Day1-6 แวะชมซากุระใจกลางเมืองโตเกียวที่ศาลเจ้าฮานะโซโนะ「HANAZONO-JINJA」ก่อนเดินทางไปยังโรมแรม「HOTEL MUSSE GINZA MEITETSU」 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-6 แวะชมซากุระใจกลางเมืองโตเกียวที่ศาลเจ้าฮานะโซโนะ「HANAZONO-JINJA」ก่อนเดินทางไปยังโรมแรม「HOTEL MUSSE GINZA MEITETSU」

TOKYO-ODAWARA-KAMAKURA-TOKYO

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้ไปช้อปปิ้งที่ชินจุกุ และทานอาหารเย็นที่ร้านราเม็งชื่อดัง คามูคูระ「KAMUKURAYA」แล้ว

Day1-5 ช้อปปิ้งย่านชินจุกุ ทั้ง「BICQLO」หรือ 「ABC MART」สาขาใหญ่ พร้อมแวะทานร้านยอดฮิตราเม็งคามูคูระ「KAMUKURA」

ก่อนที่เราจะกลับไปโรงแรม จะขอแวะไปดูดอกซากุระในตอนกลางคืนที่ศาลเจ้าฮานาโซโนะ「HANAZONO JINJA」ระหว่างทางกันซะหน่อย เป็นศาลเจ้าที่อยู่กลางชินจุกุ ที่สามารถชมซากุระไปพร้อมๆ กันโทริอิสีแดงที่ดูเป็นญี่ปุ่นมากๆ ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ครั้งนี้เราจะพาไปชมซากุระที่ศาลเจ้าฮานาโซโนะ「HANAZONO JINJA」และไปโรงแรม「HOTEL MUSSE GINZA MEITETSU MEITETSU」กันค่ะ

 

เดินออกจากสี่แยกดองกี้ที่คาบุกิโจมาประมาณ 5 นาที ก็จะเจอกับศาลเจ้าที่ตั้งอยู่กลางความเจริญที่อึกทึกอย่างเงียบสงบกับศาลเจ้าฮานาโซโนะ『HANAZONO-JINJA』

เป็นศาลเจ้าที่อยู่ใกล้ย่านชินจุกุ เดินมาจากคาบุกิโจเพียงแค่แปปเดียว เป็นศาลเจ้าที่มีมาตั้งแต่ตอนที่พื้นที่ในชินจุกุยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ก่อนที่จะกลายเป็นเมืองที่เจริญเหมือนในขณะนี้ และเป็นที่เลื่อมใสของคนในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ในสมัยก่อนเลยค่ะ และในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะมีการจัดงานเทศกาลโทริโนะอิจิ「TORINOICHI」ขึ้นที่นี่และมีร้านแผงลอยที่จำหน่าย「KUMADE」“คูมาเดะ”  ที่แปลว่าคราดไม้ไผ่(เป็นคราดนำโชคเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง ประดับตกแต่งสวยงาม) มาออกร้านมากมายกว่า 60 ร้าน นอกจากนี้เมื่อรวมร้านแผงลอยทั่วไปที่ขายอาหาร ของเล่น หรือเครื่องดื่มรวมแล้วก็มีร้านแผงลอยภายในงานมากกว่า 200 ร้านเลยทีเดียว เป็นงานที่จะจัดขึ้นก่อนเข้าช่วงฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงของพื้นที่นี่เลยค่ะ

 

และเมื่อเดินไปตามทางที่มีแสงไฟจากโคมไฟก็จะเจอด้านในศาลเจ้าอยู่ทางซ้ายมือ และเมื่อเดินเข้าไปในบริเวณศาลเจ้าที่เป็นพื้นยกระดับขึ้นมาเล็กน้อยก็จะเจอซากุระอยู่ตามทางถูกแสงไฟกลางคืนสาดส่องอย่างสวยงาม (ถึงแม้ว่ากรีบดอกจะร่วงโรยไปแล้วก็ตาม)เมื่อเทียบกับสวนอุเอโนะหรือสวนซุมิดะแล้วซากุระที่นี่จะบานช้ากว่า อาจเป็นเพราะต้นซากุระถูกตึกบังแสงแดดจึงทำให้บานช้ากว่าที่อื่น

