Day3-5 เที่ยวชม NARA HOTEL พร้อมเดินทางจากนาราไปยังตัวเมืองโอซาก้า | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-5 เที่ยวชม NARA HOTEL พร้อมเดินทางจากนาราไปยังตัวเมืองโอซาก้า

HYOGO-KYOTO-OSAKA-NARA

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้เดินเที่ยวภายใน “นารามาจิ” จากนั้นก็ได้เที่ยวชม “วัดโทได” ที่ขึ้นชื่อเรื่องพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไดบุตสึ จากนั้นก็ได้ “ภูเขาวะคะคุสะ(若草山)” ที่มีทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มสวยงาม และต่อด้วยการเที่ยวชม “ศาลเจ้าคะซุงะ”「KASUGA TAISHA(春日大社)」หนึ่งในศาลเจ้าคะซุงะที่มีอยู่มากมายกว่า 1000 แห่ง พร้อมโคมไฟที่ประดับอยู่มากมาย เรียกได้ว่าเราได้เที่ยวเมืองนาราไปได้เต็มที่มากๆ

Day3-4 เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามกับเจ้ากวางใน “ภูเขาวะคะคุสะ” พร้อมเยี่ยมชม “ศาลเจ้าคะซุงะ” ของนารา

หลังจากที่เราได้เที่ยว “นารา” กันไปเต็มที่แล้ว สถานที่ต่อไปของวันนี้ก็คือ「NARA HOTEL」ที่อยู่บริเวณมุมหนึ่งของสวนกวางนารา เป็นโรงแรมที่เปิดให้บริการตั้งแต่ยุคสมัยที่โรงแรมยังเป็นของแปลกสำหรับคนญี่ปุ่นเมื่อ 100 กว่าปีก่อน ซึ่งถือเป็นเรือนรับรองแขกของประเทศประจำนารา ที่มีแขกระดับ

VIP จากทั่วโลก จักรพรรดิ หรือรัชกาลที่ 9 ของไทยมาเข้าพักอีกด้วย แน่นอนว่านอกจากการเข้าพักแล้ว ยังมีส่วนร้านอาหาร หรือคาเฟ่ให้ได้เพลิดเพลินอีกด้วย

การท่องเที่ยวสุดคุ้มด้วยพาส「KANSAI ONEPASS」เพื่อท่องเที่ยวแถบคันไซเป็นเวลา 5 วัน 3 คืนในตอนที่ 15 นี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชม「NARA HOTEL」กันค่ะ

 

บริเวณทางเข้า『NARA HOTEL』ที่อลังการแห่งนี้ก็จะสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่แบบคลาสสิค

การตกแต่งด้วยไม้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนวัดทั้งโครงสร้างของไม้และพื้นที่ขาว โดยไม้ที่ใช้เป็นวัสดุในการสร้างโรงแรมแห่งนี้ก็เป็นไม้ชั้นดี “ฮิโนะคิ” ราคาแพงอย่างเต็มที่ เป็นไม้ที่ส่งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย ด้วยการตกแต่งที่หรูหรานี้ก็อาจให้ความรู้สึกเกร็งๆ ที่จะเข้าไป แต่ที่นี่นอกจากที่พักแล้วยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านค้าให้ได้เพลิดเพลิน ยินดีต้อนรับทุกคนเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นเราเข้าไปข้างในกันเลย

 

เมื่อเข้ามาแล้ว ด้านซ้ายมือก็คือฟร้อนท์ ด้านหน้าจะเป็นบริเวณล็อบบี้เล็กๆ และด้านในล็อบบี้ทางฝั่งขวามือจะมีเลาจน์ นอกจากห้องเลานจ์ที่เป็นส่วนรับรองแขกระดับ VIP ไม่ว่าจะเป็นรัชกาลที่ 9 ของไทย, ออดรีย์ เฮปเบิร์น, จอห์น เลนนอน และเฮเลน เคลเลอร์ นอกจากนี้เปียโตที่อยู่บริเวณด้านในขวามือก็เป็นเปียโนที่คนดังระดับโลกอย่างไอน์สไตน์เคยใช้อีกด้วย

