Day1-2 “มิคุนิมินาโตะ” เมืองเก่าแก่ท้องถิ่นของญี่ปุ่นในจังหวัดฟูกุอิ ทานอาหารขึ้นชื่อ  “เบอร์เกอร์มิคุนิ”「MIKUNI BURGER」และแวะชมร้านปูยักษ์ “ปูเอจิเซ็น”「ECHIZENGANI」 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-2 “มิคุนิมินาโตะ” เมืองเก่าแก่ท้องถิ่นของญี่ปุ่นในจังหวัดฟูกุอิ ทานอาหารขึ้นชื่อ  “เบอร์เกอร์มิคุนิMIKUNI BURGERและแวะชมร้านปูยักษ์ “ปูเอจิเซ็น”「ECHIZENGANI」

FUKUI-SHIGA-KYOTO-OSAKA

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN นั่งรถไฟด่วนพิเศษจากสนามบินคันไซมาประมาณ 4 ชั่วโมง ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึงสถานีอาวาระออนเซ็น AWARA ONSEN STATIONแล้ว

Day1-1 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติคันไซด้วยรถไฟด่วนพิเศษ“ฮารุกะ”「HARUKA」และ “ทันเดอร์เบิร์ด”「THUNDERBIRD」เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ “อาวาระออนเซ็น” ที่จังหวัดฟูกุอิ

เที่ยวรอบๆ “ฟูกุอิ FUKUI” โดยมี “อาวาระออนเซ็น AWARA ONSEN” เป็นที่ตั้ง

เราจะไปเที่ยว “มิคุนิมินาโตะ” เป็นที่แรก ซึ่งที่นี่เป็นเมืองที่เชื่อมระหว่าง ฮอกไกโด  หรือ เขตโทโฮกุ กับ โอซาก้า หรือ เกียวโต เมืองเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ นอกจากบรรยากาศแบบท้องถิ่นแล้ว ก็ยังมีอาหารขึ้นชื่อของพื้นที่ต่างๆ เช่น “ปูเอจิเซ็น”「ECHIZENGANI」หรือ “เบอร์เกอร์มิคุนิ”「MIKUNI BURGER」เป็นต้น

ในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆ เดินทางจากสถานีอาวาระออนเซ็นไปยัง “มิคุนิมินาโตะ” เพื่อเที่ยวชมเสน่ห์เมืองแบบท้องถิ่นพร้อมแวะทานอาหารขึ้นชื่อของที่นี่กันค่ะ

 

ตอนนี้ ICHIGO-CHAN ได้มาถึงสถานีอาวาระออนเซ็นแล้ว

ก่อนอื่นก็จะต้องไปที่จุดจำหน่ายตั๋วรถบัสกันก่อน เพื่อมาซื้อตั๋วนั่งรถบัสสุดคุ้มท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในฟูกุอิแบบ 2 วันเต็มๆ ได้ไม่อั้นกับตั๋ว『Tojinbo & Eiheiji Two-Day Pass』(2000 เยน)

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าไปที่หมายแรกของเราที่ “มิคุนิมินาโตะ”「MIKUNIMINATO」กันเลย ซึ่งรถบัสที่มุ่งหน้าไปสู่มิคุนิมินาโตะวันธรรมดาจะออกตัวนาทีที่ 40 ของแต่ละชั่วโมง ส่วนวันเสาร์และวันหยุดจะวิ่งชั่วโมงละ 2 รอบคือ นาทีที่ 10・40

 

รถบัสที่จะมุ่งหน้าไปสู่มิคุนิมินาโตะจะออกตัวจากป้ายรถบัสหมายเลข 2 บัสจะมาจอดรอก่อนเวลานิดหน่อย ขึ้นรถบัสกันเลย

 

