เมื่อข้าม SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING หรือ แยกชิบุย่า ไปเส้นทางที่อยู่เยื้องไปทางขวาก็คือ「SHIBUYA CENTER-GAI」ที่มีทั้ง「FOREVER21」หรือ「ZARA」ร้านเสื้อผ้ายอดนิยมในหมู่วัยรุ่น เมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้วที่ญี่ปุ่นจะมีภาษีนำเข้าที่ถูกกว่า เพราะฉะนั้นการช้อปปิ้งเกี่ยวกับแฟชั่นส่วนใหญ่ก็จะถูกกว่าที่ไทย ถึงจะไม่ได้เป็นร้านของญี่ปุ่นแต่ถ้าใครสนใจไปเลือกซื้อของดูก็ไม่เสียหายอะไรนะคะ

 

เมื่อเดินจาก SHIBUYA CENTER-GAI กลับมาที่แยกชิบุย่า ก็จะเจอตึก「109」อยู่ทางด้านขวามือทันที ตึกนี้เป็นรวมแฟชั่นเอาไว้มากมาย สำหรับวัยรุ่นตั้งแต่เด็กมัธยมต้นเลย และแขกที่มาเที่ยวที่ตึกนี้กว่า 30% ก็เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ถ้าใครพาเด็กๆ วัยรุ่นมาด้วยก็ลองแวะไปดูนะคะ ถูกใจวัยรุ่นแน่นอนค่ะ

 

หลังจากที่เราได้สัมผัสบรรยากาศที่แยกชิบุย่าแล้ว ต่อไปเราไปดินเนอร์ที่ร้านอิซากายะ ร้านเหล้าของญี่ปุ่นกันเลยค่ะ

เดินจากลานกว้างหน้าสถานีชิบูย่าข้ามแยกชิบูย่า และตรงไปทางตึก109 ที่ไม่ใช่ทางตึก TSUTAYA เมื่อข้ามแยกมาแล้วก็เข้าซอยแรกไปทางซ้าย และเมื่อเข้าไปซักพักก็จะเจอป้ายที่มีไก่ถือเบียร์และไก่ย่างอยู่ด้านขวามือ ให้เดินเข้าไปตามลูกศรจามภาพเลย

 

ร้านที่ ICHIGO-CHAN เลือกในวันนี้ก็คือร้านเหล้าที่มีเมนูหลักเป็นไก่ย่าง หรือยากิโทริ ชื่อร้าน「OYAHINAYAおやひなや」อ่านว่า โอยาฮินายะ เดินจากสถานีชิบูย่ามาเพียง 2 นาทีเท่านั้น ทั้งเดินทางสะดวก และก็มีอาหารเมนูไก่อร่อยๆ มากมายเลย

 

ที่ร้านก็จะมีทั้งที่นั่งตั้งแต่สำหรับ 2 คนไปจนถึงที่นั่งแบบโซฟาที่สามารถนั่งได้ทีเดียว 20 คนเ ร้านนี้ถึงจะเป็นวันธรรมดา แต่ตั้งแต่ช่วงเวลา 2 ทุ่มคนก็จะแน่นร้านเลย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากแนะนำให้ไปตั้งแต่เช้าเลยค่ะ

 

มีเมนูไก่ที่เป็นเมนูหลักของร้านอยู่หลากหลายชนิด ซึ่งเมนูขึ้นชื่อของร้านก็คือ「HONETSUKIDORI」เป็นเมนูคล้ายไก่ย่างติดกระดูกราดด้วยซอสแบบญี่ปุ่น ทั้งเนื้อแน่น ๆ แบบ「OYA」อ่านว่า โอยะ และเนื้อนิ่มๆ ทานง่ายแบบ「HINA」อ่านว่า ฮินะ

ทั้งหมด 780 เยน นอกจากนี้ก็มี เมนูไก่ย่างแต่ละชนิด หรือ ข้าวหน้าไก่ไข่ OYAKOJUU(1380 เยน)และแน่นอนว่ามีข้าวปั้นโอนิงิริ(120 เยน)ไอศกรีม(280 เยน)ที่เป็นเมนูเสริมหรือของหวานอยู่ด้วย

