Day4-2 เที่ยว ชิม ช้อป ที่ย่านร้านค้า「OSU-SHOPPING STREET」

เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ รีวิวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day4-2 เที่ยว ชิม ช้อป ที่ย่านร้านค้า「OSU-SHOPPING STREET」

NAGOYA-TAKAYAMA-SHINHODAKAROPEWAY-HIRAYU-MATSUMOTO-KOMAGATAKEROPEWAY-NAGOYA

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้เที่ยวชมวัด “โอสึ แคนนอน”「OSU-KANNON」ที่โด่งดังของนาโกย่าไปแล้ว จากนี้เราจะไปเดินเล่นที่ย่านร้านค้า「OSU-SHOPPING STREET」กันค่ะ

Day4-1 ทานอาหารเช้าของโรงแรมและเที่ยวชม วัด “โอสึ แคนนอน Osu-Kannon”

ย่านร้านค้า「OSU-SHOPPING STREET」นั้นนอกจากร้านอาหารทานเล่นมากมาย ที่มีทั้งเกาลัดคั่ว หรือไก่ทอด ฯลฯ แล้ว ยังมีร้านจำหน่ายสินค้ามือสองทั้งกระเป๋า นาฬิกา กล้อง หรือชุดกิโมโน อยู่อีกด้วย ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยการท่องเที่ยวสุดคุ้มด้วย「บัตรพาสรถบัสด่วน โชริวโด -โปรแกรมมัทสึโมโตะ มาโกเมะ โคมากาเนะ-」ในตอนที่ 15 เราจะพาเพื่อนๆ ไปเดินเที่ยว ชิม ช้อป ที่ย่านร้านค้า 「OSU-SHOPPING STREET」กันค่ะ

ซึ่งย่านร้านค้า「OSU-SHOPPING STREET」จะเป็นย่านที่ทอดยาวไปทางตะวันออกของวัดโอสึ แคนนอน ทั้งแนวตั้งและแนวนอนยาวกว่า 600m โดยมี「BANSHOJI DORI(万松寺通)」「HIGASHI NIOMON DORI(東仁王門通)」ทะลุไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นศูนย์รวม ที่มีทั้งร้านขายอาหารทานเล่น ร้านปลอดภาษี ร้าน Drugstore หรือร้านจำหน่ายสินค้ามือสอง เรียงรายกันอยู่มากมาย

หลังจากที่กราบไหว้สักการะที่วัดโอสึ แคนนอนแล้ว เราก็จะเดินไปตาม “เส้นทางแคนนอน”「KANNON DORI(観音通)」ที่ทอดยาวไปสู่ย่านร้านค้า「OSU-SHOPPING STREET」กันค่ะ

ซึ่งภายในถนนเส้นนี้ จะมีห้างร้านขายของแบรนด์เนมมือสอง『KOMEHYO』มีสินค้ามากมายทั้ง นาฬิกา กล้อง และชุดกิโมโน เป็นร้านที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว

ซึ่งหลายๆ คนอาจคิดว่า ร้านที่จำหน่ายสินค้ามือสอง บรรยากาศก็ต้องต่างจากห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าใหม่มือหนึ่ง แต่ที่ร้าน KOMEHYO นี้ถึงแม้ว่าจะจำหน่ายสินค้ามือสอง แต่ก็เป็นร้านที่ดูดี การจัดตกแต่งร้านก็ดูดีมากๆ นอกจากนี้การต้อนรับแขกของพนักงานก็ดีไม่แพ้พนักงานในห้างสรรพสินค้าเลย ช้อปได้อย่างสบายใจมากๆ

ชุดกิโมโนของที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งราคาก็จะถูกกว่าสินค้ามือหนึ่งมากๆ ชุดกิโมโนมือหนึ่งส่วนใหญ่จะมีราคาที่สูงกว่าหนึ่งแสนบาทเลยทีเดียว แต่หากเป็นที่นี่ก็สามารถซื้อชุดกิโมโนได้ต่ำกว่าครึ่งของราคามือหนึ่งเลยค่ะ โดยเฉพาะกิโมโนเย็บมือที่ราคาสูง ก็ยิ่งถูกกว่ามาก อย่างเช่น ราคาปกติของชุดกิโมโนเย็บมืออาจอยู่ที่ 3 แสนบาท ก็อาจลดเหลือเพียง 2 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าชุดกิโมโนตัวไหนก็ได้รับการซักแห้งมาอย่างดี ได้ซื้อและได้ใส่สินค้าที่เหมือนใหม่อย่างแน่นอน

