Day4-1 เดินเล่นเมืองหลวงแห่งน้ำ「NAKANOSHIMA / KITAHAMA」โอซาก้า | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



Day4-1 เดินเล่นเมืองหลวงแห่งน้ำ「NAKANOSHIMA / KITAHAMA」โอซาก้า

เมื่อวานนี้หลังจากที่ไปท่องเที่ยว 1 วันที่คานาซาวะซึ่งมีหิมะก็เดินทางมาที่โอซาก้า ส่วนตอนกลางคืน ICHIGO-CHAN ก็ไปเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่คลับของประเทศญี่ปุ่นค่ะ

Day3-3 เดินทางมาถึงโอซาก้า เที่ยวกลางคืนโดะทงโบะริ

เพราะความฟินในการท่องเที่ยวที่เก็บรายละเอียดทุกเม็ดบวกกับความเหนื่อยล้าที่แสนจะมีความสุข เลยทำให้เกือบจะตื่นสายซะแล้วค่ะ

พอตื่นขึ้นมาก็เวลา 9 โมงกว่า ๆ แล้วค่ะ

สำหรับครั้งนี้ หลังจากที่ทานมื้อเช้าแสนอร่อยของ『HOTEL KEIHAN YODOYABASHI』แล้ว เราก็จะออกไปเดินที่บริเวณ「NAKANOSHIMA / KITAHAMA」ของโอซาก้าซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยอดีตและเป็นเมืองหลวงแห่งน้ำ (เหมือนกับกรุงเทพ) กันนะคะ

 

หลังจากความตื่นเต้นที่ไปเปิดตัวที่คลับเป็นครั้งแรกบวกกับความเหนื่อยล้าที่แสนจะมีความสุขแล้ว ICHIGO-CHAN ก็ได้นอนพักแบบเต็มอิ่มเลยค่ะ

พอตื่นขึ้นมาก็เวลา 9 โมงกว่า ๆ แล้วค่ะ

มื้อเช้ามีถึงเวลา 10 โมง แต่ว่าเวลาที่สามารถเข้าไปทานได้คือตั้งแต่ 7:00 ถึง 9:30 ค่ะ ถ้าไปทานไม่ทันคงจะเสียดายแย่ ก็เลยรีบแต่งตัวแล้วไปที่ภัตตาคารเลยค่ะ

 

พอได้เห็นโฆษณาที่แปะไว้ตรงลิฟต์ ICHIGO-CHAN ก็เริ่มรู้สึกหิวหนักขึ้นไปอีกค่ะ

ในครั้งนี้เราเข้าพักแบบรวมมื้ออาหารเช้าด้วยเลยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมค่ะ แต่สำหรับคนที่เข้าพักแบบไม่รวมมื้อเช้าหรือคนภายนอกทั่วไป เพียงแค่จ่ายเงิน 1300 เยนที่โต๊ะต้อนรับก็สามารถเข้าไปทานอาหารได้นะคะ

มื้อเช้าของที่นี่อร่อยถึงขนาดที่ว่าเพื่อนคนไทยซึ่งทำงานอยู่ใกล้ ๆ กับ「HOTEL KEIHAN YODOYABASHI」ยังอุตส่าห์มาทานมื้อเช้าถึงที่นี่ แถมยังคุ้มค่าคุ้มราคาอีกด้วยค่ะ

จริงอยู่ว่าหนึ่งในเหตุผลที่ ICHIGO-CHAN จองห้องที่โรงแรมนี้ก็เพราะว่าเดินทางสะดวกค่ะ แต่เหตุผลหลักจริง ๆ ก็คือมื้ออาหารเช้าเนี่ยแหละค่ะ

 

ยื่นคูปองที่เราได้รับเมื่อตอนเช็คอินให้กับพนักงานแล้วก็เข้าไปทานได้เลยค่ะ

 

มีบรรยากาศเหมือนกับร้านกาแฟสไตล์เก๋ไก๋เลยค่ะ

โต๊ะส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั่ง 2 คนค่ะ แต่ก็มีโซฟาเตรียมเอาไว้ด้วย เพราะงั้นถึงจะมากันหลายคนก็ไม่ต้องห่วงค่ะ

เพราะว่าเป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ลูกค้าที่เข้าพักส่วนใหญ่ก็เลยจะมาแค่คนเดียวค่ะ

 

นอกจากจะมีอาหารหลากหลายประเภทวางเรียงกันแล้ว ก็มีของอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงกาแฟและน้ำผลไม้สดใหม่ด้วยนะคะ

 

