Day3-1 ออกจากโอซาก้าเพื่อนั่งรถไฟชมวิว KYOTO TANGO RAILWAY กับรถไฟ「AO EXPRESS」เพื่อเดินทางไป “อามาโนะฮาชิดาเตะ” ที่เป็นหนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นKAISOKU AOMATSU EXPRESS | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-1 ออกจากโอซาก้าเพื่อนั่งรถไฟชมวิว KYOTO TANGO RAILWAY กับรถไฟ「KAISOKU AOMATSU EXPRESS」เพื่อเดินทางไป “อามาโนะฮาชิดาเตะ” ที่เป็นหนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

OSAKA-KYOTO-OSAKA-AMANOHASHIDATE-OSAKA

ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN ได้ใช้บัตร「Osaka Amazing Pass」ในการเที่ยวชอบๆ โอซาก้า ทั้ง “ABENO HARUKAS” “ชินเซไค” และ “โดทงโบริ” แบบเต็มที่แล้ว

Day2-5 ทานอาหารเย็นที่ร้านราเม็งชื่อดังของเกียวโต「RAMEN RAIRAITEI」และเดินทางกลับไปโอซาก้าเพื่อท่องโลกราตรีที่「Roof Top Bar OO」ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราใจกลางเมืองโอซาก้าใกล้โดทงโบริ

วันนี้เราจะนั่งรถไฟออกจากโอซาก้าไปประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อเดินทางไป「AMANOHASHIDATE」หรือ “อามาโนะฮาชิดาเตะ” ที่เป็นหนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง “มาสึชิมะ”「MATSUSHIMA」ในจังหวัดมิยางิและ “มิยาจิมะ”「MIYAJIMA」จังหวัดฮิโรชิม่าค่ะ

ที่ “อามาโนะฮาชิดาเตะ” นี้เป็นสถานที่ที่มีต้นสนถูกปลูกไว้ที่ดอนหาดทรายกว่า 8000 ต้น เหมือนสะพานที่กำลังลอยอยู่กลางทะเล ความยาวของต้นสนนี้มีระยะทางถึง 3.6km ส่วนความกว้างในที่ที่แคบที่สุดจะมีความกว้าง 20m และในส่วนที่กว้างที่สุดจะมีระยะ 170m เลยทีเดียว เป็นสถานที่ที่นั่งจากตัวเมืองโอซาก้ามาเพียงแปปเดียวก็สามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติญี่ปุ่น ทัศนียภาพที่สวยที่สุดได้แบบเต็มอิ่มเลย ซึ่งรถไฟที่เราจะนั่งไป  “อามาโนะฮาชิดาเตะ” จะเป็นรถไฟด่วนพิเศษของ JR ที่ตัวรถไฟเองก็เป็นเหมือนการท่องเที่ยวหลักๆ เลยกับรถไฟ「KAISOKU AOMATSU EXPRESS」

ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดื่มด่ำกับการนั่งรถไฟชมวิวเพื่อมุ่งหน้าไปยัง “อามาโนะฮาชิดาเตะ” กัน

 

ก่อนอื่นเราจะต้องนั่งรถไฟใต้ดินสายสายมิโดสึจิสถานีอุเมดะ MIDOSUJI LINE UMEDA STATION ที่เชื่อมระหว่างสถานีนัมบะและสถานีโอซาก้า เมื่อถึงสถานีแล้วก็ไปซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินกันเลย

ก่อนอื่นก็ต้องเช็คราคาจากบอร์ดแผนผังเส้นทางรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วก่อน ซึ่งบริษัทรถไฟในโอซาก้าหรือรถไฟเอกชนของคันไซจะต้องใส่เงินเข้าไปก่อน จากนั้นก็กดคำว่า「Ticket」จากนั้นก็กดจำนวนเงินที่แสดงอยู่ด้านล่างหน้าจอตามจำนวนราคาตั๋วที่เช็คไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย ราคาตั๋วจากสถานีนัมบะไปสถานีอุเมดะราคา 230 เยน

นอกจากนี้ยังสามารถเช็คราคาตั๋วรถไฟได้ง่ายๆ จากเว็ปไซต์ก่อนล่วงหน้าค่ะ เพียงแค่กรอกสถานีต้นทางและสถานีปลายทางเท่านั้นไม่ยาก อ่านรายละเอียดคลิ๊กเลย การเดินทางในญี่ปุ่นของคุณจะง่ายมากขึ้นเมื่อท่านได้อ่านบทความนี้แล้ว

