Day2-4 ทานอาหารขึ้นชื่อใกล้สถานีฟุกุอิที่ร้าน “ฟุกุบุกุ ฉะยะ"「FUKUBUKU CHAYA」ภายในตึก “แฮปปี้ริ่ง ฟุกุอิ”「HAPPIRING FUKUI」 ที่สูงที่สุดในฟุกุอิและเดินทางเข้าที่พัก「HOTEL RIVERGE AKEBONO」 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day2-4 ทานอาหารขึ้นชื่อใกล้สถานีฟุกุอิที่ร้าน “ฟุกุบุกุ ฉะยะ"「FUKUBUKU CHAYA」ภายในตึก “แฮปปี้ริ่ง ฟุกุอิ”「HAPPIRING FUKUI ที่สูงที่สุดในฟุกุอิและเดินทางเข้าที่พัก「HOTEL RIVERGE AKEBONO」

FUKUI-SHIGA-KYOTO-OSAKA

จากความเดิมตอนที่แล้วที่ ICHIGO-CHAN ได้ชมความยิ่งใหญ่ของไดโนเสาร์ “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิ”「Fukui Prefectural Dinosaur Museum」ช้อปปิ้ง และทานพาร์เฟต์อร่อยๆ มีรูปลงโซเชียลมาเยอะมากๆ

Day2-3 จากความเดิมตอนที่แล้วที่ ICHIGO-CHAN ได้สัมผัสวิถีแห่ง “เซน” 「ZEN」ที่วัดเอเฮจิ ที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติ และสัมผัสวิถีชีวิตของการธุดงค์สงค์ที่เป็นข้อปฏิบัติมายาวนานกว่า 770 ปีเรียกว่า “อุนซุย”「UNSUI」

ที่จริงแล้วเราก็ยังอยากเที่ยวต่ออีกนานๆ เลยแต่ว่าพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้บริการถึง 17 นาฬิกาเท่านั้น เราจะกลับไปที่ตัวเมืองฟุกุอิตามทางเดิมที่เรามา เพื่อไปทานอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดฟุกุอิและเข้าที่พักของเราในคืนนี้กันค่ะ

 

ซึ่งจาก “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิ”『Fukui Prefectural Dinosaur Museum』จะไม่มีบัสที่มุ่งตรงไปยังตัวเมืองฟุกุอิ ดังนั้นจึงต้องนั่งบัสเพื่อไปลงที่สถานี คาสึยามะ KATSUYAMA รถไฟ ECHIZEN RAILWAYS ก่อน จากนั้นก็นั่งรถไฟเพื่อไปลงในตัวเมืองฟุกุอิที่สถานีฟุกุอิเลย

ซึ่งบัสจะถึงพอดีกับรถไฟที่ออกจากสถานีคาสึยามะชั่วโมงละ 2 เที่ยวพอดี สะดวกมากๆ

ก่อนอื่นก็ไปขึ้นรถบัสในพิพิธภัณฑ์ เพื่อเดินทางไปป้ายหน้าสถานีคาสึยามะกันค่ะ ค่ารถบัสจะต้องจ่ายให้กับคนขับก่อนออกเดินทาง 300 เยนเลย (เงินสดเท่านั้น)

 

นั่งบัสออกมาจากพิพิธภัณฑ์ซักครู่ก็เห็นวิวทุ่งต้นโซบะสีเหลืองอร่าม และโดมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์อยู่ด้านซ้ายมือ

 

นั่งรถบัสไปประมาณ 12 นาทีตอนนี้เราก็มาถึงสถานีคาสึยามะ KATSUYAMA ของรถไฟ ECHIZEN RAILWAYS กันแล้ว ซึ่งสถานีรถไฟคาสึยามะนี้เป็นสถานีที่สร้างขึ้นพร้อมกับการเริ่มเปิดเส้นทางรถไฟเมื่อ 100 ปีที่แล้ว หรือเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2457 ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังคงความสวยงามและคลาสสิคอยู่เลย

 

ตั๋วรถไฟไปสถานีฟุกุอิสามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเท่านั้น ราคา 770 เยน ชำระเงินได้เฉพาะเงินสด

เมื่อมองสถานีจากด้านนอกแล้ว จะเหมือนว่าตึกนี้มี 2F ชั้นแต่ความจริงแล้วมีเพียงชั้นเดียวทำให้ด้านในดูกว้างขวางและก็โปร่งโล่งสบาย ภายในสถานีมีร้านกาแฟบรรยากาศดีอยู่ด้วย

