Day1-1 เดินทางไปเกียวโต | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

ถึงสนามบินคันไซแล้ว AIR ASIA X ระหว่างทางเดินภายในเครื่อง อาจจะดูแคบนิดหน่อย แต่ความกว้างด้านหน้าของที่นั่งก็ไม่ต่างจากสายการบินอื่น และถ้าเทียบกับตัวเล็กๆ ICHIGO CHAN แล้ว ดูก้วางขึ้นมาเยอะ และไม่มีอาหารเช้าบริการ ICHIGO CHAN นอนหลับสบายมาตลอดทางเลยค่ะ

จากสนามบินกรุงเทพ (DMK -ดอนเมือง) เที่ยวบิน XJ612 ถึงสนามบินโอซาก้า (KIX -คันไซ) เวลา 8:40 น.ช่วงเวลานี้คนอาจจะเยอะ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับสายการบิน  FINLAND ,SINGAPORE , สายการบินเกาหลี JEJUER  ที่เดินทางมาถึงสนามบินคันไซ  ในเวลาเดียวกัน ทำให้ไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองล่าช้า ไปประมานหนึ่งชั่วโมง และได้ออกมาข้างนอกประมาน  10:30 น

 

ก่อนอื่นเราจะเดินทางไปที่ เกียวโต

หลังจากที่เราออกมาจากสนามบิน แล้วให้เลี้ยวขวา เดินขึ้นบันไดเลื่อน จากนั้นให้เลี้ยวซ้าย ข้ามสะพาน ก็จะเจอสถานีสนามบินคันไซ จากนั้นเดินไปซื้อตั๋วของรถไฟ JR  เพื่อไปยังสถานีเกียวโตกันค่ะ

 

 

การเดินทางจากสนามบินคันไซไปเกียวโต มี4วิธี

จากลำดับที่4 การนั่งรถไฟNANKAI +รถไฟใต้ดินHANKYU+รถไฟใต้ดิน เป็นวิธีที่ถูกที่สุด แต่การเปลี่ยนสถานีอาจทำให้เราเดินทางลำบากขึ้น

วิธีที่ถูกและดีที่สุดของของรถไฟ  JR คือ KANKU RAPID และ SHIN-KAISOKU

 

วิธีการซื้อตั๋ว

ก่อนอื่นเลือกเมนู ภาษาอังกฤษ

มีบัตร ICOCA ด้วยนะคะ แต่เราจะเลือกซื้อตั๋วค่ะ โดยเลือกที่ PURCHASE TICKET จากนั้นใส่เงินลงไปในช่อง ตู้จะโชว์ราคาให้เราเลือก เราสามารถเช็คราคาได้จากแผนที่ด้านบน  ว่าถึงสถานีปลายทางราคาเท่าไร เช่นของเราไปถึง KYOTO STATION  ราคา 1880 เยน จากนั้นก็กดปุ่มเลือกราคา เพียงเท่านี้ตั๋วก็จะออกมาค่ะ หรือถ้าหากจะไป OSAKA STATION ราคา1190เยน ราคาเดียวกับสถานี UNIVERSAL CITY STATION

 

สถานีสนามบินคันไซ จะมีทางเข้าตรวจตั๋ว 2 จุด  สถานี JR ทางเข้าตรวจตั๋วจะเป็นสีน้ำเงิน

ส่วนสีส้มเป็นรถไฟสาย NANKAI อย่าเข้าผิดนะคะ จากนั้นเราก็ออกเดินทางไปขึ้นรถไฟกัน

รถไฟสีขาว คือรถด่วนพิเศษ HARUKA สีเงินเป็นรถด่วน KANSAI AIRPORT RAPID SERVICE หรือ รถไฟธรรมดา รถไฟธรรมดาไปไม่ถึงเกียวโต ครั้งนี้เราจะขึ้นรถไฟที่ชื่อว่า KANSAI AIRPORT RAPID SERVICE ซึ่งเป็นรถด่วนจากสนามบินคันไซที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม และมีเบาะที่นั่งคู่  และเดี่ยว  ทำให้นั่งสบาย

ในระหว่างทาง เราจะเห็น『KYOCERA DOME OSAKA』คือสนามแข็งเบสบอลนั่นเองค่ะ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโอซาก้า มีลักษณะคล้ายกับ TAKOYAKI เป็นโดมที่ใหญ่ใน 5 แห่ง ของญี่ปุ่น 『FUKUOKA DOME』『TOKYO DOME』『NAGOYA DOME』『SAPPPRO DOME』

 

ถึงแม้รถไฟด่วนสนามบินคันไซ (Kansai Airport Rapid) จะแวะจอดที่บางสถานีระหว่างทาง เราก็ไปถึงสถานีโอซาก้าโดยใช้เวลาราว ๆ 70 นาที เราจะต้องเปลี่ยนจากรถไฟด่วนสนามบินคันไซเป็นรถไฟด่วนแบบใหม่ (Special Rapid) ที่สถานีโอซาก้า

พอรถไฟด่วนสนามบินคันไซเข้าจอดที่ชานชาลาหมายเลข 2 เราก็ขึ้นบันไดเลื่อนของชานชาลากลาง เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนแล้วให้เดินไปทางช่องตรวจตั๋ว หลังจากผ่านช่องตรวจตั๋วแล้วก็ลงบันไดเลื่อนซึ่งจะลงไปยังชานชาลาหมายเลข 7 / 8 รถไฟด่วนแบบใหม่จะออกจากชานชาลาหมายเลข 8 โดยจะมีรถไฟ 2 ประเภท คือ “รถไฟด่วนแบบใหม่” และ “รถไฟด่วน” เข้ามาที่ชานชาลานี้ ไม่ว่าจะขึ้นขบวนไหนก็สามารถไปยังเกียวโตได้เหมือนกัน เพียงแต่รถไฟด่วนแบบใหม่จะไปถึงเร็วกว่า

