Day2-2 สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านโบราณชิราคาวาโกะ SHIRAKAWAGO แบบใกล้ชิด ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของชิราคาวาโกะในฤดูใบไม้ผลิ | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶  



ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day2-2 สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านโบราณชิราคาวาโกะ SHIRAKAWAGO แบบใกล้ชิด ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของชิราคาวาโกะในฤดูใบไม้ผลิ

NAGOYA-HIDAFURUKAWA-HIDATAKAYAMA-SHIRAKAWAGO-TOYAMA-KUROBE・KYOUKOKU-YUKINOOTANI-TOYAMA-NAGOYA

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้ไป “ตลาดเช้ามิยากาวะ”「MIYAGAWA MORNING MARKET」และ เที่ยวชมย่านร้านค้าโบราณ “คามิซันโนะมาจิ”「KAMISANNOMACHI」ที่ฮิดะทาคายาม่าแล้ว

Day2-1 เดินเล่น “ตลาดเช้ามิยากาวะ”「MIYAGAWA MORNING MARKET」และ ย่านร้านค้าโบราณ “คามิซันโนะมาจิ”「KAMISANNOMACHI」ที่ฮิดะทาคายาม่า HIDA TAKAYAMA

ต่อไปเราจะมุ่งหน้าไปสู่ “ชิราคาวาโกะ”「SHIRAKAWAGO」สถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของเราในทริปนี้ สถานที่ที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ โดยบรรยากาศรอบๆ ชิราคาวาโกะนี้จะถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขา เป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยทุ่งนาและบ้านโบราณทรงสามเหลี่ยม「GASSHOUTSUKURI」

ออกเดินทางกันเลยค่ะ

 

จากฮิดะทาคายาม่าไปชิราคาวาโกะนั้นเดินทางด้วยรสบัสจะสะดวกที่สุดค่ะ บัสจะวิ่งวันละ 16 เที่ยว โดยออกตัวจาก TAKAYAMA NOHI BUS CENTER เพื่อเดินทางไป SHIRAKAWAGO BUS TERMINAL ใช้เวลา 50 นาที ซึ่งจากย่านร้านค้าโบราณ “คามิซันโนะมาจิ”「KAMISANNOMACHI」ที่เราได้นำเสนอไปเมื่อวานเดินไป TAKAYAMA NOHI BUS CENTER จะใช้เวลาเดินเท้าไปไม่ถึง 10 นาที ก่อนอื่นก็จะต้องออกจากย่านร้านค้าโบราณคามิซันโนะมาจิไปทางซ้ายเพื่อไปทางสะพาน「KAJIBASHI」จากนั้นก็ข้ามสะพานไปและตรงไปเรื่อยๆ เดินไปตามทางถนนใหญ่ 5 นาที ก็จะมาถึงสามแยกใหญ่ ให้เลี้ยวซ้ายที่สามแยกนี้ และเดินไปอีก 2 บล๊อคก็จะเจอกับ「TAKAYAMA NOHI BUS CENTER」อยู่ด้านขวามือ

 

บัสเทอร์มินอลจะไม่ใหญ่มากเพราะฉะนั้นไม่หลงแน่นอนค่ะ ขึ้นบันไดไปเพื่อไปที่ชานชาลารถบัส ไปที่เครื่องจำหน่ายตั๋ว เพื่อซื้อตั๋วรถบัสไปชิราคาวาโกะกันเลย วิธีซื้อก็ง่ายนิดเดียวค่ะ โดยกด「Shirakawago(OneWay)」บนหน้าจอ จากนั้นก็ใส่เงินเข้าไป หากต้องการซื้อมากกว่าหนึ่งใบก็สามารถกดที่「1 ใบ・・・・5 ใบ」บนหน้าจอเลยค่ะ

 

ซึ่งเครื่องจำหน่ายตั๋วนี้จะสามารถชำระได้ด้วยเงินสดเท่านั้น และเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่ถนัดเครื่องจำหน่ายตั๋วก็สามารถไปซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วได้เลยค่ะ

ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วจะสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิต อย่างเช่น VISA, MASTER หรือ JCB ฯลฯ ยิ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากเท่าไหร่คนก็จะยิ่งเยอะ เฉพาะฉะนั้นรีบไปก่อนเวลาเผื่อเอาไว้จะดีที่สุดนะคะ

 

รถบัสที่มุ่งหน้าไปชิราคาวะโกะจะออกตัวจากชานชาลาหมายเลข 4 หากต้องการไปชิราคาวาโกะจะสามารถขึ้นรถบัสที่มุ่งหน้าไป โทยามะ TOYAMA คานาซาว่า KANAZAWA ได้

ไม่ว่าจะเป็นบัสคันไหนก็เป็นที่นั่งแบบ Reclining Seat แบบ 4 แถว นั่งได้แบบสบายๆ เลยค่ะ

 

เมื่อออกตัวจากฮิดะทาคายาม่ามาซักพัก รถบัสก็จะวิ่งขึ้นสู่ทางด่วน ซึ่งวิวนอกหน้าต่างจะเป็นวิวภูเขา ถึงแม้ว่าเข้าเดือนพฤษภาคมแล้ว แต่หิมะก็ยังคงเหลืออยู่ นอกจากวิวภูเขาหิมะสวยๆ แล้วก็ยังสามารถชมวิวทุ่งหน้าได้อีกด้วย รถบัสจะใช้เวลาวิ่งไป 50 นาทีเพื่อพามาสู่ที่หมายที่บัสเทอร์มินอลเล็กๆ ของหมู่บ้านโบราณชินาคาวาโกะ

 

ที่บัสเทอร์มินอลก็จะมีตู้ล๊อคเกอร์ฝากของให้บริการอยู่ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ถ้าใครมีของหนักๆ ก็แนะนำให้ฝากเอาไว้ดีกว่านะคะ จะได้ไปต้องแบกของหนักๆ เดินเที่ยวตลอดทั้งวัน

ตู้ขนาดกลางจะอยู่ที่ 500 เยน ส่วนขนาดใหญ่ ที่สามารถใส่ประเป๋าเดินทางใบเล็กได้ถึง 2 ใบ ราคา 1000 เยน

 

ซึ่งถ้าตู้ล๊อคเกอร์เต็มก็สามารถเดินไปฝากของที่จุดฝากของด้านหลังบัสเทอร์มินอลได้ค่ะ ราคาก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของสัมภาระค่ะ ราคาเทากันกับล๊อคเกอร์ ที่ฝากของจะมีอธิบายเป็นภาษาไทยด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลยค่ะ แต่ที่ฝากของจะมีเวลาจำกัดคือ ฝากของได้ถึง 17.30 น. ค่ะ

หากมีข้อสงสัยอะไรก็สามารถเดินไปสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานเทอร์มินอลได้เลยค่ะ และที่เทอร์มินอลจะมีแผนที่ภายในหมู่บ้านโบราณชิราคาวาโกะอยู่หลายๆ ภาษาทั้งภาษาอังกฤษ จีน สเปน ฝรั่งเศส และที่สำคัญคือ มีภาษาไทยด้วยค่ะ

 

ซึ่งเส้นทางการเดินท่องเที่ยวภายในชิราคาวาโกะที่เราอยากจะมาแนะนำในวันนี้ก็คือ

  •  ก่อนอื่นจะต้องเดินออกจากเทอร์มินอลไปทางซ้าย ทางที่มี GASSHOUTSUKURI อยู่ที่ “หมู่บ้านโอกิมาจิ”「OGIMACHI VILLAGE」เพื่อชมภายในบ้านโบราณแบบสามเหลี่ยมหลังคาฟางเรียกว่า GASSHOUTSUKURI
  • จากนั้นเยี่ยมชมวัด「MYOZENJI」เดินเลยวัด MYOZENJI ไปและเลี้ยวขวา เพื่อเดินไปทางสะพาน「DEAIBASHI」ข้ามแม่น้ำ จุดถ่ายรูปยอดนิยม
  • เดินไปทางใต้ “หมู่บ้านโอกิมาจิ” OGIMACHI VILLAGE เพื่อถ่ายรูปที่「KANMACHI」
  • กลับมาที่ “หมู่บ้านโอกิมาจิ” OGIMACHI VILLAGE เพื่อกลับมาทานอาหารกลางวัน ช้อปปิ้งของฝาก และนั่งร้านกาแฟ
  • ปิดท้ายด้วยจุดชมวิวสูงสุด ชมวิวหมู่บ้านโบราณทั้งหมดจากมุมสูง