 

รถไฟจากสถานีคาสึยามะ ไปสถานีฟุกุอิจะวิ่งชั่วโมงละ 2 เที่ยวคือ นาทีที่ 19 และ 49 ใช้เวลาเดินทางไปสถานีฟุกุอิ 53 นาที (ข้อมูล เดือนมิถุนายน พ.ศ.2561) รถไฟจะเป็นแบบเดียวกับตอนขามาเลยคือมีโบกี้เดียวแบบกระทัดรัด

 

ภายในรถไฟโบกี้เดียวเล็กกระทัดรัดนี้ จะแบ่งประตูเข้าออก ออกเป็น 3 ช่วง ที่นั่งภายในรถจะมีทั้งที่นั่งแบบแถวยาวนั่งได้ประมาณ 3 คน และที่นั่งแบบสลับนั่งหันหน้าเข้าหากัน 4 คน เนื่องจากสถานีนี้เป็นสถานีแรกเพื่อออกตัวไปสู่ฟุกุอิ ดังนั้นถ้ามาเร็วก็ได้นั่งแน่นอนค่ะ(ยกเว้นช่วงวันหยุด)นั่งที่นั่งแบบหันหน้าเข้าหากันพูดคุยไปชมวิวไปเพลินๆ 53 นาทีก็แปปเดียวเท่านั้นค่ะ วิวนอกหน้าต่างก็เป็นวิวธรรมชาติของเมืองชมบทญี่ปุ่น ทั้งทุ่งนา ป่าไม้

 

เดินทางมาเป็นเวลา 53 นาทีตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงสถานีฟุกุอิแล้วค่ะ เมื่อถึงสถานีฟุกุอิแล้วก็เดินลงบันไดที่อยู่ในชานชาลา และเดินลงมาเรื่อยๆ เพื่อออกจากช่องตรวจตั๋ว(มีแผนว่าจะเปิดใช้บันไดเลื่อนตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน)เมื่อผ่านออกมาจากช่องตรวจตั๋วเรียบร้อยแล้วก็จะออกมาสู่ลานกว้างภายในสถานี ให้เลี้ยวไปทางซ้ายเพื่อออกจากประตูตะวันตกสถานีฟุกุอิ

 

สถานีฟุกุอิที่ได้รับการปรับปรุงจนสามารถเปิดเส้นทางชินคันเซ็น และบริเวณโดยรอบนี้ เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ ทั้งสวยและสะดวกมากๆ ภายนอกสถานีก็มีรูปไดโนเสาร์ หรือหุ่นไดโนเสาร์ตัวโตอยู่หน้าสถานี เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ของสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของฟุกุอิย่าง “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิ”「Fukui Prefectural Dinosaur Museum」ที่สถานีก็มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเลย

 

ถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็ไปทานอาหารเย็นกันเลย วันนี้เราจะทานอาหารขึ้นชื่อของฟุกุอิในเมนูปลาสดใหม่ที่ “ฟุกุบุกุ ฉะยะ"「FUKUBUKU CHAYA」ในตึก “แฮปปี้ริ่ง ฟุกุอิ”「HAPPIRING FUKUI」ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

โดยเดินออกจากสถานีฟุกุอิจากประตูเข้าออกตะวันตก ไปทางซ้ายมือ ตึก “แฮปปี้ริ่ง ฟุกุอิ”「HAPPIRING FUKUI」จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในฟุกุอิที่มีความสูง 91m เพราะฉะนั้นไม่หลงแน่นอนค่ะ

 

เข้าไปในตึก และขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่หน้าทางเข้าไปยูเทิรน์ไปก็จะเจอร้าน “ฟุกุบุกุ ฉะยะ”『FUKUBUKU CHAYA』ทันที

ภายในร้านที่กว้างขวางแห่งนี้จะมีทั้งที่นั่งแบบโต๊ะตั้งแต่ 10 คน 4 คน หรือ 6 คน อีกทั้งยังมีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์สำหรับแขกที่มาใช้บริการเพียงคนเดียวด้วย

 