 

ภายในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีโรงแรมคลาสสิคอยู่ในพื้นที่ต่างๆ อยู่อย่างเช่น NARA HOTEL

『Japan Classic Hotel Association』

โดยโรงแรมที่ถือเป็นโรงแรมที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของ Japan Classic Hotel Association ก็คือ Fujiya Hotel ของฮาโกเน่ หรือ Gamagori Classic Hotel ของกามาโกริ ซึ่งโรงแรมคลาสสิคเหล่านี้จะเป็นโรงแรมที่ให้บรรยากาศเหมือนได้ย้อนเวลาไปอดีตในญี่ปุ่นสมัยก่อน นอกจากจะได้สัมผัสโรงแรมในบรรยากาศเหมือนญี่ปุ่นสมัยก่อนแล้ว การบริการให้การต้อนรับต่างๆ ก็เป็นวิธีการที่ถูกสืบทอดมาตั้งแต่โบราณ หากได้ลองพักโรงแรมคลาสสิคเหล่านี้ดู เพื่อนๆ จะได้ประสบการณ์ดีๆ ที่แปลกใหม่กลับไปอย่างแน่นอน

 

และด้านซ้ายด้านในเลาจน์ก็คือส่วนบาร์ ในบรรยากาศแบบคลาสสิค ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับวิสกี้ หรือไวน์ และเหล้าญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

 

และที่อยู่เลยส่วนบาร์ไปอีกก็คือ คาเฟ่ ที่เพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินกับการจิบชาไปพร้อมๆ กับวิวสวน NARA HOTEL, สวนกวางนารา หรือเจดีย์ห้าชั้นของวัดโฮริว และภูเขาวะคะคุสะ ได้จากหน้าต่างบานใหญ่ นอกจากนี้บริเวณส่วนด้านนอกคาเฟ่จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นระเบียงให้ได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงเลยค่ะ

 

ซึ่งที่บริเวณสวนของโรงแรม NARA HOTEL จะมีต้นเมเปิ้ลหรือต้นโมมิจิปลูกอยู่มากมาย และเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงต้นไม้เหล่านี้ก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มเหลืองสวยงามเป็นอุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม

เท่านั้นไม่พอภายในสวน NARA HOTEL ที่ตั้งอยู่ติดกับสวนกวางนารานี้เพื่อนๆ ยังสามารถพบกับเจ้ากวางน่ารักๆ ได้อีกด้วย ถ้าโชคดีก็อาจได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีไปพร้อมๆ กับเจ้ากวางเหล่านี้เลยนะคะ

 

และที่พิเศษสุดๆ เลยก็คือเพื่อนๆ สามารถลงไปเดินเล่นภายในสวนของโรงแรม NARA HOTEL ได้อีกด้วย ซึ่งภายในสวนก็จะมีต้นโมมิจิที่ได้พูดถึงกันไปเมื่อซักครู่ นอกจากนี้ยังมีต้นซากุระพันธุ์โซเมอิซากุระอยู่อีกด้วย

หากเข้าสู่ช่วงดอกซากุระบานเพื่อนๆ ก็จะได้ชมดอกซากุระสีชมพู หรือขาวสวยงามไปพร้อมๆ กับตึกของโรงแรมที่มีคลาสสิคในแบบญี่ปุ่นได้อย่างสวยงามมากๆ เป็นวิวที่โฟโต้เจนิคมากๆ เลยทีเดียว

 