 

รถไฟด่วนแบบใหม่มาถึงแล้ว โดยปกติรถไฟด่วนแบบใหม่จะมีอยู่ 12 ตู้ เนื่องจากตู้รถไฟตอนกลาง ๆ มักจะมีคนแน่น เพราะฉะนั้นเราไปขึ้นรถไฟที่หัวขบวนหรือไม่ก็ท้ายขบวนกันเถอะ เพราะโอกาสที่เราจะได้นั่งน่าจะมีสูงกว่า

 

รถไฟด่วนแบบใหม่ใช้เวลา 30 นาทีเพื่อมาถึงที่สถานีเกียวโต เพราะว่าเป็นเที่ยวบินกลางคืนเลยทำให้เหนื่อยนิดหน่อย ในขณะที่กำลังจะเผลอหลับ รถไฟก็มาถึงที่หมายซะแล้ว รถไฟด่วนแบบใหม่นั้นมีปลายทางอยู่หลายแห่ง ซึ่งก็รวมไปถึงจังหวัดฟุกุอิของภูมิภาคโฮคุริคุด้วยนะ ถ้าหากเผลอหลับแล้วนั่งรถเลยไป พอตื่นขึ้นมาก็อาจจะไปโผล่ตรงที่ไกลมาก ๆ เลยก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องระวังให้ดีนะ

 

ใกล้จะ13:00แล้ว

เพราะว่าไม่ได้สั่งอาหารตอนที่อยู่บนเครื่องบิน ตอนนี้ก็เลยหิวสุด ๆ ตรงที่ 『PORTA』 ซึ่งเป็นศูนย์การค้าใต้ดินของสถานีเกียวโตนั้นมีร้านอาหารเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่น เป็นต้น ตอนแรกก็ลังเลอยู่ว่าจะเข้าร้านไหนดีน้า....!? แต่เอาเป็นว่าไปกินเทมปุระของร้าน 『GINZA HAGETEN』ก่อนละกัน

 

เมนูอาหารที่แนะนำมี3อย่าง คือ “เซอร์วิสคอร์ส”(999 เยน), “ข้าวหน้าเทมปุระกุ้งแบบคัดพิเศษ”(1080 เยน)และ “โวลุ่มคอร์ส” (1404 เยน)

ICHIGO CHAN ขอสั่งเซอร์วิสคอร์สซึ่งมีข้าวสวยหุงร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับกุ้ง1ตัว,ผัก3ชนิด,ปลา1ตัว,ไข่ตุ๋น และยังมีอากาดาชิ(ซุปมิโสะแดง)ด้วย

 

ในราคา 999เยน=280บาท ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับปริมาณขนาดนี้

โดยเฉพาะเทมปุระที่ทอดมากรอบ ๆ พอได้ทานแล้วก็จะดังกรุบ ๆ เลยล่ะ

 

สำหรับน้ำซุปที่ชื่อว่า “อากาดาชิ” ICHIGO CHAN nเพิ่งจะเคยได้ทานเป็นครั้งแรก ถ้าเทียบกับซุปมิโสะแล้วก็ถือว่าเป็นซุปที่มีรสชาติเข้มข้นมากทีเดียว คิดว่าจะต้องถูกปากคนไทยอย่างแน่นอน

 “มิโสะ” ที่จะขาดไม่ได้เลยในอาหารญี่ปุ่น

ในแต่ละพื้นที่ก็จะมีวัตถุดิบและสีสันที่แตกต่างกันออกไป สำหรับโอซาก้าและเกียวโตนั้น โดยทั่วไปจะใช้ “มิโสะขาว” มีรสหวานนิด ๆ เพราะใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ แต่สำหรับภูมิภาคโทไก เช่น นาโงย่า โดยทั่วไปจะใช้มิโสะที่มีสีแดงและมีรสเผ็ดร้อน เพราะใช้ถั่วเป็นวัตถุดิบ สำหรับภูมิภาคคิวชูนั้น โดยทั่วไปจะเป็นมิโสะซึ่งใช้ข้าวสาลีเป็นวัตถุดิบ

 

เอาล่ะ พอทานอาหารที่แสนอร่อยเสร็จแล้วก็ได้เวลาคิดเงิน

ที่ประเทศไทยนั้น โดยปกติแล้วจะเรียกพนักงานให้มาที่โต๊ะเพื่อคิดเงิน แต่ว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น คนจะถือรายการอาหารที่สั่งและเดินไปที่เคาน์เตอร์คิดเงินด้วยตัวเองเพื่อให้พนักงานคิดเงิน ถ้าเป็นช่วงเวลาที่มีลูกค้าเยอะ บางครั้งพนักงานก็อาจจะไม่ได้ประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์คิดเงินนะ

ในเวลานั้น

ให้พูดว่า “OKAIKEI ONEGAI SHIMASU” (รบกวนช่วยคิดเงินด้วย)

กับพนักงานของร้านนะ

 

ICHIGO CHAN ที่ตอนนี้ท้องอิ่มเพราะว่าทานเทมปุระแสนอร่อยเสร็จแล้ว

ถึงจะมาที่เกียวโตเป็นครั้งที่3แล้วก็ตาม ที่จริงแล้วก็อยากจะลองขึ้นไปบนหอคอยที่อยู่หน้าสถานีดูเหมือนกันนะ อยากจะลองขึ้นมาตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นในครั้งหน้าจะขอนำเสนอบรรยากาศของ『KYOTO TOWER』

 

             Go to the top Page           

           NEXT