Day1-2 ทานอาหารกลางวันในย่าน「TOKYO STATION 1 BANGAI」พร้อมเที่ยวชม “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”「SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE」 | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-2 ทานอาหารกลางวันในย่าน「TOKYO STATION 1 BANGAIพร้อมเที่ยวชม “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”「SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE」

TOKYO-HAKONE-GOTEMBA-KAWAGUCHIKO/FUJI-TOKYO

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้นั่งเครื่องบินสายการบิน NokScoot จากกรุงเทพ มาลงที่ท่าอากาศยานนาริตะที่เปรียบเสมือนประตูหน้าบ้านของโตเกียว จากนั้นก็ได้นั่งรถบัส「THE ACCESS NARITA」ที่เชื่อมระหว่างสนามบินนาริตะ และสถานีโตเกียว・กินซ่า และได้เดินทางเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงมาที่สถานีโตเกียวเป็นที่เรียบร้อย

Day1-1 เริ่มทริป! เดินทางจากกรุงเทพเข้าสู่โตเกียวจากสนามบินนาริตะ และเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโตเกียว

ตอนนี้ก็เป็นเวลาบ่ายโมงพอดี ก่อนอื่นเราจะไปทานอาหารมื้อแรกกันย่านร้านค้า「TOKYO STATION 1 BANGAI」ที่เชื่อมต่อกับสถานีโตเกียว จากนั้นก็จะไปช้อปปิ้งที่ย่านช้อปปิ้งชินจุกุ กันค่ะ

การท่องเที่ยวสุดคุ้มด้วย「ฟูจิฮาโกเน่พาส」ในตอนที่ 2 นี้ ICHIGO-CHAN จะพาเพื่อนๆ ไปทานอาหารกลางวันที่ย่าน「TOKYO STATION 1 BANGAI」และท่องเที่ยวย่านชินจุกุกันค่ะ

 

เดินทางจากสนามบินนาริตะมาประมาณ 1 ชั่วโมง ได้ชมภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ไกลๆ ดีสนีย์แลนด์ หรือโตเกียวสกายทรีจากหน้าต่างรถไฟ เพียงแปปเดียวเท่านั้นก็เดินทางมาถึงสถานีโตเกียวเป็นที่เรียบร้อย โดย THE ACCESS NARITA จะไปลงที่ สถานีโตเกียว ประตูกลางยาเอสุ (TOKYO STATION YAESU CENTRAL EXIT) สามารถเดินไปภายในอาคารสถานีโตเกียวโดยเดินข้ามถนนไป ใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น

 

เมื่อถึงสถานีโตเกียวแล้ว ก็เดินไปที่ย่าน『TOKYO STATION 1 BANGAI』แหล่งรวมร้านค้าต่างๆ มากมาย โดยเราจะไปทานอาหารกลางวันกันที่นี่เลยค่ะ

ก่อนอื่นก็เดินไปทางสถานีโตเกียวที่อยู่ตรงหน้า เมื่อลงรถบัสแล้ว ก็เดินไปทางด้านหน้า จากนั้นก็ข้ามทางม้าลายขนาดใหญ่ไปทางเข้า「TOKYO STATION YAESU CENTRAL EXIT」ให้เข้าไปทางด้านในสถานีเลย จากนั้นเมื่อเข้าสถานีมาแล้ว ก็เดินไปทางซ้ายมือ เดินไปอีกซักพักก็จะเจอบันไดเพื่อลงไปชั้นใต้ดินอยู่ซ้ายมือ

 

เมื่อลงมาที่ใต้ดินแล้ว ก็จะเจอสี่แยก ให้เดินไปทางขวามือ เมื่อเลี้ยวขวาไปแล้ว ก็จะเจอร้านอาหารทะเลสดใหม่「SHIROEBITEI」เป็นร้านที่มาจาก โทยามะ เมืองแห่งทะเลทางฝั่งทะเลญี่ปุ่น ที่มีทั้ง “ชิโรเอบิ (Japanese glass shrimp กุ้งฝอยใสๆ)”, ปลาดิบสดใหม่ หรือวัตถุดิบทะเลเท็มปุระ ที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารทะเลได้อย่างเต็มที่

 