อย่างแรกก็คือขนมปังซึ่งมีอยู่หลายประเภทค่ะ

แม้ว่าสำหรับคนไทยแล้ว อาจจะรู้สึกว่าขนมปังของญี่ปุ่นมีรสหวานน้อยเกินไปหน่อย แต่ว่าที่นี่ก็มีจัดเตรียมพวกขนมปังเดนิชเอาไว้ด้วยค่ะ

ขอแค่มีขนมปังประเภทนี้ก็ถือได้ว่าเพียงพอแล้วสำหรับคนไทยที่ชอบทานขนมปังนะคะ

 

กับข้าวที่น่าอร่อยก็มีอยู่หลายอย่างค่ะ

ที่อยู่ตรงหน้าก็คือขนมจีบค่ะ รู้สึกว่านุ่มกว่าของที่ไทยนิดหน่อยและสัมผัสได้รสชาติของวัตถุดิบที่ใส่มาเต็มที่ค่ะ

นอกจากนี้ก็มีปลาและเนื้อต่าง ๆ ที่สามารถหาทานได้ในมื้ออาหารเช้าของญี่ปุ่นอยู่พร้อมสรรพเลยค่ะ

 

จากนั้นก็คือ「SEMBAJIRU」ที่เป็นของขึ้นชื่อค่ะ

ที่บริเวณใกล้ ๆ กับ YODOYABASHI ที่โรงแรมนี้ตั้งอยู่ มีพื้นที่ที่เรียกกันว่า「SEMBA」ซึ่งเคยมีความเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองของพ่อค้ามาก่อนค่ะ

สิ่งที่พ่อค้าในย่าน SEMBA ทานกันในสมัยก่อนก็คือ「SEMBAJIRU」นั่นเองค่ะ

เป็นน้ำซุปอาหารทะเลที่ใส่ส่วนของเนื้อปลาตรงบริเวณที่มีก้างเยอะ ๆ รวมกับหัวไชเท้าแล้วต้มเอาไว้ค่ะ น้ำที่ซึมออกมาจากเนื้อปลาจะทำให้มีรสชาติอร่อยและก็ดีต่อสุขภาพค่ะ

 

ผักสลัดและของหวานก็อร่อยสุด ๆ ค่ะ

จะทานเค้กสักกี่ก้อนดีน้า....

 

แล้วก็ของขึ้นชื่อที่จะขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งเลยก็คือ「ข้าวแกงกะหรี่ YODOYABASHI」ค่ะ

ข้าวแกงกะหรี่ YODOYABASHI ก็จะทานโดยราดไปบนข้าวเหมือนกับแกงกะหรี่ของไทยค่ะ

ในภูมิภาคคันไซซึ่งมีเมืองโอซาก้า ผู้คนก็นิยมทาน「GYUSUJI」(เอ็นของวัว) ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือจะต้มและเคี่ยวจนละลายค่ะ

 

เอาล่ะ จะทานแล้วนะคะ!!

การที่ได้ทานอาหารจนอิ่มท้องตั้งแต่เช้าในปริมาณขนาดนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในความเพลิดเพลินของการท่องเที่ยวเหมือนกันนะคะ

มีผักสลัด, น้ำซุป, ไข่คน เป็นเครื่องเคียงของข้าวแกงกะหรี่ แล้วก็มีทาโกะยากิซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของโอซาก้าใส่มาเต็มจานก็นับว่าหรูใช้ได้เลยค่ะ เรียกว่าได้ทานซะจนท้องแทบแตกเลยก็ว่าได้

 

เอาล่ะ หลังจากที่ทานมื้อเช้าจนอิ่มหนำแล้ว ตอนนี้ ICHIGO-CHAN ก็มีพลังงาน 100% แล้วค่ะ

เราก็เช็คเอาท์ห้องพักและออกไปที่ YODOYABASHI / KITAHAMA ซึ่งเคยเป็นแหล่งความเจริญของโอซาก้าตั้งแต่ในอดีต แล้วก็จะไปต่อที่บริเวณรอบ ๆ NAKANOSHIMA กันค่ะ

ได้ยินว่าพื้นที่บริเวณอาคารซึ่งมีบรรยากาศแบบย้อนยุคนั้นมีจุดถ่ายรูปที่เหมาะจะนำภาพไปโพสต์บน SNS อยู่หลายแห่งเลยค่ะ แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว

 

ในครั้งนี้เราจะลองแวะไปตามจุดถ่ายรูปต่าง ๆ 6 แห่ง คือ「TEKIJUKU」「หอประชุมสาธารณะกลางของเมืองโอซาก้า」「สะพาน NANIWA」「สวนสาธารณะ NAKANOSHIMA」「KITAHAMA RETRO」และ「ตลาดหลักทรัพย์โอซาก้า」กันค่ะ