บัสของที่นี้ก็จะเหมือนรถเมย์ในกรุงเทพ(รถเมย์สีส้ม)คือ มี 2 ประตูคือส่วนด้านหน้า และ ตรงกลาง ซึ่งวิธีการขึ้นรถบัสของญี่ปุ่นก็จะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ละสถานที่และบริษัท ซึ่งบัส「KEIFUKU BUS」ที่วิ่งอยู่ภายในฟูกุอินี้จะต้องขึ้นรถจากประตูกลาง และลงรถจากประตูหน้า หากใครมีตั๋ว 「Tojinbo & Eiheiji Two-Day Pass」ก็สามารถขึ้นไปได้เลย แต่สำหรับใครที่ไม่มีเวลาขึ้นรถบัสก็จะต้องหยิบตั๋วรถจากเครื่องที่อยู่ข้างประตูทางบเข้าสีส้มที่เขียนเอาไว้ว่า 「整理券発券機」ก่อน แปลวว่า “เครื่องออกตั๋วรถบัส” และเมื่อต้องการลงรถก็สามารถเช็คราคาได้จากบอร์ดแสดงราคาที่อยู่ด้านบนซ้ายข้างคนขับในช่องตามตัวเลขในตั๋วบัสที่หยิบมาตอนขึ้นรถ เตรียมเงินตามจำนวน และใส่เงินที่กล่องใส่เงินข้างคนขับเท่านั้น ราคารถบัสจากอาวาระออนเซ็นมาที่มิคุนิมินาโตะจะอยู่ที่ 820 เยน

 

เมื่อออกจากสถานีอาวาระออนเซ็นมาซักพักก็จะเห็นวิวทุ่งนากว้างๆ และวิ่งไปตามทางอีกประมาณ 30 นาทีก็จะเห็นปากแม่น้ำของ “แม่น้ำคุซุริว” KUZURYU RIVER ที่เหมือนทะเล อยู่ซ้ายมือ เมื่อมาถึงตรงนี้แล้วไปอีกนิดเดียวก็จะถึงป้ายรถบัสหน้าสถานีมิคุนิมินาโตะเลย ซึ่งบริเวณรอบๆ สถานีนี้และบริเวณเมืองมิคุนิมินาโตะคือสถานที่ในฉากอนิเมะเรื่อง “กลาสลิป” 『GLASSLIP』 ชื่อไทย “ลุ้นรัก สาวนักปั้นแก้ว” ด้วย

เมื่อลงจากรถบัสแล้ว ก็จะเห็นวิวตามภาพด้านล่างซ้าย หลายคนที่ดูเรื่องนี้อาจจะพอจำได้ใช่ไหมคะ

 

และเมื่อลงจากบัสมาก็จะเห็นร้านที่มีปูตัวใหญ่ยักษ์เกาะบนหลังคา กับร้าน “คานิโนะโบ”『KANI NO BOU』

 

 “มิคุนิมินาโตะ”「MIKUNIMINATO」ก็คือแหล่งของปูเอจิเซ็น เนื้อแน่นๆ ของปูเอจิเซ็นที่เติบโตภายในทะเลญี่ปุ่น ที่มีคลื่นซัดรุนแรง แน่นอนว่าเนื้อก็จะต้องอร่อยอยู่แล้ว แต่ที่น่าตื่นตาอีกอย่างก็คือ ปูสีแดงกับขายาวๆ เป็นอะไรที่น่าถ่ายรูปมากๆ เมื่อถึงช่วงฤดูของปูเอจิเซ็นในช่วงฤดูหนาวก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาทานปูกันเป็นจำนวนมาก

 

ที่ร้าน “คานิโนะโบ”「KANI NO BOU」นอกจากเมนูอาหารน่าทานแล้ว ภายในร้านก็มีปูหรือของฝากต่างๆ จำหน่ายอยู่ด้วย นอกจากนี้ภายในร้านยังมีโปสเตอร์ของอนิเมะเรื่อง “กลาสลิป”「 GLASSLIP」ที่ได้พูดถึงไปเมื่อซักครู่ด้วย แฟนๆ อนิเมะเรื่องนี้ต้องไม่พลาดที่นี่กันอย่างแน่นอน

ความจริงแล้วเมนูปูอาหารกลางวันของที่ “คานิโนะโบ”「KANI NO BOU」นี้ก็น่าทานมากๆ แต่มื้อค่ำนี้ ICHIGO-CHAN จะได้ทานบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว เลยจะอดทนผ่านร้านนี้ไปก่อนเพราะเราต้องเก็บท้องเอาไว้

 

หลังจากที่เราได้แวะถ่ายรูปที่ “คานิโนะโบ”「KANI NO BOU」แล้วเดินไปบริเวณศูนย์กลางมิคุนิมินาโตะกันเลย

โดยเดินมาจากทางที่ลงรถบัสเดินเลยผ่านร้านปูยักษ์ตรงไปเรื่อยๆ เรียบแม่น้ำคุซุริวไป(ออกจากร้าน “คานิโนะโบ” ไปทางซ้าย)ความกว้างของแม่น้ำคุซุริวที่มีเรือจอดอยู่นี้เหมือนได้เดินเรียบทะเลเลยค่ะ