หลังจากที่เลือกช้อปชุดกิโมโน กล้อง และนาฬิกาที่ร้าน KOMEHYO แล้ว เดินออกไปถนนตรงข้ามเพียง 5 ก้าวก็จะเจอศาลเจ้า「FUJI SENGEN JINJA(富士浅間神社)」ที่แยกย่อยออกมา เป็นศาลเจ้าเดียวกับที่เราเคยพูดถึงกันในทริปปีนภูเขาไฟฟูจินั่นเอง ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ที่ โอสึ ในนาโกย่าแห่งนี้ ถึงแม้ว่า “ศาลเจ้าฟูจิเซ็นเก็น FUJI SENGEN JINJA” จะอยู่ในบริเวณเล็กๆ แต่เนื่องจากศาลเจ้าแห่งนี้เป็นการเกาะรวมศาลเจ้าต่างๆ เอาไว้มากมาย ที่ให้โชคทางด้าน “การเรียน” “การค้าขายรุ่งเรือง” หรือ “การหมดทุกข์หมดโศก” นั่นเอง ซึ่งสิ่งที่จะได้รับความนิยมมากก็คือ・・・・

「มาเนะกิ อินาริ(まねき稲荷)」ค่ะ บริเวณด้านหน้าโทริอิจะมี “สุนัขจิ้งจอก” กำลังนั่งคาบ「มากิโมโน(巻物)」(หมายถึง ภาพวาดหรือหนังสือที่เขียนบนกระดาษม้วน) เอาไว้ในปาก ซึ่ง “มากิโมโน” ที่สุนัขจิ้งจอกคาบอยู่ที่ปากนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่ง “ปัญญา” นั่นเอง ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว “ศาลเจ้าอินาริ” จะเป็นศาลเจ้าแห่งการค้าขาย แต่ที่นี้จะเป็นศาลเจ้าแห่งการเรียนการศึกษา และเมื่อรอดผ่านเสาโทริอิสีแดงที่เหมือนในศาลเจ้าฟูชิมิที่เกียวโตแล้ว ก็จะเห็นอยู่ “รูปปั้นสุนัขจิ้งจอก” อยู่หน้าประตูตาข่ายไม้หน้าอาคารศาลเจ้าหลักเช่นกัน โดยที่รูปปั้น “มาเนกิคิสึเนะ” ที่ไม่ใช่ “มาเนกิเนะโนะ”(แมวกวัก) คาบ “มากิโมโน” ตัวนี้ยกขาหน้าข้างขวาขึ้นมาด้วย เพราะฉะนั้นหากใครที่กำลังเรียนอยู่ หรือมีใครในครอบครัวที่กำลังจะเข้าสอบก็สามารถมาขอพร และรับพลังได้ที่นี่เลย

เมื่อเดินไปตามเส้นทางแคนนอน โดยหันหน้าออกจากวัดโอสึ แคนนอนไปเรื่อยๆ ก็จะออกมาสู่ถนนใหญ่ และเมื่อเลี้ยวไปทางขวามือ ก็จะเห็นย่าน「BANSHOJI DORI(万松寺通)」ที่เป็นเส้นทางหลักของย่านร้านค้า「OSU-SHOPPING STREET」อยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งที่บริเวณทางเข้า จะมีห้างร้านจำหน่ายสินค้ามือสอง「KOMEHYO」ที่จำหน่ายสินค้ามากมายทั้ง นาฬิกา กล้อง และชุดกิโมโน ฯลฯ ที่เป็นร้านสาขาหลักอยู่ สามารถเลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง หรือเสื้อผ้า รองเท้าได้ราคาถูกเลยทีเดียว

ซึ่งที่ถนนเส้น「BANSHOJI DORI(万松寺通)」จะเป็นถนนที่ใช้ในการเดินขบวนพาเหรดของงาน「World Cosplay Summit / Osu-Cosplay Parade」ที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปีนั่นเอง โดยเมื่อการแข่งขันที่ผ่านมาในช่วงเดือนสิงหาคม(ปีพ.ศ.2561) นั้นตัวแทนจากประเทศไทยได้รับรางวัลที่ 3 อีกด้วย ในวันงานบรรยากาศบริเวณนี้จะคึกคักไปด้วยเหล่านักคอสเพลย์มากกว่า 1000 คนเลยทีเดียว

ซึ่งที่ถนนสาย「BANSHOJI DORI(万松寺通)」นี้ นอกจากร้านจำหน่ายสินค้ามือสอง「KOMEHYO」แล้วยังมีร้านค้าอื่นๆ ที่น่าสนใจอยู่อีกมากมายทั้ง “ร้านจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี” ร้านจำหน่ายของฝาก ร้าน Drugstore และที่สำคัญคือมีร้านรองเท้า ABC MART ที่เป็นศูนย์รวมรองเท้าแบรนด์ต่างๆ มากมายอีกด้วย บรรยากาศจะคล้ายๆ กับย่านร้านค้าชินไซบาชิซูจิ ที่โอซาก้าเลย แต่ถ้าเทียบกับที่โอซาก้าแล้ว ที่นี่สามารถเดินได้สบายกว่ามากๆ เลยค่ะ เพราะว่าคนไม่ได้เยอะเท่าที่โอซาก้าเลย