 

พอออกจากโรงแรมแล้วก็เลี้ยวซ้ายเดินไปประมาณ 1 นาทีนะคะ

เราก็มาถึงที่「TEKIJUKU」ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปแห่งแรกแล้วค่ะ

ท่ามกลางตึกออฟฟิศทั้งหลายก็มีอาคารยุคเก่าโผล่ออกมาค่ะ อาคารนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1838 ซึ่งก็คือเมื่อ 180 ปีก่อนหน้านี้ ในตอนนั้นถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับเรียนรู้วิทยาการที่มาจากทวีปยุโรปค่ะ

สามารถเข้าชมบริเวณภายในได้ตั้งแต่ 10:00 ถึง 16:00 (ราคา 260 เยน) ค่ะ

ICHIGO-CHAN ก็คิดอยู่ว่าจะเข้าไปดีมั้ยนะ แต่ว่ากำหนดการต่อจากนี้ไปยังแน่นเอี้ยดอยู่เลยค่ะ เอาเป็นว่าตรงนี้จะแค่ถ่ายรูปอย่างเดียวแล้วก็ไปกันต่อนะคะ

 

จาก TEKIJUKU ไปอีกนิดเดียว เดินกลับไปทาง HOTEL KEIHAN YODOYABASHI แล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยก จากนั้นเดินตรงไปเรื่อย ๆ ก็จะมองเห็น「หอประชุมสาธารณะกลางของเมืองโอซาก้า」ค่ะ

คนในท้องที่จะเรียกว่า「หอประชุมสาธารณะ NAKANOSHIMA」ค่ะ หอประชุมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1911 จนถึงตอนนี้ก็มีอายุ 107 ปีแล้วนะคะ

 

ก็เลยลังเลอยู่ว่าจะเข้าไปที่ประตูทางเข้าซึ่งมีบรรยากาศเงียบ ๆ ดีไหมนะ แต่บริเวณภายในก็เปิดให้เข้ามาชมตามปกติอยู่แล้วค่ะ นอกจากใช้จัดกิจกรรมประเภทคอนเสิร์ตและการบรรยายต่าง ๆ แล้ว ที่นี่ยังถูกใช้จัดงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพิธีรับเข้าทำงานของบริษัท, พิธีการเปิดภาคการศึกษาของโรงเรียน รวมไปถึงงานแต่งงานด้วยค่ะ

 

บรรยากาศภายในจะดูย้อนยุคนิด ๆ ค่ะ

อาคารแห่งนี้เคยมีไอน์สไตน์, กาการิน และเฮเลน เคลเลอร์ เคยเข้ามาบรรยายด้วยค่ะ พอลองนึกว่าคนเหล่านี้ก็ได้เดินขึ้นบันไดนี้มาเหมือนกันแล้วก็รู้สึกตื้นตันใจสุด ๆ เลยค่ะ

 

เก้าอี้ที่ถูกติดตั้งเอาไว้บริเวณด้านหน้าของกำแพงอิฐค่ะ

พอเบาะนั่งของเก้าอี้เปิดขึ้นก็ดูเหมือนว่าจะสามารถใส่ของเข้าไปข้างในได้นะคะ

อันที่จริงแล้วตรงนี้คือ「ช่องสำหรับใส่หมวกทรงสูง」ค่ะ

เหมาะสำหรับเป็นสถานที่เล่นซ่อนหาของ ICHIGO-CHAN สุด ๆ เลยค่ะ... ล้อเล่นนะคะ ถ้าได้มาที่นี่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถถ่ายรูปออกมาสวยงามได้ค่ะ

 

ถึงแม้จะมีบรรยากาศที่หรูหราโอ่อ่า แต่ตอนนี้ก็คือ「หอประชุมสาธารณะกลางของเมืองโอซาก้า」ที่ผู้คนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้ได้ค่ะ

ของฝากที่วางจำหน่ายก็มีบรรยากาศแบบบ้าน ๆ นะคะ ที่ร้านขายของฝากซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินก็มีขายของในราคาเบา ๆ เช่น แฟ้มใส (300 เยน) และคุกกี้ (650 เยน) ค่ะ

เพราะว่า ICHIGO-CHAN เพิ่งจะทานมื้อเช้ามาเมื่อกี๊เลยยังไม่ขอเข้าไปนะคะ ภายในหอประชุมสาธารณะซึ่งมีบรรยากาศสวยงามนี้ก็มีภัตตาคารที่เราสามารถทานอาหารในราคาย่อมเยาว์ได้ด้วยค่ะNAKANOSHIMA SOCIAL EAT AWAKE』

