Day1-1 เริ่มทริป! เดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ เพื่อเข้าสู่เมือง “ทาคายามะ” | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  NEXT ▶  



เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-1 เริ่มทริป! เดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ เพื่อเข้าสู่เมือง “ทาคายามะ”

NAGOYA-TAKAYAMA-SHIRAKAWAGO-TOYAMA-ALPINEROUTE-MATSUMOTO-NAGOYA

อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่เป็นช่วงแห่งการท่องเที่ยวกันแล้ว และถือได้ว่าช่วงซากุระบานตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ไปจนถึงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่พีคที่สุดในรอบปีทั่วประเทศญี่ปุ่น

ในครั้งนี้เราจะใช้พาสสุดคุ้มที่เพิ่งเริ่มจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ในส่วนของปีพ.ศ.2562 ที่ผ่านมาและสามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนที่จะถึงนี้กับพาส「Alpine- Takayama- Matsumoto Area Tourist Pass」เพื่อท่องเที่ยว “นาโกย่า”-“ทาคายามะ”(พัก)-“ชิราคาวาโกะ”(พัก)-ทาคายามะ”-โทยามะ(พัก)-ทาเตยามะ-เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ-“มัตสึโมโตะ”(พัก)-นาโกย่า กันค่ะ

 

『Alpine- Takayama- Matsumoto Area Tourist Pass』นี้สามารถใช้เดินทางจาก “นาโกย่า” ที่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทยบินอยู่มากถึงอาทิตย์ละ 33 เที่ยว เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออย่าง “ทาคายามะ”, “โทยามะ” เมืองแห่งอาหารทะเลที่อร่อยสดใหม่, “ปราสาทมัตโมโตะ” ปราสาทเก่าแก่ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมด้วยเส้นทางรถไฟสาย JR (รวมรถไฟด่วนพิเศษ) ・TOYAMA CHIHOU RAILWAY TATEYAMA LINE และยานพาหนะต่างๆ ในการท่องเที่ยว “เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ”「TATEYAMA KUROBE ALPINE ROUTE」ที่มีกำแพงหิมะ “ยูกิโนะโอทานิ”「YUKI NO OTANI(雪の大谷)」ได้ไม่อั้น ซึ่งเราจะใช้พาสนี้ในการเดินทางท่องเที่ยวสถานที่เหล่านี้กันให้เต็มที่

 

「Alpine- Takayama- Matsumoto Area Tourist Pass」นี้จะอยู่ที่ราคา 17,500 เยน ความคุ้มของตั๋วนี้จะขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้

ยกตัวอย่างเช่น นั่ง「LIMITED EXPRESS WIDE VIEW HIDA」จาก นาโกย่า ไป โทยามะ ราคาจะอยู่ที่ 7650 เยน(ช่วงเวลาปกติ・Reserved Seat)หากนั่งจากโทยามะ ไปจนถึงเส้นทางอัลไพน์ และผ่านเข้าสู่เมือง Shinano Omachi(信濃大町) ฝั่งจังหวัดนางาโนะเลย ก็จะอยู่ที่ 10,850 เยน รวมแล้วเป็น 18,500 เยน แค่คิดเพียงเท่านี้ก็แทบจะคืนทุนได้เลยค่ะ และยิ่งหากเดินทางออกจากเมือง Shinano Omachi ไปสู่ “มัตสึโมโตะ” และเข้าสู่นาโกย่า หรือ เดินทางไปกลับเส้นทางแอลป์ก็ได้เช่นกัน ความคุ้มก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละเส้นทางที่เลือกใช้นั่นเอง

 

『Alpine- Takayama- Matsumoto Area Tourist Pass』เป็นตั๋วที่สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวเพื่อเพลิดเพลินกับเส้นทางแอลป์ได้ทั้ง 4 ฤดูที่แตกต่างกันออกไป แต่ทว่าในช่วงฤดูหนาวเส้นทางแอลป์จะปิดบริการตั้งแต่ เดือนธันวาคม ไปจนถึงเดือนเมษายนเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มีหิมะปกคลุมสูงกว่าหลายสิบเมตร เพราะฉะนั้น「Alpine- Takayama- Matsumoto Area Tourist Pass」จำหน่ายในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงวันที่ 6 เดือนพฤศจิกายนเท่านั้น (สำหรับปีพ.ศ.2562) และสามารถใช้พาสนี้ได้ในช่วงตั้งแต่วันที่ 15 เดือนเมษายน ไปจนถึง วันที่ 10 เดือนพฤศจิกายนเท่านั้น เพราะฉะนั้นดูช่วงเวลาให้ดีด้วยนะคะ

