Day1-1 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติคันไซด้วยรถไฟด่วนพิเศษ“ฮารุกะ”「HARUKA」และ “ทันเดอร์เบิร์ด”「THUNDERBIRD」เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ “อาวาระออนเซ็น” ที่จังหวัดฟูกุอิ | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติคันไซด้วยรถไฟด่วนพิเศษ“ฮารุกะ「HARUKAและ ทันเดอร์เบิร์ด「THUNDERBIRD」เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ “อาวาระออนเซ็น” ที่จังหวัดฟูกุอิ

FUKUI-SHIGA-KYOTO-OSAKA

ในครั้งนี้เราจะท่องเที่ยวยัง “จังหวัดชิงะ” ที่อยู่ห่างจากโอซาก้าเล็กน้อย และเป็นเมืองเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออกของเกียวโต ที่มีทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นกับ “ทะเลสาบบิวะ”「BIWAKO」และ “จังหวัดฟูกุอิ” ที่อยู่ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือของกิฟุ

ซึ่งเราจะออกเดินทางด้วยสายการบินไทย จากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิค่ะ ถึงแม้ว่าในสมัยก่อนจะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่า แต่ตอนนี้เราจะเห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยเยอะขึ้นมากๆ

 

ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN จะไปเที่ยวแถว ๆ โอซาก้ากับเกียวโต เพราะฉะนั้นไปลงที่สนามบินคันไซจะสะดวกที่สุด

ซึ่งสายการบินที่บินตรงไปสนามบินคันไซ โดยออกเดินทางจากกรุงเทพวันที่ 23 เดือนมิถุนายน และออกเดินทางจากสนามบินคันไซ วันที่ 27 มิถุนายน จะมีอยู่ 4 สายการบินก็คือ

・ สายการบินไทย

・ สายการบินญี่ปุ่น JAL

・ แอร์เอเชียเอกซ์ Airasia X

・ สกู้ท Scoot

ถึงแม้ว่าตั๋วของแอร์เอเชียเอกซ์ Airasia X ออกเดินทางจากกรุงเทพวันที่ 23 เดือนมิถุนายน และออกเดินทางจากสนามบินคันไซ วันที่ 27 มิถุนายน ราคาจะถูกที่สุดอยู่ที่ 11396 บาท แต่จะถึงสนามบินคันไซตอนดึก แล้วต้องเสียเวลาไป 2 วันเต็ม ๆ เราจึงเลือกที่จะขึ้นของการบินไทย ราคาอาจจะแพงหน่อยที่ 18109 บาท แต่ราคานี้ก็ยังถือว่าไม่ได้แพงมาก แล้วยังรวมค่าโหลดกระเป๋า อาหาร และถึงตอนเช้าด้วย สายการบินไทยจะบินไปโอซาก้าวันละ 2 เที่ยว รอบบินกลางคืน เที่ยวบิน 622 จะใช้เครื่อง A380 ส่วนรอบบินเช้า เที่ยวบิน 672 จะเป็นเครื่องบินใหม่ A350 ให้เราได้นั่งไปญี่ปุ่นอย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้ หากเลือกตั๋วที่ต้องทำการเปลี่ยนเครื่องหนึ่งครั้งระหว่างทางก็อาจได้บินมาญี่ปุ่นในราคาที่ถูกกว่า ยกตัวอย่างเช่น สายการบินคาเธย์แปซิฟิคแวะฮ่องกง สายการบินเกาหลีแวะโซล หรือ สายการบิน EVA AIR แวะไทเป ราคาตั๋วก็จะอยู่ที่ มากกว่าหรือน้อยกว่า 15000 บาท นอกจากนี้ก็มี สายการบินฟิลิปปินส์แวะซีบู หรือ สายการบินเวียดนามแวะฮานอยก็จะถูกกว่าอยู่ในช่วงราคา 10000 บาทเลยทีเดียว

 

เคาน์เตอร์สุวรรณภูมิ นั้นคนจะเต็มอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นเคาน์เตอร์ชั้น Economy Class ของการบินไทยจะอยู่ที่เคาน์เตอร์ H/J ใกล้ประตู 4 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เฉพาะบางเที่ยวบินที่บินดึก ไปญี่ปุ่นและเกาหลีจะเป็นช่วงเวลาคนเยอะ ก็จะทำการเช็คอินอยู่ที่ช่อง C หากทำการเช็คอินจากเครื่องเช็คอินอัตโนมัติที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ C ก็สามารถต่อแถว「BagDrop」ที่สั้นกว่าได้เลย ถ้าใครถนัดเครื่องเช็คอินก็ใช้บริการเลยนะคะ

