Day2-2 ใจกลางหมู่บ้านทิมะ『SHIRAKAWAGO』 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



Day2-2 ใกลางหมู่บ้านทิมะ『SHIRAKAWAGO』

ICHIGO-CHAN ที่เพลิดเพลินจนเต็มอิ่มไปกับอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่ตั้งเรียงรายในเมืองฮิดะทาคายามะและตลาดเช้าที่ทาคายามะ เมืองแห่งหิมะ

DAY2-1 ชมโบราณสถานแห่งชาติ TAKAYAMA JINYA MIYAGAWA MORNING MARKET เดินทางจากTAKAYAMA ไปชิราคาวาโกะ 

หลังรถบัสปุเลงปุเลงจากทาคายามะมา 50 นาที

ยิ่งเข้าใกล้ชิราคาวะโกะ ทิวทัศน์ของบริเวณรอบ ๆ ก็ยิ่งเป็นภูเขาลึก

ICHIGO-CHAN ขึ้นรถบัสที่วิ่งกลางหิมะสีขาวสะอาดซึ่งเป็นหิมะที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวาน จนในที่สุดก็มาถึงชิราคาวะโกะเมืองแห่งหิมะที่ใฝ่ฝันแล้วค่ะ

ในครั้งนี้จะขอแนะนำชิราคาวะโกะ เมืองแห่งหิมะที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ไม่ค่อยจะได้เห็นให้ได้ชมกัน

 

รถบัสที่ขึ้นจากทาคายามะเดินหน้าเข้าไปในหุบเขาเรื่อย ๆ

แค่ออกจากทาคายามะก็เต็มไปด้วยหิมะแล้วล่ะค่ะ แต่ยิ่งเข้าใกล้ชิราคาวะโกะก็ยิ่งได้เห็นโลกที่มีเพียงสีขาวแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

 

แล้วรถบัสก็ค่อย ๆ มุ่งหน้าสู่ชิราคาวะโกะ

ด้านขวามือเริ่มมองเห็นบ้านเรือนที่สร้างด้วยวิธีแบบ Gasshouzukuri(กัชโชซึคุริ) อันเลืองชื่อเรียงรายกันอยู่แล้วค่ะ

 

ถึงสถานีรถบัสชิราคาวะโกะแล้วค่ะ

ข้างในสถานีมีล็อคเกอร์หยอดเหรียญ (300 เยน – 500 เยน) ด้วย แต่ก็เต็มไปแล้วล่ะค่ะ....

 

แต่ก็ไม่เป็นไรนะคะ ถ้าล็อคเกอร์หยอดเหรียญเต็ม ที่เคาน์เตอร์ติดต่อสอบถามก็รับฝากของด้วยค่ะ (500 เยน)

ICHIGO-CHAN ที่เป็นห่วงว่าจะต้องเดินแบกสัมภาระกลางหิมะก็รู้สึกโล่งอกแล้วแบบนี้

 

หน้าจุดจอดรถบัสมีอาคารเก่าแก่เหมือนกับเคยเห็นในการ์ตูนเรื่อง “อิคคิวซัง” ที่เคยดูตอนเด็ก ๆ ซึ่งเป็นร้านขายของฝากอยู่ด้วยค่ะ แต่หิมะเยอะสุดยอดไปเลย

ถ้ายืนนิ่ง ๆ คงได้กลายเป็นตุ๊กตาหิมะแน่ ๆ.....