 

ส่วนนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่ม 10 คนขึ้นไปก็สามารถซื้อตั๋วแบบเหมาจ่าย “ตั๋วคูปอง” “回数券” “KAISUUKEN” ได้ในราคที่ถูกกว่าปกติ อ่านรายละเอียดคลิ๊กเลย ตั๋วรถไฟญี่ปุ่นยิ่งซื้อเยอะก็ยิ่งลดเยอะ มันคืออะไรไปดูกันเลย

 

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ผ่านเข้าไปในช่องตรวจตั๋วเลย เมื่อผ่านเข้าแล้วจะมีบันไดทั้งซ้ายและขวา ให้ลงบันไดทาง「ฝั่งขวา」ไปเลย เมื่อลงบันไดมาแล้วก็จะเข้ามาสู่ชานชาลา จากตรงนี้เราจะต้องนั่งไป 4 สถานี ใช้เวลา 8 นาที

 

เมื่อลงจากรถไฟสายมิโดสึจิ ที่สถานีอุเมดะแล้ว ก็เดินไปตามทางเพื่อขึ้นบันไดเลื่อนและผ่านเครื่องตรวจตั๋วไป เมื่อผ่านมาแล้วก็เดินไปทางซ้ายมือ

 

ขึ้นบันไดเลื่อนยาวๆ ที่อยู่สุดทางเดินและเดินตรงไปเรื่อยๆ เพื่อเข้าไปในสถานีโอซาก้า เดินตรงไปประมาณ 1 นาที ก็จะเจอทางเดินกว้างๆ อยู่ซ้ายมือให้เลี้ยวไปทางซ้ายและเดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอเคาน์เตอร์ตั๋ว「THE CENTRAL TICKET OFFICE」อยู่ซ้ายมือ

 

การเดินทางไป “อามาโนะฮาชิดาเตะ” นั้นจะมีอยู่ 3 วิธี คือ

  • JR FUKUCHIYAMA LINE ไปลงฟูกุจิยามะ เพื่อเปลี่ยนเป็น KYOTO TANGO RAILWAY
  • JR TOKAIDO LINE ไปลงเกียวโต เพื่อเปลี่ยนเป็นรถไฟด่วนพิเศษแบบวิ่งตรง ของ SANINHONSEN
  • นั่งรถบัสจากเทอร์มินอลฮันคิวอุเมดะ

ซึ่งแต่ละอย่างจะใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง เหมือนกันแต่วันนี้เราจะเลือกไปแบบที่ ① เพื่อไปด้วยรถไฟที่มุ่งไปสู่ ฟูกุจิยามะค่ะ

ก่อนอื่นก็ต้องซื้อรถไฟด่วนพิเศษเพื่อมุ่งหน้าไปฟูกุจิยามะกันก่อนค่ะ ถ้าหากว่าต้องการซื้อตั๋วจำนวนน้อยกว่า 3 คนก็สามารถซื้อได้จากเครื่องจำหน่ายตั๋ว「MIDORI NO KENBAIKI」ส่วนในกรณีที่ต้องการซื้อตั๋วมากกว่า 3 ใบก็แนะนำว่าให้ซื้อที่เคาน์เตอร์เลย ถ้าดูในรูปอาจจะรู้สึกว่าต้องต่อแถวนานใช่ไหมคะ แต่ความจริงแล้วแถวไปเร็วมากเลยค่ะ แปปเดียวก็ถึงคิวเราเลย ตั๋วสามารถใช้บัตรเครดิต VISA・MASTER・JCB ฯลฯ ได้ค่ะ

 

จากโอซาก้ามุ่งไปเพื่อเปลี่ยนรถไฟที่สถานีฟูกุจิยามะ เป็นการเดินทางที่มีระยะเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งกับรถไฟด่วนพิเศษ「KOUNOTORI」

ที่รถไฟ SRT ของไทยถึงจะเป็นรถไฟแบบธรรมดาแต่ก็มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายในรถไฟ แต่ที่ญี่ปุ่นถ้าไม่นับรถไฟชินคันเซ็นอย่าง NOZOMI หรือ HIKARI แล้วส่วนใหญ่จะไม่มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายในรถไฟ ดังนั้นซื้อขนมหรือน้ำเอาไว้ก่อนที่จะขึ้นรถไฟก็เป็นหนึ่งในความสนุกของทริปเหมือนกันนะคะ ที่สถานีโอซาก้าจะมีโซนจำหน่ายของฝากขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังจุดขายบัตรกลาง「THE CENTRAL TICKET OFFICE」อยู่ ซึ่งนอกจากจะได้ช้อปของฝากขนมหรือของกินขึ้นชื่อของโอซาก้าแล้วภายในนั้นก็มีเซเว่นที่มีข้าวกล่องจำหน่ายอยู่ด้วย