เมนูที่ร้านก็จะเป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของฟุกุอิมากมาย โดยเฉพาะเมนู “ปูเอจิเซ็น”「ECHIZEN GANI」ที่มาจากฟุกุอิอย่าง「ECHIZEN SEIKOGANI DON」(เล็ก・2580 เยน /  กลาง・4480 เยน / ใหญ่・12800 เยน)แชร์กันทานได้สบายเลยค่ะ

 

นอกจาก “ข้าวหน้าปูเซโกะ”「SEIKOGANI DON」ก็ยังมี “ชุดอาหารขึ้นชื่อของฟุกุอิ” 「FUKUI MEIBUTSU TEISHOKU」(1280 เยน)ที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้ง “ซอสคัตสึ”, เอเฮจิโซบะ และเต้าหู้งาของฟุกุอิ หรือ “ชุดอาหารทาเคดะ เต้าหู้ทอด” 「TAKEDA NO ATSUAGE TEISHOKU」(1480 เยน)ที่ประกอบไปด้วย ซาชิมิ โซบะ และเต้าหู้ทอดจากร้าน TANIGUCHIYA ขึ้นชื่อของฟุกุอิ เป็นต้น

นอกจากอาหารชุดแล้วก็มีอาหารเป็นจานเดียวอย่าง “ซอสคัตสึ”「SAUCE KATSU」(580 เยน)“เต้าหู้งา” 「GOMADOUFU」(380 เยน)และ “ซาบะโนะเฮโคชิ”「SABA NO HEKOSHI」(380 เยน)เรียกได้ว่าสามารถทานอาหารขึ้นชื่อของฟุกุอิได้ทั้งวัตถุดิบจากภูเขา และทะเลเลย

 

ICHIGO-CHAN อยากลองทานดูหลายๆ อย่างก็เลยสั่งอาหารขึ้นชื่อของวัดเอเฮจิกับ “เต้าหู้งา” 「GOMADOUFU」(380 เยน) กับ อาหารขึ้นชื่อของฟุกุอิกับ “ซาบะซูชิ”「SABASUSHI」(580 เยน)และ・・・・

 

และเมนูสุดท้ายก็มาถึงที่โต๊ะเราแล้ว กับเมนู “ปลาดิบฟุกุอิแซลมอน” 「FUKUI SALMON」(980 เยน)ที่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เป็นของขึ้นชื่อของฟุกุอิ ด้วยการวิจัยคิดค้นการเพาะเลี้ยงแซลมอนจนเกิดเป็นสายพันธุ์「TROUT SALMON」ที่ให้รสสัมผัสที่นุ่มลิ้น ไม่มีกลิ่น ยิ่งเมื่อทานคู่กับวาซาบิญี่ปุ่นและโชยุยิ่งเข้ากันมากๆ เผลอแปปเดียวก็ทานจนหมดจานเลย

 

ตอนนี้พอใจกับอาหารมื้อนี้มากๆ ราคาทั้งหมดรวมเบียร์แล้วอยู่ที่ 2440 เยน(≒700 บาท)ถ้าทานแบบเดียวกันที่ไทยคงงไม่ได้ราคานี้แน่นอนเลยค่ะ ถึงแม้ว่าพนักงานจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มากแต่ก็ให้การบริการอย่างดีเลย ICHIGO-CHAN ถามอะไรก็ตั้งใจตอบให้หมด

กินอาหารเย็นจนอิ่มแล้ว เราไปโรงแรมของเราที่「HOTEL RIVERGE AKEBONO」กันเลยดีกว่า

 

กลับจากทานอาหารเสร็จแล้ว ก็เดินออกจาก “แฮปปี้ริ่ง ฟุกุอิ”「HAPPIRING FUKUI」ที่มีร้าน “ฟุกุบุกุ ฉะยะ"「FUKUBUKU CHAYA」เพื่อเดินไปที่พักของเราที่「HOTEL RIVERGE AKEBONO」ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ สามารถเดินไปได้โดยใช้เวลาประมาณ 8 นาทีเท่านั้น

ก่อนอื่นก็ต้องลงบันไดเลื่อนที่อยู่หน้าร้าน “ฟุกุบุกุ ฉะยะ"「FUKUBUKU CHAYA」จากนั้นก็เดินออกจากประตูด้านข้างซ้ายมือ เมื่อออกมานอกอาคารแล้วก็เดินตรงไปทางซ้ายมือ จนเจอถนนใหญ่ที่มีรถราง(LRT)แล่นอยู่ ให้ข้ามทางม้าลายไปและเดินไปทางซ้าย จากนั้นเลี้ยวขวาที่แยกแรก ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ「HOTEL RIVERGE AKEBONO」เลย

