Day1-3 มนัสการศาลเจ้า『FUSHIMI-INARI TAISHA』ที่เกียวโต | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


ICHIGO CHAN เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์มุมสูงของเมืองเกียวโตจากเกียวโตทาวเวอร์มากเลยค่ะ จุดหมายถัดไปก็คือ『FUSHIMI-INARI TAISHA』ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากที่สุดของเมืองเกียวโตค่ะ ดังนั้น ICHIGO CHAN อยากจะพาไปรู้จักกับ “ฟุชิมิ-อินะริ”กันค่ะ『FUSHIMI-INARI TAISHA』ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องจุดถ่ายรูปที่สวยงามของอุโมงค์เสาโทะริอิ แต่ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าที่อุปถัมภ์ค้ำชูและส่งเสริมความเจริญในการงานและกิจการอีกด้วยค่ะ

 

การเดินทางที่สะดวกที่สุดจากสถานีรถไฟเกียวโตถึงฟุชิมิ-อินาริคือ JR-Nara-Line ค่าโดยสารเพียงแค่ 140 เยนเองค่ะ สถานีรถไฟที่ใกล้กับฟุชิมิ อินะริมากที่สุดก็คือสถานีอินะริเอกิ (INARI EKI)

ที่สถานีเกียวโต คุณเพียงแค่เดินเข้าไปในสถานี ขึ้นบันไดเลื่อน แล้วเดินเข้าไปข้างในเรื่อยๆ ขึ้นรถไฟที่ชานชาลาหมายเลข 8-10 ก่อนที่จะถึงทางเข้าเครื่องตรวจตั๋วโดยสารของรถไฟชินคันเซน ที่ชานชาลานี้จะมีรถไฟสองประเภทคือ “รถไฟธรรมดา (Normal Train)” และ “รถไฟด่วนมิยะโคะจิ (Miyakoji Rapid Train)” แต่ต้องระวังนะคะ เพราะรถไฟที่จอดสถานีอินะริเป็นรถไฟธรรมดาเพียงสายเดียวค่ะ

 

ขอแนะนำขั้นตอนการซื้อตั๋วโดยสารซึ่ง ICHIGO CHAN เคยได้แนะนำไปแล้วในโพสต์ก่อนหน้านี้อีกครั้งหนึ่งนะคะ

ขั้นตอนแรกกดปุ่ม “ภาษาอังกฤษ” เพื่อเปลี่ยนภาษาบนหน้าจอ จากนั้นกดเลือกตั๋ว IC ที่ชื่อว่า ICOCA หรือกดปุ่ม ซื้อตั๋ว “Buying Ticket” และใส่เงินในช่องใส่เงิน เหนือเครื่องซื้อตั๋วโดยสารจะมีแผนที่แสดงราคาตั๋วเดินทางอยู่ ซึ่งเราเดินทางจากสถานีเกียวโตไปสถานีอินะริ ค่าโดยสารอยู่ที่ 140 เยน สถานีเล็กๆ อาจจะใช้บัตรเครดิตซื้อตั๋วไม่ได้ ดังนั้นถ้าคุณอยากจะใช้บัตรเครดิตในการซื้อตั๋วแล้วล่ะก็ แนะนำให้ซื้อที่ JR Ticket Office ที่สถานีใหญ่ๆ อย่างเช่น สถานีเกียวโต โดยอาจจะซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าแบบประเภทตั๋วไปกลับไว้เลยก็ได้ค่ะ เนื่องจากบางครั้งที่สถานีขนาดเล็กอาจจะไม่มี JR Ticket Office ก็ได้ค่ะ

 

เพียงแค่ 5 นาที 2 สถานี คุณก็จะเดินทางมาถึง “สถานีอินะริ” พอเดินออกไปหน้าสถานีก็จะเจอ 『FUSHIMI-INARI TAISHA』 ซึ่งบรรยากาศจะครึกครื้นและคนก็จะเยอะมากค่ะ