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ไปที่ชานชาลากันเลย รถไฟด่วนพิเศษ「KOUNOTORI」จะออกจากชานชาลาหมายเลข 3 ของสถานีโอซาก้า เดินไปตามทางเดินกว้างๆ ที่ผ่านมาเมื่อกี้ ก็จะเจอกับช่องตรวจตั๋วประตูกลางอยู่ขวามือ เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วเข้าไปแล้วก็เลี้ยวซ้าย และก็จะเจอกับทางเข้าไปสู่ชานชาลาหมายเลข 3・4 ซึ่งเมื่อขึ้นมาที่ชานชาลาแล้วก็จะเจอกับป้ายไฟ「LIMITED EXPRESS TRAIN CAR NUMBER」ที่แขวนอยู่บนเพดาน ที่นั่งสำหรับตั๋วแบบไม่จองที่นั่ง NON-RESEVED SEAT ของ「KOUNOTORI」คือโบกี้ที่ 3 และ 4 ส่วนโบกี้ที่ 1 และ 2 เป็นที่นั่งแบบจองที่นั่งล่วงหน้า RESEVED SEAT และในส่วนของโบกี้ที่ 1 ครี่งส่วนหรือเต็มส่วนจะเป็นที่นั่ง GREEN CAR แบบชั้นหนึ่ง

 

รถไฟจะเข้ามาจอดที่ชานชาลาก่อนถึงเวลารถออก 1 นาที เป็นรถคันสีขาวที่มีแถบสีน้ำเงินหรือสีแดงม่วงอยู่ด้านข้าง ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีการใช้รถไฟคันเก่าที่ใช้มาหลายสิบปีก่อน แต่หลังจากปีพ.ศ.2560 จะเป็นรถไฟรุ่นใหม่ทั้งหมด

 

ที่นั่งเป็นแบบ Reclining Seat เลขที่นั่งจะเขียนกำกับอยู่ที่ที่เก็บของบนที่นั่ง สำหรับผู้ที่จองที่นั่งเอาไว้ล่วงหน้าสามารถดูเลขที่นั่งของตัวเองได้จากข้อมูลที่อยู่ในวงกลมสีแดงตามภาพ ตัวเลขหลังคำว่า CAR คือหมายเลขโบกี้ ส่วนตัวเลขหลัง SEAT ก็คือตัวเลขที่นั่งค่ะ กรณีของในภาพก็คือ 「โบกี้ที่ 7 ที่นั่งที่ 9-C」ถ้ามากันเป็นกลุ่มสี่คนหรือมากกว่านั้น ที่นั่งสามารถปรับให้หันหน้าเข้าหากันได้ตามภาพเลยค่ะ

 

ICHIGO-CHAN ออกจากโรงแรมเช้ามากเลยไม่ได้ทานอาหารเช้าที่โรงแรมเลย พอถึงที่นั่งปุ๊ปเราก็เริ่มแกะอาหารที่เราซื้อมากันเลย วันนี้ซื้อข้าวกล่อง ขนมปัง ข้าวปั้นและแซนวิซสตอเบอรรี่มาด้วย เอาล่ะค่ะจะต้องนั่งรถไฟไป 1 ชั่วโมงครึ่ง ขอทานข้าวก่อนนะคะ

 

ออกมาจากโอซาก้าแปปเดียว รอบๆ ก็จะมีแต่บ้านเรือน หรือโรงงานเต็มไปหมด เมื่อออกมาประมาณ 30 นาทีจนเลยสถานีทาคาระสึกะ TAKARAZUKA แล้ววิวรอบๆ ก็จะเปลี่ยนเป็นทุ่งนา ธรรมชาติสวยงาม ซึ่งช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมจะเป็นช่วงปลูกข้าว เราก็จะเห็นทุ่งหน้าที่มีน้ำอยู่เพื่อเตรียมลงนา ภาพวิวสะท้อนลงผิวน้ำในนาด้วยสวยมากๆ

 