『SHIROEBITEI』ร้านบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

เป็นร้านยอดนิยมที่มีแถวยาวในช่วงกลางวัน นอกจากจะสามารถทานที่ร้านได้แล้ว ยังสามารถห่อกลับบ้านได้อีกด้วย ในกรณีที่ไม่อยากรอนานจนเสียเวลาก็สามารถซื้อกลับไปทานได้เลยค่ะ ดีมากๆ

 

ซึ่งเมนูภายในร้านทุกเมนูจะมีตัวอย่างอาหารจัดแสดงอยู่หน้าร้านทั้งหมด เพราะฉะนั้นสามารถเลือกสั่งได้ไม่ยาก เมนูของร้านมีทั้ง “ข้าวหน้ากุ้งชิโรเอบิเท็มปุระ”「SHIROEBI TENDON(白えび天丼)」(1260 เยน), อาหารขึ้นชื่อของโทยามะ “ข้าวหน้าเท็มปุระปลาบุริ”「BURI TENDON(ぶり天丼)」(1160 เยน), 「TOYAMA SPECIAL TENDON(富山スペシャル天丼)」(1680 เยน)ที่ประกอบไปด้วยกุ้งชิโระเอบิ ปลาบุริ(ปลาหางเหลือง) และ ปลาหมึกโฮตารุอิกะ(ปลาหมึกเรืองแสง) นอกจากนี้ยังมีเมนูชุดอาหารที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน「ZEPPIN HIGAWARI LUANCH(絶品日替わりランチ)」(1160 เยน)อยู่อีกด้วย มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าตัวอย่างอาหารชนิดไหนๆ ก็เหมือนจริงและน่าทานมากๆ เลย

 

วิธีสั่งอาหารก็สามารถสั่งได้จากเครื่องจำหน่ายคูปองอัตโนมัติ ที่นอกจากจะตั้งอยู่บริเวณด้านข้างตู้แสดงตัวอย่างเมนูอาหารแล้ว ที่ปุ่มแต่ละปุ่มบนเครื่องยังมีรูปภาพประกอบด้วย เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกก็สามารถสั่งได้ไม่ยากเลยค่ะ

ก่อนอื่นก็ไปที่เครื่องจำหน่ายคูปองอาหารอัตโนมัติ จากนั้นก็ใส่เงินเข้าไปในเครื่อง และกดปุ่มอาหารตามต้องการ เท่านี้ก็เรียบร้อย เมื่อเข้าไปนั่งภายในร้านแล้ว ก็ยื่นคูปองให้พนักงาน ซักพักอาหารก็จะมาเสริร์ฟเลยค่ะ

 

ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN ก็เลือกทาน「SUJIME SALMON TO IKURA NO OYAKODON(酢じめサーモンといくらの親子丼)」(1480 เยน)กับเมนูที่ประกอบไปด้วยปลาแซลมอนดิบชิ้นหนาหมักเปรี้ยว และไข่ปลาอิคุระที่หอมมัน ยิ่งทานคู่กับวาซาบิ กับโชยุแล้วก็ยิ่งเข้ากันมากๆ “วาซาบิ” ที่เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มาประเทศญี่ปุ่น ด้วยความเผ็ดที่มีเอกลักษณ์ หอมเผ็ดขึ้นจมูก ยิ่งได้ทานคู่กับข้าวหน้าปลาแซลมอนดิบแล้ว ยิ่งเป็นรสชาติที่ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ ค่ะ

 

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้ทานอาหารจนเต็มอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาออกจากร้านกันแล้ว ซึ่งที่ร้านนี้จะมีทั้ง「SHIROEBI SUSHI」หรือ “โชยุ” และเกลือที่ใช้ในร้านจำหน่ายอยู่ หากถูกใจก็สามารถเลือกซื้อติดมือกลับบ้านไปได้อีกด้วย เมื่อทานอาหารกลางวันจนอิ่มท้องแล้ว ก็ได้เวลาไปที่ “ชินจุกุ” ใกล้ที่พักของเรากันเลย โดยเราจะนำสัมภาระไปฝากไว้ที่โรงแรมก่อน แล้วออกเดินทางไปย่านชินจุกุกันค่ะ

โดยการเดินทางจากสถานีโตเกียวที่ตั้งของร้าน「SHIROEBITEI」ไปยัง ย่านชินจุกุนั้น สามารถเดินทางได้ด้วย รถไฟ JR สายชูโอจะสะดวกที่สุด ก่อนอื่นเราจะไปที่ช่องตรวจตั๋วสถานีโตเกียวกันเลย