 

เดินทางจาก “แฮปปี้ริ่ง ฟุกุอิ”「HAPPIRING FUKUI」มาประมาณ 8 นาที ตอนนี้เราก็มาถึง「HOTEL RIVERGE AKEBONO」เป็นโรงแรมเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมากว่า 50 ปี เป็นโรงแรมใจกลางเมืองฟูกุอิ เรียบแม่น้ำอาสุวะ พร้อมห้องอาบน้ำรวมขนาดไว้ที่สามารถชมวิวเมืองฟุกุอิ

 

ภายในล็อบบี้ที่กว้างขวางนี้ มีหุ่นยนต์ชื่อ “เปปเปอร์คุง” ที่เราเคยเจอที่ 「TOKI NO SUMIKA」ของโกเท็มบะ และสถานีอาสากุสะ กำลังรอต้อนรับเราอยู่ด้วย(แต่ก็พูดได้แค่คำกล่าวทักทายเท่านั้น 555)

ไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ด้านหลังเปปเปอร์คุงกันเลย เพียงแค่แสดงพาสปอร์ตและเครดิตการ์ดให้กับพนักงาน และกรอกข้อมูลทั่วไปเล็กน้อย เท่านั้นก็เรียบร้อย พนักงานก็จะยื่นคีย์การ์ดห้องให้

 

เมื่อเช็คอินเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปที่ห้องพักกันเลย ถึงแม้ว่าโรงแรมนี้จะเปิดให้บริการมากว่า 50 ปีแล้ว แต่ก็เพิ่งได้รับการปรับปรุงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นดูใหม่และสวยอยู่เลย ห้องเรียบๆ แต่ดูหรูหราน่านอนสุดๆ

 

และที่ด้านขวาเตียง ก็มีโต๊ะทำงาน ที่มีบริการสมาร์ทโฟนเคลื่อนที่ที่สามารถนำออกไปใช้นอกโรงแรมได้ฟรี ในระบบ Android จะค้นหาอะไรก็สะดวกมากๆ ทั้งภาษาอังกฤษ จีน และค้นหาเป็นภาษาไทยได้ด้วย

 

ห้องน้ำก็เล็กกระทัดรัดแบบที่พักทั่วไป พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แบบครบครัน จะอาบน้ำหรือแช่น้ำก็ได้สบายๆเลย

 

นอกจากห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องแล้ว ที่นี่ยังมีห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่อยู่ที่ชั้น 8F ของโรงแรมอีกด้วย ซึ่งที่ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่นี้สามารถชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำอาสุวะที่ไหลผ่านข้างโรงแรม ประกอบกับวิวเมืองฟูกุอิยามค่ำคืน ยิ่งถ้าเป็นช่วงซากุระทั้งสองฝั่งแม่น้ำจะกลายเป็นสีชมพูสวยงามมากๆ ในส่วนนี้ผู้เข้าพักสามารถเข้าใช้บริการได้ฟรี!

 

วันนี้ ICHIGO-CHAN ได้เริ่มทริปของวันจากการเดินเล่นภายในเมืองอาวาระออนเซ็น จากนั้นก็สัมผัสวิถีแห่ง “เซน” ที่ “วัดเอเฮจิ”「EIHEIJI」จากนั้นเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของ “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิ”「Fukui Prefectural Dinosaur Museum」

 

พอได้ทานข้าวและจิบเบียร์จนอิ่ม แช่น้ำในออนเซ็นจนสบายตัวก็เริ่มง่วงแล้วค่ะ

จากที่เราได้เที่ยวจังหวัดฟุกุอิ 2 วันเต็มๆ แล้วต่อไปเราจะไปเที่ยวทางตอนใต้ฝั่งโอซาก้ากันบ้าง และพรุ่งนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวเมืองข้างฟุกุอิทางตอนใต้ ที่จังหวัดชิงะ SHIGA เมืองที่มีทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอย่าง “ทะเลสาบบิวะ”「BIWAKO」เพื่อไปท่องเที่ยว ฮิโกเนะ, โอมิฮาจิมัง และ โอสึกันค่ะ

 

【ตารางการเดินทาง Day2-4 FUKUI PREFECTUAL DINASAUR MUSEUM/HOTEL RIVERGE AKEBONO

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