เราออกจากโอซาก้ามาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งและแล้วเราก็มาถึงสถานีฟูกุจิยามะกันแล้วค่ะ ลงจากรถไฟด่วนพิเศษ KOUNOTORI มาแล้วก็ไปเปลี่ยนเป็นรถไฟ 『KYOTO TANGO RAILWAY』 กันเลย

เมื่อลงมาจากชานชาลาแล้วก็เดินไปทางขวา และเดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับช่องเปลี่ยนรถไฟระหว่าง JR และ KITAKINKI TANGO RAILWAY เราจะซื้อตั๋ว KYOTO TANGO RAILWAY กันที่นี่เลย

 

ตั๋วจาก “ฟูกุจิยามะ” ไป “อามาโนะฮาชิดาเตะ” ราคาจะอยู่ที่ 770 เยน ถ้าอยากเที่ยว “อามาโนะฮาชิดาเตะ” ให้คุ้มก็แนะนำเป็น 「AMANOHASHIDATE MARUGOTO FREE PASS」(3090 เยน)สามารถนั่งได้ไม่อั้น 1 วันเต็มๆ ทั้ง KYOTO TANGO RAILWAY ทุกสาย, เรือท่องเที่ยวอามาโนะฮาชิดาเตะ(ไปกลับ 960 เยน), นั่งเคเบิลคาร์・ลิฟต์ของจุดชมวิวสวยของอามาโนะฮาชิดาเตะ・สวนคาซามาสึ KASAMATSU PARK(ไปกลับ 660 เยน)และบัสระหว่างสวนคาซามาสึ KASAMATSU PARK ไป วัดนิริไอจิ NIRIAIJI(ไปกลับ700 เยน)นอกจากจะคุ้มแล้วเราก็ไม่ต้องมาเสียเวลาซื้อตั๋วทุกๆ ครั้งที่ขึ้นด้วย

วิธีซื้อตรวจก็สามารถพูดกับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วว่า

「SUIMASEN AMANOHASHIDATE ICHINICHI MARUGOTO KIPPU WO KUDASAI」

「ซูมิมาเซ็น อามาโนะฮาชิดาเตะ อิจินิจิ มารุโกโตะ คิปปุ โอะ คุดาไซ」 แปลว่า “ขอซื้อตั๋วอามาโนะฮาชิดาเตะวันเดย์ฟรีพาสหน่อยค่ะ” สามารถชำระเงินด้วยเงินสดเท่านั้น

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปที่ชานชาลากันเลย รถไฟวิ่งตรงจาก ฟูกุจิยามะ ไป อามาโนะฮาชิดาเตะ จะวิ่งวันละ 8 เที่ยว และรถไฟที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวจะมีอยู่ 3 อันก็คือ「KAISOKU AOMATSU EXPRESS」รอบ 10:17・「EXPRESS HASHIDATE 1」รอบ10:49・「HASHIDATE LIMITED EXPRESS #3」รอบ 11:53

ถ้าออกจากโอซาก้าตอนเช้า 8:12 ด้วยรถไฟด่วนพิเศษ KOUNOTORI และนั่งรถไฟต่อที่สถานีฟูกุจิยามะเวลา 10:17 กับรถไฟ「KAISOKU AOMATSU EXPRESS」

 

รถไฟ KAISOKU AOMATSU EXPRESS ถูกออกแบบโดยสถานออกแบบรถไฟชื่อดังจาก「DON DESIGN ASSOCIATES」แค่ 1 โบกี้ก็มีการตกแต่งด้วยไม้ทั้งคัน ทำให้ทริปการเดินทางไปอามาโนะฮาชิดาเตะ ระยะเวลา 1 ชั่วโมงกว่าเป็นทริปที่สนุกไปเลย ที่นั่งเป็นเหมือนที่นั่งในร้านกาแฟ ที่ทั้งแบบ 4 คน หรือ แบบหันหน้าออกนอกหน้าต่างให้ได้ชมวิวธรรมชาติสวยๆ ระหว่างทาง

 

ถึงจะมีแค่โบกี้เดียวแต่ด้านในรถไฟมีร้านกาแฟด้วย มีชุด「TANGO COFFEE」ที่ใช้เมล็ดกาแฟจากบริเวณแถบนี้(350 เยน)และขนม「KINTSUBA」(150円)อยู่ในเซตในราคา 450 เยนด้วยให้เราได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติกาแฟของพื้นที่นี้ไปพร้อมๆ กับบรรยากาศภายในรถไฟและวิวนอกหน้าต่าง

