Day4-1 สัมผัสบรรยากาศความสูง 300 เมตรกับ「EDGE THE HARUKAS」บนตึก「ABENO HARUKAS」ก่อนเดินทางไปสนามบินคันไซเพื่อเดินทากลับประเทศไทย | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day4-1 สัมผัสบรรยากาศความสูง 300 เมตรกับ「EDGE THE HARUKAS」บนตึก「ABENO HARUKAS」ก่อนเดินทางไปสนามบินคันไซเพื่อเดินทากลับประเทศไทย

OSAKA-KYOTO-OSAKA-AMANOHASHIDATE-OSAKA

ในสามวันที่ผ่านมานี้ เราได้ไปทั้ง “โอซาก้า OSAKA” “เกียวโต KYOTO” และ “อามาโนะฮาชิดาเตะ AMANOHASHIDATE” และแล้ววันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของทริปแล้ว

Day3-5 “อามาโนะฮาชิดาเตะ”「AMANOHASHIDATE」วิวที่เป็นหนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ปิดท้ายก่อนเดินทางกลับโอซาก้าเพื่อเข้าโรงแรม「CANDEO HOTELS OSAKA NAMBA」ท่ามกลางศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวของโอซาก้า

วันนี้เราก็จะต้องกลับกรุงเทพกันแล้วล่ะค่ะ ซึ่งในตอนสุดท้ายนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปลองกิจกรรมใหม่ของ 「ABENO HARUKAS」กับการสัมผัสประสบการณ์ความสูงกว่า 300 เมตรกับ「EDGE THE HARUKAS」เพื่อส่งท้ายทริปของ ICHIGO-CHAN กันก่อนเดินทางไปสนามบินคันไซเพื่อกลับไทยค่ะ

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน วันนี้เป็นเช้าวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว วิวจากหน้าต่างห้องนอนของเราก็จะเห็นทั่วโอซาก้าเลย แต่วันนี้ฟ้าจะครื้มๆ หน่อย เราไปเต็มที่กับวันสุดท้ายของทริปกันเลย

ก่อนอื่นก็ต้องไปเติมพลัง ทานอาหารเช้ากันก่อน ไปที่ห้องอาหารชั้น 1F กันเลย

 

อาหารเช้าจะให้บริการตั้งแต่ 7 โมง จนถึง 10 โมงเช้า ที่ชั้น 1F เลยฟร้อนท์เข้าไปอีก ซึ่งราคาห้องพักส่วนใหญ่ก็จะเป็นราคารวมอาหารเช้า แต่ถ้าใครไม่ได้จองอาหารเช้าด้วยก็สามารถซื้อคอร์สอาหารเช้าได้ในราคา 2000 เยน(อายุต่ำกว่า 12 ปี1000 เยน)เท่านี้ก็สามารถทานอาหารเช้าเพื่อสุขภาพที่ดีได้เลยค่ะ

 

ภายในห้องอาหารจะมีเก้าอี้มากมายกว่า 100 ที่นั่ง ทั้งแบบโต๊ะ 4 คน 6 คน หรือจะเป็นที่นั่งแบบโซฟาสบายๆ ก็มีเช่นกันค่ะ ซึ่งตรงกลางห้องอาหารก็มีที่นั่งแบบโต๊ะใหญ่ 12 คนด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถทานอาหารได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเลยค่ะ

 

อาหารก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งไข่คน ไส้กรอก เมนูผัก เนื้อ แฮมเบิร์ก หรือสลัดนานาชนิด ที่ทุกอย่างล้วนเป็นวัตถุดิบจากญี่ปุ่นทั้งนั้นเลยค่ะ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพจริงๆ

 

นอกจากอาหารแล้ว เครื่องดื่มก็มีให้เลือกมากมายไม่แพ้กัน ทั้งเครื่องชงกาแฟที่สามารถเลือกชงกาแฟได้หลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ลาเต้ หรือเอสเปรสโซ่ นอกจากนี้ก็มี โซดา โค้ก ต่างๆ อีกมากมาย

 

