Day1-5 ทานดินเนอร์ที่ร้าน STEAK LAND ในโกเบ และเข้าพักที่โรงแรม「HOTEL WBF GOJO OMIYA」ในเกียวโต | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-5 ทานดินเนอร์ที่ร้าน STEAK LAND ในโกเบ และเข้าพักที่โรงแรม「HOTEL WBF GOJO OMIYA」ในเกียวโต

HYOGO-KYOTO-OSAKA-NARA

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้เดินทางมาที่สนามบินคันไซ จากนั้นก็ได้เดินทางไปยัง ปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ “ปราสาทฮิเมจิ” และได้เดินทางไปเที่ยวบริเวณ “คิตาโนะ” เป็นหนึ่งวันที่ได้เที่ยวแบบเต็มที่มากๆ

Day1-4 เที่ยวชม “เท็ตสึจิน หุ่นเหล็กหมายเลข 28” ที่ชินนางาตะ และ เที่ยวชมบริเวณคิตาโนะ ในเมืองโกเบ

โดยหลังจากนั้นเราจะเดินทางไปยังร้าน「STEAK LAND・KOBE(神戸店)」ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์กลางโกเบที่ “โมโตมาจิ・ซันโนมิยะ” นี้จะเป็นสถานที่ที่เพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินกับสเต็กได้อย่างเต็มที่ และด้วยรสชาติความอร่อย และการย่างเนื้อให้ดูต่อหน้ายิ่งเป็นอะไรที่ทำให้ร้านได้รับความนิยมเป็นอย่างอยู่ในขณะนี้

การท่องเที่ยวด้วยพาส「KANSAI ONE PASS」ในตอนที่ 5 นี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปทานดินเนอร์เป็นเนื้อโกเบชั้นดีของญี่ปุ่นที่「STEAK LAND・KOBE」และเข้าพักโรงแรม「HOTEL WBF GOJO OMIYA」กันค่ะ

 

เดินจากสถานีโมโตมาจิ (Motomachi Station) เรียบทางยกดับเส้นทางของรถไฟ JR สายโกเบ มาประมาณ 5 นาที เท่านั้นเราก็จะเจอร้าน「STEAK LAND・KOBE(神戸店)」อยู่ทางด้านซ้ายมือเลย

 

ถึงแม้ว่าภายนอกร้านนี้เป็นร้านที่ดูแพง แต่เพื่อนๆ จะสามารถทานเนื้อโกเบได้ในราคากันเอง ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นเราจะเข้าไปในร้านกันเลย

 

ศูนย์กลางร้านจะมีส่วนครัว หรือส่วนกระทะร้อน คั่นกลางทีนั่ง และมีที่นั่งล้อมรอบกว่า 60 ที่นั่ง ที่นั่งสามารถชมเชฟทำการย่างเนื้อต่างๆ ได้ต่อหน้า ซึ่งส่วนนี้จะได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นควรจองที่นั่งเอาไว้ก่อนเลยจะดีที่สุด

『 จองที่นั่งร้าน STEAK LAND』

 

เมนูของที่ร้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นสเต็กที่มีทั้งเนื้อญี่ปุ่น 180g ใน「Wagyu Beef Staek」(2880 เยน), เมนูเนื้อโกเบ「KOBE BEEF steak Luanch」(4880 เยน),「KOBE BEEF tender-loin set」(13,880 เยน)และ「special KOBE BEEF tender-loin steak dinner」(15,880 เยน)นอกจากนี้ในอาหารแบบเซตจะมาเสิร์ฟพร้อมกับซุป และสลัด พร้อมข้าวหรือขนมปังอีกด้วย เท่านั้นไม่พอสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเพลิดเพลินกับเนื้อโกเบในราคาเป็นกันเอง ก็สามารถทานเป็นอาหารกลางวันในช่วงตั้งแต่เวลา 11:00-14:00 ที่สามารถทาน “เนื้อสเต็กอาหารกลางวัน”(150g 3150 เยน)ได้นั่นเอง

 

และเนื้อก็จะถูกย่างอยู่ตรงหน้า เนื้อชั้นดีของญี่ปุ่นกับ “เนื้อโกเบ” พร้อมลายมันที่กำลังดีกลิ่นหอมๆ โชยมาเรื่อยๆ และเนื้อที่ถูกตักเป็นชิ้นๆ ก็จะถูกเสริฟ์อยู่ตรงหน้า และน่าเสียดายที่เราไม่สามารถให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลองความอร่อยนี้ได้โดยตรง แต่เราก็ได้มีภาพบรรยากาศการย่างเนื้อมาให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ

 