และที่สะดุดตาเรามากที่สุดก็คือ “ร้านขนม” ระหว่างทางเราจะเห็นทั้งเยลลี่「โคโระโระ(コロロ)」, คิทแคทรสวาซาบิ หรือ ถั่ววาซาบิพิสตาชิโอ ฯลฯ อีกมากมาย ที่น่าสนใจทั้งนั้นเลยค่ะ สามารถช้อปปิ้งก่อนกลับได้อย่างเต็มที่เลย

ซึ่งที่ถนนสาย「BANSHOJI DORI(万松寺通)」จะมีวัดแปลกๆ ที่ชื่อว่า “วัดบันโชว”『BANSHOJI』อยู่ด้วยค่ะ

ซึ่งที่วัดจะมีรูปปั้นมังกรขนาดใหญ่สีขาวที่ยาวเท่าตึกสองชั้นอยู่ด้วย ซึ่งที่วัดนี้จะเป็นวัดแบบทันสมัยที่จะมีการแสดง “ตุ๊กตามือโนบูนางะ”「KARAKURI NINGYOU NOBUNAGA(からくり人形信長)」ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 18:00 น. ที่จะจัดแสดงทุกๆ 2 ชั่วโมง ทั้งหมด 5 รอบ นอกจากนี้ยังมี “การแสดงฉายไฟมังกรขาว”「HAKURYU NO LIGHT UP(白龍のライトアップ)」ตั้งแต่เวลา 9:00 น. ถึง 17:00 น. จัดแสดงทุกๆ 2 ชั่วโมง ทั้งหมด 5 รอบ และมีจอ LED ขึ้นฉายบนพนังวัดในแต่ละงานอีเว้นท์อีกด้วย

ถึงแม้ว่าภายนอก “วัดบันโชว”「BANSHOJI」จะเป็นวัดที่ดูทันสมัย แต่ก็มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานเกือบ 500 ปี เนื่องจากวัดนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2083 ซึ่งโคมไฟที่ประดับอยู่บนเพดานนับไม่ถ้วนนี้ ก็คือหนึ่งในสัญลักษณ์ของย่านร้านค้า OSU-SHOPPING STREET และบริเวณรอบๆ โคมไฟจะมีการประดับประดาตามฤดูกาลต่างๆ สวยงามอยู่ด้วย

ถัดจากถนนสาย BANSHOJI DORI(万松寺通) ไปทางใต้ 1 สาย ก็คือเส้นทางหลักอีกเส้นของย่านร้านค้า OSU-SHOPPING STREET ที่เรียกว่า「HIGASHI NIOMON DORI(東仁王門通)」ซึ่งย่านนี้จะเป็นศูนย์รวมร้านจำหน่ายของกินที่มีเส้นทาง「HIGASHI NIOMON DORI(東仁王門通)」และ「NIOMON DORI(仁王門通)」มีทั้งร้านเกาลัดคั่ว(天津甘栗) ที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของโอสึ คันนอน และร้านไก่ทอด ฯลฯ อีกมากาย

แน่นอนว่ามีร้านเกาลัดคั่ว(天津甘栗) ร้านขนมไทยากิ(ขนมปลา) ร้านซอฟต์ครีม หรือร้านผลไม้ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมี “ไก่ย่างทั้งตัว”「TORI NO MARUYAKI(鶏の丸焼き)」ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อชนิดใหม่ของโอสึ จากประเทศบลาซิลอยู่อีกด้วย

และวันนี้เรามีร้านแนะนำมาบอกต่อเพื่อนๆ อยู่ 2 ร้านก็คือ….

ร้านแรกก็คือร้านไก่ทอด『MARUYOSHI(まる芳)』สาขาหลัก

ที่แม้แต่วันธรรมดาก็มีแต่คนรอต่อแถวยาวเหยียด ซึ่งเมนูยอดนิยมของร้านก็มีทั้ง “ไก่ทอดยอดนิยม”「TEIBAN KARAAGE(定番から揚げ)」(500 เยน / 5 ชิ้น・750 เยน / 8 ชิ้น), “ไก่ทอดซอสพิเศษ”「TOKUJOU UMADARE(特上うまだれ)」(530 เยน / 5 ชิ้น・758 เยน / 8 ชิ้น)และนอกจากนี้ยังมีเมนูแปลกๆ อย่าง “ไก่ทอดวิปครีม”「KOKURASHI CREAM KARAAGE(小倉クリームから揚げ)」(530 เยน / 5 ชิ้น・758 เยน / 8 ชิ้น)อยู่อีกด้วย เรียกได้ว่ามีเมนูให้เลือกหลากหลายมากๆ จนเลือกไม่ถูกเลยจริงๆ