ICHIGO-CHAN จะเดินเที่ยวตามเส้นทางข้างต้นนี้เลยค่ะ ไปชมความสวยงามของหมู่บ้านโบราณในฤดูใบไม้ผลิกันเลย

 

ก่อนอื่นก็ต้องออกจากบัสเทอร์มินอลไปทางซ้าย ระหว่างทางทั้งสองข้างทางก็จะมีร้านค้าต่างๆ มากมาย ทั้งร้านของฝาก ร้านของกินทานเล่น ที่ขาย「GOHEI MOCHI」หรือ ร้านซอฟต์ครีม ร้านอาหารและคาเฟ่ จากนั้นก็เดินไปอีกเรื่อยๆ ก็จะพบกับร้านขายของฝาก “อิโรริ”「IRORI(いろり)」ให้เลี้ยวซ้ายที่ซอยนี้เลย เดินไปจนสุดทางและไปทางขวา ระหว่างทางจะมีฝาท่ออยู่ ซึ่งฝาท่อของที่นี้เป็นลายบ้านโบราณทรงสามเหลี่ยม GASSHOU TSUKURI ด้วย

 

ที่นี่จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าโอซาก้าหรือโตเกียว ดังนั้นจึงเริ่มมีการลงนาปลูกข้าวในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมจะมีการเตรียมนาโดยการดึงน้ำเข้านา ตามที่นาต่างๆ ก็จะมีน้ำขังอยู่ทุกแห่ง ทำให้วิวรอบๆ บริเวณนี้สะท้อนลงบนผิวน้ำในนาเป็นภาพวิวสะท้อน บนล่างที่สวยงาม หาดูไม่ได้ง่ายๆ เลยค่ะ

 

 

 

เดินชมวิวสวยๆ รอบๆ ไปเรื่อยๆ เราก็จะเจอกับบ้านโบราณ “บ้านวาดะ”「WADA HOUSE (和田家)」“บ้านคันดะ”「KANDA HOUSE (神田家)」และ“บ้านนางาเสะ”「NAGASE HOUSE (長瀬家)」ที่เป็นบ้านโบราณทรงสามเหลี่ยม ก่อนอื่นเราจะไปเข้า “บ้านคันดะ”「KANDA HOUSE (神田家)」กันก่อนเลย โดยมีค่าเข้า 300 เยน (เงินสดเท่านั้น) เมื่อเข้าไปแล้วเราก็จะเห็นสิ่งที่จะต้องมีในบ้านโบราณแบบกัชโชสึคุริทรงสามเหลี่ยม ก็คือ “เตากองไฟ” ซึ่งกองไฟในพื้นที่นี้จะถูกก่อไฟเอาไว้ตลอดทั้งปี ไม่เว้นซักช่วงฤดูเลย สาเหตุที่ต้องก่อไฟเอาไว้ตลอดทั้งปีก็เพราะควันจากกองไฟจะช่วยป้องกันความชื้นของหลังคาที่ทำจากฟาง และเพื่อป้องกันแมลงต่างๆ ที่จะมาอยู่ในความชื้นบาหลังคานั่นเอง เป็นสิ่งที่ทำสืบทอดกันมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยค่ะ

 