 

สำหรับการซื้อพาสสุดคุ้ม「Alpine- Takayama- Matsumoto Area Tourist Pass」นี้สามารถซื้อได้ 2 วิธี คือ

ซื้อล่วงหน้าที่ประเทศไทย จากบริษัทท่องเที่ยวที่เป็นตัวแทนจำหน่ายตามลิงค์ด่านล้างนี้

『Store Information Asia』

และเมื่อทำการซื้อแล้ว ก็จะได้รับบัตรแลกรับมา ซึ่งจะต้องนำบัตรแลกรับมาแลกรับพาสตัวจริงที่ สถานีรถไฟของ JR TOKAI หรือสำนักงานของ JR TOKAI TOUR บางสาขา นอกจากนี้ยังสามารถซื้อ「Alpine- Takayama- Matsumoto Area Tourist Pass」ที่ประเทศญี่ปุ่นโดยตรงได้อีกด้วย

เช็ครายละเอียดเคาน์เตอร์หรือบริษัทท่องเที่ยวที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ในการแลกรับบัตรตัวจริง หรือการซื้อพาส ได้ที่นี่คลิ๊กเลย!

『Exchange and sales places』

 

ซึ่งในครั้งนี้เราจะเลือกเดินทางด้วยสายการบินราคาประหยัดบินไปประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ ขาไปเราจะเดินทางด้วย AirAsiaX ที่เพิ่งเปิดเส้นทางการบินไปเมื่อวันที่ 30 เดือนตุลาคม ปีพ.ศ.2561 ส่วนขากลับเราจะเดินทางกลับด้วยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ที่เปิดเส้นทางใหม่ตั้งแต่วันที่ 8 เดือนมีนาคม ปีพ.ศ.2562

ท่าอากาศยานนานาชาติชูบุ(นาโกย่า) ที่เปรียบเสมือนเกทเวย์สามารถเชื่อมต่อไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง “ฮิดะทาคายามะ” หรือ หมู่บ้านโบราณ “ชิราคาวาโกะ” และ “เส้นทางแอลป์” นั้นเดิมทีเป็นสนามบินที่ยังไม่มีเส้นทางการบินของสายการบินราคาประหยัด แต่ก็ได้เริ่มเปิดเส้นทางของสายการบิน AirAsiaX เป็นสายการบินแรกไปเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา (ปีพ.ศ.2561) นอกจากนี้ในยังได้เปิดเส้นทางการบินของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์เพิ่มอีกไปในวันที่ 8 เดือนมีนาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

จาก กรุงเทพมหานคร (ดอนเมือง) ไปยัง นาโกย่า

XJ638 02:15-09:40

SL310 07:25-15:25(จันทร์・พุธ・พฤหัสบดี・ศุกร์・อาทิตย์)

จาก นาโกย่า ไปยัง กรุงเทพมหานคร (ดอนเมือง)

XJ639 10:55-15:35

SL311 16:55-21:55(จันทร์・พุธ・พฤหัสบดี・ศุกร์・อาทิตย์)

สัปดาห์ 12 รอบ เมื่อรวมการบิน XJ638 และ SL311 ก็สามารถถึงนาโกย่าในช่วงเช้า และออกจากนาโกย่าในช่วงเย็นได้นั่นเอง เรียกได้ว่าจะได้ท่องเที่ยว “นาโกย่า” “ฮิดะทาคายามะ” หรือ หมู่บ้านโบราณ “ชิราคาวาโกะ” ได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

 

ครั้งนี้เราจะใช้บริการของสายการบิน AirAsiaX ที่ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เมื่อเทียบกับสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว สนามบินดอนเมืองจะตั้งอยู่ในตำแห่นงที่ใกล้ในตัวเมืองมากกว่า ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีเที่ยวบินที่ออกเดินทางเวลา 6:55 น. และเดินทางไปถึงนาโกย่าในช่วงบ่าย แต่ก็ได้เปลี่ยนตารางการบินไปตั้งแต่เดือนธันวาคมค่ะ ซึ่งจะออกเดินทางเวลา 2:15 น. และถึงนาโกย่าเวลา 9:40 น. ดังนั้นตารางการบินจะเป็นจะช่วงเวลากลางคืนที่รถไม่ติดสามารถเดินทางจากย่านสีลม หรือสยามได้โดยนั่งแท็กซี่มาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

