Day2-4 เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเกียวโต “วัดคิโยมิสึ(วัดน้ำใส)” และทานขนมมัทฉะ | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day2-4 เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเกียวโต “วัดคิโยมิสึ(วัดน้ำใส)” และทานขนมมัทฉะ

HYOGO-KYOTO-OSAKA-NARA

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN เดินเที่ยวตลาดเก่าแก่ของเกียวโตอายุมากกว่า 1000 ปี ที่ “ตลาดนิชิกิ”「NISHIKI MARKET(錦市場)」จากนั้นก็ได้เดินทางผ่าน “แม่น้ำคาโมะ” ที่เชื่อมระหว่างทางทิศใต้ไปยังทิศเหนือของญี่ปุ่น, “ถนนฮานามิโคจิ” ที่เหมือนได้ย้อนเวลาไปยังอดีตเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา จากนั้นก็ได้เดินเล่นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อบริเวณกิออนย่านดังของเกียวโตที่ “ศาลเจ้ายาซากะ”「YASAKA SHRINE(八坂神社)」และ “สวนสาธารณะมารุยามะ”「MARUYAMA KOEN(円山公園)」

Day2-3 เดินเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ต่างๆ ในเกียวโตที่ “ศาลเจ้ายาซากะ” “สวนสาธารณะมารุยามะ” และ “วัดโคไดจิ”

และตอนนี้เราก็ได้เดินทางมายัง “วัดโคไดจิ” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของบริเวณฮิงาชิยามะในเกียวโต เทียบเคียงกับวัดน้ำใส และศาลเจ้ายาซากะ โดยที่บริเวณ “ฮิงาชิยามะ” นี้จะเป็นบริเวณที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งวัดโคไดจิ และวัดน้ำใสที่โดดเด่นในด้านความรัก หรือ “นิเน็นซากะ” และ “ซันเนซากะ” เป็นต้น

การท่องเที่ยวสุดคุ้มด้วยพาส「KANSAI ONE PASS」เป็นเวลา 5 วัน 3 คืนในตอนที่ 9 นี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปท่องเที่ยวบริเวณ “ฮิงาชิยามะ” กันให้เต็มที่ไปเลยค่ะ

 

“วัดโคไดจิ”『KODAIJI TEMPLE(高台寺)』เป็นวัดที่สร้างขึ้นมามากกว่า 400 ปีเพื่อการไปสู่สุขคติของ “โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ” โชกุนที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของนักรบซามุไรในสมัยนั้น โดย “วัดโดไดจิ” นี้สามารถเดินจากวัดน้ำใสมาได้ภายใน 10 นาที ภายในบริเวณวัดนั้นมีทั้งสวนที่สวยงาม ซากุระ และจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วย

ถึงแม้ว่าค่าเข้าชมวัดโคไดจิจะอยู่ที่ 600 เยน แต่สำหรับผู้ที่มี KANSAI ONE PASS ก็สามารถเข้าชมได้ในราคาแบบกลุ่มคือ 500 เยน

 

เมื่อเดินเข้ามาด้านในแล้ว ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่ในสวนญี่ปุ่นที่สวยงามขนาดใหญ่ ภายในบริเวณวัดก็จะมีร้านน้ำชา หรืออาคารวัดที่ถูกเคลื่อนย้ายมาจากจุดต่างๆ ในเกียวโตอย่างเช่น ปราสาทฟุชิมิ นอกจากนี้ยังสามารถชมความสวยงามทางธรรมชาติทั้งในช่วงดอกซากุระบาน หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อีกด้วย เป็นการผสมผสานความสวยงามของสิ่งก่อสร้าง และธรรมชาติที่สวยงามมากๆ เลยทีเดียว

 

