Day3-2 เที่ยวชม “วัดจิอน”「CHIONJI」และนั่งลิฟต์เก้าอี้มุ่งหน้าไปยัง “สวนคาซามาสึ”「KASAMATSU PARK」เพื่อชมวิว “อามาโนะฮาชิดาเตะ” หนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-2 เที่ยวชม “วัดจิอน”「CHIONJI」และนั่งลิฟต์เก้าอี้มุ่งหน้าไปยัง “สวนคาซามาสึ”KASAMATSU PARKเพื่อชมวิว “อามาโนะฮาชิดาเตะ” หนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

OSAKA-KYOTO-OSAKA-AMANOHASHIDATE-OSAKA

ICHIGO-CHAN ออกจากโอซาก้ามานั่งรถไฟด่วนพิเศษแล้วต่อด้วยรถไฟชมวิว「EXPRESS AO-MATSU」จนมาถึงที่หมายของเราที่ “อามาโนะฮาชิดาเตะ”

Day3-1 ออกจากโอซาก้าเพื่อนั่งรถไฟชมวิว KYOTO TANGO RAILWAY กับรถไฟ「AO EXPRESS」เพื่อเดินทางไป “อามาโนะฮาชิดาเตะ” ที่เป็นหนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นKAISOKU AOMATSU EXPRESS

ตอนนี้ก็ได้เวลาเที่ยวรอบๆ “อามาโนะฮาชิดาเตะ” กันแล้วค่ะ และที่เราจะไปเป็นที่แรกก็คือ “วัดจิอน”「CHIONJI」ต่อด้วย สวนคาซามาสึ「KASAMATSU PARK」ค่ะ

ซึ่งวิวที่เราจะได้ชมจากสวนเป็นหนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง “มาสึชิมะ” MATSUSHIMA ในจังหวัดมิยางิและ “มิยาจิมะ” MIYAJIMA จังหวัดฮิโรชิม่าค่ะ

 

จุดแรกที่จะไป『CHIONJI』หรือ”วัดชิโอะน”

ที่ญี่ปุ่นจะมีสำนวนว่า「SANNINYOREBAMONJUNOCHIE」อยู่ ซึ่งจะแปลตรงตัวได้ว่า “ถ้ามีกัน 3 คนก็เหมือนมีเทพเจ้าแห่งภูมิปัญหาอยู่” คล้ายกับสำนวน หนึ่งคนหัวหายสองคนเพื่อนตาย หรือ ให้สามัคคีกันเข้าไว้ นั่นเองค่ะ

「MONJU」ในที่นี้จะหมายถึงเทพเจ้าแห่งภูมิปัญญา「วัดจิอน」เป็นวัดที่มีเทพเจ้าแห่งภูมิปัญญาประดิษฐานอยู่ดังนั้น ทำให้คนจากทั่วประเทศรวมทั้งชาวเอเชียบริเวณรอบๆ ต่างเดินทางมาเพื่อต้องการที่จะได้รับพรทางภูมิปัญญาเหล่านั้นที่นี่ค่ะ

 

ภายในวัดก็จะมีต้นสนปลูกเอาไว้อยู่ และที่ต้นสนนี้จะมีพัดแขวนอยู่เต็มไปหมด ซึ่งพัดที่แขวนอยู่ก็คือ เซียมซี และเรียกพัดนี้ว่า “พัดซุเอะฮิโระ”「SUEHIRO SENSU」คนที่มากราบไหว้สักการะที่วัดแห่งนี้ก็จะนำพัดมาแขวนติดเอาไว้จนเป็นธรรมเนียมไปเลยค่ะ

 

และเมื่อเดินไปตามทางเดินมาจนถึงหน้าอาคารวัดหลักก็จะเจอกระถางธูป ที่สามารถซื้อธูป(ใส่เงินตามจิตศรัทธา)และจุดธูปกราบไหว้ได้ ซึ่งมีความเชื่อว่าหากนำควันธูปมาปัดเข้าศรีษะก็จะได้พรจากเทพเจ้าแห่งปัญญา ICHIGO-CHAN อยากเก่งภาษาญี่ปุ่นให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นจะปัดเข้าเยอะๆ เลย

 

ด้านในก็จะมีทั้งเซียมซีพัด「SUEHIRO SENSU」(300 เยน)เซียมซีแบบธรรมดา(100 เยน)และแผ่นไม้เอมะเอาไว้เขียนขอพรเกี่ยวกับการเรียน(300 เยน)นอกจากนี้ก็.....