เส้นทางการบินระหว่างประเทศที่สนามบินดอนเมืองจะอยู่ที่เทอร์มินอลที่ 1 ซึ่งเคาน์เตอร์เช็คอินของ AirAsiaX ที่มุ่งหน้าไปสู่ญี่ปุ่นจะเช็คอินที่ช่องหมายเลข 4

 

ในกรณีที่เคาน์เตอร์เช็คอินเต็มไปด้วยลูกค้าที่มาเช็คอิน ก็สามารถทำการเช็คอินได้ที่เครื่องเช็คอินอัตโนมัติ โดยกดปุ่ม「Check In」จากนั้นทำการสแกนหนังสือเดินทาง โดยใช้เวลาเช็คอินเพียง 30 วินาทีเท่านั้น สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการฝากสัมภาระใต้ท้องเครื่องก็สามารถทำการเช็คอินได้ที่เครื่องเช็คอินอัตโนมัติก่อน แล้วจึงฝากสัมภาระที่เคาน์เตอร์ช่อง BagDrop อาจจะดูยุ่งยากที่จะต้องดำเนินการถึงสองขั้นตอน แต่เมื่อเทียบกับการต้องต่อแถวรอเช็คอินจากแถวที่ยาวเหยียดแล้ว วิธีนี้เร็วกว่าเยอะเลยค่ะ

 

เที่ยวบิน AirAsiaX ที่เดินทางกรุงเทพ ไปสู่ญี่ปุ่นนั้นจะเป็นเครื่องบินลำใหญ่ A330 ที่ส่วนใหญ่มีที่นั่งอยู่ทั้งหมด 9 แถวโดยแบ่งออกเป็น 3-3-3 แต่สำหรับเที่ยวบินนาโกย่า และเที่ยวบินไปสู่สนามบินนาริตะบางส่วน จะเป็นเครื่องบินแบบที่นั่ง 8 แถวที่แบ่งออกเป็น 2-4-2 เพราะฉะนั้นจะนั่งได้แบบสบายๆ เลย น่าเสียดายที่ไม่มีจอมอนิเตอร์ หรือปลั๊กไฟให้บริการระหว่างการบิน แต่ก็ถือว่าได้นั่งที่นั่งสบายๆ ในราคาสบายๆ เลยค่ะ

ถึงแม้ว่าอาหารบนเครื่องบินของสายการบิน AirAsiaX จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่เมนูอาหารมีให้เลือกหลากหลายกมากกว่า 20 เมนู ซึ่งครั้งนี้เราได้เลือกเมนูผัดไทย พร้อมน้ำดื่มราคา 180 บาท

『เมนูอาหารภายในเครื่องบินของสายการบิน AirAsiaX』

 

ในช่วงเวลาลงจอดของเที่ยวบินจากกรุงเทพมายังสนามบินชูบุเซ็นแทรร์นั้นจะมีเที่ยวบินอื่นๆ จากโซนเอเชียลงจอดอย่างคึกคัก เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระแล้วก็ผ่านช่องศุลกากรเลย ซึ่งการจะผ่านศุลากากรที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นจำเป็นจะต้องกรอกเอกสารศุลกากรให้เรียบร้อยครบถ้วนก่อน เช่น ชื่อที่อยู่ที่พักหรือโรงแรม เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ กรอกให้ครบถ้วนเพื่อความสะดวกในการผ่านด่านศุลกากร เมื่อผ่านออกมาแล้ว ก็เดินออกจากประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็เดินไปตามทางสโลปที่อยู่ขวามือ เพื่อไปขึ้นรถไฟเมเท็ตสึจาก “สถานีรถไฟท่าอากาศยานนานาชาติชูบุ”「Central Japan International Airport Station」เพื่อมุ่งหน้าไปตัวเมืองนาโกย่ากันเลย

 

โดยสถานที่แรกที่เราจะไปต่อจากนี้ก็คือ “ทาคายาม่า” ซึ่งการเดินทางจากสนามบินชูบุเซ็นแทรร์นั้นจะต้องนั่งรถไฟเมเท็ตสึไปยังนาโกย่าก่อน จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปด้วย JR「WIDE VIEW HIDA」หรือ ต่อรถบัสด่วน จากนาโกย่าไปกันค่ะ แต่ก่อนอื่นเราจะนั่งรถไฟเมเท็ตสึจากสนามบินชูบุเซ็นแทรร์ เข้าสู่นาโกย่ากันก่อนเลย

