Day1-2 ชมวิวเมืองโอซาก้าจากตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น「ABENO HARUKAS」ที่มีความสูง 300m และมุ่งหน้าไปย่านแห่งโอซาก้าที่「SHINSEKAI」 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-2 ชมวิวเมืองโอซาก้าจากตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น「ABENO HARUKAS」ที่มีความสูง 300m และมุ่งหน้าไปย่านแห่งโอซาก้าที่「SHINSEKAI」

OSAKA-KYOTO-OSAKA-AMANOHASHIDATE-OSAKA

ออกจากกรุงเทพมาตอนนี้ก็ผ่านไป 9 ชั่วโมง และตอนนี้เราได้มาถึง「ABENO HARUKAS」แลนด์มาร์กของโอซาก้ากันแล้ว

Day1-1 เริ่มต้นการเดินทางทริปโอซาก้า เกียวโตจากสนามบินคันไซ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ตึก「ABENO HARUKAS」สูง 300 เมตร !

ตึก『ABENO HARUKAS』ถือเป็นตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นที่มีความสูงถึง (ถ้าไม่นับโตเกียวสกายทรีและทาเวอร์อืนๆ)300m ถ้าอากาศดีก็จะเห็นวิวโอซาก้าทั้งหมด หรืออาจจะมองเห็นไปถึงยอดเขาร๊อคโคหรือสนามบินคันไซเล

 

ด้านหน้าลิฟต์ที่ขึ้นไปจุดชมวิวของ ABENO HARUKAS ก็จะมีทั้งร้านค้าต่างๆมากมาย และลานจัดงานแสดงผลงานศิลปะจากทั้งภายในประเทศญี่ปุ่นและจากต่างประเทศ ถ้าเป็นช่วงเวลาที่คนเยอะก็อาจจะต้องรอต่อคิว อาจไม่สามารถขึ้นได้ทันที

 

ลิฟต์ที่ใช้ขึ้นไปบนจุดชมวิวจะเป็นลิฟต์แก้ว ก็คิดว่าจะได้เห็นวิวรอบๆระวังขึ้น แต่แปปเดียวเท่านั้นก็ถึงข้างบนเลย เร็วมากเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนของ「โดเรม่อน」เลย ระหว่างขึ้นไปจะมีตัวเลขแสดงว่าตอนนี้เราอยู่ที่ความสูงกี่เมตรด้วย สาเหตุที่ทำให้ลิฟต์แก้วไม่สามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้ก็เพราะเอาไว้สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวความสูงนั่นเองค่ะ

 

โอซาก้าที่ฝนตกบ่อย แต่พอ ICHIGO-CHAN ขึ้นมาถึงจุดชมวิวแล้วท้องฟ้าก็เริ่มสว่างขึ้นมานิดนึงแล้ว แสงอาทิตย์แหวกออกมาจากก้อนเมฆนิดนึง

ก่อนอื่นเราไปชมวิวตึก ABENO HARUKAS จากทิศเหนือกันก่อนเลย

ด้านหน้าก็จะมี SHINSEKAI สถานที่ขึ้นชื่อของโอซาก้าที่นัมบะ และย่านที่มีตึกสูงๆ ศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้งย่านธุรกิจอย่าง “อุเมดะ”

ถึงแม้ว่าเมื่อเทียบสัดส่วนกันแล้วโอซาก้าจะใหญ่กว่ากรุงเทพ แต่ที่กรุงเทพจะมีแต่พื้นที่ราบ ซึ่งโอซาก้าจะมีภูเขาล้อมรอบเมืองที่มีแต่ตึกสูงทำให้โอซาก้าจะดูแออัดกว่าหนาแน่นกว่า

 

และที่อยู่ในวงกลมสีแดงระหว่างตึกก็คือ แลนด์มาร์กของโอซาก้า「TSUTENKAKU」หรือหอคอยโอซาก้า ที่มีความสูง 108m ซึ่งหอคอบอันปัจจุบันก็คือหอคอยรุ่นที่ 2 ที่ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2499 และอยู่คู่คนโอซาก้ามาเป็นเวลานาน ซึ่งที่ชั้น 5F(87.5m)ของหอคอยโอซาก้านี้จะเป็นจุดชมวิวเมือง ที่สามารถชมบรรยากาศรอบๆ ของโอซาก้าและแน่นอนว่าเราจะมองเห็น「ABENO HARUKAS」ด้วยเช่นกันค่ะ หากใครมี Osaka Amazing Pass ก็สามารถเข้าชมได้ฟรี !