 

โดยเดินเรียบแม่น้ำไปประมาณ 7-8 นาที ก็จะเจอสามแยกที่มีท่อระบายน้ำขนาดใหญ่สีฟ้าให้เลี้ยวซ้ายที่สามแยก เมื่อเลี้ยวเข้าไปแล้วก็เดินไปซักพักและข้ามถนนเลี้ยวไปทางขวาที่ซอยแรก ซอยนี้ก็คือเส้นที่เป็นศูนย์กลางมิคุนิมินาโตะกับ ถนนคิตะมาเอะ 「KITAMAE DORI」

 

และเมื่อเดินไปตามถนนคิตะมาเอะ ประมาณ 20m ก็จะเจอกับร้านแบบบ้านโบราน “มิคุนิมินาโตะสะ”『MIKUNI MINATO ZA』อยู่ทางด้านขวามือ

 

ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่อง “เบอร์เกอร์มิคุนิ”「MIKUNI BURGER」 เป็นการผสมผสานกับระหว่างเนื้อจังหวัดฟูกุอิ กระเทียมจีนของพื้นที่ ผักจากฟูกุอิ และแป้งเบอร์เกอร์ที่ทำจากแป้งข้าวจากพื้นที่ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งเมนูที่รวมรวบวัตถุดิบจากฟูกุอิเอาไว้แบบอัดแน่นมากๆ

 

ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูเป็นเหมือนร้านบ้านคนแบบเก่าแก่ แต่ภายในร้านดูอบอุ่นและน่ารักมากๆ ภายในร้านจะมีทั้งที่นั่งแบบโต๊ะตั้งแต่ 4 คน 8 คน มากันเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถรองรับได้สบายมากๆ

 

เมนูขึ้นชื่อของร้านก็คือ  “เบอร์เกอร์มิคุนิ”「MIKUNI BURGER」และ “เบอร์เกอร์ครีมกุ้ง”「SHRIMP CREAM CROQUETTE BURGER」ภายในร้านมีรูปวาดอธิบายวัตถุดิบอย่างเข้าใจง่ายอยู่ด้วย ภายในร้านจะเป็นระบบบริการตนเอง ที่มีทั้งน้ำเปล่ากลิ่นเลม่อน หรือโซนช้อนส้อม ซอส หรือ ทิชชู่วางเอาไว้ ในความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนได้อยู่ที่บ้านเลยค่ะ

 

ที่ร้านก็มีเมนูภาษาอังกฤษเตรียมเอาไว้ด้วย ภายในร้านก็จะมีเมนูมากมาย ตั้งแต่ “เบอร์เกอร์มิคุนิ”「MIKUNI BURGER」(580 เยน) “เบอร์เกอร์ครีมกุ้ง”「SHRIMP CREAM CROQUETTE BURGER」(580 เยน) “เบอร์เกอร์หมูคัตสึ”「PORK CUTLAT BURGER」(580 เยน) “แกงกะหรี่ไก่เผ็ด”「SPICY CHICKEN CURRY」(750 เยน)”แกงกะหรี่ผักตามฤดู” SEASONAL VEGETABLE CURRY(830 เยน)และ “มินาโตะราเม็ง”「MINATO RAMEN」(600 เยน)เป็นต้น

ยิ่งถ้าสั่งเป็นเซ็ตพร้อมน้ำเมื่อรวมราคาดูแล้วก็จะลดไปอีกตั้ง 300 เยนเลย

 

ที่ร้านมีเมนูเยอะมากๆ จนเลือกไม่ถูกเลย แต่ไหนๆ เราก็มาร้านที่ขึ้นชื่อเรื่อง “เบอร์เกอร์มิคุนิ”「MIKUNI BURGER」แล้วต้องลองทานเมนูนี้ดูซักหน่อย ขนมปังนิ่มๆ เนื้อ และผักสด เป็นอะไรที่เข้ากันมากๆ ถ้าพูดถึงเบอร์เกอร์หลายคนก็อาจจะรู้สึกว่าเป็นอาหารที่หนัก แต่เบอร์เกอร์นี้รสชาติกำลังพอดีเหมือน “ซามูไรเบอร์เกอร์”「SAMURAI BURGER」กับซอสหวานๆ เค็มๆ แต่สามารถทานได้ทั้งอันแบบไม่เลี่ยนเลยค่ะ อร่อยมากๆ

 