ส่วนเมนูที่ ICHIGO-CHAN สั่งมาวันนี้ก็คือ「KOBE BEEF steak Luanch」(4,880 เยน)หอมน่าทานมากๆ เลยค่ะ

 

เนื้อโกเบที่มีความหอมมันกำลังพอดี นอกจากรสชาติความอร่อยของวัตถุดิบต่างๆ แล้ว การย่างเนื้อประกอบอาหารก็ดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้เต็มที่ ทุกอย่างรสชาติเข้ากันอย่างลงตัว ได้เพลิดเพลินกับเนื้อโกเบชั้นดีที่ไม่สามารถสัมผัสได้ที่ประเทศไทยอย่างเต็มที่

เนื้อโกเบชั้นดี ที่มีความหอมมันกำลังพอดี เนื้อนุ่มแบบละลายในปาก ของดีแบบนี้เดินทางจากโอซาก้ามาทานที่นี่ก็ถือว่าคุ้มสุดๆ ไปเลยค่ะ

 

และนี่ก็คือเชฟของ ICHIGO-CHAN ในมื้อนี้ ถึงเชฟจะดูหนุ่มแต่ก็มีประวัติการทำงานมานานถึง 5 ปี ปละสำหรับเนื้ออร่อยๆ ที่เราได้ทานไปราคาอยู่ที่ 4880 เยน สามารถชำระได้ทั้งเงินสด และบัตรเครดิตทั่วไป

 

หลังจากที่เราได้ทาน “เนื้อโกเบ” เนื้อชั้นดีของญี่ปุ่นกันไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เราจะมุ่งหน้าไปที่สถานีเกียวโตเพื่อไปที่พักของเราในคืนนี้กันเลย

โดยการจาก「STEAK LAND・KOBE」นั้นเพื่อนๆ สามารถเดินทางได้ 3 วิธีคือ นั่งรถไฟ JR, รถไฟฮังคิว หรือเดินทางไปชินโกเบก่อนแล้วจึงนั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงชินคันเซ็นไป ส่วนในวันนี้เราจะเลือกเดินทางด้วย รถไฟ JR New Rapid Service ที่สามารถเดินทางไปได้โดยตรงโดยไม่ต้องต่อรถไฟให้เสียเวลา

โดยรถไฟ JR New Rapid Service นี้จะออกตัวจากสถานี JR ซันโนะมิยะ เมื่อออกจากร้านแล้วก็เดินไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ เมื่อออกมาสู่ถนนใหญ่แล้ว ก็เลี้ยวไปทางขวามือ เดินไปเรื่อยๆ และก็เดินข้ามสี่แยกไปถนนอีกฝั่งที่อยู่ใต้เส้นทางรถไฟ

 

เมื่อเดินข้ามทางม้าลายมาแล้ว ก็เดินเข้าไปในสถานี JR ซันโนะมิยะ จากประตูกลาง (Cemtral Gate) ที่อยู่ทางขวามือไปเลย

แตะ「KANSAI ONEPASS」เพื่อผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วไปจากนั้นก็เดินเยื้องไปทางขวามือเพื่อขึ้นไปที่ชานชาลาหมายเลข 1・2 ที่มุ่งหน้าไปสู่ โอซาก้า เกียวโตกันค่ะ

ซึ่งรถไฟ JR New Rapid Service จะออกตัวจากชานชาลาหมายเลข 1 รถไฟจะวิ่งทุกๆ 15 นาที และจะต้องใช้เวลาในการเดินทาง 53 นาทีค่ะ

 

แล้วรถไฟก็จะมุ่งหน้ามาสู่ชานชาลาที่ 2 ของสถานีเกียวโตเลย เมื่อลงจากรถไฟแล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ภายในชานชาลาไปและเดินไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็จะเจอช่องตรวจตั๋ว Karasuma Central Exit

ของสถานีเกียวโต ให้แตะ「KANSAI ONEPASS」อีกรอบเพื่อออกจากสถานีกันเลย

เมื่อออกมาด้านนอกสถานีเกียวโตแล้ว ก็จะเจอบัสเทอร์มินอล และที่เห็นอยู่แต่ไกลก็คือ “เกียวโตทาวเวอร์” ที่เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเกียวโต มีความสูง 13 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นประภาคารของเมืองเกียวโตที่ไม่ได้อยู่ติดทะเลแห่งนี้ สามารถชมเมืองเกียวโตได้เกือบทั้งเมืองเลยมีเดียว

ซึ่งบัสเทอร์มินอลที่ของสถานีเกียวโตประตูคาราสุมะจะมีจุดขึ้นรถบัสตั้งแต่ A-D แบ่งตามจุดหมายปลายทางต่างๆ โดยสามารถดูจากป้ายที่ระบุอยู่ในแต่บะจุดได้อย่างเข้าใจง่าย

