Day1-4 รีวิวบรรยากาศแบบงานวัดของญี่ปุ่น ในเทศกาลดอกไม้「HANA MATSURI」ที่ชิโนบาสุโนะอิเกะเบ็นเท็นโด「SHINOBAZUNOIKE BENTENDO」ใจกลางเมืองโตเกียว | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-4 รีวิวบรรยากาศแบบงานวัดของญี่ปุ่น ในเทศกาลดอกไม้「HANA MATSURI」ที่ชิโนบาสุโนะอิเกะเบ็นเท็นโด「SHINOBAZUNOIKE BENTENDO」ใจกลางเมืองโตเกียว

TOKYO-ODAWARA-KAMAKURA-TOKYO

ICHIGO-CHAN ได้พาทุกคนไปชมบรรยากาศงานชมดอกซากุระที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่นที่ สวนอุเอโนะ「UENO PARK」กันแล้ว

Day1-3 ชมซากุระและบรรยากาศเทศกาลชมดอกไม้ของญี่ปุ่นที่สวนอุเอโนะ「UENO PARK」ในกลางเมืองโตเกียว

ตอนนี้เราก็มาที่ ชิโนบาสุโนะอิเกะเบ็นเท็นโด「SHINOBAZUNOIKE BENTENDO」ที่เรียกบริเวณโดยรอบนี้ว่า “เบ็นไซเท็น”BENZAITEN อยู่ข้างสวนอุเอโนะที่เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลดอกไม้「HANA MATSURI」

ครั้งนี้เราจะพาทุกคนไปชมบรรยากาศ「งานวัด」「ENNICHI อ่านว่า เอ็นนิจิ」ของญี่ปุ่นที่มีทั้งร้านแผงลอยจำหน่ายอาหารต่างๆมากมาย และบรรยากาศงานเทศกาลดอกไม้ที่ชิโนบาสุโนะอิเกะเบ็นเท็นโดกันค่ะ

 

ออกจาก ศาลเจ้าฮานาโซโนะ อินาริ「HANAZONO INARI SHRINE」ที่มีโทริอิสีแดงเรียงกันให้ความรู้สึกเหมือนศาลเจ้าฟูชิมิอินาริที่เกียวโต เดินไปยังทางเข้าออกสวนอุเอโนะเล็กน้อยก็จะเจอกับบ่อน้ำชิโนบาสุ「SHINOBAZU IKE」อยู่ทางขวามือ

และเบ็นเท็นโดที่ลอยอยู่บนบ่อน้ำชิโนบาสุนั้นจะให้โชคเรื่อง「เงินทอง」ด้วย

ที่ญี่ปุ่นจะมีเทพเจ้าเบ็นเท็น「BENTENKAMI」อยู่หลายแห่ง ส่วนที่เทพเจ้าเบ็นเท็นของชิโนบาสุอิเกะนี้เป็นอาคารของวัดคันเอจิ 「KANEIJI」ที่จะเป็นเบ็นเท็นโด「BENTENDO」ที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย ซึ่งเมื่อถึงฤดูซากุระก็จะมีร้านค้าแผงลอยมากมายมาออกร้านกันทั้งสองฝั่งสะพานที่ไปสู่เบ็นเท็นโด กลิ่นหอมๆ ของอาหารจากร้านเหล่านี้ เรียกแขกที่มาชมดอกซากุระที่สวนอุเอโนะได้เยอะแยะเลย

 

บนสะพานที่เชื่อมระหว่างสวนอุเอโนะกับเบ็นเท็นโดจะมีร้านแผงลอยมากมายขายอาหารกันอย่างคึกคักทั้ง 「ยากิโซบะ」「โอโคโนมิยากิ หรือ พิซซ่าญี่ปุ่น」「แอปเปิ้ลเคลือบลูกอม」เป็นต้น