 

ถึงแม้ว่าซากุระที่นี่จะบานอยู่ แต่คนไม่ค่อยเยอะเลย มีแต่คนทำงาน คนที่มาเป็นคู่ และนักท่องเที่ยวอยู่ประปรายเท่านั้น ทำให้เราสามารถชมซากุระและถ่ายรูปได้ในบรรยากาศที่สงบ

 

เนื่องจากแสงที่ส่องมาจากตึกรอบๆ บริเวณนี้ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลา 4 ทุ่มแล้วแต่ก็ยังสว่างอยู่เลย

หากลองตั้งการเปิดรับแสงของชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปให้มากขึ้น และปรับความเร็วของชัตเตอร์ให้ช้าลงก็จะได้รูปประมาณนี้เลยค่ะ ทั้งๆที่ดึกแล้วแต่ถ่ายออกมาได้เหมือนตอนกลางวันเลย ลองไปหามุมสวยๆถ่ายดูนะคะ

 

เมื่อเข้าไปด้านในศาลเจ้าฮานาโซโนะและก็จะเจอศาลเจ้าย่อยชื่อ ศาลเจ้าอิโตคุ อินาริ「YUTOKU INARI JINJA」เป็นศาลเจ้าที่มีโทริอิเล็กๆ เรียงกัน และเด่นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา การมีลูก และเรื่องความรักค่ะ และที่สำคัญลักษณะเด่นของศาลเจ้านี้คือ.............ลองค้นหาใน Google คำว่า「HANAZONO ITOKUINARI」ดูนะคะแล้วจะรู้ค่ะว่าศาลเจ้าหน้าตาเป็นยังไง 555

 

ทางเข้าศาลเจ้าอิโตคุ อินาริ「YUTOKU INARI JINJA」มีดอกชิดาเระซากุระบานอยู่ด้วย ได้มุมที่มีดอกซากุระกับโทริอิสีแดงด้วย

 

พอแวะศาลเจ้าฮานะโซโนะเรียบร้อยแล้ว ก็ไปโรงแรม「HOTEL MUSSE GINZA MEITETSU」กันเลย สถานีที่ใกล้โรงแรมนี้มากที่สุดก็คือสถานีชิมบาชิ SHINBASHI STATION

โดยต้องนั่งรถไฟใต้ดินสายมารุโนะอุจิ MARUNOUCHI SUBWAY LINE และสายกินซ่า GINZA SUBWAY LINE เพื่อไปลงที่สถานีชิมบาชิค่ะ

ก่อนอื่นก็ต้องออกมาจากศาลเจ้าโดยเดินผ่านโทริอิที่มีซากุระอยู่ตามทาง จากนั้นก็เดินออกมาตามทางก็จะเจอทางเข้ารถไฟใต้ดินสถานีชินจุกุซันโจเมะ SHINJUKU-SANCHOME STATION อยู่ขวามือ

ลงบันไดไปและไปทางขวา เดินไปตามทางเดินประมาณ 200m และขึ้นบันไดเลื่อนไป

 

เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมาแล้ว ก็เดินไปตามทางเดินที่อยู่เยื้องไปทางขวาและผ่านช่องตั๋วตรวจไป ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN ได้ซื้อตั๋วนั่งรถไฟใต้ดินสุดคุ้ม『TOKYO SUBWAY TICKET』ที่สามารถนั่งรถไฟใต้ดินในโตเกียวได้แบบไม่อั้นแบบ 48 ชั่วโมง ดังนั้นเราจะใช้บัตรนี้ผ่านเข้าไปเลยนะคะ เมื่อผ่านมาแล้วก็ลงบันไดที่อยู่ตรงหน้าเพื่อลงไปที่ชานชาลากันเลยค่ะ

 

สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อตั๋วที่กล่าวข้างต้นนะคะ เราจะมาบอกวิธีซื้อตั๋วรถไฟกันค่ะ เครื่องจำหน่ายตั๋วจะอยู่ด้านขวามือของช่องตรวจตั๋วค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องเช็คราคาสถานีที่เราจะไปลงก่อนจากบอร์ดแผนผังรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วค่ะ เมื่อเช็คเรียบร้อยก็มาถึงขั้นตอนการซื้อตั๋วค่ะ

อันดับแรกก็กดไปที่「Language」เพื่อเปลี่ยนภาษค่ะ ถ้ามีภาษาไทยก็เลือกไทย แต่ถ้าไม่มีภาษาไทยก็เลือกภาษาอังกฤษแทนค่ะ จากนั้นก็กดราคาตั๋วตามที่ได้เช็คไปเมื่อสักครู่ ถ้าหากต้องการซื้อตั๋วมากกว่า 1 ใบแต่ไม่เกิน 3 คนก็สามารถกดเลือกจำนวนคนได้จากปุ่มที่อยู่ข้างซ้ายข้างหน้าจอค่ะ เมื่อเลือกแล้วก็ใส่เงิน เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ

เดินทางจากสถานีชินจุกุซันโจเมะไปสถานีชิมบาชิ ราคาตั๋วผู้ใหญ่ 170 เยนต่อคน ถ้าซื้อ 3 คนก็ 510 เยนค่ะ

 

เมื่อลงมาที่ชานชาลาเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นรถไฟจากชานชาลาเบอร์ 2 กับรถไฟที่จะมุ่งหน้าไปสู่「อิเคะบูคูโระ IKEBUKURO」ค่ะ

เมื่อถึงสถานีที่ 4 สถานีอากาซากะ มิสึเกะ AKASAKA MITSUKE STATION แล้วก็ลงจากรถไฟ และเดินไปขึ้นรางรถไฟที่อยู่ตรงกันข้าม สายกินซ่าที่เป็นสีเหลือง GINZA SUBWAY LINE กับรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่「อาซากุสะ ASAKUSA」

จากนั้นก็นั่งไป 3 สถานีเพื่อไปลงที่สถานีชิมบาชิ และขึ้นบันไดที่อยู่ฝั่งด้านหน้าของชานชาลาเพื่อขึ้นบันไดไปที่ลานจุดนัดพบค่ะ

 

เมื่อขึ้นมาสู่ลานจุดนัดพบแล้ว ก็จะเจอช่องตรวจตั๋วอยู่สองฝั่งด้านหน้าและด้านซ้าย ให้ผ่านช่องที่อยู่ด้านซ้ายเพื่อเดินไปทางซ้าย และเดินไปตามทางเดินยาวๆ เรื่อยๆ จนสุดทางเดินและขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปสู่ชั้นบนดินที่ประตูทางออกเบอร์ 1 เพื่อขึ้นไปแล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ

 

เดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านสี่แยกไฟแดงและเลี้ยวซ้ายที่หน้าร้านกาแฟชื่อ「MIYAKOSHIYA COFFEE」เดินลอดข้ามทางใต้ทางด่วนไปแล้วเลี้ยวขวาทันที และเดินเรียบทางด่วนไปเรื่อยๆ

เมื่อเจอดองกี้ที่อยู่ใต้ทางด่วน และทางซ้ายมือเป็น「MUTSUI GARDEN HOTEL」ก็เลี้ยวซ้ายที่มุมนั้นเลย

 

เมื่อเลี้ยวซ้ายที่มุมโรงแรม MUTSUI GARDEN HOTEL แล้วเดินตรงไปอีก 2 บล็อคก็จะเจอกับโรงแรมที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมากับโรงแรม『HOTEL MUSSE GINZA MEITETSU』

เป็นโรงแรมที่มีเซเว่นอยู่ชั้น 1F เป็นสัญลักษณ์ค่ะ

 