ซึ่งเมนูต่างๆ ภายในคาเฟ่โรงแรม NARA HOTEL ก็จะเป็นเมนูแบบเรียบง่าย ทั้งกาแฟ หรือชาชนิดต่างๆ และเซตเค้ก หรือแซนวิช กาแฟจะอยู่ที่ 800 เยน ส่วนชายี่ห้อ Ronnefeldt จะอยู่ที่ 1000 เยน นอกจากนี้เค้กเซตพร้อมเครื่องดื่มจะอยู่ที่ 1350 เยน

เค้กต่างๆ เพื่อนๆ สามารถเลือกทานจากตู้เค้กภายในร้านได้เลย และที่พิเศษสุดๆ เลยก็คือเพื่อนๆ สามารถเติมกาแฟได้ฟรี ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่เพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินกับเจ้ากวางน่ารัก วิวะรรมชาติในฤดูกาลต่างๆ และบรรยากาศแบบคลาสสิคของโรงแรมได้พร้อมๆ กันเลยทีเดียว

 

และเมื่อเดินออกจากคาเฟ่ สิ่งที่เห็นแบบสะดุดตาเลยก็คือส่วนทางเข้าที่คลาสสิคของโรงแรม NARA HOTEL ที่มีปากปล่องไฟเป็นเสาแดงโทริอิ ภายในห้องพรมแดง ในบรรยากาศที่หลงเหลือมาตั้งแต่สมัยก่อน เรียกได้ว่าเพื่อนๆ จะสามารถเข้าพักโรงแรมที่คลาสสิคสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานนี้ได้อย่างเต็มที่ ในช่วงเวลาที่พิเศษสุดๆ ไปเลยค่ะ

 

ซึ่งปากปล่องไฟเสาโทริอิที่อยู่ภายในล็อบบี้ของโรงแรมแห่งนี้ก็เป็นสัฐลักษณ์อย่างหนึ่งของโรงแรม NARA HOTEL เลยทีเดียว เป็นโรงแรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2452 เป็นส่วนทางเข้าที่ยังคงเป็นจุดต้อนรับแขก VIP ต่างๆ มากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าในสมัยก่อนปล่องไฟนี้จะเคยถูกใช้จริง แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว

 

หลังจากที่เราได้เที่ยวชมโรงแรม NARA HOTEL กันไปแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะสามารถเดินไปยังสถานีนาราของรถไฟคินเท็ตสึได้ภายใน 10-15 นาที แต่เราจะเลือกเดินทางด้วยรถบัสจากหน้าโรงแรม NARA HOTEL กันค่ะ

ดังนั้นเมื่อออกจากโรงแรมแล้วก็เดินไปทางซ้ายมือ และเดินลงทางสโลปเล็กน้อย เมื่อออกมาสู่ถนนใหญ่แล้วก็เดินไปทางขวามือก็จะเจอป้ายรถบัส “NARA HOTEL” เลย โดยรถบัสจะวิ่งอยู่ประมาณวันละ 3-5 เที่ยวขึ้นอยู่กับช่วงเวลา รถบัสจะใช้เวลาเดินทางไปยังสถานีนาราของรถไฟคินเท็ตสึประมาณ 7 นาทีค่ะ

 

รถบัสที่มุ่งหน้าจากโรงแรม NARA HOTEL ไปสู่ สถานีนาราของรถไฟคินเท็ตสึ นั้นจะเป็นรถบัสแบบขึ้นรถบัสจากประตูด้านหลัง(ช่วงกลางรถบัส) และลงรถบัสจากประตูหน้า

หากเพื่อนๆ มีพาส「KANSAI ONEPASS」และในขณะลงก็จะต้องจ่ายค่าเดินทางโดยสัมผัสพาสไปที่เครื่องอ่านบัตรที่อยู่ข้างๆ คนขับรถบัสได้เลย  ค่าเดินทางจากโรงแรม NARA HOTEL ไปสู่ สถานีนาราของรถไฟคินเท็ตสึ จะอยู่ที่ 200 เยนค่ะ

 