 

ออกจากร้าน SHIROEBITEI ไปทางซ้ายมือ เดินไปอีกซักพักก็จะเจอเครื่องตรวจตั๋ว Yaesu Underground Central Exit ของสถานีโตเกียวอยู่ทางซ้ายมือ

เราไปซื้อตั๋วรถไฟไปยัง ชินจุกุ จากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่อยู่ข้างช่องตรวจตั๋วกันก่อนเลย

 

วิธีซื้อตั๋วก็ไม่ยาก ก่อนอื่นก็จะต้องเช็คราคาค่าโดยสารจากบอร์ดแผนผังเส้นทางรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋ว ซึ่งตั๋วจากสถานีโตเกียว ไปยังสถานีชินจุกุจะอยู่ที่ 200 เยน จากนั้นก็สัมผัส「Language」บนหน้าจอ เพื่อเลือก「English」และ「Ticket」จากนั้นหน้าจอก็จะแสดงตัวเลขค่าเดินทางตามภาพล่างซ้าย ให้กดปุ่มตามจำนวนค่าโดยสาร (200 เยน) ที่เช็คเอาไว้ และใส่เงินในขั้นตอนสุดท้ายเลยค่ะ

 

เมื่อซื้อตั๋วแล้ว ก็ผ่านเข้าไปในช่องตรวจตั๋ว จากนั้นก็ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่เยื้องไปทางซ้ายมือ เพื่อไปที่ชั้น 1F เลย เมื่อลงจากบันไดเลื่อนแล้ว ก็ตรงไปเรื่อยๆ เดินไปจนสุดทางตึกอิฐแล้วก็เลี้ยวไปทางซ้ายมือ

 

เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว ก็จะเจอบันไดเลื่อนยาวเพื่อขึ้นไปยังชานชาลารถไฟสายชูโอ(ชานชาลาหมายเลข 1・2)ซึ่งรถไฟที่เข้ามาจอดในชานชาลารถไฟสายชูโอนี้ทุกคันจะผ่านสถานีชินจุกุทั้งหมด เพราะฉะนั้นสามารถขึ้นรถไฟที่เข้ามาจอดก่อนได้เลย

โดยเราจะนั่งรถไฟจากสถานีโตเกียว ไป สถานีชินจุกุ 4 สถานี ใช้เวลาประมาณ 15 นาที นั่งรถไฟชมวิวไปเรื่อยๆ ก็แปปเดียวเท่านั้นค่ะ

 

เมื่อถึง “ชินจุกุ” แล้ว ก็ขึ้นบันไดหรือบันไดเลื่อนที่อยู่ภายในชานชาลาไป และออกจากช่องตรวจตั๋ว South Exit เพื่อออกจากสถานีกันเลย

ที่พักของเราในคืนนี้「SHINJUKU WASHINGTON HOTEL」สามารถเดินจากสถานีชินจุกุประตูใต้ South Exit ไปประมาณ 7-8 นาทีเท่านั้น ออกจากสถานีไปทางขวามือ และตรงไปเรื่อยๆ ผ่านทางม้าลายไปเรื่อยๆ จำนวน 4 อัน เมื่อข้ามทางม้าลายมา 4 อันแล้วก็เข้าซอยที่มีป้าย SHINJUKU WASHINGTON HOTEL ที่อยู่ในวงกลมสีเหลืองในภาพล่างขวา ไปทางขวามือ โดยไม่ต้องเดินข้ามถนนใหญ่ไปค่ะ จากนั้นก็เดินไปอีกประมาณ 2 นาทีก็จะเจอโรงแรม SHINJUKU WASHINGTON HOTEL อยู่ทางซ้ายมือเลย

 

SHINJUKU WASHINGTON HOTEL นี้เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีห้องพักกว่า 1280 ห้อง ในส่วนชั้น 1F จะมีทั้ง ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหาร ส่วน 2F จะเป็นฟร้อนท์และล็อบบี้ เมื่อเข้าไปในตึกแล้ว ก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2F เพื่อฝากสัมภาระที่ฟร้อนท์กันเลย หากถึงเวลาที่สามารถเช็คอินได้แล้ว(ปกติเวลา 15:00 น.)ก็ทำการเช็คอินได้เลยค่ะ

