Day2-2 เดินเล่นตลาดเก่าแก่ของเกียวโต “ตลาดนิชิกิ” พร้อมทานอาหารเกียวโตในเมนู “โอบันไซ” | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day2-2 เดินเล่นตลาดเก่าแก่ของเกียวโต “ตลาดนิชิกิ” พร้อมทานอาหารเกียวโตในเมนู “โอบันไซ”

HYOGO-KYOTO-OSAKA-NARA

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้ชมวิวเมืองเกียวโตที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มากมายทั้งศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ย่านกิออน หรือ วัดคินคาคุ(วัดทอง) จากจุดชมวิวสูง 100 เมตร ที่ “เกียวโตทาวเวอร์”「KYOTO TOWER(京都タワー)」แล้ว

Day2-1 ชมวิวเมืองเกียวโตทั้งเมืองจาก “เกียวโตทาวเวอร์” พร้อมสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย

ซึ่งหลังจากที่เราได้ชมวิวสวยๆ จาก “เกียวโตทาวเวอร์” แล้ว ต่อไปเราจะมุ่งหน้าไปที่ “ตลาดนิชิกิ”「KYOTO TOWER(京都タワー)」ตลาดเก่าแก่กว่า 1200 ปีที่ถือเป็นตลาดที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และถือได้ว่าเป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ผู้คนคึกคักตลอดทั้งปี และเรียกได้ว่าเป็นห้องครัวของชาวเมืองเกียวโตมาช้านาน ภายในตลาดมีทั้งวัตถุดิบอาหารที่สดใหม่ ขนม หรือของดอง นอกจากนี้ยังมีร้านค้าต่างๆ อย่างเช่นร้านอาหาร หรือร้านอาหารทานเล่นให้ได้เดินชิมตลอดเส้นทางอีกด้วย

การท่องเที่ยวสุดคุ้มด้วยพาส「KANSAI ONEPASS」เป็นเวลา 5 วัน 3 คืน ในตอนที่ 7 นี้ ICHIGO-CHAN จะพาเพื่อนๆ ไปเดินเที่ยวชม “ตลาดนิชิกิ”「NISHIKI MARKET(錦市場)」กันค่ะ

 

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้ชมวิวเมืองเกียวโตจากจุดชมวิวของ “เกียวโตทาวเวอร์” สูง 100 เมตรกันไปแล้ว ต่อไปเราจะมุ่งหน้าไปที่ที่เรียกได้ว่าเป็นครัวของเกียวโต สถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ไม่น้อย กับ “ตลาดนิชิกิ” โดยการเดินทางจาก “เกียวโตทาวเวอร์” ไปยัง “ตลาดนิชิกิ” นั้นเดินทางด้วย「รถไฟฟ้าใต้ดิน・สายคาราสุมะ(Karasuma Line)」จะสะดวกที่สุด ซึ่งจะต้องนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีเกียวโตไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุดที่ “สถานีชิโจ” นั่งไป 2 นาที ใช้เวลาในการเดินทาง 3 นาที

เมื่อออกจากเกียวโตทาวเวอร์แล้ว ก็เดินข้ามทางม้าลายที่อยู่ตรงหน้าไปทางสถานีเกียวโต จากนั้นก็ลงบันไดไปชั้นใต้ดิน จากนั้นก็จะเจอสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีเกียวโตอยู่ทางขวามือ สัมผัสบัตรพาส「KANSAI ONEPASS」ที่ช่องตรวจตั๋วเพื่อผ่านเข้าไปที่ชานชาลาเลย

 

เมื่อผ่านเข้ามาแล้วก็ลงบันไดเลื่อนไปที่ชานชาลา ซึ่งรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่สถานีชิโจจะออกตัวจากชานชาลาหมายเลข 2 โดยรถไฟจะวิ่งชั่วโมงละ 8 เที่ยว ทุกๆ 8 นาที ให้ขึ้นรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่「KOKUSAIKAIKAN(国際会館)」และนั่งไปประมาณ 3 นาที นั่งไป 2 สถานีก็ถึงสถานีชิโจเลย เมื่อถึงแล้วก็ลงรถไฟไปทางด้านหน้า จากนั้นก็ขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อไปที่ช่องตรวจตั๋ว ออกจากช่องตรวจตั๋วแล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ

 

เดินไปตามทางเดินยาวๆ ไปเรื่อยๆ ก็จะเจอสามแยก ให้เดินไปทางขวามือ และเมื่อเดินไปซักพักก็จะเจอบันไดทางเข้าห้างไดมารุ อยู่ทางซ้ายมือ ให้เดินไปทางนั้นเลย โดยจะไม่เข้าไปในห้างแต่ให้ขึ้นบันไดที่อยู่ทางขวามือ เพื่อขึ้นมาที่ชั้นบนดิน จากนั้นก็เดินไปทางด้านซ้ายมือ และตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอทางเข้าตลาดนิชิกิเลย

ซึ่งเมื่อขึ้นบันไดมาแล้วจะเจอร้าน Apple Store สาขาเกียวโต ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ซึ่งเพื่อนๆ จะสามารถซื้อสินค้าของ Apple ได้ในราคาที่ถูกกว่าที่ไทยเลย เพราะฉะนั้นหากใครสนใจก็สามารถแวะก่อนไปตลาดนิชิกิได้เลย

 

เมื่อขึ้นบันได และเดินไปทางซ้าย ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอทางเข้า “ตลาดนิชิกิ”「NISHIKI MARKET(錦市場)」อยู่ทางด้านขวามือ แค่บรรยากาศทางเข้าก็สัมผัสได้ถึงความเป็นเกียวโตเลย เพราะว่าที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าจะมีลายแบบญี่ปุ่นประดับอยู่ เรารีบเข้าไปข้างในกันเลย

 

 “ตลาดนิชิกิ” ตลาดเก่าแก่อายุกว่า 1200 ปีของเกียวโตที่อยู่คู่ชาวเมืองเกียวโตมาช้านาน เป็นสถานที่ที่สามารถเลือกซื้อของต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ แม้ในวันที่ฝนตก หรือแดดออก เนื่องจากที่นี่จะมีหลังคาปกคลุมอยู่ตลอดทางเดิน

ได้รับความนิยมแน่นอนว่าทั้งจากชาวเมืองเกียวโตเอง และชาวต่างชาติก็ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย ซึ่งร้านเด่นๆ ภายในตลาดนี้ก็คือร้าน “ของดอง” ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของเกียวโต มีทั้งร้านของดองเก่าแก่ชื่อดังที่มีของดองหน้าตาน่าทานอยู่ในถังไม้ เป็นต้น

 

และนอกจากนี้ภายในตลาดนิชิกิแห่งนี้ยังมีร้านอาหารทานเล่นที่สามารถเดินทานอาหารไปเรื่อยๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารทะเลที่มี「IWAITAI(祝い鯛)」(ปลาไทสำหรับ)เรียงรายอยู่มากมาย ซึ่งจะมี「หอยเชลล์ย่างเนย」(500 เยน)หรือ “คามาโบโกะ(คล้ายลูกชิ้นปลา)”(1 ไม้ 300-800 เยน)ให้ได้ซื้อทานอีกด้วย

 

และพิเศษสุดๆ สำหรับ “ขาปูยักษ์” ในบางร้านสามารถซื้อขาปูเพื่อให้ที่ร้านย่าง หรือประกอบอาหารอย่างง่ายให้ทานกันที่ร้านได้เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าหากพูดถึงสถานที่ทานปูขึ้นชื่อของคันไซแล้ว จะอยู่ที่ “ฟุกุอิ” หรือ “คิโนะซากิ” แต่เพื่อนๆ ก็สามารถทานปูแสนอร่อยได้ที่ “ตลาดนิชิกิ” แห่งนี้เช่นกัน

 

นอกจากอาหารทานเล่นต่างๆ แล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถเพลิดเพลินกับของหวานญี่ปุ่นนานาชนิดได้ที่ “ตลาดนิชิกิ” แห่งนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ขนมญี่ปุ่นรสชาติเต้าหู้ หรือมัทฉะ หนึ่งในร้านที่ได้รับความนิยมอยู่มากก็คือร้าน「KONNAMONJA(こんなもんじゃ)」ที่จำหน่าย “โดนัทเต้าหู้” (10 ชิ้น 300 เยน) และนอกจากนี้ยังมี “มันบดทอดครีมเต้าหู้”(200 เยน)หรือ “นามะยูบะ โนะ ซาชิมิ”(แผ่นฟองเต้าหู้สด 200 เยน) ซึ่งเพื่อนๆ จะสามารถเพลิดเพลินกับเมนูอาหาร หรือของหวานที่ทำจากเต้าหู้ได้มากมายที่เกียวโต