ฟร้อนท์โรงแรมจะอยู่ที่ชั้น 2F

เมื่อเข้าทางเข้ามาแล้วก็สามารถขึ้นบันไดหรือขึ้นลิฟต์มาที่ฟร้อนท์ได้เลย ลิฟต์อาจจะมาช้าบ้างขึ้นอยู่กับเวลา ถ้าใครของเยอะก็แนะนำให้ขึ้นลิฟต์เลย แต่ถ้าของไม่เยอะก็ขึ้นบันไดไปแค่ชั้นเดียว และเราก็จะขึ้นมาสู่ฟร้อนท์ กว้างขวาง สว่างแล้วก็ดูดีมากๆ มีโซฟาอยู่ที่ล็อบบี้ด้วยนั่งรอได้สบายเลย

 

ถึงโรงแรมนี้จะเพิ่งให้บริการ แต่พนักงานที่นี่มืออาชีพทั้งนั้นเลย ยิ้มแย้มต้อนรับ ICHIGO-CHAN อย่างดีเลย

 

โรงแรมนี้มีทั้งหมด 13F ชั้น เราสามารถขึ้นไปแต่ละชั้นได้ด้วยลิฟต์ ถ้าเป็นแบบปกติก็ต้องแตะคีย์การ์ดก่อนถึงจะกดชั้นที่ต้องการไปได้ แต่ลิฟต์ของ「HOTEL MUSSE GINZA MEITETSU」แค่เราแตะคีย์การ์ดไปลิฟต์ก็จพาไปที่ชั้นห้องพักของเราเลย เจ๋งสุด ๆ

 

โรงแรมยังใหม่มากๆ กลิ่นก็ยังใหม่อยู่เลย ห้องจะเป็นยังไงน้า ตื่นเต้นจังเลย

 

ถึงแล้วค่ะ ห้อง ICHIGO-CHAN เป็นแบบ Twin Room เป็นแบบสองเตียงติดกัน ทำให้นอนได้แบบสบายๆ ผู้ใหญ่ 2 คนกับเด็ก 1 คนก็นอนด้วยกันได้เลย

 

ที่ห้องมี Tablet บริการให้ที่ห้องด้วย(ไม่สามารถนำออกจากห้องพัก)ซึ่ง Tablet นี้จะบอกข้อมูลแผนที่ของแต่ละชั้นภายในโรงแรม หรือข้อมูลแนะนำการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ร้านอาหารแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยวภายในโตเกียว หรือสามารถใช้  Tablet ในการหาข้อมูลต่างๆ ได้ด้วย แน่นอนว่าสามารถใช้เป็นระบบ Android ได้ด้วย ซึ่ง Tablet นี้ถึงจะไม่มีภาษาไทย แต่ก็รองรับภาษาอังกฤษ จีน หรือเกาหลีด้วย

 

ห้องน้ำของที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นเล็กน้อยตรงที่ ห้องอาบน้ำกับห้องน้ำจะแยกออกจากกัน สำหรับใครที่ชอบแช่น้ำ ก็สามารถแช่ได้แบบสบายๆ ไม่ต้องมีใครมากวนใจระหว่างอาบน้ำเลย ส่วนเพื่อนหรือครอบครัวที่พักด้วยกันก็สามารถเข้าห้องน้ำได้สบายเลย

 

ตั้งแต่ถึงโตเกียว ICHIGO-CHAN เที่ยวชมซากุระทั้งวันจนเหนื่อย แต่นี่ก็เพิ่งวันแรกของทริป น่าเสียดายที่ช่วงนี้ซากุระเริ่มร่วงเกือบหมดแล้ว แต่พรุ่งนี้เราก็จะไปโอะดะวาระ ODAWARA และคะมาคุระ Kamakura เพื่อไปชมซากุระโซเมอิโยชิโนะ「SOMEIYOSHINO」ที่เป็นพันธุ์ที่เป็นตัวแทนของซากุระญี่ปุ่นกัน

พรุ่งนี้เราจะไปดูบรรยากาศอาหารเช้าของโรงแรม และการเดินทางไปโอะดะวาระ Odawara กัน

 

【ตารางการเดินทาง Day1-5 HANAZONO JINJA SHRINE/HOTEL MUSSE GINZA】

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