อาหารเช้าของเช้าวันสุดท้ายก็จะประมาณนี้เลยค่ะ ตักมาให้ครบ 5 หมู่เลย ไหนๆ ก็จะกลับไทยแล้ว ICHIGO-CHAN ต้องเก็บเกี่ยวอาหารญี่ปุ่นลงท้องเยอะๆ หน่อย

 

หลังจากที่เราทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ก็เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเลย ก่อนกลับไทยวันนี้เราจะกลับไปลอง「EDGE THE HARUKAS」ที่เราอยากลองไปตั้งแต่วันแรก แต่ว่าฝนตก วันนี้เราเลยจะมุ่งหน้าไปที่「ABENO HARUKAS」กันเลย โดยเราจะนั่งรถไฟจากสถานีที่ใกล้โรงแรมมากที่สุดกับสถานี SAKAISUJI NIPPOMBASHI STATION เพื่อนั่งรถไฟใต้ดินสาย SAKAISUJI LINE เพื่อไปลงที่สถานี DOBUTSUENMAE STATION จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นสาย MIDOSUJI LINE เพื่อต่อรถไฟไปลงที่ TENNOJI STATION กันค่ะ

ก่อนอื่นก็ต้องออกจากโรงแรมไปทางขวา จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ เพื่อไปลงที่สถานี NIPPOMBASHI STATION ตรงไปเรื่อยๆ จนเจอบันไดที่ตรงลงไปสู่สถานีรถไฟใต้ดินเลย


เมื่อลงบันไดมาแล้วก็จะเจอกับเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติอยู่ด้านขวามือ เราไปซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินกันเลย

ก่อนอื่นก็ต้องเช็คราคาจากบอร์ดแผนผังเส้นทางรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วก่อน

ซึ่งบริษัทรถไฟในโอซาก้าหรือรถไฟเอกชนของคันไซจะต้องใส่เงินเข้าไปก่อน

จากนั้นก็กดคำว่า「Ticket」จากนั้นก็กดจำนวนเงินที่แสดงอยู่ด้านล่างหน้าจอตามจำนวนราคาตั๋วที่

เช็คไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย ราคาตั๋วจากสถานีนัมบะไปสถานีเท็นโนจิราคา 230 เยน

นอกจากนี้ยังสามารถเช็คราคาตั๋วรถไฟได้ง่ายๆ จากเว็ปไซต์ก่อนล่วงหน้าค่ะ

เพียงแค่กรอกสถานีต้นทางและสถานีปลายทางเท่านั้นไม่ยาก อ่านรายละเอียดคลิ๊กเลย การเดินทางในญี่ปุ่นของคุณจะง่ายมากขึ้นเมื่อท่านได้อ่านบทความนี้แล้

ส่วนนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่ม 10 คนขึ้นไปก็สามารถซื้อตั๋วแบบเหมาจ่าย “ตั๋วคูปอง” “回数券” 

“KAAISUUKEN” ได้ในราคที่ถูกกว่าปกติ อ่านรายละเอียดคลิ๊กเลย ตั๋วรถไฟญี่ปุ่นยิ่งซื้อเยอะก็ยิ่งลดเยอะ มันคืออะไรไปดูกันเลย

 

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ผ่านเข้าเครื่องตรวจตั๋วที่อยู่ด้านขวามือเข้าไป และไปขึ้นรถไฟที่จะมุ่งหน้าไปสู่ TENGACHAYA และนั่งไปลงสถานีที่ 2 ที่สถานี DOBUTSUENMAE STATION เมื่อถึงแล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ท้ายๆ จากนั้นก็ยูเทิร์นไปทางขวา เพื่อไปนั่งรถไฟสาย MIDOSUJI LINE

 

และเมื่อเดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ ก็จะเจอกับชานชาลาที่มุ่งหน้าไปสู่เท็นโนจิ ขึ้นรถไฟเลย จากนั้นก็ลงสถานีต่อไปที่สถานีเท็นโนจิ สถานีใกล้ ABENO HARUKAS เมื่อถึงสถานีเท็นโนจิแล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ภายในชานชาลา และออกจากช่องตรวจตั๋ว จากนั้นเลี้ยวไปทางซ้าย ตรงไปตามทางเรื่อยๆ ไปจนถึงทางเข้าตึก ABENO HARUKAS เลยค่ะ