ซึ่งเราสามารถขึ้นบันไดชันไปที่ชั้น 2F และ 3F เพื่อชมการจัดแสดงอุปกรณ์โบราณต่างๆ ที่ถูกในชีวิตประจำวัน ทั้งทางการเกษตรและอุปกรณ์ป้องกันความหนาว เพื่อดูวิถีชีวิตของคนในพื้นที่นี้จากสิ่งของเหล่านี้ค่ะ และเมื่อขึ้นไปที่ชั้นบนอีกก็จะมีหน้าต่างเป็น「ช่องระบายควัน」เพื่อระบายควันออกไป เมื่อมองออกไปจากหน้าต่างระบายควันก็จะเห็นวิวรอบๆ หมู่บ้านโอกิมาจิ ได้ทั่วเลยค่ะ

 

เมื่อชมด้านบนเสร็จแล้วก็สามารถมานั่งจิบชา「YASOU CHA」ได้ฟรีที่ชั้นล่างสุด นั่งพักผ่อนเพื่อชมบรรยากาศรอบๆ บ้านทั้งสวนด้านนอกและภายในบ้าน ซึ่งน้ำร้อนที่ใช้ดื่มชาจะเป็นน้ำที่ต้มในหม้อที่อยู่บนกองไฟ และเจ้าของบ้านทำชาให้เราดื่มด้วย รินดื่มได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ ได้ดื่มชาในบรรยากาศแบบนี้รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ

 

และบ้านที่อยู่หน้าบ้านคันดะก็คือ “บ้านนางาเสะ”「NAGASE HOUSE (長瀬家)」ค่าเข้าชมของที่นี่ราคา 300 เยนเช่นกันค่ะ (เงินสดเท่านั้น) บ้านนางาเสะที่ถูกสืบทอดมายาวนานกว่า 250 ปีผู้ที่ถูกสืบทอดมาทั้ง 3 รุ่นเป็นหมอแพทย์แผนจีนทั้งหมด ภายในนั้นจึงมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่เคยถูกใช้จริงจัดแสดงอยู่

 

ซึ่งในบ้านญี่ปุ่นแต่ละบ้านจะมีหิ้งพระที่อยู่คู่กับบรรพบุรุษที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งที่ญี่ปุ่นจะทำการไหว้บรรพบุรุษที่บ้านเลย เราจะได้เห็นหิ้งพระของญี่ปุ่นของจริงที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยได้เห็นมากนักในบ้านแห่งนี้ ซึ่งหิ้งพระของบ้านนางาเสะนี้เป็นของโบราณที่ถูกสร้างขึ้นมากว่า 500 ปีมาแล้วด้วย

 

บ้านโบราณแบบสามเหลี่ยมหลังคาฟาง หรือ บ้านกัชโชสึคุริ นี้จะถูกเปลี่ยนหลังคาฟาง 30 ปีละครั้ง ซึ่งการจะเปลี่ยนหลังคาฟางของบ้านที่ใหญ่ขนาดนี้ไม่สามารถทำได้ในครอบครัว เพราะฉะนั้นคนในหมู่บ้านจะช่วยเหลือกันเปลี่ยนหลังคาฟางของแต่ละบ้านค่ะ ทำให้รู้สึกได้ว่าหมู่บ้านโบราณที่ชิราคาวาโกะเป็นหมู่บ้านโบราณที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในหมู่บ้านนี้จริงๆ เลยค่ะ

 

เมื่อชมบ้านนางาเสะเสร็จแล้ว ก็เดินออกจากบ้านไปทางซ้าย เพื่อไปที่วัดแห่งเดียวของหมู่บ้านแห่งนี้กับ “วัดเมียวเซ็นจิ”「MYOZENJI」กันค่ะ จากตรงนี้ไปวัดเมียวเซ็นจิจะเป็นถนนยาวไปเส้นเดียวเลยเพราะฉะนั้นไม่หลงแน่นอน ระหว่างทางเดินเราก็จะได้ชมวิวรอบๆ ทั้งบ้านโบราณ และวิวของภูเขาหิมะสวยมากๆ ถ่ายรูจากมุมไหนก็สวยไปหมดเลยค่ะ

 