ซึ่งที่ญี่ปุ่นจะเรียกวันที่วัดหรือศาลเจ้าจัดงานเทศกาลว่า “เอ็นนิจิ”「ENNICHI」เป็นวัน(日)อ่านว่า “นิจิ” ที่ถือว่ามี “การเชื่อมต่อ 「縁」อ่านว่า “เอ็น” ต่อเทพเจ้าและพระพุทธเจ้า วัน“เอ็นนิจิ”ส่วนใหญ่จะมีร้านแผงลอยต่างๆ มาออกร้านขายของกันอยู่ภายในศาลเจ้าหรือวัดเลย เพื่อให้คนที่มาวัดหรือศาลเจ้าได้เลือกซื้ออาหารกันทั้งก่อนและหลังสักการะศาลเจ้าหรือวัดเสร็จเลย บรรยากาศงานเทศกาลดอกไม้ของชิโนบาสุเบ็นเท็นโดนี้ก็จะให้บรรยากาศแบบงานวัดแบบญี่ปุ่นเลย

 

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานวัดก็คือ「ทาโกยากิ」

ICHIGO-CHAN ต้องไม่พลาดแน่นอนกับรสสัมผัสที่กรอบนอก นุ่มใน ไส้ปลาหมึกอัดแน่นเต็มคำกับทาโกยากิของงานวัด(กล่องละ 6 ชิ้น 600 เยน)

 

ได้ถ่ายรูปกับคนขายด้วย เขาบอกว่าขายทาโกยากิมากว่า 30 ปีแล้วด้วย

ซึ่งไม่ใช่แค่ที่งานวัดที่โตเกียวเท่านั้น แต่พ่อค้าคนนี้ได้เดินทางไปตั้งแต่ทางเหนือที่ฮอกไกโดไปจนถึงแถบทางใต้อย่างโอซาก้า เพื่อไปออกงานในทุกๆ ที่ที่มีงานวัดตลอดทั้งปีเลยค่ะ ยังไงถ้าใครไปงานวัดญี่ปุ่นแล้วเจอพ่อค้าคนนี้ขายอยู่ก็อย่าลืมเข้าไปทักเค้าด้วยนะคะ

 

และในบรรดาร้านแผงลอยมากมายนี้ มีร้านที่ได้รับความนิยมมากๆ อยู่ก็คือร้านนี้

สิ่งที่เหมือนลูกชิ้นปูหิมะแดงย่าง「BENIZUWAITEN」(1 แท่ง 400 เยน)มีชาวต่างชาติต่อแถวซื้อกันเต็มเลย คือเหมือนปูอัดเลยแต่อันใหญ่มาก เหมือนได้กินกล้ามปูของจริงเลย ต้องเอามาลองซักหน่อย

 

และคนขายก็คือลูกแม่ลูกคู่นี้นั่นเองง

ตอนแรกคุณแม่ไม่ยอมถ่ายนะแต่พอจะถ่ายเท่านั้นแหละก็ตามที่เห็นเลย ดูร่าเริงกันทั้งคู่เลยค่ะ

ไม่ว่าจะไปงานวัดที่ไหน ปูอัดยักษ์「BENIZUWAITEN」นี้ก็ได้รับความนิยมทุกที่เลย

 

เมื่อผ่านสะพานที่มีร้านอาหารแผงลอยขายอยู่ ก็จะเข้าสู่เบ็นเท็นโดที่ลอยอยู่บนบ่อน้ำชิโนบาสุ ตรงกลางจะมีที่จุดธูปอยู่ด้วย สามารถซื้อธูป 100 เยน เพื่อมากราบไหว้สักการะและขอพร และมีความเชื่อว่าถ้าเจ็บตรงไหน หรืออยากให้ตรงไหนดีขึ้นก็ปัดควันเข้าตรงนั้นเลยค่ะ เนื่องจากที่นี่จะให้โชคเรื่องเงินทอง เพราะฉะนั้นเอากระเป๋าออกมาปัดควันใส่ก็น่าจะดีนะคะ รวยๆเฮงๆกันถ้วนหน้าเลยค่ะ

 