นอกจากนี้สายการบินไทยที่ออกจากกรุงเทพสามารถเช็คอินได้ที่เว็ปไซต์เล『THAI AIR』

ณ ปัจจุบัน เดือนมิถุนาคม ปีพ.ศ. 2561 นั้นสามารถเช็คอินได้ก่อน 24 ชั่วโมงไปจนถึงก่อน 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นรีบเช็คอินในเว็ปไซต์เอาไว้ก่อนเลยก็ดีนะคะ

 

เมื่อเช็คอินเสร็จแล้ว ไปเช็คกระเป๋า และก็ผ่านเข้าตมไปเลย เราก็คงรู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าช่วงเวลารอบดึก ช่วงเที่ยวบิน TG622 จะเป็นช่วงเวลาที่คนเยอะมากๆ

บางครั้งเราใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงเลย เพราะฉะนั้นรีบเข้าเกทไปก่อนน่าจะดีกว่านะคะ

 

ในบรรดาด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 2 ฝั่ง จะมีฝั่งด่านตรวจคนเข้าเมือง E-G ที่จะมีรูปปั้นแบบนี้อยู่

แต่ละคนก็ถ่ายรูปกันใหญ่

ถ่ายรูปลงโซเชียลซะหน่อยเพื่อเป็นสัญญาณบอกเพื่อนๆในโซเชียลว่าเรากำลังจะออกเดินทางแล้ว

 

เที่ยวบินของ TG ส่วนใหญ่มักจะออกจากโซน C หรือ E เพราะฉะนั้นถ้าผ่านตม.มาแล้วต้องไปที่โซน C ก็เลี้ยวไปทางซ้ายมือ ส่วนโซน E ก็เลี้ยวไปทางขวาเลยค่ะ ถ้าเดินไปอีกสักพักแต่ละฝั่งก็จะเจอสี่แยกค่ะ ถ้า C ก็เลี้ยวขวา ส่วน E ก็เลี้ยวซ้ายจากนั้นก็เดินตรงไปเรื่อยๆ ในกรณีของการบินไทยจะปิดเกทก่อนเครื่องออกประมาณ 20 นาทีเพราะฉะนั้นต้องรีบไปที่เกทไว้ก่อนนะคะ

 

โดยปกติแล้วถ้าเป็นเที่ยวบิน TG622 เราก็จะได้นั่งเครื่อง A380 แต่ครั้งนี้เราได้นั่งของ B747 ถึงเครื่องจะเก่ากว่าแต่ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ ยังสวยและนั่งสบายเหมือนเดิมค่ะ เครื่องบินรุ่น B777 หรือ B787 นั้นเก้าอี้ที่นั่ง Economy Class จะมีความกว้างถึง 31 นิ้ว(78cm)ถึง 32 นิ้ว(81cm)แต่ถ้าเป็นเครื่องที่เก่าลงมาหน่อยอย่าง B747-400 ก็จะมีที่นั่งกว้างถึง 34 นิ้ว(86cm)เลยทีเดียว นั่งไปซักพักก็มีบริการเครื่องดื่มและแซนด์วิช และก่อนลงเครื่องชั่วโมงครึ่งก็มีอาหารมาเสิร์ฟค่ะ

 

เมื่อขึ้นไปบนเครื่องแล้ว ก็จะได้รับใบตรวจคนเข้าเมืองและใบศุลกากร เราจำเป็นจะต้องเขียนสองใบนี้ดีๆ จะได้ไม่มีปัญหาตอนเข้าประเทศค่ะ ถ้าเขียนที่อยู่มั่วๆ ก็อาจจะได้เปิดเช็คสัมภาระกันยกใหญ่เลยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นตั้งใจเขียนข้อมูลให้ครบและเขียนให้เป็นระเบียบนะคะ ในส่วนของเบอร์โทรติดต่อกลับ ถ้าเป็นเบอร์ไทยก็ตัด 0 ที่อยู่ด้านหน้าออกและใส่ +66 แทน เช่น เบอร์ 081-234-5678 ให้เขียนเป็น +66-1-234-5678

 