 

จุดท่องเที่ยวหลักของชิราคาวะโกะคือ『GASSHOUZUKURI MINKAEN』(กัชโชซึคุริ มินคะเอ็น)

หากจะเดินทางไปจากสถานีรถบัสชิราคาวะโกะจะมีวิธีไป 2 ทางค่ะ

1 คือวิธีเดินไปตามทางหลวงเส้นใหญ่ อีกหนึ่งวิธีคือไปทางชิราคาวะไคโดซึ่งเป็นถนนสายเก่า ถ้าพูดถึงระยะทางแล้วการไปทางถนนหลวงจะใกล้กว่า แต่ระหว่างทางจะมีทั้งอุโมงค์และบางครั้งก็มีรถใหญ่วิ่งผ่าน ICHIGO CHAN จึงเลือกที่จะเดินไปทางถนนสายเก่าค่ะ

 

เมื่อออกจากสถานีรถบัสก็เดินตามถนนไปทางด้านซ้าย

แม้จะเพิ่งลงจากรถบัส แต่วิวทิวทัศน์ของหิมะกับบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นโบราณที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ก็ช่าง AMAZING

เมื่อเดินต่อไปเรือย ๆ ก็จะต้องเลี้ยวขวาที่สี่แยกในรูปภาพนี้ค่ะ

 

ศาลเจ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

เพื่อที่จะได้ไม่หกล้มจนได้รับบาดเจ็บจากหิมะที่ไม่ค่อยชิน ก็เลยต้องไหว้จากไกล ๆ แทน....

 

ข้าม「สะพาน Deai」(สะพานเดไอ – สะพานแห่งการพบเจอ) ที่ทอดตัวอยู่บนชิราคาวะโกะ

เป็นสะพานแขวนที่แคบและยาวพาดผ่านแม่น้ำโช เวลามีคนเดินข้ามสะพานก็จะแกว่ง เลยต้องเดินข้ามอย่างหวาด ๆ ค่ะ

 

แม่น้ำใสสะอาดที่อยู่กลางทิวทัศน์สีขาวบริสุทธิ์

เราสามารถถ่ายรูปทิวทัศน์ราวกับภาพบนโปสการ์ดนี้ได้อย่างง่ายดายเลยล่ะค่ะ

 

หลังข้ามสะพานก็เลี้ยวซ้ายและเดินต่อไปอีกสักพัก จะเริ่มเห็นประตูของ『GASSHOUZUKURI MINKAEN』แล้วค่ะ

ชิราคาวะโกะที่คับคั่งจอแจไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายในตอนนี้

ในอดีตมีคนมากมายที่ออกจากหมู่บ้านไปทำให้สูญเสียบ้านแบบ Gasshouzukuriไปเรื่อย ๆ หมู่บ้านชิราคาวะที่รู้สึกถึงความอันตรายนี้จึงได้เปิดกิจการ「Gasshozukuri Minkaen」(กัชโชซึคุริ มินคะเอ็น – สวนบ้านเรือนแบบ Gasshouzukuri) ขึ้นในปี 1971 เพื่อเป็นการรักษา Gasshouzukuri ไว้

 

ที่ Gasshouzukuri Minkaen นี้ไม่เพียงแต่สามารถเข้าไปชมภายในบ้านแบบ Gasshouzukuri หลาย ๆ หลังได้จริง ๆ เท่านั้นนะคะ สามารถชมการดำเนินชีวิตของผู้คนในชิราคาวะโกะ, ทดลองทำเส้นโซบะ(หยุดช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์)ได้ด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตาม, หิมะที่ทับถมกันจนน่าตกใจเลยนะเนี่ย สูงกว่า ICHIGO-CHAN ที่ตัวเล็ก ๆ ตั้งไม่รู้กี่เท่าแน่ะ

 

「ARAI RYOUZOU-KE」(อาราอิ เรียวโซเกะ) ซึ่งเป็นอาคารประชาสัมพันธ์ก็เป็นแบบ Gasshouzukuri อันแสนสง่างาม

ค่าเข้าชมอยู่ที่ 600 เยนค่ะ

ที่ Gasshouzukuri Minkaen นี้ที่จริงแล้วมีแผ่นพับภาษาไทยด้วยนะคะ สามารถขอรับได้ที่ช่องติดต่อสอบถามเลยค่ะ

 

ICHIGO-CHAN ที่ซื้อตั๋วเข้าชมแล้ว

จะเข้าไปข้างในละนะคะ แรกสุดที่เราจะได้เห็นก็คือ「Kataribe no Yakata」(คาตาริเบะโนะคัง)