พนักงานที่ร้านเป็นคุณแม่ในพื้นที่มิคุนิมินาโตะท่าทางใจดี ที่ “มิคุนิมินาโตะสะ”「MIKUNI MINATO ZA」นี้นอกจากจะเป็นร้านอาหารแล้ว ยังมีบริการให้ยืมจักรยาน หรือแนะนำการท่องเที่ยวด้วย คุณแม่ที่ร้านแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณนี้ให้ด้วย(ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)

 

 “เบอร์เกอร์มิคุนิ”「MIKUNI BURGER」ที่รวมรวบวัตถุดิบของฟูกุอิเอาไว้แบบอัดแน่นในราคา 580 เยน ครั้งนี้เราไม่ได้สั่งเครืองดื่มเพราะว่าที่ร้านมีบริการน้ำดื่มฟรีให้

ได้ทานเบอร์เกอร์ที่อร่อยขนาดนี้ในราคา 580 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 170 บาท ถือว่าคุ้มราคาความอร่อยเลยค่ะ

 

สถานที่ท่องเที่ยวภายในมิคุนิจะอยู่รวมกันภายใน “ถนนมิคุนิคิตะมาเอะ”「MIKUNI KITAMAE DORI」บริเวณที่ตั้งร้าน “มิคุนิมินาโตะสะ”「MIKUNI MINATO ZA」

ออกจากร้านไปทางขวามือ ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับบ้านเมืองเก่าแก่ที่ถูกสร้างตั้งแต่สมัยที่เมืองนี้เคยเป็นจุดที่เชื่อมระหว่างฮอกไกโด หรือ เขตโทโอกุ กับ โอซาก้า หรือ เกียวโต ในสมัยก่อน(สมัยเอโดะ)มีบ้านเก่าแก่น่าถ่ายรูปเรียงกันอยู่หลายหลังเลย

 

และหนึ่งในอาคารบ้านเรือนต่างๆ บริเวณนี้จะมีอาคารญี่ปุ่นขนาดใหญ่อยู่กับ “คิวคิชินะเคะ”『KYUU KISHINAKE』

เดินออกจาก “มิคุนิมินาโตะสะ”「MIKUNI MINATO ZA」ไปทางขวาประมาณ 15m ซึ่งที่นี่เปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าชมภายในบ้านโดยเสียค่าเข้าชมเพียง 100 เยน(≒29 บาท)เราเข้าไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

 

 “คิวคิชินะเคะ”「KYUU・KISHINAKE」นี้ถูกสร้างขึ้นมากว่า 200 ปีที่แล้ว “คิชินะเคะ” นี้เป็นบ้านพ่อค้าไม้ที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่มีความมั่งคั่ง อาศัยอยู่และสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เป็นบ้านที่มีการสร้างแบบ “คากุระ”「KAGURA DATE」ที่มีวิธีการสร้างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ในปัจจุบันการสร้างแบบนี้ถูกจัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในการคุ้มครองของประเทศ

หากมองจากด้านหน้าแล้วอาจจะมีความรู้สึกว่าบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีขนาดแตกต่างกับบ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ในเส้น「KITAMAE DORI」แต่เมื่อเข้ามาด้านในแล้วบ้านจะยาวไปในตอนลึก ซึ่งในสมัยก่อนการเสียภาษีจะขึ้นอยู่กับขนาดของประตู ดังนั้นประตูด้านหน้าจึงดูเล็ก แต่ยาวลึกไปที่ด้านในแทน ซึ่งวิธีการสร้างบ้านแบบหน้าแคบ แต่ลึกไปในตอนยาวจะเรียกว่า “อุนางิโนะเนโดโคะ”「UNAGI NO NEDOKO」แปลว่า”ที่นอนของปลาไหล”และสามารถหาดูได้ที่มิคุนิเท่านั้นค่ะ

 

“คิชินะเคะ” ที่เป็นที่รู้จักในฐานะพ่อค้าที่มั่งคั่ง ภายในบ้านที่มีทั้งอ่างอาบน้ำและห้องน้ำแบบนี้ถือว่าเป็นบ้านที่ใหญ่โตไม่น้อยเลย ความกว้างของอ่างอาบน้ำก็น่าจะประมาณเกือบ 2m อ่างแบบที่ต้มน้ำจากฟืนเรียกว่า แบบ “โกเอมงบุโระ”หากเป็นอ่างอาบน้ำ “โกเอมงบุโระ” แบบทั่วไปก็สามารถเข้าอาบได้เพียงคนเดียว แต่ที่นี่น่าจะเข้าได้ทีละหลายคนเลยค่ะ เท่านั้นไม่พอยังมีส้วมลายแปลกๆ ส้วมกระเบื้องเคลือบที่นำเขามาจากฮอลันดา ที่ถือว่ามีน้อยมากในสมัยนั้น ถึงแม้ว่าจะผ่านไปกว่า 200 ปีแต่ลายดอกไม้ก็ยังดูสวยอยู่เลย เห็นแบบนี้แล้วก็คงนึกภาพออกเลยใช่ไหมคะว่าบ้าน “คิชินะเคะ” นี้เคยมั่งคั่งมากเพียงใด