 

ตอนนี้เรากำลังชมวิวจากจุดชมวิวของ ABENO HARUKAS ทางทิศเหนือ วิวเมืองโอซาก้าที่มีแต่ตึกเต็มไปหมด แต่ที่น่าแปลกใจคือระหว่างตึกมีต้นไม้ มีโซนเขียวๆ อยู่ในเมืองด้วย และที่เห็นโซนเขียวๆ เยอะๆอยู่ทางฝั่งด้านซ้ายก็คือศูนย์รวมของวัดต่างๆ มากมาย ตั้งแต่วัดเก่าแก่วัดชิเท็นโนจิ SHITENNOJI TEMPLE และวัดต่างๆ ที่อยู่รอบๆและที่เห็นอยู่ริมสุดทางขวามือก็คือสวนปราสาทโอซาก้านั่นเอง

 

โอซาก้าที่เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองแห่งกีฬา เมื่อมองวิวทางทิศใต้ของหอคอยโอซาก้าแล้ว เราจะเห็น「YANMAR STADIUM NAGAI」หรือนากิอิ สเตเดียม ขนาดใหญ่อยู่ทางซ้ายมือ

นากิอิ สเตเดียมนี้เป็นสถานที่ตั้ง ฟุตบอลลีคมืออาชีพของญี่ปุ่น「J LEAGUE」ของ CEREZO OSAKA(เซเรซโซ โอซาก้า) ซึ่งที่ CEREZO OSAKA(เซเรซโซ โอซาก้า) นี้มีตัวแทนคนไทย U23 ที่เป็น MF “เชาว์วัฒน์ วีระชาติ” เข้าร่วมอยู่ในทีมนี้ด้วย

ซึ่งถ้าช่วงที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วตรงกับวันแข่งขันพอดีก็อาจได้ชมการแข่งขันฟุตบอลที่ญี่ปุ่นก็ได้นะคะ!?

และเมื่อชมจากฝั่งตะวันตกก็จะมองเห็น「KYOCERA DOME」หรือเคียวเซร่าโดม สถานที่ขึ้นชื่อของโอซาก้า ซึ่งสเตเดียมนี้ถูกใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันเบสบอลด้วยเช่นกัน การแข่งขันเบสบอลที่นี้จะถูกจัดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนไปจนถึงช่วงเดือนกันยายน แข่งขันกันทีมละ 143 การแข่งขันเลยทีด้วย ถึงแม้ว่ากีฬาเบสบอลอาจจะเป็นกีฬาที่เราไม่คุ้นเคยซักเท่าไหร่ แต่ถ้าลองไปดูเราจะได้เห็นบรรยากาศแบบแปลกใหม่ในการเชียร์เบสบอลของคนญี่ปุ่นเลยด้วย ยังไงลองไปกันดูได้นะคะ นอกจากการแข่งขันกีฬาแล้วที่นี้ก็มักจะมีการจัดคอนเสริต์ต่างๆ ทั้งของศิลปินญี่ปุ่นและศิลปินเกาหลีด้วย

 

ควาจริงแล้ววันนี้ ICHIGO-CHAN อยากจะลองเล่นเครื่องเล่นใหม่ของ「ABENO HARUKAS」กับ「EDGE THE HARUKAS」โดยเราสามารถสัมผัสประสบการณ์การเดินทางเดินแคบๆ และยื่นตัวออกไปบนความสูง 300m จากจุดที่อยู่สูงกว่าจุดชมวิวขึ้นไปอีก แต่น่าเสียดายที่วันนี้อากาศไม่ดีเลยงดให้บริการชั่วคราว

เครื่องเล่นนี้เราจะได้ใส่ชุดที่มีสายโยงชูชีพเพื่อรักษาความปลอดภัยด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลยว่าจะตกลงไป หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์ความตื่นเต้นหวาดเสียวกับ「EDGE THE HARUKAS」แบบนี้ก็สามารถติดต่อสอบถามได้จากเคาน์เตอร์ Information ที่อยู่ภายในจุดชมวิวได้เลย ราคา 1000 เยน

 

และจุดชมวิวที่ชั้น 60F จะเปิดชั้นแบบเปิดโล่ง ที่สามารถมองเห็น ชั้น 59F ที่มีทั้งเครื่องเล่นสำหรับเด็ก และร้านกาแฟอยู่

หลังจากที่เราได้ชมวิวจากทางทุกทิศทางแล้ว ก็สามารถมานั่งชิวๆ ทานอาหารและจิบกาแฟได้เลยค่ะ

