Day3-2 สัมผัสหิมะให้หนำใจที่ลานหิมะ “yeti” พร้อมเดินทางไปยังทะเลสาบ “คาวากุจิโกะ” | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-2 สัมผัสหิมะให้หนำใจที่ลานหิมะ “yeti” พร้อมเดินทางไปยังทะเลสาบ “คาวากุจิโกะ”

TOKYO-HAKONE-GOTEMBA-KAWAGUCHIKO/FUJI-TOKYO

ICHIGO-CHAN ได้เดินทางด้วยรถบัสผ่าน ภูเขาไฟฟูจิ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในฮาโกเน่ และโกเทมบะเป็นเวลา 57 นาที ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึงลานสกี “yeti” ที่ตั้งเชิงดอยภูเขาไฟฟูจิ สถานีที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย

Day3-1 เข้าพักที่โรงแรม「HOTEL GOTEMBAKAN」และเดินทางไปยังลานสกี「yeti」

ถึงแม้ว่าลานสกีโดยทั่วไปในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือสุดของญี่ปุ่นที่ฮอกไกโด ไปจนถึงทางใต้ของญี่ปุ่นที่คิวชู จะเปิดให้บริการในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม เป็นระยะเวลา 3-5 เดือน แต่ลานสกี「yeti」แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นลานสกีที่เปิดให้บริการเร็ว และให้บริการนานที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนเมษายน เป็นระยะเวลานานเกือบประมาณครึ่งปี เป็นสถานที่ที่เพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินกับหิมะที่ไม่สามารถสัมผัสได้ในประเทศไทย อีกทั้งยังสามารถใช้「ฟูจิฮาโกเน่พาส」ในการเดินทางไปยังลานสกี「yeti」ได้อีกด้วย

การท่องเที่ยวสุดคุ้มด้วย「ฟูจิฮาโกเน่พาส」ในตอนที่ 10 นี้ ICHIGO-CHAN จะพาเพื่อนๆ สัมผัสหิมะที่ลานหิมะ「yeti」และเดินทางไปยัง “คาวากุจิโกะ”「KAWAGUCHIKO」สถานที่ท่องเที่ยวหลักของภูเขาไฟฟูจิกันค่ะ

 

ลานหิมะ 『yeti』เชิงดอยภูเขาไฟฟูจิ นี้เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากชาวเอเชียอยู่ไม่น้อย ทั้งชาวฮ่องกง ไต้หวัน จีน โดยเฉพาะคนไทย

https://www.yeti-resort.com/en/

เพื่อนๆ จะได้สัมผัสหิมะที่ไม่สามารถสัมผัสได้ที่ประเทศเมืองร้อนอย่างประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่สามารถแวะเที่ยวได้ระหว่างการท่องเที่ยวโตเกียว ภูเขาไฟฟูจิ หรือฮาโกเน่ได้อีกด้วย ซึ่งที่นี่มีพนักงานที่สามารถพูดภาษาไทยได้เล็กน้อยอยู่ด้วย เราลองเข้าไปด้านในกันเลย

 

น่าเสียดายที่วันที่ ICHIGO-CHAN ไปเป็นวันที่หมอกลงเล็กน้อย แต่ลานสกี “yeti” เป็นลานสกีที่มีเครื่องสร้างหิมะได้ เพราะฉะนั้นสามารถใช้บริการได้โดยไม่ต้องกังวลสภาพอากาศเลยค่ะ

 

หากต้องการเล่นหิมะ เพื่อสัมผัสหิมะได้อย่างเต็มที่ ค่าเข้าจะอยู่ที่ 1000 เยน วันธรรมดา 9:00-22:00 น. และ วันเสาร์ หรือวันหยุด 8:00-22:00 น. โดยเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนตุลาตม ไปจนถึงเดือนเมษายน เปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดปีใหม่ เรียกได้ว่าสามารถเพลิดเพลินกับหิมะได้อย่างเต็มที่จริงๆ เลยค่ะ

 

ซึ่งบริเวณด้านข้างซ้ายทางเข้าจะมีร้านเช่าอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ โดยเพื่อนๆ สามารถเช่าอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสนุกกับหิมะได้อย่างเช่น “Ski Set”(4500 เยน) “Snowboard Set”(4500 เยน) “Snow Wear”

(3000 เยน) “Snowshoe”(2000 เยน)หรือ เลื่อนหิมะ(700 เยน)เป็นต้น ซึ่งภายใน “เซตสกี” นี้จะมีทั้งแผ่นกระดานไม้สกี รองเท้าบูท หรือไม้สต็อก ส่วน “เซตสโนว์บอร์ด” จะมีบอร์ดและรองเท้าบูท ค่ะ

