Day3-2 เที่ยวพิพิทธภัณท์สัตว์นำ้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น『TOBA AQUARIUM』

ICHIGO CHAN ท่าทางอารมณ์ดี หลังจากจับเซียมซีได้ โชคเยอะมาก จากศาลเจ้าฟูตามิ-โอกิทามะ

ก่อนอื่นก็ขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางไปโทบะ

เพื่อดื่มด่ำกับสิ่งมีชีวิตที่หาดูได้ยากในประเทศไทยอย่าง พะยูน วอลรัส และอีกมากมายที่『TOBA AQUARIUM』 ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่คนไทย หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟเพื่อเดินทางไปนาโกย่า

จากประตูตะวันออกเมโอะโทอิวะมาที่『CAN BUS』อีกครั้ง เพื่อนั่งไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ

พอลงจากรถบัส เดินไปทางทิศทางที่ผ่านมาก็จะเจอตึกที่เหมือนศูนย์การค้าขนาดใหญ่

และแล้วก็มาถึง 『TOBA AQUARIUM』

ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีตู้ขายบัตรอัตโนมัติบริการอยู่ แต่ผู้ที่มีตั๋ว『ISE-TOBA MICHIKUSA KIPPU』 ให้เดินไปยังช่องบริการขายบัตรโดยตรง เนื่องจากคูปองส่วนลดที่ติดอยู่กับตั๋วสามารถนำมาใช้ลดราคาบัตรค่าเข้าชมได้ 10 เปอร์เซ็นต์

สำหรับผู้ใหญ่ลด 250 เยน ส่วนที่ลดไปสามารถนำไปซื้อขนมได้เลย น่าปลื้มใจจริงๆ

สถานที่ท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นส่วนมากจะมีส่วนลดราคาให้กับค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ สำหรับผู้ที่มีตั๋วรถไฟ หรือ ผู้ที่เป็นสมาชิกบัตรเครดิต

ดังนั้นท่านสามารถสอบถามดูก่อนเข้าชมได้ว่ามีส่วนลดหรือไม่

ที่ช่องติดต่อสอบถามว่า「NANIKA WARIBIKI WA ARIMASUKA?」”นานิกะ วาริบิกิ วะ อาริมาสุกะ?”

เผื่อว่าอาจจะได้อะไรดีๆ จากทริปนั้น และนอกจากนี้ ได้ยินมาว่าผู้ที่ถือบัตร JCB จากไทยก็มีส่วนลดให้เช่นกัน

『TOBA AQUARIUM』มีความยาวถึง 240 เมตรแต่หากเดินทางเดินทั้งหมดจะมีระยะทางถึง 1.5 กิโลเมตร

ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่ไกลมาก ดังนั้นจึงอยากแนะนำให้ฝากของชิ้นใหญ่ไว้ ล็อคเกอร์หยอดเหรียญตั้งอยู่ตรงทางเข้าพิพิธภัณฑ์ซึ่งสามารถบรรจุสัมภาระขนาดใหญ่ได้

เมื่อเดินเข้ามาถึงข้างใน เป็นเวลาโชว์ของแมวน้ำพอดีเลย

ทางพิพิธภัณฑ์จะแจ้งเวลาการแสดงต่างๆโดยการประกาศ และที่เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์(มีภาษาไทยด้วย!)ก็มีเวลาการแสดงต่างๆอยู่ด้วย ลองไปเช็คดูกันได้

ทั้งๆที่เป็นวันธรรมดาแต่คนเยอะมากๆ

เวลาการแสดงของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะจะแบ่งการแสดงออกเป็น 3 แบบ

[ โชว์แมวน้ำ ] 4 รอบ โซน A

10:00 • 11:30 • 13:00 • 15:30

[โชว์วอลรัส] 2 รอบ โซน L

11:00 • 14:00

[โชว์เพนกวิน] 1 รอบ โซน L

12:00

เห็นแมวน้ำนิ่งๆแบบนี้ แต่มันฉลาดมากจนน่าตกใจ

โดยเฉพาะ ทางท่าที่แมวน้ำสนิทกับผู้ดูแลเหมือนพ่อแม่ลูก และยังฟังคำสั่งของผู้ดูแลด้วย น่าทึ่งมากๆ

ถ้าเป็นโชว์ที่ไทยก็คงไม่ขนาดนี้น่า

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกว้างขนาดนี้ก็คงอยากจะค่อยๆ เดินดูรอบๆ ให้หมด แต่พิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดมากที่สุด ถ้าจะให้ดูทั้งหมดก็คงจะใช้เวลาเป็นวันวันเลย

ครั้งนี้เราไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น จึงต้องข้ามไปที่โซน E เลยหลังจากดูโชว์แมวน้ำที่โซน A2 เสร็จ

จุดเด่นของโซน E ก็คือ โลมาหัวบาตรหลังเรียบ เป็นชนิดของวาฬขนาดเล็ก มักอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับที่ๆ มีลักษณะเหมือนอิเสะ น่ารักมากๆเลย