หลังจากที่เราได้เพลิกลเพลินกับการจิบชาที่โรงแรม NARA HOTEL แล้ว ตอนนี้ก็ใกล้จะจบทริปของวันนี้แล้ว โดยเราจะนั่งรถไฟจาก สถานีนาราของรถไฟคินเท็ตสึ กลับไปยังโอซาก้าที่พักของเราในคืนนี้กันเลย ซึ่งป้ายรถบัสสถานีนาราของรถไฟคินเท็ตสึ จะอยู่ที่หน้าสถานีเลย

เมื่อเข้าไปในอาคารสถานีแล้วก็เดินลงบันไดไปที่ชั้นช่องตรวจตั๋วกันเลย

ก่อนอื่นเราจะใช้พาส KANSAI ONEPASS นี้ผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วไปเลย

 

เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วมาแล้วก็เดินเยื้องไปทางขวามือเพื่อลงบันไดไปสู่ “ชานชาลาหมายเลข 1 และ 2” เลย ซึ่งการเดินทางจากนาราคินเท็ตสึไปสู่โอซาก้านัมบะนั้นเดินทางด้วยรถไฟ Express train หรือ Rapid Express จะสะดวกที่สุด รถไฟแต่ละชนิดจะวิ่งทุกๆ 10 นาที เป็นเวลา 30 นาที เพื่อเชื่อมต่อไปยังสถานีโอซาก้านัมบะ ใกล้โดทงโบริ หรือชินไซบาชิ

 

รถไฟที่ออกตัวจากสถานีนาราจะวิ่งไปตามย่านบ้านคนรวย「กากุเอ็นมาเอะ(学園前)」หรือ「อิโกมะ(生駒)」ไปเรื่อยๆ จากนั้นก็วิ่งผ่านย่านโรงงานทางทิศตะวันออกของโอซาก้า ไปเรื่อยๆ เพื่อเข้าสู่สถานีโอซาก้านัมบะในตัวเมืองโอซาก้สเลยค่ะ

เมื่อถึงสถานีโอซาก้านัมบะแล้ว ก็ขึ้นบันไดที่อยู่กลางชานชาลาเพื่อไปยังลานจุดนัดพบของสถานีกันค่ะ จากนั้นก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกรอบเพื่อไปที่ชั้นช่องตรวจตั๋วกันเลย

 

เมื่อถึงสถานีโอซาก้านัมบะแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาทุ่มนึงพอดี ถึงแม้ว่าเมื่อกี้ ICHIGO-CHAN จะจิบชาไปไม่นาน แต่ตอนนี้เราจะไปทานข้าวเย็นกันเลยค่ะ

ออกจากช่องตรวจตั๋วไป ก็จะเป็นย่าน『NAMBA WALK』ที่มีทั้ง UNIQLO ร้าน 100 เยน ร้าน Drugstore หรือ ร้านอาหารและคาเฟ่ ซึ่งเป็นย่านร้านค้าชั้นใต้ดินนั่นเอง

ครั้งนี้เอาจะพาเพื่อนๆ ไปที่ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นยอดนิยม「SAN MARCO」ในย่าน「NAMBA WALK」กันค่ะ

เพราะฉะนั้นให้ออกจากช่องตรวจตั๋วไปด้านซ้ายมือเลย

 

เมื่อออกจากช่องตรวจตั๋วมาแล้วก็เดินไปทางซ้ายประมาณ 30 วินาที ก็จะเจอร้านแกงกะหรี่ดูดีอยู่ทางด้านซ้ายมือกับร้าน「SAN MARCO」ที่มีแกงกะหรี่ชนิดต่างๆ ให้เลือกมากมาย ได้รับความนิยมทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ถึงกับมีป้ายภาษาอังกฤษ และภาษาจีนกำกับอยู่ในร้านเลยทีเดียว

ในตอนต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ไปทานอาหารกลางวันที่ “” และเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติคันไซกันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ♪

 

【ตารางการเดินทาง Day3-5 NARA HOTEL】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้ “KANSAI ONE PASS”

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