Day3-2 ทานอาหารกลางวันที่ร้านอุดง และเดินทางไปยัง “วัดโทได” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของนารา | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-2 ทานอาหารกลางวันที่ร้านอุดง และเดินทางไปยัง “วัดโทได” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของนารา

HYOGO-KYOTO-OSAKA-NARA

หลังจากที่ได้นั่งรถไฟคินเท็ตสึเดินทางจากบริเวณนัมบะในโอซาก้ามาเป็นเวลา 30 นาที ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาที่ “นารา” ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่โด่งดังจาก กวาง และ พระพุทธรูปนาราขนาดใหญ่

Day 3-1 เดินทางจากโอซาก้าไปยัง “นารา” เพื่อเที่ยวชมย่านโบราณ “นารามาจิ” เป็นสถานที่แรก

ภายในเมืองนาราขนาดเล็กแห่งนี้มีสถานที่ที่มีเสน่ห์มากมายทั้ง “วัดโทไดจิ(ไดบุสึ)” “ศาลเจ้าคะซุงะ” และ “สวนนารา” ซึ่งเมืองนารานี้จะมีรัศมีความกว้างเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะฉะนั้นสามารถเดินเที่ยวทั่วเมืองได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

การท่องเที่ยวสุดคุ้มด้วยพาส「KANSAI ONEPASS」เป็นเวลา 5 วัน 3 คืนตอนที่ 12 นี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทานอุด้งที่ร้าน「MUGINOKURA(むぎの蔵)」และเดินเล่นภายในสวนนาราที่มีกวางอยู่มากมายจากนั้นก็เดินทางไปยัง “วัดโทไดจิ” กันค่ะ

 

เดินจากสถานีนาราคินเท็ตสึไปประมาณ 2 นาที เราจะไปทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอุดง『MUGINOKURA(むぎの蔵)』ภายในย่านร้านค้าที่เชื่อมระหว่างสถานีนารา และบริเวณนารามาจิกันค่ะ ซึ่งร้านนี้เป็นร้านที่ทำเส้นอุดง และโซบะเองแบบสดๆ ใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกทานอีกมากมาย ได้รับความนิยมจากทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และคนในท้องถิ่นไม่น้อยเลยทีเดียว

เราเข้าไปในร้านกันเลย

 

ภายในร้านที่ตกแต่งด้วยไม้เกือบทั้งร้าน มีทั้งที่นั่งแบบโต๊ะและที่นั่งแบบเคาน์เตอร์รวมแล้วกว่า 32 ที่นั่ง ภายในร้านที่มีบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแบบโมเดิลนี้ มีลูกค้าแน่นร้านตลอดทั้งวันโดยเฉพาะในช่วงเวลาอาหารกลางวัน ที่นั่งแบบโต๊ะโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่นั่งที่นั่งได้จำนวน 4 คน และที่นี่ก็ยังมีที่นั่งแบบห้องกึ่งส่วนตัวพร้อมโต๊ะใหญ่ที่สามารถนั่งได้ทีเดียว 10 คนอยู่ด้วย

 

และที่บริเวณที่นั่งเคาน์เตอร์ภายในร้าน และส่วนด้านนอกที่มีหน้าต่างบานกระจก ที่ให้ลูกค้าสามารถชมขั้นตอนกรรมวิธีการทำเส้นอุดงได้อีกด้วย

ซึ่งการทำเส้นอุดงนั้นสิ่งที่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษหนึ่งข้อเลยก็คือการลงแรง เพราะหากลงแรงมากเกินไปก็อาจทำให้เส้นแข็งจนเกินไป และหากเบาเกินไปก็อาจทำให้เส้นเละไม่เกาะตัวได้ นอกจากจะได้เห็นขั้นตอนการนวดแล้ว เพื่อนๆ ยังจะได้ชมขั้นตอนการตัดเส้นอุดงด้วยมีดอีกด้วย

 