เมื่อเข้าไปแล้วก่อนอื่นก็ขึ้นลิฟต์ที่อยู่ที่อยู่ขวามือ และขึ้นไปที่ชั้น 16F ทางเข้าจุดชมวิว ABENO HARUKAS

 

เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 16F แล้วก็จะเจอเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วอยู่ขวามือ ค่าเข้า ABENO HARUKAS ค่าเข้าจะอยู่ที่ 1500 เยน ที่นี่สามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตทั้ง VISA・Master・JCB หรือ Union Pay

ครั้งนี้เรามาเที่ยวที่นี่กับ MonChan เพื่อนที่อยู่เกียวโตค่ะ เราทั้ง 2 คนจะพาเพื่อนๆ ไปจุดชมวิว「 ABENO HARUKAS」และพาเพื่อนๆ ไปลอง「EDGE THE HARUKAS」กันค่ะ

 

ลิฟต์ที่ใช้ขึ้นไปบนจุดชมวิวจะเป็นลิฟต์แก้ว ก็คิดว่าจะได้เห็นวิวรอบๆระวังขึ้น

แต่แปปเดียวเท่านั้นก็ถึงข้างบนเลย เร็วมากเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนของ「โดเรม่อน」เลย

ระหว่างขึ้นไปจะมีตัวเลขแสดงว่าตอนนี้เราอยู่ที่ความสูงกี่เมตรด้วย

สาเหตุที่ทำให้ลิฟต์แก้วไม่สามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้ก็เพราะเอาไว้สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวความสู

งนั่นเองค่ะ

 

เอาล่ะค่ะ จากตรงนี้ไปจะเป็นกิจกรรมที่เพิ่งเปิดให้บริการกับ「EDGE THE HARUKAS」

ชมรีวิวจุดชมวิวตึก「ABENO HARUKAS」ของวันที่ 15 พฤษภาคม คลิ๊กเลย !  Day1-2 ชมวิวเมืองโอซาก้าจากตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น「ABENO HARUKAS」ที่มีความสูง 300m และมุ่งหน้าไปย่านแห่งโอซาก้าที่「SHINSEKAI」

เมื่อถึงชั้นจุดชมวิวชั้น 60F แล้วเราก็จะเจอกับเคาน์เตอร์『EDGE THE HARUKAS』อยู่ตรงหน้า เพื่อวิวโอซาก้าบนดาดฟ้ากลางแจ้ง พร้อมสัมผัสความหวาดเสียวจากความสูง 300 เมตร

เป็นกิจกรรมที่จำกัดผู้เข้าร่วมวันละ 60 คน โดยแต่ละรอบจะเริ่มขึ้นเมื่อผู้เข้าร่วมครบ 5 คน

ซึ่งกิจกรรมนี้จะไม่สามารถจองล่วงหน้าได้ เพราะกิจกรรมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยค่ะ

ก่อนอื่นก็ต้องไปซื้อบัตรที่เคาน์เตอร์ติดต่อสอบถาม ราคา 1000 เยน(สามารถชำระด้วยบัตรเครดิต)จากนั้นก็สวมชุดนิรภัย「TSUNAGI」สีแดงเพื่อขึ้นไป「EDGE THE HARUKAS」กันเลย

 

เมื่อสวมชุดเรียบร้อยแล้ว ก็ตามพนักงานขึ้นไปข้างบนกันเลยค่ะ แค่คิดว่าจะต้องขึ้นไปบนดาดฟ้าสูง 300m ก็ตื่นเต้นมากๆ ตอนนี้ใจเต้นแรงสุดๆ ไปเลยค่ะ


ก่อนขึ้นไปชั้นบนสุด เราก็จะต้องสวมสายรัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัยกันก่อน เมื่อลูกค้ารอบก่อนหน้าลงมาแล้ว เราก็ได้ขึ้นต่อเลย ค่อยๆ ขึ้นไปข้างบนกันเลย