ซึ่งโรงแรม「HOTEL WBF GOJO OMIYA」นี้จะอยู่ที่ป้ายบัสโอมิยะโกโจ เพราะฉะนั้นนั่งรถบัสสาย 206 (วนซ้าย) ไปจะสะดวกที่สุด รถบัสจะวิ่งทุกๆ 10 นาทีและออกตัวจากจุดขึ้น A3 ค่ะ

 

โดยรถบัสของเกียวโตนั้นจะเป็นรถบัสออกขึ้นประตูหลัง และลงรถจากประตูหน้า การชำระเงินก็เพียงแค่แตะ『KANSAI ONEPASS』ไปที่เครื่องขณะลงรถบัสเท่านั้น สามารถขึ้นรถบัสได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องคอยเช็คราคาค่รเดินทาง หรือไม่ต้องเตรียมเหรียญกันให้วุ่นวายเลยทีเดียว

นอกจากนี้รถบัสเกียวโตจะมีตั๋วแบบไม่อั้น 1 วัน ราคา 600 เยนอยู่อีกด้วย สามารถซื้อได้ที่คนขับรถเลยเช่นกัน เพียงนั่งเกิน 3 ครั้งก็ถือว่าคุ้มแล้วค่ะ

 

เมื่อลงรถบัสที่ป้ายบัสโอมิยะโกโจแล้ว ก็จะเจอโรงแรม『HOTEL WBF GOJO OMIYA』ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนพฤษจิกายนปีที่ผ่านมา อยู่ตรงหน้าเลย

เมื่อเดินเข้าไปในโรงแรมแล้วก็จะเจอล็อบบี้ที่กว้างขวาง ส่วนเคาน์เตอร์เช็คอินจะอยู่ที่บริเวณด้านในเลยค่ะ สามารถทำการเช็คอินได้โดยกรอกชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และE-mail จากนั้นก็ยื่นพาสปอร์ต และทำการชำระเงินเท่านั้น ที่นี้จะรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหลักๆ อย่าง VISA Master หรือ JCB ค่ะ

เมื่อได้รับคีย์การ์ดห้องและคูปองอาหารเช้าแล้ว ก็ไปที่ห้องพักกันเลย

 

ห้องพักของ ICHIGO-CHAN เป็นห้องแบบทวินรูม ห้องค่อนข้างกว้างขวางเลยเมื่อเทียบกับโรงแรมอื่นๆ ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น มีความกว้าง 23㎡ เป็นความกว้างที่สามารถกางกระเป๋าเดินทางได้พร้อมๆ กันทั้ง 2 กระเป๋าแบบสบายๆ เลยค่ะ

 

และที่ภายในห้องพักจะมีมือถือสมาร์ทโฟน「handy」ให้ยืมอีกด้วย โดนเพื่อนๆ สามารถใช้สิ่งนี้ภายในโรงแรม หรือนอกโรงแรมได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวต่างๆ หรือสามารถใช้เป็นกล้องถ่ายรูปได้อีกด้วย และที่พิเศษสุดๆ เลยก็คือสามารถโทรศัทพ์ทางไกลไปต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศไทยได้ไม่อั้นเลยทีเดียว

เป็นระบบ android ที่รองรับภาษาไทยอีกด้วย

 

ห้องน้ำภายในห้องพักก็อยู่รวมกันห้องอาบน้ำ ที่มาพร้อมกันสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แบบครบครัน

 

ตั้งแต่เช้า ICHIGO-CHAN ได้เดินทางออกจากสนามบินคันไซ จากนั้นก็เดินทางไปยัง “ปราสาทฮิเมจิ”, “เท็ตสึจิน หุ่นเหล็กหมายเลข 28”「TETSUJIN 28 GOU」, เมืองพักแรมชาวต่างชาติ และได้ทานเนื้อโกเบ เป็นหนึ่งวันที่ได้เที่ยวจังหวัดเฮียวโงะแบบเต็มที่มากๆ จนตอนนี้เราก็อยู่ที่เกียวโตกันแล้ว

โดยในวันพรุ่งนี้เราจะมาเริ่มเที่ยวเมืองเกียวโตกันที่ “เกียวโตทาวเวอร์” สัญลักษณ์ที่เด่นชัดของเกียวโต จากนั้นก็จะเดินทางไปยัง “ตลาดนิชิกิ” “ย่านกิออน” และ เที่ยวชมวัดในย่าน “ฮิงาชิ ยามะ” กันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ♪ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

【ตารางการเดินทาง Day1-5 Dinner at STEAK LAND・KOBE/HOTEL WBF GOJO OMIYA】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้ “KANSAI ONE PASS”

 

 

 

 

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