แน่นอนว่าเมนูเด่นของร้านนี้ก็คือเมนูที่ประกอบไปด้วยเส้นอุดงสดใหม่อย่าง「MUGINOKURA」และเมนูขึ้นชื่ออื่นๆ ของที่ร้านก็มีอยู่มากมายเช่น ข้าวหน้าเนื้อ「GYUGOBOUDON(牛ごぼう丼)」(980 เยน)นอกจากเมนูข้าวหน้าต่างๆ แล้ว ยังมีซูชิ ซาชิมิ(ปลาดิบ) หรือสเต็กอยู่อีกด้วย เรียกได้ว่ามีเมนูให้เลือกหลากหลายจริงๆ เลยค่ะ

 

ส่วนมื้อนี้ ICHIGO-CHAN สั่งเป็น ข้าวหน้าเนื้อประจำวันพร้อมเครื่องเคียง กับ “เซตเมนูแนะนำ”「OSUSUME SET(おススメセット)」(วันละ 30 ที่เท่านั้น 800 เยน)

วันที่ ICHIGO-CHAN ไปเป็นวันที่มี “อุดงไข่ดิบ”「KAMATAMA UDON(釜玉うどん)」และ “ข้าวหน้าหมู” ด้วยค่ะน่าทานมากๆ

 

ซึ่ง「KAMATAMA UDON(釜玉うどん)」จะเสริฟ์พร้อมไข่ดิบที่อยู่บนเส้นอุดง พร้อมซอสโชยุสูตรพิเศษ และที่พิเศษสุดๆ เลยก็คือเส้นสดใหม่ที่ทำใหม่ในทุกๆ วันที่นุ่มมากๆ

ทั้งไข่ดิบสดใหม่และเส้นอุดงสดใหม่เป็นอะไรที่เข้ากันมากๆ

ในส่วนของข้าวหน้าหมูก็มาพร้อมกับซอสเข้มข้นที่เข้ากันอร่อยกลมกล่อมมากๆ นอกจากนี้ในเซตนี้ยังมีเครื่องเคียงเล็กๆ เป็นปลาต้มหวานหอมอีกด้วย

ทั้งสามอย่างนี้ราคารวมกันเพียง 800 เยนเท่านั้น เป็นอะไรที่คุ้มมากๆ เลยค่ะ

 

การชำระเงินที่ร้าน MUGINOKURA(むぎの蔵) นี้จะไม่สามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิต แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะเพราะว่าราคาอาหารของที่นี่แต่ละเมนูไม่ถึงหนึ่งพันเยน แถมยังสามารถทานได้จนอิ่มอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องเตรียมเงินสดไปเยอะๆ ก็สามารถอิ่มอร่อยได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ

และหลังจากที่ทานอุดงไปจนเต็มอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาท่องเที่ยวภายในเมืองนารากันให้เต็มที่เลย

โดยเส้นทางการท่องเที่ยว “นารา” ของเรามีดังนี้ “นารามาจิ” ไปยัง “สวนนารา” ⇒ “วัดโทไดจิ”(ไดบุสึ) ⇒ Nigatsu-do(二月堂)⇒ ภูเขาวะคะคุสะ ⇒ ศาลเจ้าคะซุงะ และเดินทางไปยังโรงแรมภายในนารากันค่ะ

 

และสถานที่แรกของวันนี้ก็คือ “วัดโทไดจิ(ไดบุสึ)” โดยเราจะเดินจากนารามาจิไปประมาณ 10 นาที

โดยเดินออกจากร้าน「MUGINOKURA(むぎの蔵)」ไปทางขวามือ จากนั้นก็เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอสามแยกที่มีสถานีนาราคินเท็ตสึอยู่ทางซ้ายมือ ให้เดินตรงไปตามถนนใหญ่ที่อยู่สุดทางไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ “สวนนารา” หรือสวนกวางนาราเลย เราจะเจอกวางเดินอยู่ในบริเวณนี้มากมายนับไม่ถ้วนเลยค่ะ และระหว่างทางจะมีร้านจำหน่าย “เซ็มเบ้กวาง”(150 เยน)ที่เป็นของโปรดของมันจำหน่ายอยู่ เมื่อเพื่อนๆ ถือเซ็มเบ้อยู่ในมือแล้ว ก็จะมีกวางมารวมตัวกันเต็มเลยค่ะ

 