เมื่อเดินเข้าไปที่โซน H เรื่อยๆ ก็จะพบกับพะยูน ชื่อของเค้าคือ เชเรนะจัง เป็นผู้หญิงเหมือนกับICHIGO CHANเลย

การจะเลี้ยงพะยูนนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ดังนั้นในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีแค่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะเท่านั้นที่เลี้ยงอยู่

พอICHIGO CHAN ไปใกล้ๆ พะยูนก็เข้ามาหาด้วย คงคิดว่าอิจิโงะจังเป็นพวกเดียวกันสินะ

มาถึงตรงนี้มีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาฝากกัน

ซึ่งเคล็ดลับดีๆ ที่ทำให้สัตว์ (เลี้ยงลูกด้วยนม) เข้ามาใกล้ๆ เวลาไปเที่ยวสวนสัตว์หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

นั่นก็คือ การใส่เสื้อสีเดียวกับผู้ดูแลนั่นเอง (ถึงแม้จะไม่สามารถรู้สีชุดของผู้ดูแลล่วงหน้าก็ตาม…)

ดังนั้นอาจจะพกเสื้อมาหลายๆ สีเผื่อไว้ก็น่าจะดีนะ

ในขณะที่กำลังดูปลาเหมือนได้ดำน้ำที่เกาะพีพีหรือสิมิลันอยู่ เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พอเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่กว้างขนาดนี้ ท้องก็หิวขึ้นมาเลยจนต้องพักกันซักหน่อย

ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้จะมีร้านอาหารอยู่สองที่คือ 『HANASANGO』และ 『BAYSIDE』 ซึ่งในครั้งนี้เรามากันที่เบย์ไซด์

เป็นร้านอาหารที่ไม่ได้เป็นทางการ แบบบริการตนเอง

แฮมเบิร์กกับพาสต้าและสลัดมันรวมกันแค่ 640 เยน!!

ข้างๆพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ มีท่าเรือสำหรับเรือเฟอร์รี่ไปอิราโกะของจังหวัดไอจิ และเรือสำราญที่วนรอบอ่าวโทบะอีกด้วย

ได้กินข้าวไปพร้อมกับชมวิวเรือที่แล่นอยู่แล้วยิ่งทำให้รู้สึกทานข้าวได้อร่อยมากขึ้นไปอีก

อยากจะดูให้เยอะกว่านี้ แต่เวลาก็หมดลงแล้ว ไปเอาของที่ฝากไว้แล้วมุ่งไปที่นาโกย่ากันเลย ตรงทางออกจะมีนากน่ารักๆให้ถ่ายรูปอยู่ ถ่ายรูปนึงเพื่อเป็นที่ระลึกแล้วกัน

พอเดินออกมาทางถนนทางซ้ายของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและเดินไปเรื่อยๆประมาณ10นาทีก็จะถึงสถานีรถไฟโทบะ

หากสัมภาระเยอะก็สามารถใช้『CAN-BUS』 ได้โดยนั่งมา 1 ป้ายรถเมล์ จะใช้เวลาเดินทาง 3 นาที แต่ถ้ารวมเวลาที่ต้องรอรถบัสแล้วเดินก็น่าจะดีกว่า

ที่สถานีโทบะจะมีทั้ง JR และ KINTETSU สามารถใช้บริการได้ทั้ง 2 แบบเลย

รออยู่ซักพัก รถไฟด่วนมิเอะ 「RAPID MIE」ก็มาถึง รถไฟนี้เป็นแบบเดียวกับ SRT ที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าแต่ใช้ดีเซลในการขับเคลื่อน แต่ว่านิ่งมากๆ SRT ก็น่าจะนำรถไฟนี้มาใช้บ้างไหมนะ

「RAPID MIE」 รถด่วนมิเอะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่า จากโทบะ ถึง นาโกย่า ราคา 2,450 เยน

ส่วนรถด่วนพิเศษคินเท็ตซึจะใช้เวลาภายใน 1 ชั่วโมง 40 นาที ราคา 3,030 เยน

ถ้าไปด้วย JR จะถูกกว่าไป 580 เยน ถึงแม้ว่า JR จะใช้เวลามากกว่าแต่ว่าสถานีนาโกย่าของคินเท็ตซึจะอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยดังนั้นครั้งนี้จึงเลือกเดินทางกับ JR

ICHIGO CHAN ที่นั่งดูวิวทิวทัศน์บนเก้าอี้นิ่มๆ แม่น้ำของญี่ปุ่นนี้มีสะพานเยอะจริงๆ มีหลากหลายแบบด้วย มีทั้งสะพานแบบกลม แบบที่รวมสามเหลี่ยมมาไว้ด้วยกัน

ทำให้ชมวิวแล้วไม่เบื่อเลย

ในขณะที่กำลังงัวเงียอยู่ก็มาถึงสถานีนาโกย่าแล้ว หลังจากนี้ก็ไปช็อปปิ้งที่เมืองนาโกย่าเพื่อเตรียมตัวกลับในวันพรุ่งนี้กัน จะซื้ออะไรดีน้า ~

             Go to the top Page           

◀ BACK     NEXT ▶