Day3-1 นั่งรถไฟจากสถานีฟุกุอิออกเดินทางไปยัง “ฮิโกเนะ HIKONE” เพื่อชมปราสาทที่สวยงามและมอสคอตสุดน่ารัก “ฮิโคะเนียน”「HIKONYAN」 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-1 นั่งรถไฟจากสถานีฟุกุอิออกเดินทางไปยัง “ฮิโกเนะ HIKONE” เพื่อชมปราสาทที่สวยงามและมอสคอตสุดน่ารัก “ฮิโคะเนียน”「HIKONYAN」

FUKUI-SHIGA-KYOTO-OSAKA

จากความเดิมตอนที่แล้ว ของทริปเมื่อวาน ICHIGO-CHAN ได้ออกจากเมืองอาวาระออนเซ็น จากนั้นสัมผัสวิถีแห่ง “เซน” ที่ “วัดเอเฮจิ”「EIHEIJI」และเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของ “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิ”「Fukui Prefectural Dinosaur Museum」

Day2-4 ทานอาหารขึ้นชื่อใกล้สถานีฟุกุอิที่ร้าน “ฟุกุบุกุ ฉะยะ"「FUKUBUKU CHAYA」ภายในตึก “แฮปปี้ริ่ง ฟุกุอิ”「HAPPIRING FUKUI」 ที่สูงที่สุดในฟุกุอิและเดินทางเข้าที่พัก「HOTEL RIVERGE AKEBONO」

และแล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ 3 ของทริปนี้แล้ว เราจะเดินทางไปทางใต้ของฟุกุอิ ที่ “จังหวัดชิงะ SHIGA” เมืองที่มีทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง “ทะเลสาบบิวะ”「BIWAKO」เพื่อไปท่องเที่ยว ฮิโกเนะ, โอมิฮาจิมัง และ โอสึกันค่ะ ซึ่งก่อนอื่นเราจะเดินทางไป “ฮิโกเนะ HIKONE” เพื่อท่องเที่ยวปราสาทเก่าแก่กว่า 400 ปี ที่สวยงาม ขึ้นชื่อเรื่องดอกซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี อีกทั้งยังสามารถพบกับ คาแรคเตอร์ประจำฮิโคเนะ “ฮิโคะเนียน”「HIKONYAN」ด้วยไปดูกันเลย!

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะเพื่อนๆ ทุกคน ICHIGO-CHAN นอนเต็มอิ่มมากๆ ถึงเมื่อวานจะเดินเยอะมากๆ แต่ตอนนี้ได้ชาร์ตพลังเต็มที่ มาเริ่มวันใหม่กันเลย

เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เราก็จะเห็นวิวเมืองฟุกุอิ และแม่น้ำอาสุวะ ซึ่งริมสองฝั่งแม่น้ำแห่งนี้มีต้นซากุระเรียงกันกว่า หลายร้อยต้น เมื่อเข้าช่วงซากุระที่ตรงกับช่วงสงกรานต์ของไทยช่วงกลางเดือนเมษายนแล้ว ซากุระก็จะบานสวยงามตลอดสองข้างทาง จากที่พักที่นี่เราจะเห็นวิวซากุระสองข้างทางได้ชัดมากในช่วงดอกไม้บานเพราะฉะนั้นที่พักจะเต็มเร็วมากเลย

 

เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ห้องอาหารเช้าของโรงแรม「HOTEL RIVERGE AKEBONO」ชั้น 2F กับห้องอาหาร「SAKURABASHI」ภายในห้องอาหารจะมีทั้งที่นั่งแบบโต๊ะ 6 คน 4 คน และมีที่นั่งแบบห้องญี่ปุ่นด้วย ถึงจะมากันเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถนั่งทานด้วยกันได้สบายเลยค่ะ

 

อาหารก็จะมีทั้งอาหารญี่ปุ่น หรือ อาหารฝรั่ง สไตล์บุฟเฟต์ เมนูอาหารก็มีมากมาย ทั้งอาหารขึ้นชื่อของฟุกุอิอย่าง「ซอสคัตสึ」หรือ「เต้าหู้งา」ของวัดเอเฮจิ รวมกันกว่า 60 ชนิด เครื่องดื่มก็มีมากมายเช่นกัน ทั้งน้ำส้ม กาแฟ หรือเครื่องดื่มแปลกๆ อย่าง「HACHIMITSU KUROZU」หรือน้ำผักรวมเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

 