 

และก็มีภาพวาดแบบญี่ปุ่นตามปีนักษัตรของปีนี้เป็นรูปสุนัขน่ารัก(300 เยน)และมีเครื่องรางการเรียนเป็นกระเป๋านักเรียนญี่ปุ่นแบบจิ๋วด้วย(500 เยน)น่ารักมากๆ ซื้อไปเป็นของฝากให้กับที่บ้านหรือเพื่อนๆ ต้องดีใจแน่ๆ

 

และนี่ก็คือ รูปปั้นสิงโตหินหน้าวัดจิอน ซึ่งถ้าเราถ่ายรูปจากมุมเยื้องล่างซ้ายแบบนี้ก็จะได้รูปที่รูปปั้นกำลังมองกล้องอยู่ จนคนนิยมถ่ายรูปไปลงโซเชียลกันใหญ่เลย

 

หลังจากที่ได้เยี่ยมชมสักการะวัดจิอนแล้วเราจะมานั่งเรือชมวิวอามาโนะฮาชิดาเตะ เพื่อเดินทางไปที่ “สวนคาซามาสึ”「KASAMATSU PARK」ซึ่งวิวที่เรากำลังจะได้ชมจากสวนคาซามาสึแห่งนี้เป็นหนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นที่ไม่ว่าคนญี่ปุ่นคนไหนๆ ก็รู้จัก

 

ซึ่งท่าเรือที่จะมุ่งหน้าไปสู่ สวนคาซามาสึ ที่อิจิโนมิยะซันบาชิ ICHINOMIYASANBASHI ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั้น จะอยู่ข้างๆ วัดจิอนเลย เดินไปแค่ 1 นาทีเท่านั้น เมื่อกราบไหว้อาคารวัดหลักของวัดจิอนแล้วก็เดินไปตามทางเดินเล็กที่อยู่ด้านขวาเพื่อเดินไปทางฝั่งทะเล และเมื่อออกมาสู่บริเวณเรียบทะเลแล้ว ก็จะเจอจุดขายตั๋วเรือเลย จากตรงนี้ไปอิจิโนมิยะ ICHINOMIYA ขาเดียวราคา 530 เยน ไปกลับราคา 960 เยน แต่ถ้าใครมีตั๋ว「AMANOHASHIDATE MARUGOTO FREE PASS」(3090 เยน)ที่เราซื้อที่สถานีฟูกุจิยามะ อยู่แล้วก็แค่แสดงบัตรนี้และขึ้นเรือได้เลย เรือที่จะมุ่งไปสู่ อิจิโนมิยะ ICHINOMIYA จะวิ่งทุกๆ 30 นาที ในนาทีที่ 0 และ 30 และใช้เวลาเดินทางจาก อามาโนะฮาชิดาเตะซันบาชิ AMANOHASHIDATESANBASHI เพียง 12 นาทีเท่านั้น

 

เมื่อขึ้นแล้วก็เข้าไปด้านในเพื่อหาที่นั่งกันก่อน แนะนำว่าถ้านั่งจาก อามาโนะฮาชิดาเตะซันบาชิ AMANOHASHIDATESANBASHI ไป อิจิโนมิยะซันบาชิ ICHINOMIYASANBASHI ให้นั่งที่นั่งที่ติดหน้าต่างฝั่งขวา เพราะว่าเราจะได้ชมดอนทรายอามาโนะฮาชิดาเตะอยู่ทางด้านขวาเลย ถึงแม้ว่าตัวเรือทั้งหมดจะมีหน้าต่างอยู่รอบด้าน ทำให้สามารถชมวิวจากด้านในได้แบบเต็มที่เหมือนกัน แต่ถ้าได้นั่งเก้าอี้ด้านนอกก็จะได้รับลมทะเลเย็นๆ ไปด้วยก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ถ้าใครได้นั่งที่นั่งด้านนอกก็สามารถซื้ออาหารนกนางนวลได้นะคะ(100 เยน)

 