 

บนถนนหลักทางที่จะไปศาลเจ้าจะมีร้านรวงมากมายในช่วงเทศกาลวันหยุดช่วงปีใหม่ วันเสาร์และวันอาทิตย์ หืมมมมม...กลิ่นจากร้านเหล่านี้นี่หอมหวลมากๆ เลยค่ะ

 

“ทะโกะยะกิ” ที่ใส่ปลาหมึกยักษ์ข้างในหนึ่งจานราคา 500 เยน เมื่อคุณหารายละเอียดในโทรศัพท์มือถือ จะมีร้านท้องถิ่นที่แนะนำอยู่ด้วยค่ะ มาถึงที่แล้วห้ามพลาดนะคะ ต้องลองชิมดูค่ะ ICHIGO CHAN ตัวใหญ่ขึ้นทุกครั้งที่มาที่นี่เลยค่ะเพราะมีแต่ร้านอร่อยๆ แนะนำไว้มากมายเลยค่ะ

 

“ยากิดังโงะ” โมจิย่างราดซอสซีอิ๊ว รสชาติเค็มหวาน ราคา 400  เยน ไม่สามารถหยุดลองทานได้เลยจริงๆ ค่ะ แต่ตอนนี้อิ่มเกินที่ทานเพิ่มอีกแล้ว ICHIGO CHAN ควรพักไว้ก่อน ยังมีอีกหลายร้านที่มีของน่ารับประทานอีกมากมาย โดนใจคนไทยขาแวะเต็มๆ เลยค่ะ กว่าจะเข้าไปในศาลเจ้าได้เพราะโดยล่อตาล่อใจน้ำลายสอกันเป็นแถว

 

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนญี่ปุ่นที่จะล้างมือก่อนเข้าไปในศาลเจ้า ICHIGO CHAN ขอแนะนำวิธีการล้างมือที่ถูกต้องให้กับทุกคนนะคะ

ขั้นตอนแรกให้ตักน้ำโดยใช้กระบวยตักน้ำขึ้นมาด้วยมือขวา

  1. เทน้ำลงบนมือซ้ายเพื่อล้าง
  2. เปลี่ยนมาจับกระบวยด้วยมือซ้ายแล้วตักน้ำขึ้นมาเทลงบนมือขวาเพื่อล้าง
  3. เปลี่ยนมาจับกระบวยด้วยมือขวาอีกรอบ ตักน้ำแล้วเทลงบนอุ้งมือซ้ายเพื่อล้างปาก
  4. ล้างมือซ้าย
  5. ตั้งกระบวยขึ้นเพื่อเพื่อล้างบริเวณด้ามจับกระบวยที่มือถือ
  6. วางกระบวยลง

น้ำที่ศาลเจ้าเย็นมากๆ เวลาล้างเสร็จแล้วทำให้เรารู้สึกตื่นและตั้งใจที่จะเดินเข้าไปกราบสักการะศาลเจ้าข้างในค่ะ

 

สถานที่แรกที่เราจะไหว้สักการะคือศาลเจ้าหลักแล้วเราควรจะสวดมนต์ขอพรกับศาลเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วกว่า 1300 ปีนี้อย่างไรดี?

 

ก็เหมือนกับวัดที่เมืองไทยค่ะ แต่ละศาลเจ้าจะมีประวัติความเป็นมาที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ศาลเจ้าเกี่ยวกับสุขภาพ ศาลเจ้าเกี่ยวกับความรัก ศาลเจ้าเกี่ยวกับความสงบสุขในครอบครัว ศาลเจ้าเกี่ยวกับกิจการธุรกิจ เป็นต้น สำหรับศาลเจ้า อินะริ ไทชะ นี้ศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของ “การประสบความสำเร็จในกิจการธุรกิจ” และ “ผลผลิตทางการเกษตร” ที่จะอธิษฐานขอพรให้มีผลผลิตทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ อันเป็นที่มาของชื่อศาลเจ้าแห่งนี้คือ “อินะริ” “อินะ” แปลว่า “ต้นข้าว” และ “นะริ” แปลว่า “เจริญเติบโตอุดมสมบูรณ์” ซึ่ง ICHIGO CHAN ได้ขอพรเผื่อผู้อ่านทุกท่านเรียบร้อยแล้วค่ะ

