“ดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ” ในประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีเพียงดอกซากุระเท่านั้น | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan

ในการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม ไปจนถึงพฤษภาคม นั้นสิ่งที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตั้งตารอมากที่สุดดูเหมือนว่าจะเป็น “ดอกซากุระ” ที่จะบานในช่วงตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ไปจนถึงประมาณ ต้นเดือนเมษายน การจะจัดทริปท่องเที่ยวให้พอดีกับดอกซากุระบานนั้นก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสถาพอากาศที่ไม่เป็นใจทำให้ซากุระอาจบานช้าหรือเร็วกว่าปกติ ซึ่งในบางครั้งท่านอาจวางแผนการท่องเที่ยวซื้อตั๋วและจองที่พักกันไปแล้ว หรือบางท่านอาจไม่มาญี่ปุ่นในช่วงดอกซากุระบานได้

แต่ทว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่นนั้นนอกจากซากุระแล้ว ช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่มีดอกไม้อื่นๆ นานาชนิดบานสวยงามอยู่มากมาย ที่สวยงามและมีเสน่ห์ไม่แพ้ดอกซากุระกันเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นในครั้งนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับดอกไม้ที่บานในช่วงฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่น พร้อมช่วงเวลาชมและ “สถานที่ชมดอกไม้ชื่อดังในโตเกียว” กัน

 

1.ทิวลิป

มาเริ่มกันที่ “ดอกทิวลิป” ถึงแม้ว่าดอกทิวลิปจะไม่ใช่ดอกไม้ขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น แต่ด้วยความที่ดอกทิวลิปเป็นดอกไม้เมืองหนาว ดังนั้นการจะหาชมดอกทิวลิปในแระเทศไทยจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับดอกทิวลิปไปพร้อมๆ กับบรรยากาศบ้านเมืองของประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางสภาพอากาศที่กำลังพอดีไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป

ซึ่งดอกทิวลิปในประเทศญี่ปุ่นนั้นสามารถชมได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิประมาณในช่วงเดือนมีนาคม ไปจนถึงพฤษภาคม ที่มีสีส้นสดใสสวยงามไม่ว่าจะเป็นสีแดง เหลือง ชมพู ม่วง หรือขาว เป็นต้น

 

ซึ่งสถานที่ชมดอกทิวลิปขึ้นชื่อในโตเกียวนั้นก็คือ “สวนซารุเอะอนชิ”『 SARUE ONSHI PARK(猿江恩賜公園)』เป็นสวนที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับดอกทิวลิปที่สวยงามภายในโตเกียว โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ “สวนซารุเอะอนชิ” แห่งนี้จะมีงานเทศกาลทิวลิป หรือ “TULIP FESTA” ที่จัดขึ้นในวันที่ 12-14 เมษายนในปีพ.ศ.2562 ซึ่งในช่วงงานในตอนค่ำตั้งแต่เวลา 18:00-21:00 น. จะมีงาน “CANDLE NIGHT” ที่คุณจะได้ชมความสวยงามของดอกทิวลิปยามค่ำคืนพร้อมแสงเทียนที่จุดอยู่ตามทางสวยงามในบรรยากาศที่โรแมนติก พร้อมมินิคอนเสิร์ตในงานอีกด้วย

 

ซึ่งที่ “สวนซารุเอะอนชิ”「SARUE ONSHI PARK(猿江恩賜公園)」นี้ตั้งอยู่ใกล้ “โตเกียวสกายทรี” แลนด์มาร์กของโตเกียวจนสามารถชมวิว “โตเกียวสกายทรี” ได้จากสวนอีกด้วย ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 15 นาทีเท่านั้น ส่วนดอกไม้นั้นนอกจากดอกทิวลิปแล้วที่สวนแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ชม “ดอกซากุระ” และเป็นสถานที่ “โอะฮานามิ” เพื่อจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ชมดอกซากุระได้อีกด้วย

การเดินทางนั้น หากเดินทางจาก “สถานีชิบุย่า(Shibuya Station)” สามารถเดินทางมาด้วยรถไฟ Tokyo Metro สาย Hanzomon Line ไป 28 นาที เพื่อลงที่ “สถานีซุมิโยชิ(Sumiyoshi Station)” จากนั้นก็เดินไปอีกประมาณ 500 เมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ไกลจากในตัวเมือง อีกทั้งยังสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย สวนนี้จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเพราะฉะนั้นสามารถมาเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติได้เลยทีเดียว

 

2.ดอกฟูจิ หรือดอกวิสทีเรีย (Japanese wisteria : 藤)