ออกจากกรุงเทพตอน 23:30 เที่ยวบิน TG622 ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมงครึ่ง น่าเสียดายที่ครั้งนี้เราไม่ได้นั่งเครื่องใหม่ A380 แต่เราได้นั่งเครื่องที่บินมาแล้วมากกว่า 20 ปี B747-400 แต่ก็บินได้อย่างปลอดภัยและสบายตลอดการเดินทาง

และเมื่อดูจากบริษัทจัดอันดับสายการบิน「SkyTrax」พบว่า “สายการบินไทย” ได้ถูกจัดอันดับให้ ECONOMY CLASS มีความสะดวกสบาย「อันดับหนึ่งของโลก」เลยด้วย รู้สึกภูมิใจเลยค่ะ

 

เมื่อถึงสนามบินคันไซแล้ว ผ่านตม. และศุลกากร เวลาที่เราถึงนี้ก็จะเป็นช่วงที่หลายๆ เที่ยวบินลงจอดพอดี คนก็จะเยอะหน่อยใช้เวลาผ่านตม. มากกว่าหนึ่งชั่วโมง และรอรับสัมภาระกว่า 30 นาทีเลย เมื่อผ่านทุกอย่างทั้ง ตม.รอรับกระเป๋า และศุลกากรมาแล้วก็ออกไปข้างนอกกันเลย

 

ที่หมายแรกของเราก็คือ “อาวาระออนเซ็น” ที่จังหวัดฟูกุอิ โดยเราจะนั่งรถไฟด่วนพิเศษ “ฮารุกะ”「HARUKA」เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีชินโอซาก้า และเปลี่ยนไปนั่งรถไฟด่วนพิเศษ “ทันเดอร์เบิร์ด”「THUNDERBIRD EXPRESS」ที่สถานีชินโอซาก้า โดยก่อนอื่นเราจะต้องเดินไปที่ สถานีรถไฟสนามบินคันไซที่อยู่ติดกับสนามบินก่อน

สายการบินไทยจะออกมาจาก「ทางออกผู้โดยสารขาเข้า ทางฝั่งทิศใต้」ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ด้านซ้ายมือไป เมื่อขึ้นมาแล้วก็เดินออกจากอาคารไปทางประตูเลื่อนอัตโนมัติ เมื่อออกมาแล้วก็เดินข้ามสะพานทางเชื่อมอาคารไปก็คือสถานีสนามบินคันไซเลย

 

เมื่อถึงสถานีสนามบินคันไซแล้ว ก็เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ「JR Ticket Office」อยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งเคาน์เตอร์ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้จะอยู่ที่(ข้อมูล เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561)หมายเลข 7・8・9(นอกจากคนที่ถนัดภาษาญี่ปุ่น)ก็สามารถเลือกใช้บริการที่ช่องนี้ได้เลยค่ะ

เราจะมุ่งหน้าไปที่ “อาวาระออนเซ็น” ด้วยการนั่งรถไฟด่วนพิเศษ “ฮารุกะ” 「HARUKA」ไปลงที่สถานี “ชินโอซาก้า” ก่อน จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟด่วนพิเศษ “ทันเดอร์เบิร์ด”「THUNDERBIRD EXPRESS」เพื่อไปลงที่ “อาวาระออนเซ็น” ที่หมายของเราค่ะ

โดยสามารถพูดกับพนักงานจำหน่ายตั๋วว่า

「AWARA-ONSEN MADE TOKKYU NO TICKET(จำนวนคน)MAI ONEGAISHIMASU」

「อาวาระ ออนเซ็น มาเดะ ทกคิว โนะ ทิกเก็ต(จำนวนคน)ไม โอเนกาอิชิมัส」

(ขอซื้อตั๋วรถด่วนพิเศษไปอาวาระออนเซ็น(จำนวน)ใบ ค่ะ/ครับ)

เท่านี้พนักงานก็จะเลือกวิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดให้กับเรา นอกจากนี้ สามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ทั่วไปอย่าง VISA หรือ Master และ JCB ฯลฯ ได้ค่ะ

 

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็กลับหลังหัน และเข้าช่องตรวจตั๋วอัตโนมัติที่อยู่ฝั่งขวามือ เพื่อไปที่ชานชาลาสถานี เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วเข้ามาแล้ว ก็ลงบันไดเลื่อนที่อยู่ขวามือเพื่อลงไปที่ชานชาลา ที่ชานชาลาสถานีสนามบินคันไซนี้จะมีรถไฟอยู่ 2 ฝั่งก็คือฝั่งรถด่วนพิเศษ “ฮารุกะ”「HARUKA」(วิ่งชั่วโมงละ 2 เที่ยว ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที)และรถไฟแบบด่วนสีเงิน(วิ่งชั่วโมงละ 3-4 เที่ยว ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40-50นาที)