 

ขึ้นไปตามทางเดินที่สามารถเดินได้แค่คนเดียว ข้างบนนี้ลมแรงมาก ประมาณว่าถ้าไม่จับเอาไว้ก็เหมือนตัวจะปลิวเลย ทางเดินแคบๆ ที่จับเล็กๆ บวกกับลมแรงๆ แค่นี้ก็เสียวมากๆ แล้ว พอมองไปรอบๆ ก็จะเห็นโดยรอบของโอซาก้าเลย เห็นไปถึงทะเลเลยค่ะ พนักงานบอกว่า ถ้าอากาศดีก็จะได้เห็นไปถึง ภูเขาร๊อคโค สนามบินคันไซ หรือเกียวโต เลยด้วย

 

แค่ทางเดินแคบๆ บนความสูงขนาดนี้ก็เสียวมากๆ แล้ว แต่「EDGE THE HARUKAS」ไม่ได้มีเท่านี้นะคะ.....

ก่อนอื่นก็ต้องนำสายนิรภัยไปคล้องเอาไว้ที่ราว

 

จากนั้นก็โน้มตัวแอนลงไปให้สุดเลยย ! แต่มีสายนิรภัยคอยดึงเราเอาไว้อยู่เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวเลยค่ะว่าจะตกลงไป

แค่เห็นรูปก็รู้สึกหวาดเสียวแล้วใช่ไหมคะ แต่เรามีคลิปมาฝากเพื่อนๆ ด้วยค่ะ ไปดูกันเลยยย

 

 

 

 

เป็นยังไงบ้างคะ ดูแล้วรู้สึกหวาดเสียวไหมคะ ทุกคนคงได้ยินเสียงลมว่าลมแรงมากๆ เลยใช่ไหมคะ ถ้าใครได้ไปที่โอซาก้า ABENO HARUKAS ก็อย่าลืมไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ดูนะคะ ได้ทั้งความหวาดเสียวและยังได้ชมวิวโอซาก้าจากมุมที่สูงที่สุดเลยค่ะ


หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้ไปลองกิจกรรม「EDGE THE HARUKAS」แล้วก็ได้เวลาที่จะต้องเดินทางไปสนามบินคันไซกันแล้วค่ะ ขับกลับเราจะนั่งรถไฟใต้ดินสายมิโดซุจิเพื่อไปลงที่สถานีนัมบะกันค่ะ  จากนั้นเราก็จะนั่ง Limited Express rapi:t ของรถไฟนันไคเพื่อไปลงที่สนามบินคันไซกันค่ะ

ก่อนอื่นก็ต้องนั่งสายมิโดซุจิจากสถานีรถไฟใต้ดินเท็นโนจิ เพื่อไปลงที่สถานีนัมบะ

โดยเราจะลงลิฟต์ไปที่ชั้น 16F ก่อนจากนั้นก็ลงลิฟต์ต่อมาถึงชั้นใต้ดิน 1F เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดินแล้วก็ออกจากประตูเลื่อน เลี้ยวไปทางซ้ายและตรงไปเรื่อยๆ ไปซักพักก็จะออกมาสู่ลานกว้างในสถานี จากนั้นก็เดินเยื้องไปทางขวาเพื่อไปที่สถานีเท็นโนจิสายมิโดซุจิ


ไปซื้อตั๋วกันเลย

ก่อนอื่นก็ต้องเช็คราคาจากบอร์ดแผนผังเส้นทางรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วก่อน

ซึ่งบริษัทรถไฟในโอซาก้าหรือรถไฟเอกชนของคันไซจะต้องใส่เงินเข้าไปก่อน

จากนั้นก็กดคำว่า「Ticket」จากนั้นก็กดจำนวนเงินที่แสดงอยู่ด้านล่างหน้าจอตามจำนวนราคาตั๋วที่

เช็คไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย ราคาตั๋วไปสถานีนัมบะจะอยู่ที่ 180 เยน