ถึงแม้ว่าตัวรถไฟจะมีที่นั่งน้อยเพราะมีแค่โบกี้เดียว แต่ก็ไม่ต้องห่วงนะคะ วันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันที่คาดว่าแขกจะเยอะ ก็จะมีการต่อโบกี้เพิ่มเข้าไปเพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลยค่ะว่าจะโดนทิ้งไม่ได้ขึ้นรถ แนะนำว่าให้รีบไปเร็วๆ นะคะจะได้เลือกที่นั่งดีๆ ค่ะ

 

แนะนำว่าให้นั่ง「KAISOKU AOMATSU EXPRESS」ด้านฝั่งซ้ายค่ะ เพราะว่ารถไฟ KYOTO TANGO RAILWAY จะวิ่งเรียบภูเขา ในส่วนด้านขวาส่วนใหญ่จะเป็นวิวหน้าผา แต่ส่วนด้านขวาจะได้เห็นบรรยากาศของภูเขาและการเกษตรของญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

วิวเหมือนอยู่ในการ์ตูนญี่ปุ่นโบราณ「NIPPON MUKASHI BANASHI」เลยส่วนภูเขารูปทรงสามเหลี่ยมที่อยู่ตรงกลางจะเป็นภูเขาที่มี「MOTOISE NAIKUU・KOUTAI JINJA」ตั้งอยู่ภายในภูเขานี้ด้วย

 

ออกมาจากฟูกุจิยามะประมาณ 1 ชั่วโมงตอนนี้เราก็มาถึงสถานีอามาโนะฮาชิดาเตะกันแล้ว ภายในสถานีก็จะมีทั้งจุดจำหน่ายตั๋วรถบัสที่อยู่ในศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว ร้านขายของฝาก และห้องน้ำที่สะอาด ที่เป็นจุดศูนย์กลางของอามาโนะฮาชิดาเตะเลยก็ว่าได้ ซึ่งบริเวณโดยรอบก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายดังนี้

  • 智恩寺CHIONJI วัดจิอน
  • 傘松公園 KASAMATSU PARK สวนคาซามาสึ
  • 成相寺NARIAIJI วัดนาริไอ
  • 元伊勢籠神社MOTOISE JINJA ศาลเจ้าโมโตอิเสะ
  • 天橋立AMANOHASHIDATE อามาโนะฮาชิดาเตะ

ถ้าจะไปทั้งหมดก็คงต้องใช้เวลาครึ่งวันเลย เราจะพาเพื่อนๆ ไปทุกที่เลยค่ะตั้งแต่ ① ถึง ⑥ เลยย!!

 

ก่อนอื่นก็จะไป “วัดจิอน CHIONJI” เป็นที่แรก โดยจะต้องออกจากสถานีอามาโนะฮาชิดาเตะ ไปทางขวามือ และเลี้ยวซ้ายที่แยกแรก จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอประตูซันมงอยู่ตรงหน้าเลย

 

ที่ญี่ปุ่นจะมีสำนวนว่า「SANNINYOREBAMONJUNOCHIE」อยู่ ซึ่งจะแปลตรงตัวได้ว่า “ถ้ามีกัน 3 คนก็เหมือนมีเทพเจ้าแห่งภูมิปัญหาอยู่” คล้ายกับสำนวน หนึ่งคนหัวหายสองคนเพื่อนตาย หรือ ให้สามัคคีกันเข้าไว้ นั่นเองค่ะ

「MONJU」ในที่นี้จะหมายถึงเทพเจ้าแห่งภูมิปัญญา「วัดจิอน」เป็นวัดที่มีเทพเจ้าแห่งภูมิปัญญาประดิษฐานอยู่ดังนั้น ทำให้คนจากทั่วประเทศรวมทั้งชาวเอเชียบริเวณรอบๆ ต่างเดินทางมาเพื่อต้องการที่จะได้รับพรทางภูมิปัญญาเหล่านั้นที่นี่ค่ะ

ครั้งต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ไปชม “วัดจิอน CHIONJI” และนั่งเรือชมวิว “อามาโนะฮาชิดาเตะ” ชมวิวที่เป็นหนึ่งใน「NIHONSANKEI」สามทัศนียภาพที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

 

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะค้า♪

【ตารางการเดินทาง Day3-1 AMANOHASHIDATE STATION/CHIONJI TEMPLE】



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