 

หลังจากสักการะศาลเจ้าหลักเรียบร้อย ก็เดินต่อไปยังสถานที่ที่ขึ้นชื่อ 『SENBON-TORII』 ซึ่งมีนักเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องมาในญี่ปุ่นจาก TripAdvisor ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ก็หลากหลายมากเลยค่ะ มีทั้งชาวเอเชีย หรือชาวตะวันตกก็มีค่ะ

 

ภายในเซนบง โทริอินั้นจะมีทางเดินสองเลนคือซ้ายและขวาซึ่งสามารถเดินขึ้นไปถึงจุดหมายปลายทางที่เดียวกัน แต่ข้อแนะนำของที่นี่คือให้ทุกคนเดินชิดขวาเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยค่ะ

 

ที่บริเวณทางเข้านั้นมีคราคร่ำไปด้วนคนจำนวนมากซึ่ง ICHIGO CHAN ไม่สามารถหาเวลาถ่ายรูปสวยๆได้เลยค่ะ แต่ถ้าเราเข้าไปข้างในอีกสักหน่อย คนก็จะน้อยลง ดังนั้นขอแนะนำให้เดินเข้าไปข้างในเล็กน้อยก็จะมีบริเวณที่ถ่ายรูปอีกมากมายให้โพสท์ท่าสวยๆ คนเดียวฉายเดี่ยวไปเลยค่ะ ดีกว่ารูปข้างหน้าแต่ติดนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ มาให้รูปเสียอีกค่ะ แนะนำว่าลองเดินเข้าไปข้างในสักประมาณ 15 นาทีนะคะ

 

ครั้งนี้ ICHIGO CHAN มาในหนึ่งในวันที่พีคที่สุดแต่ถ้าคุณมาในช่วงเช้ามากๆ หรือวันธรรมดา หรือใกล้เวลาพลบค่ำ ก็จะได้ภาพสวยๆ โดยไม่มีคนอื่นๆ อยู่ในเฟรมค่ะ

 

ครั้งนี้ ICHIGO CHAN เดินทางมาคนเดียวจึงเป็นการยากมากที่จะถ่ายรูปให้สวยด้วยการเซลฟี่ ดังนั้นจึงต้องพึ่งตัวช่วยด้วยการวานให้คนอื่นถ่ายรูปให้ค่ะ ถ้าใครมาคนเดียวแล้วอยากวานให้คนถ่ายรูปให้แล้วล่ะก็ พูดตาม ICHIGO CHAN ได้เลยค่ะ

“ชาชิน โอ โทตเตะ โมรัตเตะ อี้เดสซึก๊ะ?”

เชื่อได้เลย ทุกคนเต็มใจที่จะถ่ายให้แน่นอนค่ะ

 

เมื่อเราเดินลอดเซนบง โทริอิไป ก็จะถึงสถานที่ที่เรียกว่า『OKUSHA SANPAIJO』ณ ที่แห่งนี้เราก็จะเห็นธงเล็กๆ จำนวนมากมีคำขอพรต่างๆ เขียนอยู่บนนั้น วางตั้งอยู่

 

จะมีแผ่นไม้ที่ใช้เขียนคำอธิษฐานรูปทรง สุนัขจิ้งจอกสีขาวที่มีชื่อเสียงห้อยอยู่ที่ผนัง 1 แผ่นราคา 500 เยน ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว อย่าลืมเขียนคำอธิษฐานลงบนแผ่นไม้นี้แล้วห้อยที่ศาลเจ้า ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลนะคะ

 