นอกจากนี้ยังสามารถเช็คราคาตั๋วรถไฟได้ง่ายๆ จากเว็ปไซต์ก่อนล่วงหน้าค่ะ

เพียงแค่กรอกสถานีต้นทางและสถานีปลายทางเท่านั้นไม่ยาก อ่านรายละเอียดคลิ๊กเลย การเดินทางในญี่ปุ่นของคุณจะง่ายมากขึ้นเมื่อท่านได้อ่านบทความนี้แล้

https://ichigojapan.jp/deepjapan/japan_traffic

ส่วนนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่ม 10 คนขึ้นไปก็สามารถซื้อตั๋วแบบเหมาจ่าย “ตั๋วคูปอง” “回数券”

“KAAISUUKEN” ได้ในราคที่ถูกกว่าปกติ อ่านรายละเอียดคลิ๊กเลย ตั๋วรถไฟญี่ปุ่นยิ่งซื้อเยอะก็ยิ่งลดเยอะ มันคืออะไรไปดูกันเลย

 

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วไปเลยค่ะ เมื่อผ่านเข้ามาแล้ว ก็เดินลงบันไดที่อยู่ตรงหน้าเพื่อลงไปที่ชานชาลาสายมิโดซุจิกันเลยค่ะ ชานชาลาเบอร์ 3 จะเป็นรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่ 「อุเมดะ UMEDA」「ชินโอซาก้า SHINOSAKA」「เซ็นริจูโอ SENRICHUO」เมื่อขึ้นรถไฟไปแล้วก็ลงสถานีที่ 3 ที่「สถานีนัมบะ NAMBA STATION」เมื่อลงที่สถานีนัมบะแล้วก็เดินไปขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ด้านหลังสุด และออกจากช่องตรวจตั๋วไปเลย เมื่อผ่านมาแล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ เพื่อไปที่สถานีนัมบะรถไฟนันไคเลยค่ะ

 

เมื่อออกมาสู่ลานโล่งกว้างหน้าสถานีแล้ว ก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 3F

เพื่อไปชั้นที่มีชานชาลาและช่องตรวจตั๋วกันเลย

 

เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมาแล้วก็จะเจอเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติและช่องตรวจตั๋วอยู่ตรงหน้า

จากสถานีรถไฟนันไคนัมบะ NANKAI NAMBA STATION ไปสนามบินคันไซ นั้น สามาถไปได้ 2

 

อย่างก็คือ รถไฟแบบ Limited Express rapi:t หรือ Express ซึ่ง Limited Express rapi:t จะวิ่งทุกๆ

30 นาทีเป็นที่นั่งแบบ Reclining Seat รวมราคาทั้งหมดเที่ยวละ 1270 เยน ส่วน Express

จะแล้วแต่ช่วงเวลาแต่ส่วนมากก็จะวิ่งทุกๆ 15 นาทีหรือ 20 นาที เป็นที่นั่งแบบ Long Seat

ราคาเที่ยวละ 920 เยน

ซึ่งถ้าเราจ่ายเพิ่มเพียง 350 เยนเท่านั้นก็จะได้นั่งที่นั่งแบบสบายๆ Reclining Seat เลย

อีกทั้งยังมีที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่สำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย แนะนำเลยค่ะ ตั๋ว Limited Express

rapi:t จะไม่สามารถซื้อได้จากเครื่องจำหน่ายตั๋วเพราะฉะนั้นต้องไปซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วค่ะ

และที่สำคัญสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ค่ะ

 

โอซาก้าที่กำลังเป็นที่นิยมของเหล่านักท่องเที่ยวในขณะนี้ คนที่ต่อแถวรอซื้อบัตรรถด่วนพิเศษก็ยาวมากๆ เลยค่ะ ICHIGO-CHAN ในช่วงเวลาเช้าตรู่ บ่ายและเย็นจะเป็นช่วงที่คนเยอะมากเป็นพิเศษ และตั๋วที่เราได้มาก็คือรอบถัดไปอีก 2 รอบ เหลือเวลารถไฟออกอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ระหว่างรอเราเลยจะไปหาข้าวกลางวันทานกันซักหน่อยค่ะ