และจุดที่เป็นไฮไลท์ของวัดโคไดจิแห่งนี้เลยก็คือ “โฮโจ”「HOUJYOU(方丈)」ที่อยู่ศูนย์กลาง ซึ่ง “โฮโจ”「HOUJYOU(方丈)」ก็คือที่พักอาศัยของเจ้าอาวาสนั่นเอง หลังจากที่อาคารวัดถูกไฟไหม้ไป “โฮโจ” นี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางของวัด และ “สวนโฮโจ”「HOJO GARDEN(方丈庭園)」ที่สามารถชมจากส่วน “โฮโจ” ผสมผสานสวนหินและดอกไม้ใบหญ้าอย่างลงตัว เป็นหนึ่งในสวนชื่อดังของเกียวโตที่ได้ขึ้นปกโปสเตอร์โปรโหมท「そうだ 京都、行こう(SOUDA KYOTO IKOU)」ของ JR-CENTRAL อีกด้วย

 

และเมื่อเข้าสู่ช่วงใบไม้ผลิ ที่บริเวณมุมหนึ่งของสวนโฮโจก็จะมีดอกชิดาเระซากุระบานสวนงามโดดเด่นอยู่ภายในบริเวณสวย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ชมซากุระที่โด่งดังของเกียวโตเลยก็ว่าได้ สามารถชมได้ประมาณช่วงต้นเดือนเมษายนค่ะ

 

นอกจากช่วงดอกซากุระบานแล้ว ที่วัดโคไดจิแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังเทียบเคียงกับ “วัดโทฟุคุจิ” หรือ “วัดไดโกจิ” ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้ก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง และส้มสวยงาม ซึ่งในช่วงปลายเดือนตุลาคม ไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วง “เปิดให้ชมช่วงกลางคืนเป็นพิเศษ” ที่จะมีการฉายไฟใบไม้เปลี่ยนสียามค่ำคืนอย่างงดงามตระการตา

 

หลังจากที่ได้เที่ยวชมสวนที่งดงาม ร้านน้ำชา และชมความสวยงามของต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ แล้วเราจะลงบันไดกลับไปที่ “ถนนเนเนะโนะมิจิ” จากตรงนี้จะเป็นถนนทอดยาวไปสู่วัดน้ำใส กับถนนปูพื้นหิน “นิเน็นซากะ” และ “ซันเนซากะ” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของเกียวโต ที่มีร้านชา และร้านจำหน่ายของฝากอยู่มากมาย นักท่องเที่ยวครึกครื้นตลอดทั้งปีและที่บริเวณด้านล่างวัดโคไดจินี้จะมีจุดขึ้นรถลากสไตล์ญี่ปุ่น『บริการรถลาก EBISUYA』ไปจนถึงวัดน้ำใสราคา 3000 เยน อยู่อีกด้วย(10 นาที)

ซึ่งเพื่อนๆ จะได้นั่งรถลากสไตล์ญี่ปุ่นเหมือนได้ย้อนเวลาไปในญี่ปุ่นสมัยโบราณพร้อมบรรยากาศเมืองเก่าแก่ในเมืองเกียวโต

 

ซึ่งบริเวณถนน “ซันเนซากะ・นิเนซากะ” ที่อยู่ระหว่าง “วัดโคไดจิ” และ “วัดน้ำใส” ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ของบริเวณฮิงาชิยามะแห่งนี้ จะเป็นทางขึ้นเนินชันเล็กน้อย เป็นบริเวณที่เมื่อเข้าสู่ช่วงดอกซากุระบาน ช่วงเดือนเมษายนไปจนถึงเดือนพฤษภาคม และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวบริเวณนี้กันอย่างหนาแน่น เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆ ได้มาท่องเที่ยวในเกียวโตพอดีกับช่วงนี้และอยากท่องเที่ยวแบบสบายๆ ก็แนะนำให้ไปช่วงเช้าๆ หน่อยนะคะ

 

ซึ่งบริเวณสองข้างทางพื้นหินนี้จะมีร้านชา และร้านจำหน่ายของฝากต่างๆ เรียงรายอยู่มากมาย ทั้งร้านค้าที่จำหน่ายขนมญี่ปุ่น “มิทาราชิดังโงะ”「MITARASHIDANGO(みたらし団子)」, มัทฉะแบบเย็นเพื่อเพิ่มความสดชื่น「RAKUSUI(洛水)」, ขนมหรือซอฟท์ครีมรสมัทฉะ เท่านั้นไม่พอยังมีทาโกยากิ ที่มีกลิ่นหอมๆ โชยมาแต่ไกล