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอาจมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเล่นสกี หรือสโนว์บอร์ด ซึ่งส่วนใหญ่สามารถเพลิดเพลินกับหิมะได้โดยการเล่นแผ่นเลื่อนหิมะ(700 เยน)ที่สามารถเล่นได้ตั้งแต่เด็ก ไปจนถึงผู้ใหญ่เลยทีเดียว

 

นอกจากนี้สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เตรียมพร้อมทางด้านเครื่องกันหนาว ก็แนะนำให้เช่าเครื่องกันหนาวต่างๆ หรือรองเท้าหิมะ โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่ใส่รองเท้าหนัง หรือรองเท้าส้นสูงมา ยิ่งแนะนำให้เช่ารองเท้าเลย ไม่ควรฝืนเดินด้วยรองเท้าที่ไม่เอื้อยอำนวยในการเดินภายในหิมะนะคะ เพราะว่านอกจากจะทำให้เดินลำบากแล้ว หิมะที่เกาะรองเท้าอาจทำให้รองเท้าเสียได้อีกด้วย

ซึ่งการเช่าอุปกรณ์ต่างๆ จะเป็นระบบซื้อคูปองจากเครื่องจำหน่ายคูปอง เพราะฉะนั้นสามารถเลือกซื้อคูปองอุปกรณ์ที่ต้องการเช่าได้เลย นอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้ว ยังมีภาษาอังกฤษกำกับอยู่อีกด้วย วิธีการซื้อก็ไม่ยาก เพียงใส่เงินเข้าไปในเครื่องจำหน่ายคูปอง จากนั้นก็กดปุ่มอุปกรณ์ตามต้องการ จากนั้นก็ยื่นคูปองให้พนักงานที่เคาน์เตอร์เพื่อแลกรับอุปกรณ์ได้เลย

 

เมื่อเช่าอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ก็ไปที่ลานหิมะขาวโพลนกันเลย ออกจากร้านไปเช่าอุปกรณ์ไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็ลอดผ่านประตูภูเขาไฟฟูจิไป ก็จะเจอลานหิมะอยู่ตรงหน้าเลย

น่าเสียดายที่วันนี้หมอกลงหนักหน่อยแต่.......

 

ถ้าเป็นวันที่อากาศดีเพื่อนๆ ก็จะได้ชมวิวลานสกีที่เต็มไปด้วยหิมะ วิวท้องฟ้าสดใส และภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามได้ระหว่างการเล่นสกีเลยทีเดียว

และเมื่อลอดผ่านประตูที่ประดับด้วยภูเขาไฟฟูจิแล้ว ทางขวามือก็จะเจอลานเล่นกระดานเลื่อนหิมะโดยเฉพาะ และที่บริเวณเชิงเนินลานเล่นกระดานเลื่อนหิมะ ก็จะมีบริเวณเล่นปาหิมะ หรือปั้นตุ๊กตาหิมะอยู่อีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ว่าใครๆ ก็สามารถสัมผัสกับหิมะได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

 

ในวันที่ ICHIGO-CHAN ไปก็มีคนไทยไปค่อยข้างเยอะ ทำให้ได้เจอกับนักท่องเที่ยวคนไทยครอบครัว 3 ท่านนี้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพ และยังบอกว่าเพิ่งเคยสัมผัสหิมะเป็นครั้งแรกอีกด้วย ได้สนุกกับหิมะกันเต็มที่ไปเลยค่ะ

 

 

 

 

 

และเราได้นำคลิปบรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ มาฝากเพื่อนๆ กันด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นจุดลานเนินเล่นกระดานเลื่อนหิมะ แต่ก็สามารถลื่นไถลไปในหิมะได้เร็วพอสมควรเลย หวาดเสียวมากๆ ถือได้ว่าจุดนี้เป็นจุดที่สามารถเพลิดเพลินกับหิมะได้ตั้งแต่เด็ก ไปจนถึงผู้ใหญ่เลยค่ะ

 