 

ICHIGO-CHAN สั่ง HIYAYAKKO หรือ เต้าหู้เย็น(280 เยน)มาเป็นอย่างแรก และสิ่งที่มาด้วยก็คือ ถั่วแระ(200 เยน)ที่มาแทนค่าเซอร์วิสชาร์ตแบบที่ไทยค่ะ

เราสามารถสั่งให้ร้านใส่วาซาบิมาในเต้าหู้เย็นได้ด้วยค่ะ โดยพูดว่า

 

「SUMIMASEN WASABI WO MORATTE IIDESUKA??」

(ซูมิมาเซ็น 、วาซาบิ โอะ โมรัตเตะโมะ อี้เดสก้ะ??)แปลว่า ขอวาซาบิหน่อยได้ไหมคะ ??

 

เท่านี้พนักงานก็จะนำวาซาบิมาให้เราค่ะ

และอาหารจานหลักของ ICHIGO-CHAN ในวันนี้ก็คือ ข้าวหน้าไก่ไข่ OYAKOJUU(1380 เยน)จานเมนู ข้าวหน้าไก่ไข่ OYAKOJUU ใหญ่เท่าหน้า ICHIGO-CHAN เลย เนื้อที่ถูกใช้ในเมนูข้าวหน้าไก่ไข่ OYAKOJUU นั้นไม่ใช่เนื้อไก่แบบธรรมดาแต่เป็นเนื้อไก่จากไก่แบบติดกระดูก พร้อมหนังกรอบๆ และกลิ่นหอมๆ ของกระเทียม ทำให้เมนูนี้อร่อยถูกปากมากๆ เลย

 

เต้าหู้เย็นข้าวหน้าไก่ไข่ OYAKOJUU ถั่วแระ และเครื่องดื่มรวมกันแล้วทั้งหมด 2500 เยนเท่านั้น ทั้งพนักงานที่นำวาซาบิมาให้(ในขณะที่คนเต็มร้าน)แถมยังให้เราถ่ายบรรยากาศภายในร้านด้วย ไม่ว่า ICHIGO-CHAN จะขออะไรก็ยิ้มต้อนรับตลอดเลยค่ะ ร้านนี้แนะนำเลยค่ะ

 

หลังจาก ICHIGO-CHAN ทานดินเนอร์จนท้องอิ่มแล้ว เราก็จะจบทริปของวันนี้ด้วยการช้อปปิ้งอีกเล็กน้อยบริเวณรอบๆ ที่พักของเรา จากชิบุย่าไป ชิมบาชิบริเวณใกล้ๆ โรงแรมของเรา สามารถเดินทางไปได้ด้วยการนั่งรถไฟใต้ดินสายกินซ่า GINZA SUBWAY LINE

ก่อนอื่นก็ต้องออกจากร้านไปทางซ้ายมือ เมื่อมาถึงสามแยกก็เลี้ยวไปทางขวา และเดินไปประมาณ 30 วินาทีก็จะมาถึงบันไดเลื่อนที่จะขึ้นไปสู่ทางเดินไปสถานีชิบูย่า ขึ้นบันไดเลื่อนมาแล้วก็ยูเทิร์นไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับบันไดเพื่อขึ้นไปรถไฟใต้ดินสายกินซ่า GINZA SUBWAY LINE

 

เมื่อขึ้นบันไดมาแล้วก็จะเจอเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติอยู่ตรงหน้าทันที ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN ได้ซื้อ『Tokyo Subway Ticket 48H』(1200 เยน)เอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่สนามบินนาริตะ

ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วแล้ว แต่สำหรับใครที่ต้องซื้อตั๋วปกติก็สามารถเช็คราคาตั๋วได้จากแผนผังราคาตั๋วที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ เมื่อเช็คเรียบร้อยแล้วก็กด「Language」ที่อยู่บนขวาหน้าจอ เพื่อเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาไทย จากนั้นก็กดจำนวนราคาตั๋ว ใส่เงินเข้าไป เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ บริษัทรถไฟ Tokyo Metro นี้รองรับภาษาไทยทั้งในโฮมเพจและเครื่องจำหน่ายตั๋ว สะดวกสำหรับคนไทยมากๆ