 

โดยเดินจากเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรและลงบันไดเลื่อนที่อยู่ด้านขวามือ จากนั้นก็ยูเทิร์นไปทางขวาก็จะเจอกับร้านที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้กับร้านข้าวห่อไข่「RAKERU」อยู่ทางด้านขวา เป็นร้านข้าวห่อไข่สไตล์ญี่ปุ่น ที่ตกแต่งร้านด้วยผ้าปูสีแดงขาวบรรยากาศน่ารักๆ ที่นั่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นโต๊ะที่นั่งแบบ 2 คน หรือ 4 คน ซึ่งทางร้านสามารถรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ได้ค่ะ

 

เมนูส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมนูข้าวห่อไข่ ที่มีเมนูให้เลือกหลากหลายชนิด เช่น「KUKU CHICKEN RICE DEMI GLACE OMELET RICE」(880 เยน) หรือ

「KUKU BEEF WITH MUSHROOM BROWN STEW POTATO OMELET RICE」(880 เยน)ฯลฯ ซึ่งแต่ละอย่างราคาไม่ถึง 1000 เยน(≒340 บาท)ด้วยค่ะ

 

นอกจากนี้ที่นี่ก็มีเมนูของหวานให้เลือกมากมาย ทั้ง「VITAMIN FRUITS PARFAIT」(980 เยน)หรือ「CHOCOLATE KING PARFAIT」(780 เยน)ในเมนูของหวานชิ้นใหญ่ หรือจะเป็น「CARAMEL VANILA PARFAIT」(380 เยน)แบบถ้วยเล็กๆ

 

วันนี้ ICHIGO-CHAN สั่ง CHICKEN DENI RICE(950 เยน)เราไปตอนช่วงอาหารกลางวันพอดี เลยจะมีซุปและกาแฟฟรี

 

สั่งอาหารไปแล้วก็ต้องไม่พลาดของหวาน เมนูของหวานวันนี้ราคาเพียง(324 เยน)ICHIGO-CHAN ชอบสตอเบอรี่มากๆ เลยสั่งรสสตอเบอรรี่มา ♪ ได้กินของหวานที่ชอบก่อนกลับไทยด้วย ถือว่าคุ้มจริงๆ

 

ราคาทั้งหมดรวม ข้าวห่อไข่ กาแฟ และซุป ของหวาน เป็น 1274 เยนเท่านั้น เป็นอีกมื้อนึงที่ถือว่าคุ้มเลยค่ะ

 

หลังจากที่ทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปสนามบินพอดีเลยค่ะ โดยออกจากเคาน์เตอร์ขายตั๋วไปทางตรงข้ามทางเดิมที่เรามา เพื่อไปที่สถานีรถไฟนันไคนัมบะ ข้างๆ เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วก็จะเป็นช่องตรวจตั๋วเลยค่ะผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วไปและเดินไปที่ชานชาลาท้ายสุดทางขวามือ เพื่อขึ้นรถไฟจากชานชาลานี้กันเลย

รถไฟ Limited Express rapi:t หน้าตาแบบนี้เลยค่ะ เหมือนหุ่นยนต์เลย

แฟนพันธุ์แท้รถไฟชอบกันมากๆ เลย บางคนถึงกับบินมากจากไต้หวันหรือเกาหลีเพื่อมานั่ง rapi:t

นี้โดยเฉพาะด้วยนะคะ

 

ภายในรถไฟก็จะเป็นที่นั่งแบบ Reclining Seat ลายเสือดาว กับหน้าต่างทรงกลม

และจะมีโซนเก็บของที่มีโซ่พร้อมที่ล็อคเก็บสัมภาระอีกด้วยค่ะ

 

ออกจากสถานีนัมบะมา 38 นาทีและแล้วเราก็มาถึงสนามบินนานาชาติคันไซกันแล้ว

ซึ่งสถานีรถไฟกับเทอร์นินอล 1 ของสนามบินจะมีสะพานเชื่อมกับอยู่ ดังนั้นเมื่อถึงสถานีรถไฟแล้ว