 

ที่ร้านกาแฟก็จะมีหลากหลายเมนูให้เลือก ทั้งเมนูเครื่องดื่มกาแฟ(380 เยน)ลาเต้วิป(500 เยน)และเมนูอาหาร ข้างหน้าแกงกะหรี่ไก่ และอาหารอเมริกัน (แต่ละอย่าง 980 เยน)ที่เราสามารถชมวิวจากความสูง 300m ไปพร้อมๆ กับทานอาหารจิบกาแฟชิวๆ เลยค่ะ

 

ที่จุดชมวิวจะมีร้านค้าขายของที่ระลึกหลากหลายแบบ ซึ่งหลักๆจะมีสินค้าคาแรคเตอร์ของ ABENO HARUKAS กับ「ABENOBEA」หรืออ่านว่า “อาเบะโนะเบะอา” ซึ่งชื่อนี้สามารถอ่านได้ทั้งจากด้านหน้าไปหลัง หรือหลังไปหน้าได้ ออกเสียงเหมือนกันเลยด้วย ไซส์ตุ๊กตาที่อยู่ด้านหลังพี่สาวคนนี้ราคา 5000 เยน นอกจากนี้ก็มี หมอนข้าง 1800 เยน หรือคุ้กกี้ “อาเบะโนะเบะอา”(แต่ละชนิดราคาตั้งแต่ 580 เยน)

 

เมื่อลงจากจุดชมวิวแล้วที่ด้านข้างเคาน์เตอร์สอบถามข้อมูล จะมีจุดถ่ายรูปที่สามารถถ่ายรูปกับ “อาเบะโนะเบะอา” ตัวใหญ่ได้ด้วย และถ้าขอพนักงานก็สามารถถ่ายรูปเป็นกลุ่มแบบมีวันที่ที่เราเดินทางไปได้ด้วย

เมื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราจะไปกันที่「SHINSEKAI」อ่านว่า ชินเซไค

 

การเดินทางไปชินเซไคนี้เราจะต้องนั่งจากสถานีเท็นโนจิ TENNOJI STATION ด้วยรถไฟใต้ดินสายมิโดสึจิ MIDOSUJI LINE เพื่อไปลงสถานีที่ใกล้ที่สุดที่สถานีโดบุสึเอ็นมาเอะ DOBUTSUEN MAE STATION

ก่อนอื่นก็ต้องลงลิฟต์ลงมาที่ทางเข้าจุดชมวิวที่ชั้น 16F และเปลี่ยนลิฟต์เพื่อลงไปที่ชั้นใต้ดิน 1F เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดิน 1F เรียบร้อยแล้วก็ก็เดินตรงไปเรื่อยๆ และผ่านออกประตูอัตโนมัติไป และเลี้ยวไปทางซ้ายมือ ไปเรื่อยๆ ซักพักก็จะออกมาสู่จุดนัดพบของสถานีรถไฟใต้ดิน ให้เดินเยื้องไปทางขวาก็จะมาถึงรถไฟใต้ดินสายมิโดสึจิ MIDOSUJI LINE ที่สถานีเท็นโนจิเลย

 

เราสามารถใช้「Osaka Amazing Pass」ขึ้นรถไฟใต้ดินได้ไม่อั้น และผ่านเข้าไปได้เลยโดยไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ แต่หากใครไม่ได้ใช้「Osaka Amazing Pass」ก็สามารถซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินได้ปกติ โดยวิธ”ซื้อก็ง่ายนิดเดียว ก่อนอื่นก็เช็คราคาตั๋วจากบอร์ดแผนผังรถไฟที่อยู่บนเครื่องตรวจตั๋วก่อน สำหรับเครื่องจำหน่ายตั๋วของรถไฟภายในโอซาก้าหรือบริษัทเอกชนของคันไซนั้น จะต้องใส่เงินเข้าไปก่อน จากนั้นก็กดคำว่า「Ticket」และกดราคาตั๋วที่แสดงออกมาด้านล่างหน้าจอ

จากสถานีเท็นโนจิไปลงสถานีที่ใกล้ “ชินเซไค” มากที่สุดที่สถานีโดบุสึเอ็นมาเอะ「DOBUTSUEN MAE STATION」ราคาตั๋วจะอยู่ที่ 180 เยน เราสามารถเช็คราคาตั๋วได้ก่อนล่วงหน้าจากเว็บไซด์ โดยค้นหาจากมือถือได้เพียงแค่ใส่ข้อมูลสถานีต้นทางและสถานีปลายทางเท่านั้น อ่านรายละเอียดคลิ๊กเลย !การเดินทางในญี่ปุ่นของคุณจะง่ายมากขึ้นเมื่อท่านได้อ่านบทความนี้แล้ว