มีการจัดแสดงโมเดลอาคารแบบ Gasshouzukuri และสภาพของหมู่บ้านในอดีต

 

ทิวทัศน์การดำนาของญี่ปุ่นในอดีตก็ถูกจัดแสดงไว้ด้วยรูปถ่าย

ดู ๆ แล้วคล้าย ๆ กับทิวทัศน์ตามชนบทของที่ไทย แต่นาข้าวที่ปลูกแบบเรียงแถวตรงราวกับวัดด้วยไม้บรรทัดแบบนี้ช่างสมกับเป็นคนญี่ปุ่นเลยจริง ๆ เนอะ

 

อาคารที่เหมือนกับบันไดลิงสูง ๆ ที่อยู่ด้านขวาบนของรูปถ่ายนั่นคืออะไรกันนะ??

คำตอบก็คือ...... 「Hinomiyagura」(ฮิโนะมิยะกุระ - หอสังเกตการณ์เพลิงไหม้) นั่นเองค่า

ญี่ปุ่นที่อาคารแทบจะทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ จะมีหอสังเกตการณ์เพลิงไหม้ถูกตั้งไว้ตามเมืองหรือหมู่บ้านเพื่อคอยเฝ้าระวังว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นหรือไม่  ด้านบนหอสังเกตการณ์จะมีระฆังถูกติดตั้งเอาไว้ ดู้เหมือนว่าเวลาเกิดเพลิงไหม้ผู้ที่อยู่อาศัยทั้งหมดก็จะมาช่วยกันดับเพลิงค่ะ

 

ท่ามกลางบ้านเรือนแบบ Gasshouzukuri ที่ตั้งเรียงรายกันอยู่มากมาย มีอยู่ที่หนึ่งที่เด่นสะดุดตา คือ「YAMASHITA HARURO HOUSE」(ยามาชิตะ ฮารุโระ เฮาส์)

ดูเหมือนว่าจะเก่าแก่ที่สุดในบรรดาบ้านที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันของชิราคาวะโกะค่ะ

 

มีน้ำถูกต้มอยู่ในเตาราวกับมีคนอาศัยอยู่

ข้างนอกเป็นโลกสีขาวอันหนาวเหน็บ แต่ข้างในน่าจะเพราะไฟจากเตา ทำให้อุ่นราวกับความหนาวด้านนอกนั้นเป็นเรื่องโกหกเลยทีเดียวล่ะค่ะ

เมื่อมองดูไฟในเตาแล้วรู้สึกเหมือนจะอบอุ่นไปถึงหัวใจเลย

ญี่ปุ่นอันแสนหนาวเหน็บ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีหิมะตกหนาแบบชิราคาวะโกะนี้จะไม่สามารถงานกสิกรรมได้

ช่วงที่หยุดจากงานกสิกรรม ครอบครัวเกษตรกรของญี่ปุ่นจะใช้ชีวิตด้วยการถักรองเท้าแตะหรือทำรองเท้า ฯลฯ ค่ะ

ซึ่งของเหล่านั้นก็จะถูกนำมาขายเป็นของที่ระลึก (ตัวอย่างเช่นรองเท้าแตะที่ถักด้วยฟางจะราคาเริ่มต้นที่ 1000 เยน)

ชื่อของคนที่ถักจะถูกเขียนลงในป้ายที่รองเท้าแตะว่าเป็นงานทำมือค่ะ ถึงจะทำด้วยฟางแต่ก็ดูแข็งแรงและน่าจะอบอุ่นเหมือนกันนะคะ

 

ใกล้จะถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว

ICHIGO-CHAN ที่แม้จะทานอาหารเช้าที่โรงแรมมาอย่างเต็มอิ่มแล้วก็เริ่มจะหิวขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ

ตรงไหนมีอะไรให้ทานมั้ยน๊า? ระหว่างที่กำลังคิดเช่นนั้นก็ได้กลิ่นหอมน่ากิน....