ด้านซ้ายของกระถางธูปจะมีที่ล้างมือเพื่อชำระล้างร่างกายอยู่ค่ะ ก่อนจะไปกราบไหว้เราจะต้องล้างมือกันก่อนไปกราบไหว้ด้านในค่ะ

 

ว่ากันว่าที่ ชิโนบาสุโนะอิเกะเบ็นเท็นโด「SHINOBAZUNOIKE BENTENDO」นี้นอกจากเด่นเรื่องการให้โชคเรื่อง「เงินทอง」แล้ว ก็เด่นเรื่องการประสบความสำเร็จในชีวิตหรือเลื่อนตำแหน่งอยู่ด้วย และที่สำคัญที่นี่ยังโด่งดังเรื่องการให้โชคเกี่ยวกับวงการบันเทิงด้วย

และจะเห็นได้ว่าจะมีทั้งนักร้องหรือนักเล่าเรื่องตลกของญี่ปุ่น มีชื่ออยู่บนโคมไฟที่ใช้ถวายวัดอยู่มากมายเลย

 

ด้านในเบ็นเท็นโดจะมีโคมไฟขนาดใหญ่ประดับอยู่หน้าอาคารหลักด้วย ซึ่งเบ็นเท็นโดนี้ไม่ใช่ศาลเจ้าแต่เป็นวัด ดังนั้นแค่โค้งคำนับก็พอแล้วค่ะไม่ต้องตบมือ ขอพรให้ร่ำรวยๆ เงินทองไหลมาเทมากันค่ะ

ที่ด้านข้างก็มีจุดจำหน่ายเครื่องรางต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องรางเรื่องเงินทองด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีของนำโชคเรื่องเงินทองอย่าง「กระเป๋าตังค์นำโชค」(1500 เยน)อยู่ด้วยค่ะ

 

และในทุกๆ วันที่ 15 กันยายน ที่นี่จะมีการจัดงานวัดชื่องานเทศกาลมินารุคาเนะ「MINARUKANE TAISAI」

ซึ่งจะจัดงานขึ้นในวันที่โชคเรื่องงานทองจะเด่นที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจะมีการนำโคมไฟขนาดใหญ่หน้าตัวอาคารหลักออกไป เพราะฉะนั้นเราจะได้เห็นได้กราบไหว้ตัวอาคารในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้เพียงวันนี้วันเดียว

วันที่โชคเรื่องเงินจะเด่นที่สุดในรอบปี..........สงสัยว่า ICHIGO-CHAN จะต้องมาอีกรอบช่วงกันยายนซะแล้วว

 

เมื่อหันกลับไปสวนอุเอโนะมองจากเบ็นเท็นโดแล้ว เราก็จะเห็นบรรยากาศงานวัดของญี่ปุ่นแบบชัดเจนเลย ทั้งร้านอาหารแผงลอยที่เรียงรายอยู่มากมายพอๆกับผู้คนที่กำลังเลือกซื้อของกินและกราบไหว้สักการะอยู่ บรรยากาศคึกคักมากๆ

 

ICHIGO-CHAN ถึงที่สนามบินนาริตะตอน 9 โมงเช้า และเราก็ได้ไปเที่ยวที่สวนฮามะริคิว – นั่งเรือชมซากุระ – สวนซุมิดะ – สวนอุเอโนะ และชิโนบาสุเบ็นเท็นโด แล้วตอนนี้พระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว เดี๋ยวเราจะไปช้อปปิ้งที่ชินจุกุและหาข้าวเย็นทานกัน ไปชินจุกุกันเลยย

ก่อนอื่นก็ต้องออกจากเบ็นเท็นโดเพื่อไปสถานีรถไฟใต้ดิน ข้ามสะพานที่เบ็นเท็นโดเพื่อกลับไปทางที่สวนอุเอโนะ และเมื่อพ้นสะพานมาก็เลี้ยวไปทางขวา ที่เชิงสะพานมีต้นซากุระสวยงามอยู่ด้วย และเมื่อหันกลับไปมองบ่อน้ำชิโนบาสุก็จะเห็นเบ็นเท็นโดที่กำลังลอยอยู่บนบ่อน้ำและด้านหลังก็จะเป็นวิวตึกของเมืองโตเกียว