กระเป๋าสตางค์จะแบนไปเรื่อยๆ เลยค่ะ

 

จาก “วัดโคไดจิ” ไปยัง “วัดคิโยมิสึ(วัดน้ำใส)” นั้นใช้เวลาเดินไปประมาณ 10 นาที เมื่อเดินผ่าน “นิเน็นซากะ” ไปแล้วเดินไปทางวัดคิโยมิสึ(วัดน้ำใส) ไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าสู่ทางขึ้นบันได “ซันเนซากะ”「SENNEIZAKA(産寧坂)」บริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นเป็นพิเศษซึ่งก็จะมีทั้งร้านชา หรือร้านจำหน่ายของฝากต่างๆ เรียงรายอยู่เช่นเดียวกับ “นิเน็นซากะ” เลยค่ะ

นอกจากนี้บริเวณรอบๆ “ซันเนซากะ” นี้ยังมีร้านเช่าชุดกิโมโนอยู่มากมายอย่างเช่น 『ร้านเช่าชุดกิโมโน “โอคาโมโตะ”』ให้เพื่อนๆ ได้สวมชุดกิโมโนน่ารักๆ เดินเที่ยวบริเวณนี้ได้อีกด้วย ซึ่งราคาเช่าชุดกิโมโนก็ไม่แพงมาก อยู่ที่ประมาณ 3000 เยนค่ะ

 

เดินจาก “วัดโคไดจิ” มาประมาณ 10 นาที ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึงวัดชื่อดังในเกียวโต “วัดคิโยมิสึ(วัดน้ำใส)” ที่มีชื่อเสียงทางด้าน「KIYOMIZU NO BUTAI(清水の舞台)」และ “น้ำตกโอะโตะวะ”「OTOWA NO TAKI(音羽の滝)」เป็นวัดที่มีจุดที่น่าสนใจต่างๆ มากมายทั้ง “ประตูนิโอมง(NIOMON: 仁王門)” สดใสสวยงาม เจดีย์สามชั้น และ “น้ำตกโอะโตะวะ”「OTOWA NO TAKI(音羽の滝)」ฯลฯ อีกมากมาย

“วัดคิโยมิสึ”「KIYOMIZU-DERA TEMPLE(清水寺)」หรือวัดน้ำใสที่มีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวอย่างหนาแน่นอยู่ตลอดนี้ กำลังอยู่ในช่วงบำรุงซ่อมแซมในบางส่วนจนถึงเดือนมีนาคมปีพ.ศ.2563 และเป็นที่น่าเสียดายที่ในส่วน “ลานเวทีวัดน้ำใส(清水の舞台)” เป็นส่วนที่ถูกผ้าคลุมปิดบำรุงซ่อมแซมอยู่ แต่ก็สามารถเข้าชมในส่วนด้านในได้อยู่ค่ะ ถ้ามองในแง่ดีก็จะเป็นช่วงปิดบำรุงซ่อมแซมที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ เลยนะคะ

 

และเมื่อถึงเดือนมีนาคม ในปีพ.ศ.2563 ที่คาดการณ์ว่าจะสิ้นสุดการบำรุงซ่อมแซมนี้ เพื่อนๆ ก็จะได้ชมความสวยงามของวัดน้ำใสที่สวยงามได้แบบในภาพเลยค่ะ ซึ่งความสูงของส่วนระเบียงหรือ ลานเวทีวัดน้ำใส (清水寺の舞台) จะอยู่ที่ 12 เมตร โดยวิวที่ชมจากส่วนระเบียงที่มีความสูงเทียบเท่าตึก 5 ชั้นนี้ก็งดงามตระการตา และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือในส่วนนี้จะเป็นการสร้างจากไม้สน “ฮิโนคิ” เป็นไม้ชั้นดีที่เป็นการก่อสร้างโดยไม่ใช้น๊อต เป็นการสร้างแบบประกอบอย่างปราณีตด้วยเทคนิคเฉพาะนั่นเอง