โดยปีนี้นอกจากกระดานเลื่อนหิมะ แล้วยังมี「Snow@Do」แบบเหมือนมอเตอร์ไซค์ให้ได้ร่วมสนุกอีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะมีส่วนบังคับมือ และเบรคอยู่ด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่เคยเล่นกระดานเลื่อนหิมะ เป็นครั้งแรกก็สามารถเล่นสิ่งนี้ได้สบายหายห่วงเลยค่ะ ค่าเช่าจะอยู่ที่ 1000 เยน เมื่อเทียบกับกระดานเลื่อนหิมะ แบบธรรมดาแล้ว ราคาต่างกันเพียง 300 เยนเท่านั้น ยังไงหากอยากเล่นแบบสบายใจ มีส่วนบังคับทิศทาง และเบรคก็สามารถเช่าสิ่งนี้เล่นได้เลย

 

เล่นในหิมะไปเรื่อยๆ ร่างกายก็เริ่มเย็นลง หากเพื่อนๆ เริ่มหนาวจนทนไม่ไหวก็สามารถไปที่ร้านที่อยู่บริเวณทางเข้าลานเนินหิมะ เพื่อดื่มอะไรร้อนๆ อย่างกาแฟ หรือซุป พร้อมอาหารทานเล่นต่างๆ ได้ นอกจากนี้ที่ร้านนี้ยังจำหน่ายของฝากต่างๆ อย่าง「คิทแคทรสเหล้าญี่ปุ่น」(700 เยน) หรือคิทแคทที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะในบริเวณภูเขาไฟฟูจิอย่าง「คิทแคทรสสตรอเบอร์รี่ชีส」(650 เยน) นอกจากนี้ยังมีขนมจากคาแรคเตอร์ประจำท้องถิ่น「FUJICHAN CHOCO CRUNCH(ふじちゃんチョコクランチ)」(650 เยน) อีกด้วย เพราะฉะนั้นสามารถช้อปปิ้งเพื่อหลบหนาวได้ เมื่ออบอุ่นร่างกายแล้ว ก็ออกไปเล่นหิมะกันต่อได้เลย

 

หลังจากที่เพลิดเพลินกับหิมะที่เพื่อนๆ ไม่สามารถสัมผัสได้ที่ประเทศไทยกันไปเต็มที่แล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาเดินทางไปยังสถานที่ที่สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ได้พร้อมๆ กับทะเลสาบที่สวยงามที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของภูเขาไฟฟูจิอย่างทะเลสาบ “คาวากุจิโกะ”「KAWAGUCHIKO」กันเลย

สามารถเดินทางจาก「yeti」ไปยัง「KAWAGUCHIKO」ได้โดยย้อนกลับไปที่สถานที่โกเทมบะ จากนั้นก็นั่งรถบัสไปจะสะดวกที่สุด ซึ่งรถบัสจาก “yeti” ไปยัง โกเทมบะ จะวิ่งวันละ 4 รอบคือเวลา 9:33・10:33・16:23・17:23 หากเพื่อนๆ พลาดรอบ 10:33 น. ก็จะต้องรอรอบต่อไปนานถึง 6 ชั่วโมง จนถึงเวลา 16:23 น. เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นควรจะเผื่อเวลาเอาไว้เยอะๆ กันพลาดรอบเช้าไปนะคะ

 

การเดินทางจาก「yeti」ไปยัง โกเทมบะจะใช้เวลา 57 นาที โดยเส้นทางนี้ก็สามารถใช้「ฟูจิฮาโกเน่พาส」ในการเดินทางได้ เพราะฉะนั้นสามารถแสดงพาสนี้ได้ขณะลงรถเลย โดยไม่ต้องชำระค่าเดินทางใดๆ เพิ่มเติม(ค่าเดินทางปกติ 1170 เยน)เมื่อเดินทางลงเขาจาก yeti มาเรื่อยๆ หมอกก็จะเริ่มจางลงเรื่อยๆ ทำให้สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้ระหว่างการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เดินทางแปปเดียวเท่านั้นก็เดินทางมาถึงสถานีโกเทมบะประตู FUJISAN(富士山) เลย

 

โดยรถบัสที่มุ่งหน้าไปสู่ทะเลสาบ “คาวากุจิโกะ” จะออกตัวจากเทอร์มินอลบัสหมายเลข 2 ในช่วงเวลาเวลา 8:00-11:00 น. จะวิ่งชั่วโมงละ 2 เที่ยว คือนาทีที่ 10 และ 40 ส่วนช่วงเวลา 12:00-18:00 น. จะวิ่งชั่วโมงละ 1 รอบ ในนาทีที่ 40

『ตารางเวลารถบัส』

 