 

หากพูดถึง “ชินจุกุ” หลายๆ คนก็จะต้องนึกถึง「SHINJUKU DORI」ที่อยู่ทางฝั่งประตูตะวันออก(東口) ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าน่าสนใจต่างๆ มากมายทั้ง「Onitsuka Tiger」「BICQLO」หรือ「อิเซตัน」แต่ทางฝั่งประตูตะวันตก(西口) เองก็มีร้านค้าที่น่าสนใจอยู่มากมายเช่นกัน

เมื่อออกจากประตูตะวันตก (西口) มาแล้วก็จะเจอ「CAMERA STREET」และ「ศาลาว่าการนครโตเกียว」ที่มีจุดชมวิวบนความสูงมากกว่า 200 เมตร เท่านั้นไม่พอยังมี “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”「SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE」」อยู่อีกด้วย

ซึ่งในทริปก่อนหน้าเมื่อไม่นานมานี้เราได้แนะนำ「SHINJUKU DORI」และ “จุดชมวิวศาลาว่าการนครโตเกียว”「Tokyo Metropolitan Government Building observation room」ไปแล้ว

คลิ๊กเลย ! 『อ่านรีวิว 「SHINJUKU DORI」และ จุดชมวิว「จุดชมวิวศาลาว่าการนครโตเกียว」บนความสูงกว่า 200 เมตร』

ดังนั้นครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชม “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”「SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE」และ「CAMERA STREET」กันค่ะ

เมื่อออกจากโรงแรมแล้ว ก็เดินไปทางฝั่งตรงข้ามทางขามา(ฝั่งตรงข้ามสถานีชินจุกุ)เดินผ่านสวนสาธารณะขนาดใหญ่ “ชินจุกุ เซ็นทรัล พาร์ค”「SHINJUKU CHUO PARK」อยู่ทางขวามือไปเรื่อยๆ จากนั้นก็เลี้ยวไปทางขวาเรียบสวนสาธารณะไปเดินไปประมาณ 10 นาที ก็จะเจอ “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”「SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE」เลย

 

 

 

 

 

 

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงได้ผ่านพ้นไป เพื่อเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงต้นเดือนธันวาคม

ดอกแปะก๊วยที่บานสวยงามอยู่ภายในสวนสาธารณะ “ชินจุกุ เซ็นทรัล พาร์ค” เหลืองอร่าม ทั้งดอกที่อยู่บนต้นไม้ และกลีบที่ร่วงโรยอยู่บนพื้น พร้อมทั้งเสียงกระทบของใบไม้จากลมที่พัดมา ให้บรรยากาศสงบ พร้อมลมเย็นๆ ในฤดูหนาว บรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ

 

เดินเรียบสวนสาธารณะไปประมาณ 10 นาที ทางด้านขวามือก็จะเจอ “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”『SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE』ที่มีโทริอิหิน อยู่คู่กับดอกแปะก๊วยสวยงาม

ถึงแม้ว่าศาลเจ้าแห่งนี้จะตั้งอยู่ใกล้ ศาลาว่าการนครโตเกียว แต่ก็อุดมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”「SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE」เป็นเหมือนศูนย์กลางความอุดมสมบูรณ์กลางเมืองใหญ่เลยก็ว่าได้ เราเข้าไปในศาลเจ้ากันเลย

 

 “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”「SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE」นี้เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานถูกสร้างขึ้นเมื่อ 600 กว่าปีก่อน เป็นศาลเจ้าย่อยจากศาลเจ้าคุมาโนะในจังหวัดวาคายาม่า ตามชื่อท้ายของศาลเจ้าเลยค่ะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีพลังเรื่องการแข่งขัน เงินทอง และความเจริญก้าวหน้า เป็นศาลเจ้ากลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงมากมาย ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว

 