ICHIGO-CHAN ก็ไม่พลาด ตักมาอย่างละนิดจนเต็มจาน ได้อาหารครบ 5 หมู่เลย ถ้าหมดรอบนี้แล้วก็ว่าจะไปตักอีก ก็เป็นแบบบุฟเฟต์นี่นาก็ต้องทานให้เต็มที่หน่อย

 

หลังจากทานอาหารเช้าแล้ว เราไปเช็คเอาท์กันเลย เราได้ชำระเงินไปเรียบร้อยแล้วตอนเช็คอินเพราะฉะนั้นแค่คืนคีย์การ์ดให้เท่านั้นก็เรียบร้อยค่ะ ส่วนการชำระเงินที่นี่นอกจากสามารถชำระด้วยบัตรเครดิต แล้ว ก็ยังสามารถชำระเป็น IC CARD อย่าง Suica หรือ ICOCA และ ApplePay ได้ด้วย

「HOTEL RIVERGE AKEBONO」นี้เป็นโรงแรมเก่าแก่ของฟุกุอิแต่ก็ได้รับการปรับปรุงโฉมใหม่ นอกจากห้องพักที่ดูดีแล้วยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟนให้ยืม และระบบการชำระเงินที่หลากหลาย เรียกได้ว่าสะดวกสบายครบวงจรจริงๆ เลยค่ะ

 

และที่แรกที่เราจะไปในวันนี้ก็คือ “ฮิโกเนะ”「HIKONE」เมืองแห่งปราสาทที่อยู่ริมทะเลสาบบิวะ เราจะเดินทางจากสถานีฟุกุอิ ไป “ฮิโกเนะ” โดยนั่งรถไฟด่วนพิเศษ「SHIRASAGI」จากสถานีฟุกุอิ ไปลงที่สถานีไมบาระ เพื่อเปลี่ยนเป็นรถไฟแบบด่วน

ก่อนอื่นก็ต้องออกจากโรงแรมไปสถานีฟุกุอิ ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที โดยออกจากประตูโรงแรมไปทางขวามือ เดินไปเรื่อยๆ จนออกมาสู่ถนนใหญ่ที่มีรถราง(LRT)วิ่งผ่าน จากนั้นเลี้ยวไปทางซ้ายมือ เดินไปเรื่อยๆ จนเจอสี่แยกขนาดใหญ่ ให้เลี้ยวไปทางขวามือ เมื่อเลี้ยวมาประมาณ 5 นาทีก็ถึงสถานีฟุกุอิเลย

 

เมื่อเข้ามาสู่สถานีฟุกุอิแล้วก็เดินไปซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่อยู่ด้านในซ้ายมือ เราสามารถซื้อตั๋วไปสถานีฮิโกเนะจากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติได้เช่นกัน แต่ทว่าเราจะต้องเปลี่ยนจากรถไฟด่วนพิเศษ เปลี่ยนรถไฟแบบด่วน หนึ่งครั้งที่สถานีไมบาระ เพราะฉะนั้นวิธีซื้อตั๋วก็จะแตกต่างจากการซื้อตั๋วทั่วไป ยุ่งยากเล็กน้อย เฉพาะฉะนั้นซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์เลยจะสะดวกกว่าค่ะ โดยพูดกับเจ้าหน้าที่ว่า

 

「HIKONE MADE NO TICKET WO (จำนวนคน)MAI ONEGAI SHIMASU」

「ฮิโกเนะ มาเดะ โนะ ทิกเก็ต โอะ (จำนวนคน)มัย โอเนกัย ชิมัส」(ซื้อตั๋วไป ฮิโกเนะ(จำนวนคน)ใบ ค่ะ/ครับ)

เท่านี้เจ้าหน้าที่ก็จะจัดการตั๋วไปสถานีฮิโกเนะได้ทีเดียวเลยค่ะ

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็ผ่านช่องตรวจตั๋วเข้าไปเลย และขึ้นบันไดที่อยู่ตรงหน้าไป ชานชาลาหมายเลข 5 จะอยู่ทางขวามือ รถไฟด่วนพิเศษ「SHIRASAGI」สถานีปลายทางนาโกย่า ที่เรากำลังจะนั่งจากสถานีฟุกุอิ ไปสถานีไมบาระนี้ จะวิ่งชั่วโมงละ 1 เที่ยว ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 18 นาฬิกา ทุกๆ นาทีที่ 35-40 ใช้เวลาเดินทางไปถึงสถานีไมบาระประมาณ 1 ชั่วโมง

 