 

นอกจากนี้สำหรับใครที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ 10 คนขึ้นไปก็สามารถเลือกซื้อแบบ「回数券」「KAISUUKEN」อ่านว่า “ไคซูเค็น” แปลว่า “ตั๋วคูปอง” ได้ 

“ไคซูเค็น” คืออะไร ? คลิ๊กอ่านรายละเอียดเลย !ตั๋วรถไฟญี่ปุ่นยิ่งซื้อเยอะก็ยิ่งลดเยอะ มันคืออะไรไปดูกันเลย

 

ผ่านช่องตรวจตั๋วเพื่อเข้าไปชานชาลากันเลย เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วเข้ามาแล้วก็ตรงไปเพื่อลงบันไดไปชานชาลาสายมิโดซุจิ MIDOSUJI LINE ขึ้นรถไฟจากชานชาลาเบอร์ 3 ด้วยรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่ อุเมดะ「UMEDA」ชินโอซาก้า「SHIN OSAKA」เซ็นริจูโอ「SENRI-CHOU」เพื่อลงที่สถานีแรกสถานีโดบุสึเอ็นมาเอะ「DOBUTSUEN MAE STATION」 เมื่อลงที่สถานีโดบุสึเอ็นมาเอะเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ฝั่งด้านหน้าชานชาลาเพื่อออกจากช่องตรวจตั๋ว

 

เมื่อออกจากช่องตรวจตั๋วเรียบร้อยแล้วก็เดินไปทางซ้ายเรื่อยๆ จนสุดทางเดินและเลี้ยวขวาเพื่อออกจากทางออกเบอร์ 1 เพื่อขึ้นไปชั้นบนดินค่ะ เมื่อขึ้นมาสู่ชั้นบนดินแล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ โดยให้ทางออกอยู่ด้านหลัง เดินไปเรื่อยๆ จนเจอ FamilyMart อยู่ด้านซ้ายมือ ก็เลี้ยวซ้ายเพื่อลอดทางรถไฟยกระดับ

 

เมื่อลอดผ่านทางรถไฟยกระดับมาแล้วก็จะเข้ามาสู่เมืองที่ให้บรรยากาศเหมือนได้ย้อนเวลามา 50 ปีที่「JANJANYOKOCHO」หรือ “จันจันโยโกโจ” สองข้างทางเดินแคบๆ ก็จะมีทั้งร้านยิงปืน ร้านเหล้า อีกทั้งยังเป็นสถานที่แข่งขันหมากรุกญี่ปุ่น “โชกิ” หรือร้านอาหารต่างๆมากมายที่ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นสุดๆ เลย

เมื่อผ่าน JANJANYOKOCHO ไปแล้วก็.........

             

และนี้ก็คือบรรยากาศรอบๆ หอคอยโอซาก้าที่มีความสูง 108m ที่มีป้ายร้านค้าต่างๆ มากมายเต็มไปหมดเลย 「SHINSEKAI」ที่ให้บรรยากาศแปลกใหม่ต่างจาดที่อื่นๆ ถ้าให้คนญี่ปุ่นนึกถึงความเป็นโอซาก้าก็คงจะต้องนึกถึงที่นี่เลย รอบๆ ก็จะมีทั้งร้านอาหาร กลิ่นหอมโชยไปทั่ว และร้านขายของฝากต่างๆ มากมาย

 

และสิ่งที่ขึ้นชื่อของชินเซไค เทียบเคียงกับหอคอยโอซาก้าก็คือ「BILLIKEN SAN」รูปปั้นเด็กที่มีเอกลักษณ์เป็นหัวแหลม ๆ ตาชี้ขึ้นกับ「BILLIKEN SAN」ซึ่งเดินทีรูปปั้นนี้เป็นรูปปั้นที่แพร่หลายที่อเมริกา แต่ปัจจุบันเชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นนำโชคที่ถูกนำเข้ามาตั้งแต่ก่อนหอคอยโอซาก้าอันแรกไฟไหม้