 

บ้าน “คิวคิชินะเคะ” จะเป็นตึก 2 ชั้น ที่ชั้น 2 นี้จะมีห้องที่ใช้เจรจาธุรกิจ หรือบริเวณบ้านที่ใช้พักอาศัย และมีส่วนด้านในเป็นสวนญี่ปุ่นอยู่บนิเวณหนึ่ง สามารถสวนจากในบ้านได้ด้วย

 

 

หลังจากชม บ้าน “คิวคิชินะเคะ” แล้วเดินออกไปทางซ้ายมือ และตรงไปประมาณ 20m เมตรก็จะเจอกับร้านไอศกรีมมิคุนิเจลาโตชื่อว่า『CARNA』

ซึ่งที่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่เป็นฉากในอนิเมะเรื่อง “กลาสลิป”「 GLASSLIP」ที่ได้พูดถึงกันไปแล้ว เป็นร้านไอศกรีมมิคุนิเจลาโตที่ใช้ไข่และนมจากฟาร์มธุรกิจส่วนตัวของคนในพื้นที่มิคุนิ เริ่มเปิดกิจการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ควรไปของมิคุนิมินาโตะไปโดยปริยาย ขนาดเล็กจะอยู่ที่ 300 เยน และแบบธรรมดาที่สามารถเลือกรสชาติได้มากที่สุด 3 รสชาติ ราคาก็จะแตกต่างกันออกไปคือ แบบรสเดียว 350 เยน แบบสองรส 400 เยน และแบบสามรส 450 บาท ส่วน ICHIGO-CHAN สั่งแบบสองรสมา ได้แถมอีกรสมาคำนึงด้วยค่ะ น่าทาน แล้วสีก็น่ารักด้วย

 

ออกจาก「CARNA」ไปก็จะเจออาคารที่เคยเป็น “ธนาคารโมริตะสาขาหลัก”「OLD MORITA BANK HEAD OFFICE」อยู่ฝั่งตรงข้าม สร้างขึ้นเมื่อ 98 ปีก่อน ในปีพ.ศ. 2463 คอนกรีตเสริมเหล็กอิฐสีชมพูรูปทรงน่ารัก ธนาคารนี้เป็นธนาคารที่บ้านตระกูล「MORITAKE」ผู้มั่งคั่งได้ก่อตั้งขึ้นมา แต่ก่อตั้งมาได้เพียง 10 ปีก็ได้เจอกับวิกฤตการณ์การเงินพ.ศ.2550-2551 จากนั้นไม่นานก็ได้ถูก ธนาคารฟุกุอิ ยึดไป จนตอนนี้ตึกนี้ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าชมได้

 

ICHIGO-CHAN ได้เที่ยวชมรอบๆ เมืองที่เล็กแต่อบอุ่นใน “มิคุนิมินาโตะ” ทั้งบรรยากาศสงบภายในเมืองและของกินก็อร่อย ดีมากๆ เลย

และที่หมายต่อไปก็คือ สถานที่ท่องเที่ยวที่ดังที่สุดในฟูกุอิกับหน้าผาหิน “โทจินโบ TOJINBO” การเดินทางไปหน้าผาหิน “โทจินโบ” หน้าผาหินทรงแท่งยาว จะต้องนั่งรถบัสจากป้ายรถบัสที่อยู่ใกล้ร้าน “มิคุนิมินาโตะสะ”「MIKUNI MINATO ZA」ที่เราไปมาร้านแรก โดยขึ้นจากป้ายบัส「MIKUNI MINATO KITAMAE DORI (三国湊北前通り) 」

ครั้งหน้าเราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชมหน้าผาหิน “โทจินโบ” พร้อมนั่งเรือชมวิวบริเวณหน้าผาจากกลางทะเล ฝากติดตามด้วยนะคะ

 

【ตารางการเดินทาง Day1-2 MIKUNI PORT】

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