ภายในรถไฟจะเป็นที่นั่งแบบ Reclining Seat เมื่ออกมาจากสถานีฟุกุอิซักพัก ด้านซ้ายมือจะเห็นวิวทุ่งนา วิ่งเรียบที่ราบฟุกุอิ และเมื่อวิ่งไปอีกซักพักก็จะเป็นวิวภูเขา หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่อุโมงค์โฮกุริกุ「HOKURIKU TONNERU」ระยะยาวที่แบ่ง เขตโฮกุริกุ และเขตคันไซ เป็นระยะทางกว่า 14km เมื่อผ่านอุโมงค์มาแล้วก็จะเข้าสู่แถบคันไซที่ สถานีสึรุงะ TSURIGA STATION แค่ข้ามอุโมงค์มาเท่านั้น ทั้งภาษา อาหารการกิน หรือผู้คนที่อาศัยอยู่ก็จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย

 

ออกจากสถานีฟุกุอิมาประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนนี้เราก็มาถึงสถานีไมบาระแล้วค่ะ โดยเราจะเปลี่ยนเป็นรถไฟ แบบด่วนชินไคโซกุ หรือ แบบธรรมดา ที่มุ่งหน้าไปสู่โอซาก้า/เกียวโต กันค่ะ โดยลงจากรถไฟ เดินไปตามทางเดินชานชาลาเพื่อขึ้นบันไดเลื่อนไป จากนั้นก็เดินไปทางขวามือ เพื่อลงไปที่ชานชาลา หมายเลข 2・3 เราจะนั่งรถไฟไปลงสถานีฮิโกเนะเพียงหนึ่งสถานี ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะขึ้นแบบรถด่วนชินไคโซกุ หรือ แบบธรรมดา ขึ้นรถไฟคันไหนก็ได้ที่มาจอดที่ชานชาลานี้เลยค่ะ ทั้งสองแบบรวมกันแล้วจะวิ่งชั่วโมงละ 4 เที่ยว

 

นั่งรถไฟจากสถานีไมบาระมาเพียง 4 นาทีเท่านั้น ตอนนี้เราก็มาถึง “ฮิโกเนะ” เมืองแห่งปราสาทที่คงสภาพเดิมมามากกว่า 400 ปี

โดยขึ้นบันไดที่อยู่ภายในชานชาลาและออกจากเครื่องตรวจตั๋วที่อยู่ชั้น 2F และออกจากช่องตรวจตั๋วอัตโนมัติไปทางซ้ายมือ เพื่อออกจากทางเข้าออก「West Exit」

 

หลายๆ คนอาจรู้จักมาสคอตประจำจังหวัดของญี่ปุ่นอย่าง「คุมะมง」หรือ「ฟุนัชชี่」ใช่ไหมคะ ซึ่งมาสคอตเหล่านี้ถูกเรียกว่าเป็น「ยูรุเคียระ」(ย่อมาจาก ยูรุ่ยคาแรคเตอร์ ซึ่งแปลว่า คาแรคเตอร์สบายๆ ชิวๆ) ปัจจุบันได้รับความนิยมในการสร้าง “ยูรุเคียระ” มาเพื่อโปรโมทจังหวัด สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งที่ทำให้ “ยูรุเคียระ” เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้นก็คือ “ฮิโคะเนียน”「HIKONYAN」นั่นเอง ซึ่ง “ฮิโคะเนียน” นี้เป็นคาแรคเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมากว่า 10 ปี และได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ทำให้เมื่อคนพูดถึงจังหวัดฮิโคเนะก็จะนึกถึง “ฮิโคะเนียน” ก่อนปราสาทฮิโกเนะเสียอีกค่ะ ด้วยรูปร่างที่เหมือนโมจิของ “ฮิโคะเนียน” จึงได้ชื่อเล่นว่า「โมจิ」ด้วย ซึ่งป้าย “ฮิโคะเนียน” บอกว่าจากตรงนี้เดินไปปราสาทฮิโกเนะ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

 

เมื่ออกจากช่องตรวจตั๋วไปทางซ้ายที่ประตูตะวันตก และลงบันไดมาสู่ชั้นพื้นดินแล้ว ก็จะเจอกับ「Hikone tourist information office」ที่สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อีกทั้งยังมีล็อคเกอร์รับฝากของอีกด้วย

 