เมื่อเดินตามถนนใหญ่ไปประมาณ 7-8 นาที และมาถึงสามแยกที่มีถนนรถสวนสองทางแล้วก็ให้เดินไปทางซ้ายมือ จากนั้นของข้ามถนนใหญ่ไปอีกฝั่งก็จะเจอทางเดินหน้าวัดไปยัง “วัดโทไดจิ” เลย

ทางด้านขวามือจะเป็นบริเวณที่มีต้นไม้สูงอยู่มากมาย ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นบริเวณร้านจำหน่ายของฝากต่างๆ มากมาย ซึ่งบริเวณนี้นอกจากกวางแล้ว ก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเดินเที่ยวกันมากมายตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

 

และที่บริเวณทางเข้าทางเดินหน้าวัดจะมีบริการรถลากอยู่อีกด้วย ซึ่งรถลากนี้จะมีบริการทริปเล็กๆ เพื่อเดินทางไปยังทางเข้าวัดโทไดจิ หรือทริปท่องเที่ยวบริเวณ ภูเขาวะคะคุสะ หรือ ศาลเจ้าคะซุงะ อยู่อีกด้วย เพื่อนๆ สามารถเลือกทริปได้ตามเวลา และราคาที่ท่านต้องการได้เลย

『บริการรถลากภายในนารา』

ค่บริการเริ่มต้นจะอยู่ที่ 2000 เยนสำหรับคอร์สทดลอง นอกจากจะได้รูปสวยๆ แล้ว เพื่อนๆ ยังจะได้สัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่อีกด้วย น่าลองมากๆ เลยค่ะ

 

นอกจากนี้ที่ร้านจำหน่ายของฝากต่างๆ บริเวณนี้ก็มี “กวาง” จำหน่ายอยู่มากมาย ทั้งตุ๊กตากวาง เคสมือถือ กระเป๋าตังค์ หรือพวงกุญแจ ฯลฯ อีกมากมาย ไม่ว่าจะไปร้านไหนๆ ก็จะเจอสินค้ากวางเต็มไปหมด นอกจากกวางตัวจริงแล้ว ของฝากกวางของที่นี่ก็น่ารักไม่แพ้กันเลยค่ะ 5555

 

และเมื่อเดินทางเดินหน้าวัดไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ『TODAIJI(東大寺)・NANDAIMON(南大門)』อยู่ตรงหน้าเลย

ซึ่งประตูนันไดนี้เป็นประตูเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1400 ปี ถึงแม้ว่าจะถูกสร้างใหม่อยู่หลายรอบจากผลกระทบของพายุต่างๆ แต่ประตูรุ่นปัจจุบันก็เป็นรุ่นที่มีอายุกว่า 820 ปี ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.1742 และสร้าง「NIOUZOU(仁王像)」ที่อยู่ภายในประตูขึ้นพร้อมๆ กันเลย ซึ่งรูปปั้น「NIOUZOU(仁王像)」นี้จะเป็นรูปปั้นไม้อยู่ด้านซ้ายและขวาของประตูทางเข้าเลย ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ “วัดโทไดจิ” เลยก็ว่าได้ค่ะ

 

หลังจากชมประตูนันไดแล้ว ก็ได้เวลาเข้าไปในวัดโทไดจิ เพื่อไปที่จุดไฮไลท์ของนาราที่ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ “ไดบุสึ” กันเลย เมื่อผ่านประตูนันไดมาแล้ว ก็เดินไปจนสุดทาง จากนั้นก็เดินไปทางซ้ายมือ เดินไปซักพักก็จะเจอจุดจำหน่ายตั๋วเข้าชมอยู่ทางขวามือ เราจะเข้าไปในอาคารนี้กันเลย ซึ่งภายในอาคารนี้ก็คือจุดจำหน่ายตั๋ว ซึ่งราคาเข้าชมวัดโทดไจิโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 600 เยน แต่หากแสดงบัตร『KANSAI ONE PASS』ก็จะได้รับส่วนลดเหลือ 500 เยนเท่ากับราคาแบบกลุ่มเลยทีเดียว

 