 

และเมื่อเดินผ่านส่วนลานเวทีวัดน้ำใสไป ก็จะเจอกับ “ศาลเจ้าจิชุ”JISHU JINJA(地主神社)ศาลเจ้าแห่งความรักอยู่ทางซ้ายมือเลยค่ะ 

ซึ่งถือเป็นศาลเจ้าที่เต็มไปด้วยคู่รักมากมาย โดยภายในบริเวณศาลเจ้ายังมี “หินทำนายความรัก”KOIURANAI NO ISHI(恋占いの石)อยู่ทั้งหมด 2 อันซึ่งอยู่ห่างกัน และมีความเชื่อว่าหากหลับตาเดินจากหินฝั่งหนึ่งไปยังหินอีกฝั่งหนึ่งได้ความรักที่หวังเอาไว้ก็จะสมหวังนั่นเอง นอกจากนี้ภายในศาลเจ้ายังมีเครื่องรางเกี่ยวกับความรักอยู่มากมายหลากหลายชนิดอีกด้วย

 

หลังจากที่ได้เที่ยวชม “วัดคิโยมิสึ(วัดน้ำใส)” และ “ศาลเจ้าจิชุ” ศาลเจ้าแห่งความรักที่อยู่ภายในวัดไปแล้ว หลังจากนี้เราจะมุ่งหน้าไปโอซาก้าเพื่อไปที่พักของเราในคืนนี้กันค่ะ ซึ่งสถานีที่ใกล้วัดคิโยมิสึมากที่สุดก็คือ “สถานีกิออนชิโจ(Gion-Shijō Station)” ของรถไฟเคฮัง และสามารถเดินจากวัดคิโยมิสึไปได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ก่อนอื่นก็ต้องออกจากวัดคิโยมิสึไปทางเดินด้านหน้าที่ “คิโยมิสึซากะ” และเดินลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะออกมาสู่ถนนใหญ่(HIGASHIOJI:東大路)เมื่อออกมาสู่ถนนใหญ่(HIGASHIOJI:東大路)แล้วก็เดินไปทางขวามือ จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ ไปจนถึงสามแยกที่มีศาลเจ้ายาซากะอยู่ทางขวามือ และก็เลี้ยวขวาที่สามแยกนี้ เดินไปอีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึง “สถานีกิออนชิโจ(Gion-Shijō Station)” เลย

 

และช่วงระหว่างทางเดินจากสามแยกกิออนไปสถานีกิออนชิโจ โดยเดินให้ถนนฮานามิโคจิอยู่ทางซ้ายมือก็จะเจอร้านอุจิมัทฉะชื่อดัง ร้าน “ซึจิริ”『GION TSUJIRI(祇園辻利)』เลย

โดยร้านนี้เป็นร้านที่เปิดให้บริการมากว่า 150 ปี และมีสาขาใหม่ที่กรุงเทพสาขาแรกที่ “ไอคอนสยาม” ที่เพิ่งเปิดใหม่อีกด้วย แน่นอนว่าสาขาที่เกียวโตก็ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย มีเมนูมัทฉะให้ได้เพลิดเพลินมากมาย เพราะฉะนั้นไหนๆ เราก็มาแล้ว ไปแวะทานกันซักหน่อยค่ะ

 

ที่ร้านจะมีเมนูของหวานให้เลือกมากมายอย่างเช่น “ซึจิริซอฟต์”「TSUJIRI SOFT」 รสมัทฉะ หรือวนิลา(432 เยน)หรือ พาร์เฟต์ซอฟต์ครีมพร้อมอังโกะถั่วแดงกวน และ โมจิชิราทามาโกะ「TSUJIRI SOFT-SERVE ICE CREAM KYO-PARFAIT」(648 เยน)และชาดั้งเดิม “อุจิเซ็นฉะ”「UJI SENCHA」(270 เยน)ซึ่งในแต่ละเมนูจะมีภาษาอังกฤษกำกับอยู่พร้อมรูปภาพประกอบ เพราะฉะนั้นแม้แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถสั่งได้ไม่ยากเลยทีเดียว