ล็อคเกอร์ฝากของมีอยู่ 2 ขนาด คือ ขนาดเล็กใส่ของเล็กๆ น้อยๆ เช่น กระเป๋าถือ ถุงของฝากต่างๆ (300 เยน)และ ขนาดใหญ่ ที่สามารถใส่ประเป๋าเดินทางขนาดกลางได้(500 เยน)วิธีการใช้ก็เหมือนกับล็อคเกอร์แบบทั่วไปคือ ใส่เหรียญร้อยเยนไปให้ครบตามจำนวน จากนั้นก็ล็อคและดึงกุญแจออก หากไม่มีเหรียญก็สามารถขอแลกเหรียญได้ที่สำนักงานเลยค่ะ

ถึงแม้ว่าทางเดินจากสถานีไปปราสาทฮิโกเนะจะเป็นทางเส้นตรง เส้นทางไม่ยาก แต่ถ้าใครไม่มั่นใจก็สามารถขอแผนที่หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางที่สำนักงานได้เลย


เดินเรียบถนนใหญ่ไปเรื่อยๆ โดยให้ลานกว้างหน้าสถานีอยู่ด้านหลัง ไปเรื่อยๆ จนเจอสามแยกที่มี “ศาลเจ้าโกโคกุ”「GOKOKU JINJA」ข้ามทางม้าลายไปทางที่มีศาลเจ้า และเดินเลี้ยวไปทางซ้าย จากนั้นก็เดินตรงไปตามทางจนเจอร้านขายของฝากตึกสีน้ำตาลอยู่ตรงหน้า และเดินไปทางขวาเยื้องไปตามถนนเรื่อยๆ

 

จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ ไปตามเส้นทางเข้าไปสู่ปราสาท ก่อนเข้าเขตปราสาทจะเจอคูน้ำด้านนอกสวยงาม และบริเวณโดยรอบนี้จะมีต้นสนญี่ปุ่นอยู่รอบๆ คูน้ำสวยมากๆ ญี่ปุ่นสุดๆ เลยค่ะ

 

ซึ่งปราสาทฮิโกเนะแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่อง สถานที่ชมดอกซากุระที่สวยงาม เมื่อเข้าสู่ช่วงซากุระบาน ก็จะได้วิวประมาณนี้เลยค่ะ

บริเวณฮิโกเนะจะมีอุณภูมิต่ำกว่า โอซาก้า หรือ เกียวโต เล็กน้อยเฉพาะฉะนั้นเราจึงจะได้ชมซากุระที่นี่ช่วง ก่อนหรือหลังเดือนเมษายนประมาณ 10 วัน น่าจะเป็นช่วงสงกรานต์พอดีเลยค่ะ

 

และเมื่อเดินไปตามทางเรื่อยๆ ก็จะมาถึงทางสามแยกคูน้ำด้านใน ให้เดินไปทางซ้าย เดินไปซักพักก็จะเจอสะพานทางเข้าไปสู่ปราสาทอยู่ขวามือเลยค่ะ ซึ่งที่ด้านหน้าสะพานทางเข้าปราสาทจะมีป้ายเวลาโชว์ตัวของมอสคอตสุดน่ารัก “ฮิโคเนียน” ป้ายจะเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า「本日のひこにゃん」แปลว่า “ฮิโคเนียนวันนี้” เพื่อนๆ สามารถสัมผัสความหน้าน่ารักของ “ฮิโคเนียน” ได้ที่ทางเข้า「พิพิธภัณฑ์ปราสาทฮิโกเนะ HIKONE CASTLE MUSEUM」ภายในปราสาทเลย

 

เมื่อข้ามสะพานไปแล้วก็จะเจอทางเข้าไป “ปราสาทฮิโกเนะ”『HIKONE CASTLE』

เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วจะอยู่ด้านซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 8:30 ถึง 17:00 เปิดทำการทุกวัน ซึ่งค่าเข้าตั๋วจะมีแบบเข้าชมปราสาทฮิโกเนะ รวมตั๋วเข้าชมสวนญี่ปุ่น “สวนเก็นคิวเอ็น”「GENKYUEN GARDEN」จะอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 800 เยน(อายุต่ำกว่า 15 ปี 200 เยน)และ ตั๋วเข้าชมปราสาทฮิโกเนะ รวม การชมสวนญี่ปุ่น “สวนเก็นคิวเอ็น”「GENKYUEN GARDEN」พร้อมเข้าชม「พิพิธภัณฑ์ปราสาทฮิโกเนะ HIKONE CASTLE MUSEUM」ที่มีการจัดแสดง「II FAMILY」ใน「SET TICKET」จะอยู่ที่ 1200 เยน(อายุต่ำกว่า 15 ปี 350 เยน)การชำระเงินรับเฉพาะเงินสดเท่านั้นนะคะ