มาต่อกันที่ดอกไม้ที่บานในช่วงฤดูใบไม้ผลิต่อไปกับ “ดอกฟูจิ”「 Japanese wisteria (藤)」เป็นดอกไม้ประดับที่โดยส่วนใหญ่แล้วดอกฟูจินี้จะเป็นดอกสีม่วงห้อยระย้าสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณ เท่านั้นไม่พอยังเป็นดอกไม้นักท่องเที่ยวตั้งตารอไม่แพ้ดอกซากุระเลยทีเดียว ซึ่งคุณสามารถชม “ดอกฟูจิ” ได้ต่อจากซากุระที่ร่วงโรยไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนไปจนถึงต้นเดือนพฤษาคมนั่นเอง

 

สถานที่ชมดอกฟูจิที่เป็นที่รู้จักในนามของสถานที่ชมดอกฟูจิอับดับหนึ่งของโตเกียวกับ “ศาลเจ้าคาเมอิโดะ เท็นจิน”『KAMEIDOTENJIN(亀戸天神社)』 ที่นอกจากดอกฟูจิที่สวยงามแล้ว ยังมีสะพานแดงที่เป็นเอกลักเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น และที่บริเวณด้านใต้โครงไม้ระแนงของดอกฟูจิยังมีแอ่งน้ำสำหรับต้นฟูจิที่ชื่นชอบน้ำ เกิดเป็นภาพสะท้อนดอกฟูจิสวยงามอยู่อีกด้วย

โดยในช่วงงาน “เทศกาลดอกฟูจิ” ของศาลเจ้าแห่งนี้จะอยู่ในช่วงปลายเดือนเมษายน ไปจนถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งช่วงที่สามารถชมดอกฟูจิได้สวยที่สุดจะอยู่ในช่วงปลายเดือนเมษายน และที่สำคัญคือในช่วงงานเทศกาลดอกฟูจิจะเปิดให้ชมดอกฟูจิยามค่ำคืน ฉายไฟสวยงามอีกด้วย

หากเดินทางจากในตัวเมืองโตเกียว อย่างเช่นจาก “สถานีชิบุย่า” ก็สามารถนั่ง รถไฟ Tokyo Metro สาย Hanzomon Line ไป 29 นาที เพื่อไปลงที่

”สถานี Kinshicho” จากนั้นเดินออกจากประตูเหนือ North Exit และเดินไปอีกประมาณ 15 นาที ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สามารถมองเห็นโตเกียวสกายทรีได้จากบริเวณภายในศาลเจ้าอีกด้วย เรียกได้ว่าสามารถถ่ายรูปโตเกียวสกายทรีไปพร้อมๆ กับดอกฟูจิเลยทีเดียว

โดยศาลเจ้าคาเมอิโดะนี้สามารถเข้ากราบไหว้ได้ตั้งแต่เวลา 6:00-17:00 น. (* ในงานเทศกาลดอกฟูจิ จะเปิดให้ชมการฉายไฟดอกฟูจิยามค่ำคืน)

 

และสถานที่ชมดอกฟูจิอีกหนึ่งสถานที่ก็คือ “สวนพฤกษศาสตร์จินได(Jindai Botanical Gardens)” ที่ภายในสวนแห่งนี้นั้น จะเป็นสถานที่ที่คุณสามารถชมอุโมงค์ดอกฟูจิสวยงาม เหมือนฉากโรแมนติกในภาพยนตร์ ซึ่งนอกจากสวนบริเวณดอกฟูจิแล้ว สวนแห่งนี้ยังเป็นสวนที่สามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ตามฤดูกาลนานาชนิดได้ตลอดทั้งปี โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเป็นช่วงของดอกกุหลาบชนิดต่างๆ ดอกโมโมะ(ลูกพีช) ดอกโบตั๋น และที่สำคัญคือดอกซากุระเป็นต้น

 

การเดินทางไปยัง สวนพฤกษศาสตร์จินได(Jindai Botanical Gardens)” นั้นหากเดินทางด้วย

“รถไฟสายเคโอ (Keio Line)” สามารถลงที่ “สถานีโจฟุ(Chofu Station)” จากนั้นก็นั่งรถบัสโอดะคิว ที่มุ่งหน้าไปสถานี Kichijoji Station หรือ สถานี Mitaka Station เพื่อไปลงที่ป้ายบัส「Kamishiroshokubutsu Koen Mae Bus Stop (神代植物公園前)」

ส่วน “รถไฟ JR สายชูโอ (Chuo Line)” นั้นสามารถเดินทางมาลงที่ “สถานี Mitaka Station” หรือ “สถานี Kichijoji Station” และนั่งรถบัสโอดะคิวที่มุ่งหน้าไปสู่ สถานีโจฟุ(Chofu Station) ประตูเหนือ หรือ มุ่งหน้าไป Jindaiji(深大寺) เพื่อลงรถบัสที่ป้ายบัส「Kamishiroshokubutsu Koen Mae Bus Stop (神代植物公園前)」เลย

* รถบัสจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที

มีค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 500 เยน เปิดให้บริการตั้งแต่ 9:30-17:00 น. หยุดทุกวันจันทร์ และวันหยุดสิ้นปี ปีใหม่

 

3.ดอกผักกาดเขียวกาดตุ้งสีเหลือง หรือ “นะโนะฮานะ”

โดยส่วนใหญ่แล้ว หลายๆ ท่านมักจะรู้จัก “ผักกาดเขียวกาดตุ้ง” จากการใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารหรือรับประทานกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งดอกของผักกาดเขียวกาดตุ้งจะเป็นดอกเล็กๆ สีเหลืองน่ารักสีสันสดใส ดังนั้นเมื่อดอกผักกาดเขียวกาดตุ้งสีเหลืองมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก็จะเกิดเป็นทุ่งดอกไม้สีเหลืองสวยงาม ซึ่ง ดอกผักกาดเขียวกาดตุ้งสีเหลือง หรือ “นะโนะฮานะ” นี้จะบานในช่วง กลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงช่วงปลายเดือนเมษายนในแถบคันโตนั่นเอง

 

ซึ่งสถานที่ชมดอกผักกาดเขียวกาดตุ้งสีเหลืองขึ้นชื่อของโตเกียวก็คือ “สวนฮามะริคิว”『Hama-rikyu Gardens』ที่อยู่ใจกลางเมืองโตเกียว สามารถเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของดอกไม้นานาชนิด ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไม่ว่าจะเป็นดอกซากุระ ดอกคอสมอส(ดอกดาวกระจาย) และที่สำคัญคือ ดอกผักกาดเขียวกาดตุ้งสีเหลือง หรือ “นะโนะฮานะ” สีเหลืองอร่ามสวยงามสีสันสดใสท่ามกลางตึกสูงมากมาย ภาพวิวที่ตัดกันระหว่างดอกผักกาดเขียวกาดตุ้งสีเหลืองอร่ามและตึกของชิโอโดเมะก็เป็นภาพที่งดงามและน่าถ่ายรูปมากๆ เลยทีเดียว

การเดินทางไปยัง “สวนฮามะริคิว” หากเข้าจากประตู “โอเตะมง(大手門口)” ก็สามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน TOEI สายโอเอโดะ(Oedo Line) มายัง “สถานี Tsukijishijo Station” หรือ “สถานี Shiodome Station” ・รถไฟยูริคาโมเมะ “สถานี Shiodome Station” และเดินไปอีกประมาณ 7 นาที

ส่วนการเดินทางเข้าสู่ “ประตูนะคะโนะโกะมง(中の御門口)” นั้นสามารถเดินทางด้วย “รถไฟ JR” “รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สายกินซ่า (Ginza Line)” หรือ “รถไฟใต้ดิน TOEI สายอาซากุสะ (Asakusa Line)” ไปลงที่ “สถานีชิมบาชิ(Shimbashi Line)” และเดินจากสถานีไปอีกประมาณ 12 นาที

มีค่าเข้าชม 300 เยน แต่ถ้ามีบัตร「Tokyo Subway Ticket」และแสดงบัตรก็จะได้ส่วนลด 20% ลดเหลือ 240 เยน

เปิดทำการ 9:00-17:00 น.เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันสิ้นปี ปีใหม่)

 

วันนี้เราได้แนะนำดอกไม้ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ชนิดต่างๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

“ดอกทิวลิป” ที่สามารถเพลิดเพลินกับเทศกาลทิวลิปได้ที่ “สวนซารุเอะอนชิ”

“ดอกฟูจิ” ที่สวยงามใน “ศาลเจ้าคาเมอิโดะ” และ “สวนพฤกษศาสตร์จินได

และ “ดอกนาโนะฮานะ” เหลืองอร่ามสวยงามท่ามกลางตึกสูงใจกลางเมืองโตเกียวที่ “สวนฮามะริคิว”

ไม่ว่าสถานที่ไหนๆ ก็เป็นสถานที่ที่คุณสามารถเดินทางจากในเมืองโตเกียวไปได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งนอกจากดอกไม้เหล่านี้แล้วในช่วงฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่นนั้นยังมีดอกไม้ที่สวยงามไม่แพ้ “ดอกซากุระ” อยู่อีกมากมาย ยังไงในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นฤดูใบไม้ผลินี้ก็ไปถ่ายรูปสวยๆ กับดอกไม้นานาชนิดในช่วงฤดูใบไม้ผลิกันได้เลย แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า