 

จากนั้นก็ผ่านช่องตรวจตั๋วที่อยู่ข้างเครื่องจำหน่ายตั๋วไปเพื่อขึ้นรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่อาซากุสะ「ASAKUSA」ซึ่งสถานีชิบุย่าเป็นสถานีต้นทางของสายกินซ่า GINZA SUBWAY LINE ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะขึ้นผิดขบวนเลยค่ะ สามารถนั่งรถไฟที่มาจอดได้เลย นั่งจากสถานีชิบูย่าไป 14 นาทีเพื่อไปลงที่สถานีชิมบาชิ

เมื่อถึงสถานีชิมบาชิแล้วก็ขึ้นบันไดที่อยู่โซนด้านหน้าชานชาลาเพื่อขึ้นไปสู่ลานจุดนัดพบของสถานี เมื่อขึ้นบันไดมาแล้วก็จะเจอช่องตรวจตั๋วอยู่สองฝั่งคือ ด้านหน้า และ ด้านซ้ายมือ ให้ผ่านออกจากช่องซ้ายมือ และเดินไปทางซ้ายเรื่อยๆค่ะ

 

เมื่อเดินมาทางซ้ายจากช่องตรวจตั๋วแล้วเดินไปเรื่อยๆ จนสุดทาง ก็ขึ้นบันไดจากทางออกเบอร์ 1 ที่อยู่ซ้ายมือเพื่อขึ้นมาสู่ชั้นบนดิน เมื่อขึ้นมาสู่ชั้นบนดินแล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ โดยให้บันไดอยู่ด้านหลัง และเลี้ยวซ้ายที่แยกใหญ่

 

เมื่อเลี้ยวซ้ายที่แยกใหญ่แล้ว ก็จะเจอซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใต้ทางด่วนชื่อ『HANAMASA』อ่านว่า ฮานะมาสะ

ที่นี่จะจำหน่ายทั้งอาหารต่างๆ และผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะสตอเบอรี่หลากหลายชนิดตั้งแต่พันธุ์ 「AMAOU」หรือ「SAGAHONOKA」และที่ด้านหลังซุปเปอร์ฮานะมาสะก็คือ ดองกิโฮเตะ ที่เราคุ้นเคยกันดีค่ะ มีทั้งขนมถุง ยา เครื่องสำอาง สินค้าราคาถูกมากมาย เมื่อเทียบกับ สาขาชินจุกุคาบูกิโจ แล้วที่นี่อาจจะเล็กกว่าหน่อย แต่ก็มีของฝากอยู่อย่างครบครัน อีกทั้งเรายังไม่ต้องต่อแถวรอนานด้วย ก็ถือว่าสะดวกอยู่พอสมควรเลยค่ะ

 

จะไปโรงแรมก็ต้องเลี้ยวขวาที่แยกที่อยู่เลยซุปเปอร์ฮานะมาสะ และเดินตรงไปเรื่อยๆ และเลี้ยวไปทางซ้ายที่สี่แยกที่มีดองกิโฮเตะอยู่ทางขวามือ และ Mitsui Garden Hotel อยู่ทางซ้ายมือ

จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกที่สอง โรงแรม「HOTEL MUSSE」คือตึกที่มีเซเว่นอยู่ค่ะ

 

ICHIGO-CHAN เริ่มดูซากุระจาก โอดวาระ เอโนะเด็น คามาคุระ ไปเรื่อยๆ จากนั้นก็สัมผัสบรรยากาศแยกที่คนเยอะที่สุดอย่าง SHIBUYA SCRAMBLE CROSSING หรือ แยกชิบูย่าแล้ว ก็หมดไปแล้วอีกหนึ่งวันค่ะ ทริปของเราในครั้งนี้เหลืออีกแค่ 1 วันเท่านั้น พรุ่งนี้เราก็จะไปเที่ยวโตเกียวให้เต็มที่เลยค่ะ สำหรับวันนี้ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

【ตารางการเดินทาง Day2-7 SHIBUYA CROSSING/OYAHINAYA/HOTEL MUSSE GINZA】



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