ส่วน ICHIGO-CHAN ก็สั่งเมนู “ไก่ทอดซอสพิเศษ”「TOKUJOU UMADARE(特上うまだれ)」(530 เยน / 5 ชิ้น)มาทานดู รสชาติซอสจะให้ความรู้สึกเหมือนทานมิโซะคัตสึ(อาหารขึ้นชื่อของนาโกย่า) ที่เข้ากับไก่ทอดรอบๆ แบบสุดๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นเมนูทอด แต่ก็ไม่เลี่ยน แถมยังหอมอร่อยมากๆ แค่ 5 ชิ้นเท่านั้นอร่อยจนกินคนเดียวแปปเดียวหมดเลยค่ะ ซึ่งบริเวณจุดต่างๆ ภายในย่านนี้ โดยเฉพาะบริเวณร้านจำหน่ายอาหารต่างๆ จะมีที่ให้นั่งพักนั่งทานอาหารที่ซื้อมาได้ เพราะฉะนั้นสามาถหาอะไรทานเล่นพักเหนื่อยได้สบายเลยค่ะ

และร้านต่อไปก็คือร้าน(ซาลา)เปาย่าง “เปาเปาเท”『PAOPAOTEI(包包亭)』

ซึ่งร้านนี้ก็เป็นร้านยอดนิยมที่มีคนรอต่อแถวยาวเหยียด เมนูที่ร้านจะมีอยู่ 3 ชนิดก็คือ「肉包(ไส้หมู)」(160 เยน),「菜包(ไส้ผัก)」(160 เยน)และ「เกี๊ยวซ่า(餃子)」(6 ชิ้น 350 เยน)ซึ่งเมื่อดูภายนอกอาจเหมือนซาลาเปาทั่วไป แต่เนื้อแป้งจะนุ่ม และส่วนก้นซาลาเปาจะกรอบเหมือนเกี๊ยวซ่าเลยค่ะ ยิ่งถ้าเป็นช่วงวันหยุดคนจะยิ่งเยอะมากๆ เลยทีเดียว

ICHIGO-CHAN สั่งเป็น「肉包(ไส้หมู)」(160 เยน)กับ「菜包(ไส้ผัก)」(160 เยน)รวมเป็น 2 อัน เนื้อแป้งเหนียวนุ่มพอกัดเข้าไปคำแรกเจ้าของร้านก็เตือนว่า “ระวังน้ำซุปไหล” ด้วย เพราะว่าซุปจากไส้ล้นออกมาทันทีที่กัดเข้าไปคำแรกเลย และพอทานไปได้ประมาณครึ่งลูก คนที่ร้านก็แนะนำให้ทานกับซอสพริกดู ก็จะให้ความรู้สึกและรสชาติที่แตกต่างจากเมื่อกี้ เพลิดเพลินกับรสชาติความอร่อยที่หลากหลายได้ในลูกเดียวเลย ทั้งถูกทั้งอร่อย ไม่ควรพลาดร้านนี้เลยจริงๆ

 “ย่านร้านค้า OSU-SHOPPING STREET” ที่ได้ทั้ง ช้อป ชิม และเที่ยวทั้งวัดและศาลเจ้ากันไปแบบครบรส สนุกตื่นตาจนสามารถเที่ยวที่นี่ได้ทั้งวันเลย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ได้เวลาที่เราจะต้องเดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยกันแล้ว จากนี้ไปเราจะเดินทางจาก “ย่านร้านค้า OSU-SHOPPING STREET” ไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน สถานีนาโกย่า จากนั้นจะใช้「บัตรพาสรถบัสด่วน โชริวโด -โปรแกรมมัทสึโมโตะ มาโกเมะ โคมากาเนะ-」ช่วงสุดท้ายในเส้นทาง “นาโกย่า” ไปยัง “ท่าอากาศยานนานาชาติชูบุ(เซ็นแทรร์)” กันค่ะ

ในตอนต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ เดินทางจาก “ย่านร้านค้า OSU-SHOPPING STREET” ไปยัง “ท่าอากาศยานนานาชาติชูบุ(เซ็นแทรร์)” จากนั้นจะไปเที่ยวชมภายใน「Flight of Dreams」ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 12 เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อกิน และช้อปปิ้งส่งท้ายที่สนามบินกันค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ♪

【ตารางการเดินทาง Day4-2 OSU-SHOPPING STREET】

PASS ที่ใช้ใน TRIP นี้ “บัตรพาสรถบัสด่วน โชริวโด -โปรแกรมมัทสึโมโตะ มาโกเมะ โคมากาเนะ”

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