มีเขียนไว้ว่า「น้ำชาให้บริการฟรี」และ「Zenzai」(เซ็นไซ - ซุปถั่วแดง)

 

เมื่อเข้าไปด้านใน นอกจากน้ำชาอุ่น ๆ ที่สามารถดื่มได้ฟรีแล้ว ยังมี「เซ็นไซใส่โมจิ」(300 เยน) และ「ครีมเซ็นไซ」(500 เยน), 「ไอศกรีม」(300 เยน) รสชาติต่าง ๆ เช่น โซบะ วนิลา ฯลฯ หลากหลายเมนู

แม้จะเป็น ICHIGO-CHAN ผู้แสนจะชื่นชอบไอศกรีม แต่ในวันหนาว ๆ เช่นนี้ของอุ่น ๆ อย่าง「เซ็นไซ」น่าจะดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ

เซ็นไซที่ใส่โมจิสีขาวนุ่มฟูลงในซุปถั่วแดงที่ถูกหุงอย่างหอมหวาน ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นไปถึงแกนในเลย

และยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดก็คือหัวใจที่อบอุ่นขึ้นจากรอยยิ้มของคุณผู้หญิงเจ้าของร้านที่มาถ่ายรูปคู่กับ ICHIGO-CHAN ค่ะ

 

เมื่อเดินเที่ยวชมไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ เวลาอันแสนยาวนานก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ต้องกลับไปที่สถานีรถบัสแล้วล่ะ....

ต้องกลับไปข้าม「สะพาน DEAI」ที่ข้ามเมื่อตอนที่มาอีกครั้ง

วิวทิวทัศน์ของสะพานแขวนที่พาดท่ามกลางหิมะสีขาวช่างสวยงามจริง ๆ ค่ะ

 

ภายในเมืองยังมีบ้านแบบ Gasshouzukuri ที่ยังมีคนอาศัยอยู่ตั้งเรียงรายกัน ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อเลยค่ะ

 

ที่จริงแล้วอยากจะแนะนำวิวทิวทัศน์จากจุดชมวิวของชิราคาวะโกะให้ได้ชมกัน

แต่เนื่องจากวันนี้เมฆลอยต่ำทำให้ไม่สามารถมองเห็นชิราคาวะโกะจากจุดชมวิวได้ แม้จะน่าเสียดายแต่ในครั้งนี้ก็เลยไม่สามารถไปได้ค่ะ

ก็เลยจะขอแนะนำรูปทิวทัศน์ที่ถูกถ่ายจากแท่นชมวิวของอีกวันมาให้ได้ชมกันค่ะ แท่นชมวิวที่ท่านจะสามารถเพลิดเพลิยจนเต็มอิ่มไปกับบ้านเรือนแบบ Gasshouzukuri ที่ตั้งเรียงรายต่อเนื่องกันเป็นทิวทัศน์เฉพาะของที่ชิราคาวะโกะได้นี้ไม่ได้อยู่ในที่ซึ่งไม่สามารถเดินเท้าไปได้ เพียงแต่ทางค่อนข้างจะไม่ดี สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นกับหิมะก็ถือว่าลำบากทีเดียวค่ะ จึงขอแนะนำให้ขึ้นรถบัสที่ออกจากสถานีรถบัสชิราคาวะโกะจะดีกว่าค่ะ (เที่ยว 9 นาฬิกา – เที่ยว 15 นาฬิกาจะมีชั่วโมงละ 3 คัน - เที่ยวเดียว 200 เยน)

 

ICHIGO-CHAN ที่กลับมาถึงสถานีรถบัสชิราคาวะโกะท่ามกลางหิมะที่ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ

สามารถกลับมาพบกับสัมภาระที่ฝากไว้ได้อย่างปลอดภัยแล้ว

ครั้งหน้าเราจะมุ่งหน้าไปยังเมืองคานาซาวะ เมืองโบราณฝั่งทะเลญี่ปุ่นกันค่ะ



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