 

และเมื่อถึงฤดูร้อนที่ บ่อน้ำชิโนบาสุ「SHINOBAZU IKE」นี้ก็จะเต็มไปด้วยดอกบัวเต็มทุ่งน้ำเลย คล้ายๆ บ่อน้ำหนองหารที่อุดรธานีเลย ทั้งใบบัวขนาดใหญ่เขียวชอุ่ม และมีดอกบัวสีชมพู สีขาวขึ้นอยู่ระหว่างใบเขียวๆ สีสันสดใส เป็นวิวที่สวยมากๆ

ช่วงที่สามารถเห็นทุ่งดอกบัวแบบนี้ได้คือช่วง กลางเดือนกรกฎาคมไปจนถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม ยังไงเพื่อนๆ ก็พาคุณแม่มาเที่ยวชมดอกบัวในช่วงวันหยุดวันแม่ได้นะคะ ท่านคงดีใจมากๆ เลยค่ะ

 

และที่รอบบริเวณ บ่อน้ำชิโนบาสุ และสวนอุเอโนะนั้น ถึงจะมีคนมากินเลี้ยงสังสรรค์กันมากมายแค่ไหน แต่ขยะไม่มีให้เห็นซักชิ้นเลย

เนื่องจากที่สวนนี้จะมีที่ทิ้งขยะถูกแบ่งออกเป็น 6 ชนิดดังนี้

  • ขยะเผาไหม้ได้ (เช่น กระดาษ)
  • ขยะเผาไหม้ไม่ได้ (เช่น พลาสติก)
  • ขวดพลาสติก กระป๋อง
  • โฟม
  • พลาสติก ไวนิล
  • กระดาษหนังสือพิมพ์ ・นิตยสาร

เห็นเลยว่าคนญี่ปุ่นเป็นระเบียบจริง ๆ

 

ดูดอกซากุระที่บ่อน้ำชิโนบาสุหลังพระอาทิตย์ตกนิดหน่อย ก็เดินไปทางซ้ายมือไปตามทางเล็กๆที่อยู่ระหว่างตึกไปเรื่อยๆ เพื่อออกไปสู่ถนนใหญ่

 

เมื่อผ่านทางเล็กๆ ไปแล้วก็จะออกมาสู่ถนนใหญ่เลย

เมื่อออกมาสู่ถนนใหญ่แล้วก็เดินไปทางขวาเลย(ทางตรงข้ามเซเว่น)และจะเจอสี่แยกไฟแดงใหญ่ทันทีเลย ข้ามทางม้าลายไปฝั่งตรงข้าม และเดินตรงไปเรื่อยๆ เมื่อข้ามถนนมาและเดินไปทางขวามือประมาณ 2 นาที ก็จะเจอกับบันไดทางเข้ารถไฟใต้ดิน ลงบันไดนี้ไปเลยค่ะ

 

เมื่อลงบันไดมาแล้ว ตรงไปทางเดินด้านซ้าย ก็จะเจอกับช่องตรวจตั๋วของ「TOEI OEDO LINE โทะเอ สายโอเอโดะ」อยู่ทางด้านขวามือ ครั้งนี้เราได้ซื้อ「TOKYO SUBWAY TICKET」แบบใช้รถไฟใต้ดินในโตเกียวได้ไม่อั้น 48 ชั่วโมงแล้วดังนั้นสามารถผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วไปได้เลย

หากต้องการทราบรายละเอียดตั๋วสุดคุ้ม「Tokyo Subway Ticket」คลิ๊กไปที่ลิ้งค์ด้านล่างเลยย !