ถ้าหว่านอาหารนกนางนวล=ข้าวเกียบกุ้งฮานามิ ไว้ก็จะมีนกนางนวลเข้ามาหาเต็มเลย หรือโยนขึ้นฟ้าก็ได้ จะมีนกบินมารับอาหารด้วย เก่งมาก นอกจากนี้ก็มีนกที่ตามเก็บอาหารที่ลอยอยู่บนคลื่นด้วย ถึงคลื่นจะแรงแค่ไหนก็ยังเก็บได้ด้วย น่าทึ่งมาก

 

ด้านฝั่งขวาของเรือ เราสามารถชมวิวดอนหาดทรายที่ถูกล้อมไปด้วยต้นสนมากมาย ของ “อามาโนะฮาชิดาเตะ”「AMANOHASHIDATE」ซึ่งเราจะเห็นตามแผนที่ ว่า “อามาโนะฮาชิดาเตะ” นี้จะเป็นทางที่เชื่อมระหว่างแหลมฝั่งหนึ่งกับแหลมอีกฝั่งหนึ่งเป็นระยะทางกว่า 3.6km เลยทีเดียว เราจะได้ชมวิวนี้อยู่พักนึงก็จะมาถึงที่ อิจิโนมิยะซันบาชิ ICHINOMIYASANBASHI กันเลย

 

และแล้วเราก็มาถึง อิจิโนมิยะซันบาชิ ICHINOMIYASANBASHI กันแล้วค่ะ ที่บริเวณซันบาชิก็จะมีทั้งร้านขายของฝาก ร้านอาหารทั้งอาหารญี่ปุ่น อิตาเลียน ฯลฯ มากมาย

 

และถ้าเดินไปเรื่อยๆ โดยให้ซันบาชิอยู่ด้านหลังเราก็จะเจอร้านที่มีรถสามล้อยี่ห้อ DAIHATSU・MIDGET ที่เป็นรถต้นแบบของรถตุ๊กตุ๊ก ประดับอยู่หน้าร้าน ด้านขวามือ รถแบบนี้เหมือนรถตุ๊กตุ๊กที่อยุธยาเลยนะคะ

 

เมื่อมาถึงอิจิโนมิยะซันบาชิแล้ว เราก็ไปสวนคาซามาสึกันก่อนเลย เดินไปตามทางเดินใหญ่เรื่อยๆ โดยให้ซันอินบาชิอยู่ด้านหลัง และเลี้ยวซ้ายตรงถนนที่มี โมโตอิเสะ MOTOISE・ศาลเจ้าโคโนะ KONO JINJA อยู่ตรงหน้าไปประมาณ 2 นาที เมื่อเห็นป้ายลานจอดรถก็เลี้ยวไปทางขวา เดินไปตามทางเดินที่มีร้านค้าต่างๆ มากมายเรียงอยู่ไปเรื่อยๆ ก็จะมาถึงสถานที่ขึ้น ลิฟต์ เคเบิลคาร์ เพื่อขึ้นไป สวนคาซามาสึ เราใช้เวลาเดินจากซันอินบาชิจนมาถึงตรงนี้เป็นเวลา 5 นาทีค่ะ และบริเวณรอบๆ ที่ขึ้นก็จะมีดอกไม้นานาชนิดที่กำลังบานอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิอยู่เต็มไปหมด

 

เราสามารถเลือกวิธีขึ้นไปสวนคาซามาสึได้ 2 แบบ คือ แบบเคเบิลคาร์ หรือ แบบลิฟต์เก้าอี้แบบเปิดโล่งค่ะ ไม่ว่าจะไปแบบไหนก็ราคาเดียวกัน คือ ขาเดียว 330 เยน(ไปกลับ 660 เยน)ซึ่งตั๋วจะสามารถใช้ร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นจะเลือกขึ้นเคเบิลคาร์ขาไปและเลือกนั่งลิฟต์เก้าอี้แบบเปิดโล่งขากลับก็ได้ ลิฟต์จะใช้เวลา 6 นาที ส่วนเคเบิลคาร์จะใช้เวลา 7 นาที แต่ว่าเคเบิลคาร์จะออกตัวทุกๆ  15 นาทีพราะฉะนั้นจำเป็นต้องรอเวลาแปปนึงค่ะ ถ้าเป็นช่วงที่อากาศกำลังดีอย่างช่วงฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็อยากแนะนำให้นั่งลิฟต์เก้าอี้แบบเปิดโล่งนะคะจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติได้แบบเต็มที่ไปเลย