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ผ่านเข้าไปช่องตรวจตั๋วแล้วเดินเข้าไปในตัวปราสาทเลย หอคอยปราสาทจะต้องขึ้นเนินสูงไปอีก ความรู้สึกก็จะเหมือนปีนเขาเล็กน้อย เพราะว่าปราสาทจะอยู่ในจุดที่สูง 50m เดินขึ้นบันไดหิน ที่มีรากต้นไม้ใหญ่แทรกอยู่ อาจจะเดินขึ้นลำบากนิดหน่อย แต่เมื่อขึ้นไปซักพักก็จะเจอกับ “สะพานโลกะ”「ROUKA BASHI」ซึ่งสะพานนี้จะมีระบบ「OTOSHI BASHI」คือสามารถถอดสะพานให้หลุดออกจากประตูทางเข้าเพื่อป้องกันศัตรูในยามจำเป็นนั่นเอง ปราสาทนี้ถึงแม้ว่าจะสร้างมายาวนานกว่า 400 ปีแล้วแต่ก็ทำให้เราได้สัมผัสภูมิปัญญาของคนในสมัยก่อนได้อยู่เลยนะคะ

 

และก่อนถึงสะพานโลกะ ก็จะมีร้านขายของฝากเล็กๆ อยู่ มีสินค้าน่ารักๆ ของ “ฮิโคะเนียน”「HIKONYAN」เต็มเลย ทั้งพวกกุญแจ(700 เยน)ที่ทำความสะอาดหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือตุ๊กตา(1450 เยน)ที่เป็นของ“ฮิโคะเนียน” ทั้งนั้นเลย

 

ชมของฝากเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็เดินไปต่อกันเลยค่ะ ข้ามสะพานโลกะ ไปเรื่อยๆ เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว หอคอยปราสาทก็อยู่แค่เอื้อมเท่านั้นค่ะ และเมื่อเดินเลยศาลาเก่าแก่「TAIKOMON YAGURA」ไปก็...........

 

และแล้วเราก็มาถึงลานกว้างหน้าหอคอยปราสาทกันแล้วค่ะ

“ปราสาทฮิโกเนะ” แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2147 อายุกว่า 400 ปี และใช้เวลาในการก่อสร้างกว่า 20 ปี และที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ ปราสาทฮิโกเนะนี้เป็นปราสาทที่ไม่เคยเกิดเพลิงไหม้ทั้งจากอุบัติเหตุหรือจากเหตุการณ์สงครามเลย ดังนั้นตัวปราสาทจึงเป็นปราสาทที่หลงเหลือมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลย ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะมีปราสาทอยู่มากมายในแต่ละจังหวัด แต่ปราสาทที่คงสภาพเดิมตั้งแต่อดีตนั้นมีไม่กี่ที่เท่านั้น ก็คือ ปราสาทฮิโกเนะ และ ปราสาทฮิเมจิ เรียกได้ว่าเราสามารถสัมผัสปราสาทแบบ「ของจริง」ได้ที่นี่เลย ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั้งญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเดินทางมาชมปราสาทนี้กันเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะมีแผ่นดินไหว หรือพายุ ที่เป็นภัยธรรมชาติต่างๆ เกิดขึ้นบ้างแต่ก็มีการดูแลปรับปรุงอยู่เสมอ  ซึ่งตอนที่ ICHIGO-CHAN ไปก็มีส่วนหนึ่งที่กำลังปรับปรุงซ่อมแซมกำแพงชั้นนอกที่หลุดออกมาจากพายุเมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ และคาดว่าจะปรับปรุงเสร็จในเดือนพฤษจิกายน ดังนั้นระหว่างที่กำลังทำการซ่อมแซมอยู่อาจมีบางช่วงที่ไม่สามารถเข้าชมได้บางส่วน เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเพื่อรักษาคงสภาพปราสาทที่สวยงามนี้ไปนานๆ

และในครั้งหน้าเราจะพาเพื่อนๆ เข้าไปชมภายในหอคอยปราสาท และชมโชว์น่ารักๆ จากมอสคอตของฮิโกเนะ “ฮิโคะเนียน”「HIKONYAN」กันค่ะ

ฝากติดตามด้วยนะคะ♪

【ตารางการเดินทาง Day3-1 HIKONE BASTLE】

 

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