ปัจจุบันรูปปั้นนี้จะมีอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งภายในหอคอยโอซาก้ารุ่นที่ 2 ภายในชินเซไค หรือในเมืองโอซาก้า ที่เป็นสิ่งนำโชคที่อยู่คู่กับคนโอซาก้ามาอย่างยาวนาน และมีความเชื่อว่าถ้าถูที่เท้าหลังของรูปปั้นก็จะได้รับโชคด้วย

 

และลักษณะเด่นอีกอย่างของชินเซไคก็คือป้ายใหญ่ๆ แบบย่านโดทงโบริ ที่โอซาก้านี้จะมีป้ายขึ้นชื่อแปลกๆ อยู่เช่น ป้ายปลาปักเป้าชื่อ「TETCHIRI」ของร้าน「ZUBORAYA」หรือป้าย EBISU SAN นำโชคของร้าน「EBISUYA」ด้วย

 

ตอนเช้าไป「ABENO HARUKAS」จากนั้นก็ไปชมบรรยากาศ「SHINSEKAI」แต่ตอนนี้ ICHIGO-CHAN เริ่มหิวแล้ว ไหนๆ เราก็มาถึงที่นี่นแล้วก็ไปกินร้านที่มีป้ายแปลกๆ อย่าง「EBISUYA」กันค่ะ ภายในร้านนี้จะมีทั้งที่นั่งแบบ 4 ที่หรือ 6 ที่นั่ง เป็นที่นั่งแบบโต๊ะ

ที่มีเมนูขึ้นชื่อของโอซาก้ามากมาย ตั้งแต่ คูชิคาสึ หรือ ของทอดเสียบไม้(แท่งละตั้งแต่100 เยน~)ยากิโซบะ(ตั้งแต่ 650 เยน~)หรือ โอโคโนมิยากิ หรือพิซซ่าญี่ปุ่น(ตั้งแต่ 720 เยน~)อยู่ครบเลย ถึงแม้ว่าเมนูจะเป็นภาษาญี่ปุ่นแต่ก็มีรูปให้ดู ชี้บอกพนักงานได้เลยค่ะ

 

และเมนูที่ ICHIGO-CHAN เลือกวันนี้ก็คือ「โอโคโนมิยากิแบบมิกซ์」(850 เยน+ภาษี)

ที่มีส่วนผสมทั้งเนื้อหมูคล้ายเบค่อน ปลาหมึก กุ้ง และกะหล่ำปลีแบบอัดแน่น น่าทานมากๆ

 

ราดด้วยซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และผงสาหร่าย ก่อนอื่นก็ราดซอสโอโคโนมิยากิสีน้ำตาลเข้มจากขวดที่มี 3 รูลงไปที่โอโคโนมิยากิเลย จากนั้นก็ตามด้วยมายองเนส และปิดท้ายด้วยผงสาหร่าย เท่านี้เราก็สามารถลิ้มลองโอโคโนมิยากิรสชาติดั้งเดิมจากถิ่นกำเนิดเลย

 

 “โอโคโนมิยากิ” เองก็จะมีหลากหลายแบบ ทั้งโอโคโนมิยากิแบบใส่เส้นยากิโซบะอย่าง「HIROSHIMA STYLE OKONOMIYAKI」หรือ「MODAN YAKI」ไปจนถึงโอโคโนมิยากิแบบที่อัดแน่นไปด้วยกะหล่ำปลีอย่าง「CABBAGE YAKI」หรือ「MONJA YAKI」ซึ่งที่「EBISUYA」จะเป็นโอโคโนมิยากิแบบกรอบนอกนุ่มใน บวกกับซอสรสชาติดี ถูกปากแน่นอนเลย

 

โอโคโนมิยากิอร่อยๆ กับเครื่องดื่ม ราคารวมแล้ว 1176 เยน ≒ 330 บาท ถึงแม้ว่าที่ไทยจะมีร้านโอโคโนมิยากิอยู่เยอะ แต่โอโคโนมิยากิแบบรสชาติดั้งเดิมราคาก็ปาไป 500 กว่าบาทแล้ว ถือว่าเราได้กินโอโคโนมิยากิรสชาติดั้งเดิมในราคาที่คุ้มมากๆ แล้ว ICHIGO-CHAN ก็อิ่มมากๆ ด้วย

ต่อไปเราจะไปกันที่「TSUTENKAKU」หรือ “หอคอยโอซาก้า” แลนด์มาร์กที่อยู่คู่คนเมืองโอซาก้ามาอย่างยาวนาน พร้อมชมบรรยากาศบริเวณรอบๆ

 

【ตารางการเดินทาง Day1-2 ABENO HARUKAS/SHINSEKAI】



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