เที่ยวญี่ปุ่นน่ารู้! เว็บไซต์ที่จะเป็นตัวช่วยในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มตัวแล้ว ช่วงฤดูนี้จะเป็นช่วงที่มีทั้งเทศกาลชมดอกซากุระ วันหยุดสงกรานต์ และช่วงวันหยุดยาวเดือนพฤษภาคม ทำให้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ และหลายๆ ท่านก็อาจกำลังมีแพลนจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นกันอยู่ไม่มากก็น้อย

ซึ่งในการมาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นก็คงมีหลายๆ ท่านที่กำลังกังวลกับปัญหาระหว่างการท่องเที่ยวญี่ปุ่นต่างๆ อยู่ เช่น

1.สายรถไฟที่ญี่ปุ่นมีเยอะเกินจนดูไม่ออกว่าจะต้องเปลี่ยนรถไฟ หรือต่อรถไฟที่ไหน

2.ไม่รู้วิธีเรียกรถแท็กซี่ และวิธีนั่งรถแท็กซี่(ใช้ UBER หรือ GRABTAXI ก็ไม่ได้)

3.ไม่มีภาษาอังฤษ และภาษาไทยอธิบาย

ประเทศญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่ามีการคมนาคมขนส่งสาธารณะที่ดีทั่วทั้งประเทศ แต่ทว่าบางทีอาจจะมีมากเกินไปจนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหน และควรไปที่ใด

ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำเว็ไซต์ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับทุกท่าน ซึ่งวันนี้เราจะยกมา 2 อย่างด้วยกัน

 

ในการซื้อตั๋วรถไฟในประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะต้องซื้อจากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ซึ่งต้องหาสถานีที่ต้องการไปก่อน จากนั้นค่อยเช็คราคาตั๋วจากบอร์ดแผนผังเส้นทางรถไฟที่อยู่ด้านบนเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ

ถ้าเป็นแผนผังเส้นทางรถไฟในต่างจังหวัดก็ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ แต่หากเป็นในตัวเมืองใหญ่ๆ อย่างโอซาก้าเช่น JR, บริษัทรถไฟเอกชน, หรือรถไฟใต้ดินของแต่ละบริษัทก็จะมีเส้นทางรถไฟของตัวเองอยู่เต็มไปหมด

และภาพด้านบนนี้ก็คือแผนผังเส้นทางรถไฟ JR ในพื้นที่ในโตเกียว ที่ทั้งงง ดูยาก และกว่าจะหาแต่ละสถานที่ที่ต้องการไปได้ก็เป็นเรื่องที่ยากอยู่ไม่น้อย เท่านั้นไม่พอในบางที่ก็มีแต่ภาษาญี่ปุ่นอีกด้วย

 

เราจึงอยากจะมาแนะนำเว็ปไซด์「Japan Transit Planner」แค่เพียงใส่สถานีต้นทาง ปลายทาง และเวลาที่ต้องการจะขึ้นรถไฟ ทางเว็ปไซด์ก็จะประมวลตัวเลือกเส้นทางออกมาให้เราเลย และที่สำคัญคือมีภาษาไทยด้วย

ก่อนอื่นก็ค้นหา「Japan Transit Planner」จาก Google เลย และกดเข้าไปที่ลิงค์บนสุดของ Japan Transit Planner เมื่อเข้าเว็บไซต์ไปหน้าเว็บจะเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษจนบางท่านอาจจะคิดว่าไม่มีภาษาไทย・・・・

แต่ถ้าเลื่อนมาข้างล่างสุด ก็จะมีที่เปลี่ยนภาษาได้ แน่นอนว่ามีภาษาไทยด้วย ซึ่งนอกจากนี้ยังมีภาษาอินโดนีเซีย หรือเวียดนาม เป็นต้น

กดไปที่「ไทย」เว็ปไซด์ก็จะเปลี่ยนเป็นภาษาไทยเลย

 

ก่อนอื่นก็ใส่ “สถานีต้นทาง” และ “สถานีปลายทาง” เข้าไป

ครั้งนี้เราจะยกตัวอย่างโดยใส่เป็น

สถานีต้นทาง “โตเกียว”「TOKYO」และ สถานีปลายทาง “โอซาก้า”「OSAKA」

จากนั้นก็ใส่ “วัน” และ “เวลา” ที่ต้องการออกเดินทาง เมื่อกรอกข้อมูลเหล่านี้แล้วก็ทำการค้นหาได้เลย

แต่หากใครต้องการกรอกเพิ่มเติมก็เลื่อนไปด้านล่าง

โดยกรอกว่าจะขึ้นรถไฟด้วยการซื้อตั๋วธรรมดาจากเครื่อง หรือใช้ IC CARD เช่น「Suica・TOICA・ICOCA」

เลือกชนิดที่นั่ง ที่นั่งแบบจองที่นั่งล่วงหน้า Reserved Seat / แบบไม่จองที่นั่งล่วงหน้า Non-Reserved Seat / GREEN CAR(FirstClass) จากนั้นก็กดปุ่มค้นหาได้เลย

 