ICHIGO CHAN ก็ไม่พลาดที่จะอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แน่นอนค่ะ อยากทราบไหมคะว่า ICHIGO CHAN ขอพรเรื่องอะไร...เป็นความลับค่ะ

 

จริงๆ แล้ว『FUSHIMI-INARI TAISHA』นั้นกว้างมาก มีความยาวข้ามไปถึงด้านหลังของเขาที่ชื่อ『INARIYAMA』ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมงกว่าจะชมโดยรอบทั้งหมด แต่สำหรับครั้งนี้ ICHIGO CHAN มาค่อนข้างช้าแล้ว และเริ่มมืดแล้วด้วย ดังนั้น ICHIGO CHAN ตัดสินใจไม่เดินเข้าไปข้างในต่อและกลับออกมาข้างนอกดีกว่าค่ะ

 

ขากลับเราก็จะผ่านเสาเซนบง โทะริอิเช่นกันค่ะ จริงๆ แล้วเราสามารถบริจาคเสาโทะริอิได้นะคะ สำหรับเสาขนาดเล็กสุดราคา 175,000 เยน และเสาขนาดใหญ่สุดราคา 1,302,000 เยน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราบริจาคค่ะ)

 

ระหว่างทางกลับ ถนนในศาลเจ้า มีร้านรวงขายของน่าทานอยู่หลายร้านเชียวค่ะ หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อสำหรับคนไทยนั้นก็คือร้านขายยากิโตะริ (ร้านไก่ย่าง) ยะกิโตะริของญี่ปุ่นรสชาติจะไม่เหมือนที่ไทยเลยค่ะ อร่อยมากๆ ดูท่า ICHIGO CHAN จะใช้เวลาที่ร้านยะกิโตะริมากกว่าเวลาที่เดินขึ้นไปอธิษฐานขอพรที่ศาลเจ้าอีกนะคะ ฮ่าๆๆๆ

 

ช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ จะมีการจำหน่าย “แฮปปี้แบ๊กส์” หรือ “ฟุคุบุคุโระ” ซึ่งปกติแล้วเราจะไม่ทราบได้เลยว่าในถุงที่เราซื้อไปนั้นจะมีอะไรอยู่ข้างในบ้าง จนกว่าจะเปิดออกดู แต่สำหรับร้านนี้ เค้าโชว์ให้เราเห็นเลยค่ะว่ามีอะไรอยู่ในถุงแห่งความสุขนี้

 

หลังจากเดินกลับออกมาจากศาลเจ้าแล้วเลี้ยวซ้าย เดินมาอีกอึดใจเดียว เราก็จะกลับมายังสถานีรถไฟขนาดเล็กแต่บรรยากาศดีนั่นก็คือ สถานีอินะริ นั่นเองค่ะ

 

 ตอนขากลับที่จะไปยังสถานีเกียวโตนั้น ให้ผ่านเครื่องตรวจตั๋วแล้วเดินข้าม

สะพานไปยังชานชาลาหมายเลข 1 ไม่ต้องกังวลนะคะว่ารถไฟขบวนไหนที่จะไปยังสถานีเกียวโต เราสามารถขึ้นได้ทุกขบวนเลยค่ะ เนื่องจากรถไฟทุกขบวนที่จอดที่ชานชาลาหมายเลข 1 จะเดินทางไปยังสถานีเกียวโตแน่นอนค่ะ และที่สำคัญเพียงแค่ 2 สถานี ใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็ถึงที่หมายแล้วค่ะ

 

สำหรับคราวหน้า ICHIGO CHAN จะแนะนำสถานที่ที่มีชื่อเสียงทามกลางบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติในเรื่องของราเมนอย่าง『KYOTO RAMEN KOJI』และโรงแรมที่ ICHIGO CHAN พักในทริปนี้นั่นก็คือ『KYOTO TOWER HOTEL ANNEX』ค่ะ

 

 

             Go to the top Page           

BACK     NEXT