ซึ่งที่สนามบินชูบุเซ็นแทรร์จะมีรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่ตัวเมืองนาโกย่าอยู่ 3 แบบ คือ 「LIMITED EXPRESS μ SKY」「LIMITED EXPRESS」「SEMI-EXPRESS」โดยแต่ละอย่างจะวิ่งชั่วโมงละ 2 เที่ยว ซึ่งรถไฟ「LIMITED EXPRESS μ SKY」จะใช้เวลาในการเดินทางไปสถานีนาโกน่า 28 นาที สามารถซื้อตั๋วได้จากเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว และเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ (รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น)

หากเพื่อนๆ จะต้องซื้อตั๋วครั้งละจำนวนมากๆ แนะนำว่าให้ซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเลยจะสะดวกที่สุดค่ะ

ราคาตั๋วไปนาโกย่าจะอยู่ที่ 870 เยน ซึ่งในกรณีของ LIMITED EXPRESS μ SKY นั้นจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 360 เยนเป็นค่าตั๋วขึ้นรถและสำหรับเลือกที่นั่งค่ะ

 

LIMITED EXPRESS μ SKY นั้นจะต้องผ่านช่องตรวจตั๋วที่สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ไป และไปทางขวามือ เพื่อขึ้นรถไฟที่ชานชาลาหมายเลข 1

รถไฟด่วนพิเศษของญี่ปุ่น รวมถึง μ SKY นั้นส่วนใหญ่สามารถหมุนที่นั่งได้ค่ะ คือสามารถหันเก้าอี้ให้หันหน้าเข้าหากันเป็น 4 คนได้ค่ะ แต่ละคันก็จะมีวิธีหมุนเก้าอี้ที่แตกต่างกันออกไป ส่วนรถไฟคันนี้สามารถหมุนได้โดย การจับส่วนที่อยู่ในวงกลมสีเหลืองตามรูป จากนั้นก็ดันหมุนเก้าอี้ได้เลยค่ะ

ซึ่งในบางกรณีที่มีผู้โดยสารนั่งอยู่ด้านหน้าเอนเบาะที่นั่งจะทำให้ไม่สามารถหมุนได้ เพราะฉะนั้นเราอาจจะรบกวนให้คนด้านหน้าช่วยปรับพนักเก้าอี้ให้ได้โดยพูดว่า

「SUIMASEN SUKOSHINO AIDA DAKE ZASEKI NO SEWO MODOSHITE MORATTE

IIDESUKA??」

「ซูมิมาเซ็น ซูโคชิโนะไอดะ ดาเคะ ซาเซกิ โนะ เสะโอะ โมโดชิเตะ โมรัตเตะ อี้เดสก้ะ??」

(ขอโทษนะคะรบกวนปรับพนักเก้าอี้สักครู่ได้ไหมคะ??)

 

นั่งรถไฟ μ SKY จากนาโกย่ามาเป็นเวลา 28 นาที เพื่อมาสู่สถานีนาโกย่า รถไฟที่เรานั่งมาคันสีน้ำเงิน ขาว และเงินนี้ ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าจะใช้วิ่งมานานเกือบ 15 ปีมาแล้ว เมื่อถึงสถานีนาโกย่าแล้ว เราจะไปซื้อไอเท็มคู่ใจในทริปนี้กับ「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」ที่เคานเตอร์จำหน่ายตั๋วสถานี JR นาโกย่ากันเลย

 

ชานชาลาสถานีรถไฟเมเท็ตสึนาโกย่า จะอยู่ห่างจากเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วรถไฟ JR สถานีนาโกย่าเพียงใช้เวลาเดินเท้า 5 นาทีเท่านั้น เมื่อลงรถไฟที่มาจากสถานีท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์แล้ว ก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ภายในชานชาลา เมื่อขึ้นมาแล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ และผ่านออกจากช่องตรวจตั๋วที่อยู่ตรงหน้าไป จากนั้นก็เดินไปทางขวามือ และขึ้นบันไดไปก็จะเจอประตูทางออก Hirokoji Side สถานี JR นาโกย่า อยู่ตรงหน้า เข้าไปอาคารสถานีจากประตูนี้เลย เมื่อเข้าไปแล้วก็เดินไปทางด้านขวามือ

 