ในครั้งนี้เราจะนั่งแบบรถไฟด่วนพิเศษ “ฮารุกะ”「HARUKA」ที่วิ่งทั้งหมด 6 โบกี้ เมื่อออกจากสถานีสนามบินคันไซแล้วรถไฟจะแวะจอดที่ สถานีเท็นโนจิใกล้「ABENO HARUKUS」สถานีชินโอซาก้า ที่สามารถเปลี่ยนรถไฟไปยังชินคันเซ็น หรือ JR สายเกียวโตรถไฟใต้ดินสายมิโดสึจิ ตามด้วยสถานีเกียวโตค่ะ

จาก “สถานีสนามบินคันไซ” จะใช้เวลาเดินทางไป “สถานีเท็นโนจิ” ประมาณ 30 นาที “สถานีชินโอซาก้า” ประมาณ 50 นาที และ “สถานีเกียวโต” ประมาณ 75 นาที วิ่งชั่วโมงละ 2 เที่ยว

 

ภายในรถที่นั่ง Reclining Seat เรียงกันแบบนี้ 

รถไฟ “ฮารุกะ”「HARUKA」หรือ “ทันเดอร์เบิร์ด”「THUNDERBIRD EXPRESS」ที่นั่งจากสถานีชินโอซาก้า หรือรถไฟด่วนพิเศษของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่นั่งจะสามารถปรับหมุนให้หันหน้าเข้าหากันแบบ 4 คนได้ โดยส่วนใหญ่แล้วสามารถหมุนได้โดยการเหยียบแป้นที่อยู่ด้านล่างข้างเก้าอี้ และดันพนักเก้าอี้เพื่อหมุนปรับด้านเก้าอี้

แต่ถ้ามีแขกนั่งอยู่ด้านหน้าที่นั่งก็จะต้องขอรบกวนให้เขาปรับพนักพิงให้อยู่ในระดับตรงเหมือนเดิม โดยพูดว่า

 

「SUIMASEN SUKOSHINO AIDA DAKE ZASEKI NO SEWO MODOSHITE MORATTE IIDESUKA??」

「ซูมิมาเซ็น สุโคะชิโนะไอดะ ดาเคะ ซะเซกิ โนะ เซะโอะ โมโดชิเตะ โมรัตเตะ อี้เดสก้ะ??」

(ขอโทษนะคะ ขอปรับพนักเก้าอี้คืนให้สักระยะนึงได้ไหมคะ??)

 

นั่งจากสนามบินคันไซมา 45 นาที ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึงครึ่งหนึ่งของโอซาก้าที่ สถานีชินโอซาก้า ด้วยรถไฟด่วนพิเศษ “ฮารุกะ”「HARUKA」ที่ชานชาลาหมายเลข 11 แล้ว จุดหมายต่อไปของเราก็คือ อาวาระออนเซ็น โดยจะต้องเปลี่ยนไปนั่งรถไฟด่วนพิเศษ “ทันเดอร์เบิร์ด”「THUNDERBIRD EXPRESS」ที่อยู่ชานชาลาตรงข้ามที่ชานชาลาหมายเลข 12

 

ลงรถไฟด่วนพิเศษ “ฮารุกะ”「HARUKA」มาได้ไม่ถึง 10 นาที ตอนนี้รถไฟด่วนพิเศษ “ทันเดอร์เบิร์ด”「THUNDERBIRD」ก็ได้มาจอดที่ชานชาลาหมายเลข 12 เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ รถไฟทันเดอร์เบิร์ดส่วนใหญ่จะมีอยู่ 9 โบกี้ โบกี้ที่ 5・6・7 จะเป็นแบบไม่จองที่นั่ง NON-RESERVED SEAT และโบกี้ที่ 1 เป็นแบบ GREEN CAR(FIRST CLASS)ส่วนที่เหลือจะเป็นที่นั่งแบบจองที่นั่งล่วงหน้า RESERVED SEAT

 

ภายในรถก็จะเป็นที่นั่งแบบ Reclining Seat เป็นที่นั่งชนิดเดียวกับ “ฮารุกะ”「HARUKA」ที่สามารถหันหน้าหน้าที่นั่งได้ โดยปกติแล้วการเดินทางจากชินโอซาก้าไปอาวาระออนเซ็นจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของรถไฟ

ได้นั่งที่นั่งสบายๆ พูดคุย และชมวิวระหว่างทาง เวลาก็ผ่านไปเร็วมากๆ

 

หากได้เดินทางจากชินโอซาก้าด้วย “ทันเดอร์เบิร์ด”「THUNDERBIRD EXPRESS」ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้นั่งที่นั่งฝั่งขวาค่ะ เพราะว่าถ้าออกมาจากสถานชินโอซาก้าแล้ว และออกตัวจาก เกียวโต สึรุงะ ฟูกุอิ เพื่อไปสถานีอาวาระออนเซ็น  แล้วเราก็จะได้ชมวิวที่สวยงามของทะเลสาบบิวะ BIWAKO ขนาดใหญ่หลังจากที่ขับผ่านโตเกียวไป

 

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงตอนนี้เราก็มุ่งหน้ามาถึง “อาวาระออนเซ็น” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เราจะท่องเที่ยวภายใน อาวาระออนเซ็นเป็นหลัก เพื่อเที่ยวชมเมืองที่เก่าแก่และทานอาหารขึ้นชื่อของ “มิคุนิมินาโตะ”「MIKUNIMINATO」ชมหน้าผาหินกับวิวทะเลที่สวยงามของ “โทจินโบ”「TOJINBO」จากนั้น ก็จะเที่ยวชมภายในเมืองแห่งออนเซ็นที่ “อาวาระออนเซ็น” กันค่ะ

ก่อนอื่นก็จะต้องเดินขึ้นบันไดจากชานชาลา และมุ่งไปที่ช่องตรวจตั๋วอัตโนมัติ ช่องตรวจตั๋วของสถานีอาวาระออนเซ็นจะเป็นระบบเจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ได้เลย

 

และที่แรกที่เราจะไปก็คือ “มิคุนิมินาโตะ”「MIKUNIMINATO」โดยเราจะต้องออกจากประตูตะวันออก เพื่อไปขึ้นรถบัสกัน

ออกจากช่องตรวจตั๋วไปทางขวามือ เดินไปซักพัก ก็จะเจอทางแยกเพื่อลงบันไดทั้ง 2 ทาง ไม่ว่าลงทางไหนก็สามารถไปที่จุดขึ้นรถบัสได้ และเมื่อลงมาบันไดจนถึงชั้นบนดินแล้วก็ยูเทิร์น เดินไปซักพักก็จะเจอกับจุดจำหน่ายตั๋วรถบัส「KEIFUKU BUS」เลย

 

เราจะเที่ยวฟูกุอิให้เต็มที่ทั้งวันนี้และวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะซื้อเป็นตั๋วสุดคุ้มสำหรับ 2 วัน『Tojinbo & Eiheiji Two-Day Pass』(2000 เยน)

เป็นตั๋วที่สามารถนั่งรถบัสเที่ยวรอบสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในฟูกุอิได้ไม่อั้นเต็มๆ 2 วันในราคา 2000 เยนเท่านั้น ยกตัวอย่างในกรณีที่เรานั่งจากสถานีอาวาระไปสถานีมิคุนิมินาโตะก็ราคา 800 เยน เฉพาะฉะนั้นพียงแค่เรานั่ง 3 รอบก็สามารถคืนทุนได้แล้ว คุ้มมากๆ

 

ออกจากกรุงเทพมาเป็นเวลา 11 ชั่วโมง และตอนนี้ ICHIGO-CHAN ก็อยู่ที่ สถานีอาวาระออนเซ็น เมื่อเราได้ตั๋วสุดคุ้มแล้วก็ออกเดินทางกันเลย ที่หมายแรกของเราก็คือ “มิคุนิมินาโตะ” ในเมืองที่ดูเรโทร และที่สำคัญเราจะได้ทาน “เบอร์เกอร์มิคุนิ”「MIKUNI BURGER」อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ด้วย

ครั้งต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชมบรรยากาศและทานอาหารอร่อยๆ ที่เมือง “มิคุนิมินาโตะ” กันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ

 

【ตารางการเดินทาง Day1-1 BANKOK SUVANABHUMI AIRPORT/KANSAI INTERNATIONAL AIRPORT/AWARA-ONSEN STATION】

 



        Go to the top Page        

  NEXT ▶