โดยรถบัสจากสถานีโกเทมบะไปยังคาวากุจิโกะจะขึ้นรถบัสจากประตูกลาง และลงรถบัสจากประตูหน้า หากเป็นการขึ้นแบบปกติจะต้องหยิบตั๋วรถบัสขณะขึ้นรถบัสจากเครื่องออกตั๋วที่อยู่บริเวณประตูขึ้นรถ จากนั้นก็จะต้องเตรียมค่าเดินทางโดยเช็คค่าเดินทางได้จากบอร์ดแสดงราคาที่อยู่ด้านหน้ารถบัสข้างคนขับ ตามช่องตัวเลขที่อยู่ในตั๋วรถบัส(1510 เยน)และทำการชำระเงินครบตามจำนวนได้ที่เครื่องใส่เรียญที่อยู่ข้างๆ คนขับได้เลย แต่ทว่าช่วงเส้นทางนี้จะสามารถใช้「ฟูจิฮาโกเน่พาส」ในการเดินทางได้ เพราะฉะนั้นสามารถแสดงพาสนี้ได้ขณะลงรถบัสแบบไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมเลยค่ะ

การเดินทางจากสถานีโกเทมบะ ไปยัง คาวากุจิโกะ จะใช้เวลาประมาณ 75 นาที เพื่อเริ่มเข้าใกล้คาวากุจิโกะ ก็จะเริ่มเข้าสู่พื้นที่สีเขียวชอุ่มมากขึ้น วิวด้านนอกหน้าต่างก็สวยงามมากๆ แปปเดียวเท่านั้นก็เดินทางมาถึงที่หมายเลย

 

เดินทางจากสถานีโกเทมบะมาเป็นเวลาประมาณ 75 นาที ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของภูเขาไฟฟูจิ ที่ทะเลสาบ “สถานีคาวากุจิโกะ” เป็นที่เรียบร้อย โดย “สถานีคาวากุจิโกะ” แห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานีที่เป็นจุดจอดและออกตัวของรถไฟหรือรถบัสจากสถานที่ต่างๆ อย่างโตเกียว นาโกย่า โอซาก้า หรือเกียวโตแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่เพื่อนๆ สามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ตั้งแต่ทะเลสาบ “คาวากุจิโกะ” ที่สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงาม หรือ หมู่บ้านน้ำใส “โอชิโนะฮักไก” บ่อน้ำที่เกิดจากหิมะที่ละลายจากภูเขาไฟฟูจิ นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปยัง “สวนอาราคุระเซ็นเก็น” จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สามารถชมวิวไปพร้อมๆ กับเจดีย์ห้าชั้นได้อย่างงดงาม หรือสามารถร่วม “ปีนขึ้นภูเขาไฟฟูจิ” ได้ในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย ทำให้สถานีนี้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ตอนนี้ก็เป็นเวลา 13:30 น. แล้ว ได้เวลาเดินทางไปยังร้านอาหาร “โฮโต”「HOTO(ほうとう)」อาหารประจำท้องถิ่นที่ร้าน “โฮโต ฟุโด”「HOTO FUDOU(ほうとう不動)」กันแล้ว

 

โดยร้านอาหารโฮโตยอดนิยม “โฮโต ฟุโด”「HOTO FUDOU(ほうとう不動)」ตั้งอยู่หน้าสถานีคาวากุจิโกะเลย เมื่อลงรถบัสแล้วก็เดินไปทางด้านหลัง จากนั้นก็เดินไปทางซ้ายมือ เพื่อเดินไปทางประตูเสาโทริอิ จากนั้นก็เดินข้ามทางม้าลายที่อยู่เลยเสาโทริอิไป และเดินไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็เดินข้ามแยกไฟแดงแรกก็จะเจอร้าน “โฮโต ฟุโด”「HOTO FUDOU(ほうとう不動)」สาขาหน้าสถานีคาวากุจิโกะ(河口湖駅前) เลย

 

โดยอาหารโฮโตเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดยามะกาตะที่ตั้งของทะเลสาบคาวากุจิโกะ เป็นอาหารที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบจากผักตามฤดูกาลของบริเวณเชิงดอยภูเขาไฟฟูจิ พร้อมกับซุปฟักทองหวานๆ เรียกได้ว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังทะเลสาบคาวากุจิโกะแห่งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ในตอนต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารโฮโตยอดนิยม “โฮโต ฟุโด”「HOTO FUDOU(ほうとう不動)」พร้อมเดินทางไปขึ้นเรือท่องเที่ยว「ENSOLEILLE」เพื่อชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงาม ไปพร้อมๆ กับวิวทะเลสาบจากบนเรือกันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ♪

 

【ตารางการเดินทาง Day3-2 YETI/KAWAGUCHIKO STATION】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้ “ฟูจิฮาโกเน่พาส”

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