เมื่อเข้ามาสู่สถานีแล้วก็เดินไปทางขวามือ และเดินไปตรงตามทางยาวเรื่อยๆ ประมาณ 2 นาที จะออกมาสู่ลานกว้าง ให้เดินไปทางซ้ายเพื่อไปที่ลานสถานีนาโกย่า จนออกมาสู่ลานจุดนัดพบสถานีนาโกย่า ให้เดินไปอีกนิดก็จะเจอเคาน์เตอร์「SHINKANSEN AND JR LINE TICKETS」อยู่ทางขวามือ เข้าไปซื้อ「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」กันเลยค่ะ  

หากเพื่อนๆ ซื้อบัตรจากประเทศไทยมาก่อนแล้วก็สามารถนำคูปองแลกรับ(MCO)พร้อมแสดงพาสปอร์ตให้ที่เคานเตอร์เพื่อรับพาสนี้ได้เลย

ส่วนเพื่อนๆ ที่ต้องการซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ในญี่ปุ่นก็สามารถแจ้งพนักงานได้ว่า

「ALPINE TAKAYAMA MATSUMOTO AREA PASS WO(จำนวนคน)MAI ONEGAISHIMASU」

「ALPINE TAKAYAMA MATSUMOTO AREA PASS โอะ(จำนวนคน)มัย โอเนไกชิมัส」

(แปลว่า ขอซื้อ ALPINE TAKAYAMA MATSUMOTO AREA PASS(จำนวนคน)ใบ ครับ/ค่ะ)พร้อมแสดงพาสปอร์ตให้กับพนักงานเท่านั้น สามารถชำระเงินได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต

 

เมื่อซื้อ「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」แล้วก็ผ่านช่องตรวจตั๋วเข้าไปชานชาลารถไฟด่วนพิเศษ「WIDE VIEW HIDA」ที่มุ่งหน้าไปสู่ทาคายาม่าเลย โดยสามารถผ่านเข้าช่องตรวจตั๋ว Central-North Entrance ที่อยู่ริมสุด จากช่องที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการ จากนั้นก็เดินไปทางขวามือเพื่อขึ้นบันไดไปที่ชานชาลาหมายเลข 10/11 โดยปกติแล้วรถไฟด่วนพิเศษ「WIDE VIEW HIDA」ที่มุ่งหน้าไปสู่โทยาม่า・ทาคายาม่า จะออกตัวจากชานชาลาหมายเลข 11 ค่ะ

 

ถึงแม้ว่าด้านในชานชาลาของ「WIDE VIEW HIDA」จะมีตู้กดน้ำอัตโนมัติอยู่ แต่ภายในรถไฟจะไม่จำหน่ายอาหาร เพราะฉะนั้นซื้อ「EKIBEN」อ่านว่า “เอกิเบ็น” ข้าวกล่องสถานีจากร้านค้าภายในชานชาลาและเครื่องดื่มจากร้านสะดวกซื้อเอาไว้ทานอาหารภายในรถไฟก็เป็นอีกหนึ่งความเพลิดเพลินของทริปนะคะ

ซึ่งตามสถานีรถไฟใหญ่ๆ โดยทั่วไปของญี่ปุ่นจะ “ข้าวกล่องสถานี”「EKIBEN」อ่านว่า “เอกิเบ็น” ที่ขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่จำหน่ายอยู่ ซึ่งข้าวกล่องขึ้นชื่อของนาโกย่าที่เรากำลังจะขึ้นรถไฟ WIDE VIEW HIDA ก็คือ “ฮิสึมาบุชิ เบ็นโตะ”「HITSUMABUSHI BENTO」(1600 เยน)หรือ ข้าวกล่องจากเนื้อมาสึซากะ “มาสึซากะกิวยากินิคุเบ็นโตะ”「MATSUZAKAGYU YAKINIKU BENTO」(1300 เยน)แต่ละอย่างน่าทานทั้งนั้นเลย

 

ครั้งนี้เราจะนั่ง「WIDE VIEW HIDA 9」รอบเวลา 11:43 น. โดยเราจะมุ่งหน้าไปทาคายาม่าเป็นเวลา 2 ชั่วโมง 35 นาที ซึ่งรถไฟที่เราจะนั่งไปนี้จะเป็นรถไฟที่สามารถชมวิวระหว่างการเดินทางได้จากหน้าต่างบานใหญ่เหมือนชื่อรถไฟ「WIDE VIEW」เลยค่ะ

ในตอนต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ นั่ง「WIDE VIEW HIDA」ไปยัง “ฮิดะทาคายาม่า” สถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ♪

 

【ตารางการเดินทาง Day1-1 Bangkok(DMK)Airport/Chubu Centrair International Airport】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」



        Go to the top Page        

  NEXT ▶