 

ส่วน ICHIGO-CHAN สั่งเป็นพาร์เฟต์ซอฟต์ครีมพร้อมอังโกะถั่วแดงกวน และ โมจิชิราทามาโกะ「TSUJIRI SOFT-SERVE ICE CREAM KYO-PARFAIT」(648 เยน)เป็นการผสมผสานรสชาติความหวานของถั่วแดงกวน โมจินุ่มๆ และชาเขียวมัทฉะที่ให้รสขมนิดๆ รวมทุกอย่างได้อย่างลงตัว นอกจากนี้กรวยวัฟเฟิลก็หวานกำลังพอดี พร้อมราดน้ำตาลดำกลิ่นหอมๆ เติมพลังให้เราได้ดีมากๆ ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ ค่ะ

 

ซึ่งที่ ร้าน “ซึจิริ” นี้นอกจากส่วนคาเฟ่แล้ว ยังมีของฝากจำหน่ายอยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาชั้นดี “เมอิฉะ(銘茶)” หรือขนมรสมัทฉะต่างๆ มากมาย ภายในร้านคึกไปด้วยทั้งคนญี่ปุ่น และชาวต่างชาติ ซึ่งการชำระเงินของที่ร้านนอกจากเงินสด และบัตรเครดิตแล้ว ยังสามารถชำระเงินผ่าน LINE PAY ได้อีกด้วย สะดวกมากๆ เลยค่ะ

 

หลังจากที่ได้ทานของหวานที่ ร้าน “ซึจิริ”「GIONTSUJIRI(祇園辻利)」เพื่อเติมพลังกันไปแล้ว เราจะไปที่ “สถานีกิออนชิโจ(Gion-Shijō Station)” กันเลยค่ะ โดยเดินออกจากร้าน “ซึจิริ” ไปทางซ้ายมือ ก็จะเจอโรงละคร「MINAMIZA(南座)」ซึ่งข้างๆ โรงละครจะมีบันไดเพื่อลงไปสู่ “สถานีกิออนชิโจ(Gion-Shijō Station)” ของรถไฟเคฮังที่เชื่อมระหว่างเกียวโต และโอซาก้า

เพราะฉะนั้นสัมผัส「KANSAI ONE PASS」ที่ช่องตรวจตั๋วเพื่อไปที่ชานชาลากันเลย

 

เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วเข้ามาแล้ว ก็ลงบันไดที่อยู่ตรงหน้าไปและขึ้นรถไฟด่วนพิเศษที่มุ่งหน้าไปสู่ “โยโดยาบาชิ”「YODOYABASHI(淀屋橋)」หรือรถไฟ Rapid Express จากชานชาลาหมายเลข 2 เพื่อนั่งไปลงที่ “สถานีคิตาฮามะ(Kitahama Station)” ในโอซาก้ากันเลย

จาก “สถานีกิออนชิโจ(Gion-Shijō Station)” ไป “สถานีคิตาฮามะ(Kitahama Station)” จะใช้เวลาในการเดินทาง 50 นาที ซึ่งรถไฟจะวิ่งทุกๆ 10 นาทีเลยเพราะฉะนั้นไม่ต้องรอนานก็สามารถขึ้นรถไฟไปได้เลยค่ะ

ในครั้งต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ทานอาหารค่ำที่ย่านโดทงโบริในโอซาก้า และเข้าพักที่โรงแรม「CANDEO HOTELS OSAKA NAMBA」กันค่ะ

ฝากติดตามด้วยนะคะ♪

 

【ตารางการเดินทาง Day2-4 KODAIJI TEMPLE/ KIYOMIZU-DERA TEMPLE /GIONTSUJIRI】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้ “KANSAI ONE PASS”



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