เมื่อแสดง「KANSAI ONEPASS」และได้รับตั๋วในราคาพิเศษแล้ว ก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ก็จะเจอส่วนวิหาร “ไดบุสึเด็น” เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ “ไดบุตสึ” ไฮไลท์ของ “วัดโทไดจิ”『TODAIJI(東大寺)』อยู่ทางซ้ายมือเลย

ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ.1803 เมื่อ 758 ปีที่แล้ว โดยในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ถูกเพลิงไหม้ไปทั้งหมด 2 ครั้ง ทำให้รุ่นปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2252 มีอายุ 310 ปี โดยวิหาร ไดบุสึเด็นนี้จะมีความสูง 49 เมตร กว้าง 57 เมตร และลึก 50 เมตร

ถึงแม้ว่าอาคารไม้แห่งนี้จะเป็นอาคารเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 300 ปีแล้ว แต่ก็ได้ถูกบันทึกเป็น “อาคารไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” เมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย

 

ก่อนจะไปกราบไหว้ภายในวัดเราจะไปล้างมือเพื่อชำระล้างร่างกายในบริสุทธิ์กันก่อน โดยมีวิธีดังนี้

1.ถือกระบวยด้วยมือขวา และตักน้ำให้เต็ม จากนั้นนำน้ำมาล้างมือซ้าย

2.เปลี่ยนมือที่ถือกระบวยเป็นข้างซ้าย และล้างมือขวา

3.เปลี่ยนมาถือกระบวยมือขวาอีกรอบ เทน้ำใส่มือซ้ายพอประมาณ

และทำการบ้วนปาก

4.ล้างมือซ้ายอีกรอบ

5.ตั้งกระบวยขึ้น โดยหันหน้ากระบวยเข้าตัว

 

และสิ่งที่อยู่หน้าวิหารเลยก็คือ「กระถางธูป(常香炉)」ซึ่งมีไว้เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ออกจากผู้มาวัด ซึ่งมีความเชื่อว่าหากนำควันปัดเข้าส่วนต่างๆ ส่วนนั้นก็จะทำให้สิ่งที่ไม่ดีกลายเป็นดีนั่นเอง ทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวปัดควันเข้าตัวกันใหญ่เลยค่ะ หากลองสังเกตุดูดีๆ ก็จะพบว่าส่วนใหญ่แล้วแต่ละคนจะปัดควันเข้าศรีษะกันใหญ่ เพื่อให้หัวดีขึ้นนั่นเอง สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็จะปัดเข้ากระเป๋าสตางค์กันใหญ่เลยค่ะ อาจจะทำให้รวยขึ้นก็ได้นะคะ55555

 

และที่อยู่เลย กระถางธูป ก็คือ “พระพุทธรูปนารา” หรือ “นาราไดบุสึ” ที่มีความสูงกว่า 15 เมตร โดยเป็นพระพุทธรูปที่มีชื่อทางการว่า「盧舎那仏(รุชานะบุตสึ)」หรือ「毘盧遮那仏(บิรุชานะบุตสึ)」ว่ากันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ได้ใช้เวลาในการสร้างกว่า 7 ปี เป็นเงินกว่า 4 แสน 7 หมื่นล้านเยนเป็นเมื่อเทียบกันค่าเงินในปัจจุบัน เรียกได้ว่ามีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า โตเกียวสกายทรี ที่มีค่าใช้จ่าย 4 แสนล้านเยนเลยทีเดียว พอเห็นราคาแบบนี้แล้วก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่เลยจริงๆ ค่ะ

ซึ่งที่ “วัดโทไดจิ” แห่งนี้นอกจาก “พระพุทธรูปองค์ใหญ่” แล้วก็ยังมีจุดที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย ในตอนต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ เที่ยวชมจุดที่น่าสนใจต่างๆ ภายใน “วัดโทไดจิ” ทั้ง “วิหารบุสึเด็น” หรือ “Nigatsu-do” ชมวิวนารา และ ศาลเจ้า「Tamukeyama Hachiman Shrine(手向山八幡宮)」กันค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ

 

【ตารางการเดินทาง Day3-2 Lunch at MUGINOKURA/TODAIJI】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้ “KANSAI ONE PASS”



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