 

ลิฟต์เก้าอี้แบบเปิดโล่งก็จะเคลื่อนตัวไปท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวสวยงาม ทั้งสองฝั่งก็จะมีทั้งต้นสน ต้นไผ่ และดอกไม้ฤดูใบไม้ผลินานาชนิดกำลังบานสวยงามอยู่เลย

 

ในช่วงแรกๆ ที่ขึ้นลิฟต์เก้าอี้ ไปก็จะเป็นทางเรียบๆ และก็จะชันขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างทางค่ะ ความจริงแล้วถ้าหันกลับไปก็จะเห็นวิวอามาโนะฮาชิดาเตะอยู่ด้านหลัง แต่เก้าอี้นี้ไม่ได้กว้างมากเพราะฉะนั้นถ้าตกลงไปข้างล่าง(ถึงจะมีตาข่ายปูอยู่ก็ตาม)ก็คงเจ็บหนักเลยค่ะ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเราค่อยเก็บไปดูตอนขากลับนะคะ ขาไปก็ดูดอกไม้เพลินๆ ไปก่อน  และระหว่างทางด้านขวามือเราจะเห็นต้นไม้ที่มีใบสีแดง เหมือนช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีด้วย นั่งไป 6 นาทีและแล้วเราก็มาถึงสวนคาซามาสึ「KASAMATSU PARK」แล้ว ที่นี่มีมาสคอตด้วยชื่อ “คาสะโบ”「KASABOU」ถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นหินซะหน่อย

 

พอลงจากลิฟต์และขึ้นมาจากจุดขึ้นลิฟต์แล้วก็ได้เจอ “คาสะโบ”「KASABOU」ตัวจริงด้วย น่ารักกกกก

 

วิวที่มองจาก สวนคาซามาสึ「KASAMATSU PARK」ถูกเรียกว่าHIRYUKAN」ซึ่งคำว่า「RYU」แปลว่า “มังกร” ดังนั้นความหมายของคำนี้จะพูดถึงวิวที่เหมือนมังกรกำลังบินขึ้นไปสู่สรรค์นั่นเอง  เราสามารถชมหนึ่งในวิว「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ได้จากความสูง 130m เมตร จะมองวิวไปเฉยๆ ก็สวยดีค่ะแต่........

 

และที่HIRYUKAN」จะมีการชมวิวแปลกๆ อีกแบบก็คือ「MATANOZOKI」หรือ “การมองลอดใต้หว่างขา” นั่นเอง เชื่อกันว่าถ้ามองลอดใต้หว่างขาแบบนี้จะทำให้เราเห็นภาพ “มังกรสู่สรรค์” ได้สมจริงมากขึ้น ยังไงลองทำดูนะคะ

 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ได้เล่นกันอีก ก็คือ「KAWARAKENAGE」หรือ การโยนจาน  จานเล็กๆ 3 ใบ 200 เยน หากโยนจานนี้เข้าห่วงกลมๆ มีความเชื่อว่าพรที่ขอไว้ก็จะสมหวัง ICHIGO-CHAN ก็ลองโยนดูแล้วนะคะ แต่ไม่เข้าซักใบเลย เสียดายจัง

หลังจากโยนจานแล้ว ICHIGO-CHAN ก็เริ่มหิวขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ ที่สวนคาซามาสึนี้จะมีจุดที่สามารถทานข้าวไปพร้อมๆ กับวิวสวยๆ ได้ด้วย เรารีบไปกันเลยดีกว่า

และครั้งหน้าเราจะพาเพื่อนๆ ไปทานข้าวที่「AMA TERRACE」ของจุดชมวิวสวนคาซามาสึ และขึ้นเข้าไปชมวัดเก่าแก่ “วัดนาริไอ”「NARIAIJI」กันค่ะ

อย่าลืมติดตามตอนหน้านะคะ ♪

【ตารางการเดินทาง Day3-2 CHIONJI TEMPLE/KASAMATSU PARK】



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