Day1-3 ชมซากุระและบรรยากาศเทศกาลชมดอกไม้ของญี่ปุ่นที่สวนอุเอโนะ「UENO PARK」ในกลางเมืองโตเกียว

เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วมาแล้ว ก็จะเจอบันไดอยู่ทั้งสองฝั่งซ้าย ขวา เมื่อลงบันไดไปแล้วก็จะเป็นชานชาลาของสายโอเอโดะ Oedo Line เลย

ก่อนอื่นก็ต้องนั่งรถไฟที่จะมุ่งหน้าไปสู่ อีดะบาชิ IIDABASHI・โทะโจ Tocho ที่ชานชาลาเบอร์ 1 นั่งไป 17 นาทีเพื่อไปลงที่สถานีโทะโจมาเอะ TOCHOMAE STATION จากนั้นก็ต้องเปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินเพื่อนั่งไปสถานีชินจุกุ โดยใช้เวลารวม 25 นาที แต่........ตอนเปลี่ยนรถไฟอาจจะต้องขึ้นลงบันไดยุ่งยากนิดหน่อย

แต่ทว่าหากนั่งรถไฟจากชานชาลาเส้นเบอร์ 2 จะใช้เวลา 40 นาทีแต่ก็สามารถไปสถานีชินจุกุได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนรถไฟเลย

วันนี้เราเดินมาเยอะแล้วเฉพาะฉะนั้นเลยเลือกไปทางเลือกที่สองคือ นั่งไปแบบไม่ต้องต่อรถไฟค่ะ

 

นั่งมาประมาณ 40 นาทีและเราก็มาถึงสถานีชินจุกุ

ที่ชินจุกุที่เป็นศูนย์รวมสิ่งต่างๆ ทั้งเส้นทางรถไฟใต้ดินหลายสาย ร้านค้ามากมาย และที่จอดรถ ทำให้บริเวณนี้มีความวุ่นวายของบรรยากาศภายในเมืองอยู่เยอะหน่อย

สถานีของสายโอเอโดะก็อยู่ลึกลงไปในใต้ดินกว่าหลายสิบเมตรเลย

เมื่อถึงสถานีชินจุกุและลงจากรถไฟแล้ว ก็ขึ้นบันไดเลื่อนหน้าชานชาลายาวๆ ไปสองรอบ และออกจากช่องตรวจตั๋วมาแล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่เยื้องๆ ทางซ้ายของสถานี JR ชินจุกุไป ก็คือ เมื่อลงจากบันไดเลื่อนแล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่เยื้องด้านซ้ายไปอีก

 

เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมาแล้วก็จะขึ้นมาสู่ชั้นบนดินค่ะ เดินไปทางซ้ายของถนนใหญ่(KOSHU KAIDO)ที่อยู่ทางขวา เมื่อเห็นลานกว้างแล้วก็ลงบันไดเลื่อนเลย และตรงไปทางซ้ายเรื่อยๆ ประมาณ 5 นาที ระหว่างทางก็จะเจอ “ดองกิโฮเตะ” อยู่ด้านขวามือ และนอกจากนี้ก็มีร้านน่าเข้าเรียงกันตลอดทางเลย

 

เมื่อตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเห็น「ลานกว้างประตูทางเข้าออกเหนือสถานีชินจุกุ」「SHINJUKU EKI HIGASHIGUCHI HIROBA」อยู่ซ้ายมือ และเมื่อตรงไปเรื่อยๆ ก็จะออกมาสู่ถนนใหญ่ และเส้นนี้ก็คือ เส้นชินจุกุที่มีทั้ง「ISETAN」「BICQLO」「MATSUMOTO KIYOSHI」หรือ「ABC MART」เป็นเส้นที่ถ้าตั้งใจมาช้อปปิ้งละก็จะต้องใช้เวลาเป็นวันๆ เลย

ครั้งต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ไปช้อปปิ้งกันที่ชินจุกุและหามื้อเย็นทานกันค่ะ

 

【ตารางการเดินทาง Day1-4 UENO PARK/UENO-SHINOBAZUIKE-BENZAITEN/SHINJYUKU STATION】

 

 

 

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