ออกจากบ้านนางาเสะมาประมาณ 2 นาทีและแล้วเราก็มาถึง “วัดเมียวเซ็นจิ”「MYOZENJI」กันแล้ว ทางเข้าวัดก็จะมี SAKURA MON หรือ ประตูซากุระ ที่หลังคาเป็นหลังคาฟางเหมือนบ้านโบราณ ถือว่าประตูแบบนี้หาดูได้ยากนะคะ ซึ่งวัด “วัดเมียวเซ็นจิ”「MYOZENJI」แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 270 ปีที่แล้ว หรือสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2327 ซึ่งสามารถเข้าชมภายในวัดที่เป็นหลังคาฟางแบบบ้านโบราณกัชโชสึกุริได้ ค่าเข้าชม 300 เยน เป็นวัดที่ไม่ได้สร้างแบบวัดทั่วไปด้วย ไหนๆ ก็มาแล้วลองเข้าไปดูซักหน่อยก็น่าจะดีนะคะ

 

เมื่อเลี้ยวขวาที่แยกที่อยู่เลย “วัดเมียวเซ็นจิ”「MYOZENJI」และตรงไปก็จะเจอสะพาน「DEAIBASHI」ระหว่างทางจะเจอแยกเล็กๆ ให้เดินตรงไป เมื่อเดินเลยแยกเล็กๆ ไปก็จะเจอกับบ้านคน “บ้านโคเอมง”『KOEMON』อยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งที่บ้านคนโบราณทรงสามเหลี่ยมกัชโชสึคุริ นี้เปิดให้คนทั่วไปเข้าพักได้ด้วย

สามารถคลิ๊กเข้าไปอ่านรายละเอียดได้จากลิงค์ด้านบน การจองอาจจะยุ่งยากเล็กน้อย โดยต้องเข้าไปในเว็บไซด์ที่มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น เมื่อเข้าไปแล้วก็กดไปที่ RESERVATION SHEET(ENGLISH) ที่เป็นภาษาอังกฤษ และส่ง FAX ไปตามเบอร์แฟกซ์เพื่อจองที่พักได้เลย อาจจะยุ่งยากเล็กน้อยแต่ถ้าได้พักในบ้านโบราณก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยนะคะ

 

จากนั้นเดินไปตามทางต้นไม้สองข้างทาง ก็จะเจอกับสะพาน「DEAIBASHI」เป็นสะพานแขวนที่มีความยาวถึง 107m เวลาคนเดินสะพานนี้ก็จะไหวนิดๆ และแม่น้ำที่ไหลอยู่ใต้สะพานนี้ก็คือ แม่น้ำโช หรือ SHOUGAWA

 

จากสะพาน「DEAIBASHI」นี้เราจะได้เห็นวิวที่สวยมากๆ ซึ่งแม่น้ำโช สีฟ้าอ่อนขุ่น จนเกือบเห็นเป็นสีขาวนี้ เป็นแม่น้ำที่ทำให้ที่นี้ถูกเรียกว่า “ชิราคาวาโกะ” มีความหมายว่า เมืองแม่น้ำสีขาว นั่นเอง ซึ่งวิวรอบๆ เราจะได้เห็นทั้ง แม่น้ำ ภูเขาสีเขียวชุ่ม ภูเขาหิมะ และบ้านโบราณที่อยู่ภายในหมู่บ้าน เป็นอะไรที่สวยๆ มากๆ เลยค่ะ

และในครั้งต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชมสถานีไฮไลท์ของชิราคาวาโกะที่หมู่บ้านคันมาจิ「KANMACHI」และชมวิวจากจุดชมวิวที่สูงที่สุดกันค่ะ

เราจะยังคงพาเพื่อนๆ ไปชมเสน่ห์ของหมู่บ้านโบราณชิราคาวาโกะแห่งนี้กันอยู่ เพราะฉะนั้นฝากติดตามด้วยนะคะ♪

 

【ตารางการเดินทาง Day2-2 SHIRAKAWAGO VILLAGE】



        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