 

เอาล่ะ พอเราออกมาจากหอประชุมสาธารณะแล้วก็เดินไปตามทางเดินเลียบแม่น้ำกันเลยค่ะ

....หืม นกหน้าตาน่ารักที่เพิ่งจะเคยเห็นค่ะ

เป็นนกที่มีชื่อว่า「YURIKAMOME」ค่ะ ในช่วงฤดูร้อนจะอาศัยอยู่ที่รัสเซียและยุโรป ส่วนฤดูหนาวจะบินมาอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นและประเทศใกล้เคียงค่ะ ถึงจะเป็นนกตัวเล็กขนาดนี้แต่ว่าบินได้ระยะทางไกลใช่เล่นเลยนะเนี่ย...

 

เดินตามทางเดินมาเรื่อย ๆ พอลอดใต้สะพานแล้ว เราก็จะมาถึง「สวนสาธารณะ NAKANOSHIMA」แล้วค่ะ

สำหรับตรงนี้ ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวก็อาจจะรู้สึกเงียบเหงาไปนิดนะคะ แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนก็จะเป็นจุดถ่ายรูปที่เต็มไปด้วยดอกไม้ทั้ง 4 ฤดู เช่น ดอกกุหลาบและดอกแพนซีหลากสีสันค่ะ

 

ส่วนสะพานที่เราเพิ่งจะเดินลอดมานั้นก็มีชื่อว่า「สะพาน NANIWA」ค่ะ

แม้จะเป็นสะพานขนาดใหญ่ แต่ก็เป็นสะพานแบบย้อนยุคที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1914 ซึ่งถ้านับจนถึงตอนนี้ก็มีอายุมากกว่า 100 ปีแล้วค่ะ

ทิวทัศน์ของเมืองโอซาก้าที่มองจากสะพาน NANIWA ค่ะ

อาคารย้อนยุคและอาคารสมัยใหม่ก็ดูเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้จนผสมผสานออกมาเป็นทิวทัศน์อันงดงามได้นะคะ

 

ที่รั้วลูกกรงของสะพานก็มีรูปปั้นของสิงโตตัวใหญ่ตั้งอยู่และคอยจ้องมองการเข้าออกตัวเมืองของโอซาก้าค่ะ

ว่ากันว่าเป็นจุดรวมพลังที่ถ้าเราได้ถ่ายรูปกับสิงโตตัวนี้ซึ่งยืนหยัดผ่านมาได้แม้กระทั่งสงครามที่มีลูกระเบิดถูกทิ้งลงมาราวกับฝนแล้วก็จะช่วยให้เราโชคดีค่ะ

 

สิ่งที่สิงโตกำลังจ้องมองอยู่ก็คืออาคาร「ตลาดหลักทรัพย์โอซาก้า」ค่ะ มีอายุ 83 ปีแล้ว

แล้วก็ที่ฝั่งตรงข้ามนั้นก็คือ....

 

ร้านกาแฟแบบเก๋ไก๋สุด ๆ มีชื่อว่า「KITAHAMA RETRO」ค่ะ

ก่อสร้างเมื่อปี 1912 ตามที่เขียนเอาไว้ตรงกาน้ำขนาดใหญ่ซึ่งถูกแขวนไว้ที่หน้าร้านค่ะ

เป็นร้านยอดนิยมซึ่งเราสามารถชมทิวทัศน์ของแม่น้ำจากภายในร้านในระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับการดื่มชายามบ่ายแบบอังกฤษพร้อมกับสโคนและเค้กได้ค่ะ

ICHIGO-CHAN เองก็อยากจะลองเข้าไปดูเหมือนกันค่ะ แต่ว่าร้านนี้ก็ได้รับความนิยมสมคำร่ำลือจริง ๆ ค่ะ

เพราะว่าจะต้องต่อแถวรอประมาณ 1 ชั่วโมงเลยค่ะ ICHIGO-CHAN ที่ยังมีกำหนดการถัดไปอยู่เลยจำเป็นต้องขอล้มเลิกแบบช่วยไม่ได้จริง ๆ ค่ะ

 

พอเผลอนึกถึงเรื่อง「อาหาร」ไปครั้งหนึ่ง ตอนนี้ ICHIGO-CHAN ก็เริ่มจะออกอาการท้องร้องอีกรอบแล้วค่ะ

งั้นเราก็จะไปที่ร้านชาบูชาบูซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยอยากจะลองไปกันดูนะคะ

 

Sponsored by HOTEL KEIHAN YODOYABASHI



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