เพลิดเพลินกับเมนูเต้าหู้นานาชนิดที่『KYOTO FUJINO』

 

ซึ่งที่ “ตลาดนิชิกิ” นี้นอกจากร้านที่จำหน่ายอาหารทานเล่นแล้ว ยังมีร้านอาหารที่เพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินกับอาหารชุดสไตล์เกียวโตกับอาหาร “โอบันไซ”「OBANZAI」ได้อีกด้วย อย่างเช่นที่ร้านที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในขณะนี้กับร้าน “นิชิกิ ฮิราโนะ”『NISHIKI・HIRANO』

เป็นร้านที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปีพ.ศ.2496 เพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินกับเมนูอาหารชุดสไตล์เกียวโต “โอบันไซ(お惣菜)” ได้ พร้อมกับอาหารขึ้นชื่อของที่ร้านอย่าง ไข่หวานนุ่มๆ เรียกได้ว่าสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารของเกียวโตได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

 

ภายในร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิลที่มีทั้งที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ และที่นั่งแบบโต๊ะ 2 คน รวมแล้วกว่า 50 ที่นั่ง ซึ่งโต๊ะที่นั่งสามารถเคลื่อนย้ายได้เพราะฉะนั้นสามารถรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ได้สบายเลยค่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาก่อนเที่ยงเล็กน้อย ลูกค้าก็เกือบเต็มร้านเลยค่ะ ซึ่งลูกค้ากว่าครึ่งเป็นลูกค้าชาวต่างชาติอีกด้วย

 

และที่บริเวณทางเข้าร้านจะมีจุดชมการทำไข่หวานอีกด้วย จะได้ดูกันชัดๆ เลยค่ะว่าไข่หวานสีเหลี่ยมหน้าตาน่าทานที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของเกียวโตนี้มีกรรมวิธีการทำอย่างไร ซึ่งเชฟพิถิพิถันทำเป็นอย่างยิ่ง น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

 

เมนูภายในร้านจะมีทั้งหมด 8 ชนิด เช่น「Special Tempura HIRANO set」(1850 เยน)หรือ「Beef Sukiyaki Hot Pot」(1680 เยน)โดยเมนูที่ร้านนอกจากจะมีภาษาอังกฤษกำกับอยู่แล้วยังมีรูปภาพประกอบในแต่ละเมนูอีกด้วย เพราะฉะนั้นแม้แต่ชาวต่างชาติก็สามารถสั่งอาหารได้ไม่ยากเลยค่ะ และที่สำคัญคือมีเขียนกำกับวัตถุดิบอาหารในแต่ละเมนูไว้อย่างละเอียด ใครแพ้อาหารอะไรก็สามารถเลือกทานได้อย่างสบายใจเลยค่ะ

 

ส่วน ICHIGO-CHAN สั่งเป็นเมนู「Special Tempura HIRANO set」(1850 เยน)เป็นเมนูข้าวหน้าเท็มปุระที่อัดแน่นไปด้วยเท็มปุระนานาชนิด พร้อมไข่หวาน และเซตเมนู “โอบาไซ” อลังการน่าทานมากๆ เลยค่ะ

 

ในข้าวหน้าเท็มปุระก็จะมีทั้ง กุ้งเท็มปุระตัวโตถึงสองตัว หอยเชลล์ และผักชนิดต่างๆ ส่วนไข่หวานของที่นี่ก็นุ่มหอมอร่อยมากๆ และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ อาหารชุด “โอบันไซ” ของเกียวโต พร้อมซุปมิโซะในเซตด้วยค่ะ

เป็นเมนูที่ได้เพลิดเพลินทั้งรสชาติอาหาร และการตกแต่งอาหารได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผักที่อยู่ในชุด “โอบันไซ” ก็เป็นผักที่ปลูกในเกียวโต อาหารแต่ละชนิดพิถีพิถันคัดสรรมาอย่างดี ได้ทานทีละเล็กน้อยเพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายรสชาติไปพร้อมๆ กันได้เลย