ก็ขึ้นบันไดเลื่อนหรือลิฟต์เพื่อขึ้นมาที่ชั้นช่องตรวจตั๋วเลยค่ะ

เมื่อออกมาจากช่องตรวจตั๋วแล้วก็เลี้ยวไปทางซ้าย

และเดินข้ามสะพานเพื่อเข้าไปในตัวอาคารสนามบินเลยค่ะ

จากนั้นเมื่อเข้ามาในสนามบินแล้วก็ขึ้นลิฟต์ทางฝั่งซ้ายหรือขวาเพื่อขึ้นไปที่ชั้น 4F ค่ะ

 

เมื่อมาถึงชั้น 4F แล้วก็จะเจอหน้าจอแสดงสายการบินต่างๆ

เพราะฉะนั้นสามารถเช็คเคาน์เตอร์เช็คอินได้จากหน้าจอนี้เลยค่ะ สายการบินไทยจะอยู่ที่ช่อง Dค่ะ

 

หากเป็นที่สนามบินนาริตะที่โตเกียวก็จะต้องเช็คอินจากเครื่องเช็คอินด้วยตัวเอง SELF CHECK-IN

แต่ที่สนามบินคันไซจะมีพนักงานคอยดูแล และสามารถเช็คอินได้ที่เคาน์เตอร์เลยค่ะ

แต่เตรียมพาสปอร์ต E Ticket และบัตร Mileage ไว้เท่านั้น ทริป 4

วันที่คันไซของเราก็กำลังจะหมดลงแล้วจริงๆ ค่ะ ยังอยากจะดูของเล็กๆ น้อยๆ ภายในสนามบินอยู่

แต่ช่วงเวลาตอนเย็น17นาฬิกานั้น จะเป็นช่วงที่สายการบินโซนเอเชียตะวันออกกำลังพลุกพล่าน

มีทั้ง จีน เกาหลี หรือไต้หวัน ทำให้คนวุ่นวายและเยอะมากๆ เพราะฉะนั้นถ้าเช็คอินแล้ว

แนะนำว่าให้เข้าไปในเกทเลยค่ะ ถ้าผ่านตม. ไปได้แล้ว ด้านในเกทก็จะมีร้านปลอดภาษีอยู่

มีทั้งสินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง หรือของฝากต่างๆ มากมายเลยค่ะ

ก่อนขึ้นเครื่องก็สามารถช้อปปิ้งกันได้เล็กน้อยอยู่ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลยนะคะ

ได้ของเล็กน้อยติดกลับไปก่อนกลับแน่นอนค่ะ

 

ทริปของเราในครั้งนี้ได้เริ่มจากโอซาก้าด้วย ตึกสูง 300 เมตร「ABENO HARUKAS」ต่อด้วย

“ชินเซไค SHINSEKAI” และ “โดทงโบริ DOTONBORI” จากนั้นเราก็ได้มุ่งหน้าไปเกียวโตเพื่อไปUZUMAKI、ARASHIYAMA、OHARA และ AMANOHASHIDATE เป็นทริปที่ได้ทั้ง ช้อป กิน ชมดอกไม้ ธรรมชาติ วัด ศาลเจ้า

และที่สำคัญได้ลอง「EDGE THE HARUKAS」บนความสูง 300 เมตรเป็นการส่งท้ายทริป เรียกได้ว่าครบรสมากๆ ในเวลา 4

วันก็สามารถเที่ยวรอบคันไซได้คุ้มสุดๆ ยังไงเพื่อนๆ

ก็ลองนำทริปของเราไปเป็นแนวทางในการเที่ยวญี่ปุ่นดูนะคะ

หวังว่าคำแนะนำของเราจะสามารถเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆ

ให้ได้ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันอย่างสบาย และสนุกสนานกันอย่างเต็มที่นะคะ

แล้วพบกันใหม่ในทริปหน้าค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ

【ตารางการเดินทาง Day1-2 ABENO HARUKAS/KANSAI INTERNATIONAL AIRPORT/BANGKOK】



        Go to the top Page        

  ◀ BACK