เมื่อกดค้นหาแล้ว หน้าจอจะแสดงผลลัพธ์เส้นทางการเดินทางจาก “สถานีโตเกียว” ไป “สถานีโอซาก้า” ออกมาหลายทางเลือก ซึ่งจะแสดง “เวลาออกเดินทาง” “เวลาถึงที่หมาย” และ “ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง” ให้คุณได้เลือกตัวเลือกที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่มสีฟ้าด้านขวาเพื่อแสดงรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น เส้นทางจาก “สถานีโตเกียว” ไป “สถานีโอซาก้า”

รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น แบบไม่จองที่นั่งล่วงหน้า ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 43 นาที ราคา 13620 เยน

หากเป็นเครื่องบิน ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 13 นาที ราคา 28960 เยน

เวลานี้จะรวมไปถึงเวลาเปลี่ยนรถไฟ หรือเวลาที่ต้องรอที่สถานีรถไฟ หรือสนามบินเอาไว้ด้วย

 

ไม่เพียงแค่เส้นทางระยะไกลอย่าง “โตเกียว-โอซาก้า” เท่านั้น เรายังสามารถค้นหาเส้นทางภายในเมืองเดียวกัน หรือบริวณใกล้เคียงกันได้อีกด้วย

แต่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษเลยก็คือผลลัพธ์ที่แสดงออกมาจะเรียงตามเวลาที่จะถึงปลายทางเร็วที่สุด ซึ่งผลลัพธ์นี้อาจไม่ได้เรียงตามความสะดวกของผู้ค้นหาทั้งหมด

ยกตัวอย่างดังรูปข้างต้น อย่างตัวเลือกที่แสดงออกมาเป็นอันดับแรก ใช้เวลาเดินทาง 27 นาที ราคา 2810 เยน แต่จะแสดงตัวเลือกที่ใช้เวลาเดินทาง 28 นาที ราคา 560 เยนในอันดับที่ 3

เพราะฉะนั้นควรเช็คดูให้ดี และเลือกตัวเลือกที่สะดวกกับตนเองมากที่สุด

 

และช่องทางต่อไปที่อยากจะแนะนำคือ Application ชื่อว่า “JapanTaxi”

โดยที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ได้เปิดบริการใช้แอฟ Uber หรือ GrabTaxi ที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศต่างๆ

ถึงแม้ว่าแท็กซี่ที่นี่จะไม่มีการปฏิเสธลูกค้าแบบที่ไทย แต่การจะบอกสถานที่ที่ต้องการจะไปก็ลำบาก นอกจากนี้ระยะเวลาหรือค่าใช้จ่ายก็อาจสื่สารกันค่อยจ้างยาก ทำให้มีหลายๆ คนเลือกที่จะไม่ใช้บริการการเดินทางด้วยแท็กซี่

ซึ่งวิธีการใช้ JapanTaxi นี้ก็จะคล้ายๆ กับ GrabTaxi โดยสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งระบบ Android และ iPhone

 

เมื่อดาวน์โหลดแอปมาแล้ว ก็จะต้องทำการกรอก ชื่อ สัญชาติ อายุ และเลขบัตรเครดิต เป็นอย่างแรก จากนั้นหน้าจอก็จะแสดงผลออกมาตามภาพด้านซ้าย หากต้องการให้แท็กซี่มารับที่ที่อยู่ปัจจุบัน ณ ตอนนั้นก็จะต้องกด「Pick me up here」

แต่หากต้องการกำหนดเวลาและสถานีที่ที่ต้องการให้รถมารับก็จะต้องกดไปที่「Reserve Taxi」ที่อยู่ด้านบน เพื่อทำการจองเอาไว้ล่วงหน้า

 

จากนั้นก็ตั้งค่าสถานที่ที่ต้องการให้มารับ โดยกรอก “ชื่อสถานที่” หรือ “ที่อยู่” ในช่องค้นหาก็จะมีตัวเลือกออกมาให้เลือก เมื่อเลือกสถานที่แล้ว หมุดที่ท่านต้องการให้รถมารับก็จะแสดงออกมาที่สถานที่นั้น ให้กด Pick me up here ที่สถานที่นั้น และกด ReserveTaxi ในขั้นตอนสุดท้าย เท่านี้ก็เรียบร้อย

ปัจจุบันแอปพลิเคชันนี้ให้บริการในเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศแล้ว หรือสถานที่ท่องเที่ยวตามปกติก็อาจใช้บริการได้อีกด้วย

 

เส้นทางรถไฟของญี่ปุ่นที่ซับซ้อน อีกทั้งยังมีการคมนาคมขนส่งสาธารณะอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกันอยู่มากมาย และหากสามารถใช้ทั้งรถไฟใต้ดิน รถบัส หรือแท็กซี่ได้ ท่านก็จะสามารถเดินทางไปแทบจะทุกๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้เลยทีเดียว

ซึ่งวันนี้เราได้นำเสนอ 2 ทางเลือกที่จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นของคุณสะดวกมากขึ้น และคงจะเป็นประโยชน์อยู่ไม่มากก็น้อย ท่านอาจได้ท่องเที่ยวในเส้นทางที่แตกต่างออกไปจากในโซเชียลมีเดียหรือรีวิวจาก Pantip ก็เป็นได้ 

แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า ♪