และมุมหนึ่งของศาลเจ้า ที่สำนักงานศาลเจ้านั้นจะมีเครื่องรางของขลังจำหน่ายอยู่ ทั้งเครื่อราง 12 นักษัตร「JYUUNISHI MAMORI(十二支守り)」(500 เยน)หรือแผ่นไม้ขอพร แผ่นไม้เอมะ「KIGAN EMA(祈願絵馬)」(400 เยน)ซึ่งลายนกที่อยู่บนแผ่นไม้ขอพร แผ่นไม้เอมะ ก็คือนกที่มีสามขาถูกเรียกว่า “ยาตะการาสุ”「YATAGARASU:八咫烏」ที่มีความเชื่อแต่โบราณว่านกนี้เป็นเทพเจ้าแห่งการแข่งขัน และถูกใช้เป็นโลโก้ยูนิฟอร์มตัวแทนนักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นอีกด้วย เป็นสัญลักษณ์ที่คนญี่ปุ่นโดยทั่วไปคุ้นเคยกันดี

หากลองสังเกตุดูดีๆ ด้านหลังแผ่นไม้เอมะส่วนใหญ่ก็เขียนเป็นภาษาต่างประเทศทั้งนั้นเลย ทั้งอังกฤษ จีน และภาษาไทยด้วย!!

 

ไหนๆ ก็ได้มาเยี่ยมชมศาลเจ้ากันแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะไปกราบไหว้สักการะภายในศาลเจ้ากันเลย แต่ก่อนจะไปกราบไหว้ศาลเจ้านั้น จะต้องทำการ “ชำระล้างร่างกายให้เรียบร้อย เพื่อชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ก่อน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.ถือกระบวยด้วยมือขวา และตักน้ำให้เต็ม จากนั้นน้ำมาล้างมือซ้าย

2.เปลี่ยนมือที่ถือกระบวยเป็นข้างซ้าย และล้างมือขวา

3.เปลี่ยนมาถือกระบวยมือขวาอีกรอบ เทน้ำใส่มือซ้ายพอประมาณ และทำการบ้วนปาก

4.ล้างมือซ้ายอีกรอบ

5.ตั้งกระบวยขึ้น โดยหันหน้ากระบวยเข้าตัว เพื่อให้น้ำไหลลงไปล้างที่จับกระบวย วางกระบวยไว้ที่เดิม เท่านี้ก็เรียบร้อย

 

เมื่อทำขั้นตอนชำระล้างร่างกายเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปกราบไหว้สักการะศาลเจ้ากันเลย

โดยโยนเหรียญใส่กล่องทำบุญ(ตามจิตศรัทธา โดยปกติประมาณ 5-50 เยน)จากนั้นให้ทำการ

โค้งคำนับ 2:โค้งคำนับไปทางศาลเจ้า 2 ครั้ง

ปรบมือ 2:ปรบมือ 2 ครั้ง

โค้งคำนับ 1:อธิษฐานในใจ และโค้งคำนับอีก 1 รอบ

ซึ่งขั้นตอนวิธีการกราบไหว้นี้จะเป็นขั้นตอนของศาลเจ้าเท่านั้น หากกราบไหว้ที่วัด ก็เพียงแค่พนมมืออธิษฐาน และโค้งคำนับ 1 ครั้งเท่านั้น

ในวันที่เราไปมีพิธีแต่งงานพอดีเลยค่ะ โดยงานแต่งงานของประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่แล้วจะจัดขึ้นที่ศาลเจ้าหรือที่โบสถ์ ICHIGO-CHAN โชคดีมากๆ เลยที่ได้มาวันที่มีพิธีแต่งงานพอดี

หลังจากที่กราบไหว้สักการะที่ “ศาลเจ้าชินจุกุ จูนิโซ คุมาโนะ”「SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE」แล้ว ต่อไปเราจะไปชม การประดับไฟอิลลูมิเนชั่นสวยงามที่ “โอโมเตะซันโด・ฮาราจุกุ”「OMOTESANDO・HARAJUKU」ที่จัดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงคริสต์มาสกันค่ะ ซึ่งที่ “โอโมเตะซันโด・ฮาราจุกุ” นี้นอกจากจะมีการประดับไฟอิลลูมิเนชั่นที่สวยงามแล้ว ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งของเหล่าวัยรุ่นที่มีทั้ง「KIDDY LAND」หรือ「Onitsuka Tiger」รวมไปถึงร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ มากมายที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งหมด

ในตอนต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชม “โอโมเตะซันโด・ฮาราจุกุ”「OMOTESANDO・HARAJUKU」กันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ

 

【ตารางการเดินทาง Day1-2 Lunch at TOKYO STATION 1 BANGAI / SHINJUKU 12 SO KUMANO SHRINE】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้ “ฟูจิฮาโกเน่พาส”

 



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