 

เมื่อทานเสร็จแล้วก็ไปคิดเงินกันเลย เราได้ทานอาหารสุดอลังการไปแต่ราคาทั้งหมดอยู่ที่ 1850 เยนเท่านั้น ร้าน “นิชิกิ ฮิราโนะ” นี้รับเฉพาะเงินสดเท่านั้นนะคะ

 

เมื่อทานอาหารกลางวันกันไปจนเต็มอิ่มแล้ว เราจะยังคงเดินเล่นในตลาดนิชิกิกันต่อค่ะ โดยออกจากร้าน “นิชิกิ ฮิราโนะ” ไปทางซ้ายมือ ก็จะเจอร้านจำหน่ายอาหารทานเล่น หรือร้านจำหน่ายของฝากต่างๆ อยู่มากมาย และเมื่อเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ จนสุดตลาดก็จะเจอ “ศาลเจ้านิชิกิ เท็นมังงุ”『Nishiki-Tenmangu Shrine(錦天満宮)』เป็นศาลเจ้าของเทพแห่งการศึกษา「Sugawara no Michizane」บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้สอบนักเรียนนักศึกษาก็จะมากราบไหว้สักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก

 

เดินผ่านบริเวณหน้าศาลเจ้าที่ประดับไปด้วยโคมไฟมากมายใน “ศาลเจ้านิชิกิ เท็นมังงุ” ถึงแม้ว่าศาลเจ้าแห่งนี้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็เป็นสถานที่ที่สามารถเพลิดเพลินกับฤดูกาลของญี่ปุ่นได้ทั้งสี่ฤดู นอกจากนี้ยังมี「NISHIKI NO MIZU(錦の水)」ที่เป็นน้ำที่ผุดขึ้นมาเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกที่น้ำจะผุดขึ้นมาในใจกลางเมืองเกียวโตแห่งนี้ ซึ่งน้ำนี้สามารถดื่มได้อีกด้วย บางคนถึงกับมากรองน้ำที่นี่ในทุกๆ เช้าเลยทีเดียว

และไหนๆ ก็ได้มาที่ศาลเจ้าแล้ว ก็อย่าลืมไปกราบไหว้สักการะกันซักหน่อยนะคะ

มาที่บริเวณศาลเจ้าหลัก(ที่มีระฆังและกล่องทำบุญอยู่หน้าอาคาร) โค้งคำนับเล็กน้อย 1 ครั้ง และโยนเหรียญใส่กล่องทำบุญ(ตามจิตศรัทธา โดยปกติประมาณ 5-50 เยน)จากนั้นสั่นสายระฆังที่ห้อยลงมา และทำการ

โค้งคำนับ 2:โค้งคำนับไปทางศาลเจ้า 2 ครั้ง

ปรบมือ 2:ปรบมือ 2 ครั้ง

โค้งคำนับ 1:อธิษฐานในใจ และโค้งคำนับอีก 1 รอบ

ศาลเจ้าแห่งนี้โดดเด่นเรื่องการเรียนเพราะฉะนั้น ขอเกี่ยวกับการเรียน หรือการสอบก็ได้เลยนะคะ

 

หลังจากที่กราบไหว้ศาลเจ้านิชิกิ เท็นมังงุแล้ว ต่อไปเราจะเดินทางไปยังบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเกียวโตที่บริเวณ “กิออน / ศาลเจ้ายาซากะ / สวนสาธารณะมารุยามะ” กันค่ะ โดยการเดินทางจากตลาดนิชิกิ เท็นมังงุ ไปยัง ศาลเจ้ายาซากะนั้นสามารถใช้เวลาเดินเท้าไปได้ประมาณ 10 นาที ซึ่งระหว่างทางเราจะได้ชมความสวยงามของแม่น้ำคาโมะ ที่สะพานชิโจโอฮาชิ หรือเดินผ่านบริเวณถนนฮานามิโคจิ (Hanamikoji Street) ที่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศเมืองโบราณ เพื่อเดินเล่นเพลิดเพลินกับเมืองเกียวโตให้เต็มที่เลยค่ะ

ตอนต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ เดินเล่นภายในเกียวโตกันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ♪

 

【ตารางการเดินทาง Day2-2 NISHIKI MARKET】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้ “KANSAI ONE PASS”



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