Day1-5 ช้อปปิ้งย่านชินจุกุ ทั้ง「BICQLO」หรือ 「ABC MART」สาขาใหญ่ พร้อมแวะทานร้านยอดฮิตราเม็งคามูคูระ「KAMUKURA」

ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-5 ช้อปปิ้งย่านชินจุกุ ทั้ง「BICQLO」หรือ ABC MARTสาขาใหญ่ พร้อมแวะทานร้านยอดฮิตราเม็งคามูคูระ「KAMUKURA」

TOKYO-ODAWARA-KAMAKURA-TOKYO

ICHIGO-CHAN ที่เพิ่งถึงญี่ปุ่นที่สนามบินนาริตะเมื่อเช้าตอน 9 โมง

ICHIGO-CHAN ได้ใช้เวลา 1 วันในการเที่ยวสวนฮามะริคิว อนชิ「HAMARIKYU ONSHI PARK」โตเกียวครุยส์เรือชมซากุระ「TOKYO CRUISE OHANAMI BOAT」สวนซุมิดะ「SUMIDA PARK」สวนอุเอโนะ「UENO PARK」และชิโนบาสุอิเกะ เบ็นเท็นโด「SHINOBAZUIKE BENTENDO」แล้ว

ทริปวันนี้ของเราจะยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะว่าเราจะพาเพื่อนๆ ไปช้อปปิ้งกันต่อที่ชินจุกุ และทานข้าวเย็นที่ร้านราเม็งชื่อดัง คามุคุระ「KAMUKURA」กันค่ะ

ตอนนี้ ICHIGO-CHAN เดินทางมาที่ชินจุกุ จากบ่อน้ำชิโนบาสุ ซึ่งอยู่ใกล้กันมากเพียงแค่นั่งรถไฟใต้ดินสายโอเอโดะ OEDO SUBWAY LINE มาลงที่สถานีอุเอโนะ โอคาจิมาจิ「UEN OKACHIMACHI STATION」และใช้เวลาเดินออกมาจากรถไฟใต้ดินสายโอเอโดะประมาณ 10 นาที เราก็ออกมาสู่ถนนย่านช้อปปิ้งยอดนิยม “ถนนสายชินจุกุ”「SHINJUKU DORI」กันแล้วค่ะ

แค่บริเวณทางเข้าก็มีทั้งร้าน ABC Mart สาขาใหญ่ ร้านที่รวบรวมรองเท้าไว้เกือบแทบจะทุกยี่ห้ออย่างเช่น「adidas」「NIKE」「NEW BALANCE」หรือแม้แต่ ONITSUKA TIGER นอกจากร้านรองเท้าแล้วก็มี YODOBASHI CAMERA หรือ BIC CAMERA

และตรงข้ามก็จะมีมาสึโมโตะคิโยชิสาขาใหญ่อยู่ด้วย ที่ชั้น 2 ของที่นี่จะมีเครื่องสำอางมากมาย ซึ่งถ้าไปตอนช่วงกลางวันก็จะมีพนักงานคอยให้คำแนะนำสินค้า และการเลือกเครื่องสำอางด้วย

และร้านยอดนิยมที่หนึ่งในชินจุกุก็คือ「BICQLO」ที่เป็นการรวมตัวระหว่าง UNIQLO กับ BIC CAMERA

ตั้งแต่ชั้น 1F-3F จะเป็นยูนิโคล่ขนาดใหญ่ ที่มีสินค้าให้เลือกมากมาย นอกจากนี้เมื่อคำนวนแล้วราคาเฉลี่ยจะถูกกว่าไทยประมาณ 20% นอกจากนี้ที่ชั้นใต้ดินชั้น 2 จะมีสินค้าของ Apple หรือ SIM ฟรีจำหน่ายอยู่ด้วย ส่วนใต้ดินชั้น 1 จะเป็นโซนขายกล้อง ส่วนชั้น 6F นั้นจำหน่ายสินค้าฟิกเกอร์หรือเกมต่างๆ มากมาย

เมื่อก่อนอาจจะดูเหมือนว่าสินค้าญี่ปุ่นอะไรๆ ก็แพงไปหมด แต่ตอนนี้ด้วยค่าเงินของไทยทำให้สินค้าญี่ปุ่นส่วนใหญ่อาจถูกกว่าซื้อที่ไทยไปเลย เช่น สินค้าจำพวกกล้องราคาแพง หรือบางอย่างบินมาซื้อที่ญี่ปุ่นก็ยังถือว่าคุ้มกว่าเลย

เยื้องๆ BICQLO ไปก็จะเป็นร้าน「MUJI」และก็มีอิเซตันด้วย ถึงจะมีสาขาอยู่ที่ประเทศไทยแล้ว แต่โบชัวร์ที่แจกอยู่ก็ยังมีภาษาไทยด้วย นอกจากนี้เรายังสามารถเที่ยวช้อปปิ้งที่「ISSEY MIYAKE」หรือ「Comme des Garcons」ได้อีกด้วย

เมื่อออกจากเส้นชินจุกุ เดินไปฝั่งตรงข้ามสี่แยกไฟแดงก็จะมองเห็นตึกประตูตะวันออกสถานีชินจุกุ ซึ่งในนั้นจะมีห้างที่ชื่อว่า「LUMINE EST」และที่ชั้น 1F ของตึกนี้จะมี「ONITSUKA TIGER」อยู่ด้วย เพราะว่าก่อนหน้านี้「ONITSUKA TIGER」จะมีแต่ที่ประตูตะวันตกเท่านั้น

เดินไปทางตรงข้ามประตูตะวันออกสถานีชินจุกุที่มี SHINJUKU DORI คั่นเอาไว้ เดินไปตามทางที่อยู่ข้างๆ ร้านผลไม้ชื่อ「HYAKKAEN」ซึ่งทั้งสองข้างทางจะมีร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองที่มีทั้ง GUCCI HERMES หรือ Louis Vuitton อยู่ด้วย ลองไปดูหลายๆ ร้านอาจได้ของที่เราอยากได้ก็ได้นะ

เมื่อเดินพ้นทางเดินไปก็จะเจอถนนที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยกับถนนย่าน「YASUKUNI DORI」และฝั่งตรงข้ามก็จะมี「คาบุกิโจ」「KABUKICHO」ภายในนี้จะมีทั้งร้านอาหาร ร้านนั่งดื่ม หรือร้านคาราโอเกะต่างๆ อยู่มากมายเลย

และที่ตั้งเด่นอยู่ตรงทางเข้าคาบูกิโจเลยก็คือ ดองกี้โฮเตะ สาขาชินจุกุคาบูกิโจ「DON QUIJOTE SHINJUKU KABUKICHO SHOP」

ชั้น B1F ของใช้ในชีวิตประจำวัน・1F คือ ของฝาก กระเป๋า สินค้าสำหรับชาวต่างชาติ・2F เครื่องสำอาง・3F เครื่องใช้ไฟฟ้า・สินค้าแบรนด์เนม หรือสินค้าของผู้ใหญ่ค่ะ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะช้อปปิ้งไม่ทันเลย

หลังจากที่เราได้ช้อปแบบเต็มที่แล้ว ต่อไปก็ไปหาข้าวทานกันซักหน่อย วันนี้เราจะไปกินร้านอาหาร คามูคูระ「KAMUKURA」กัน ร้านคามูคูระนี้จะอยู่กลางคาบูกิโจเลย เมื่อเข้าจากทางเข้าที่มีดองกี้ไปเรื่อยๆ ก็จะเจอร้านนี้เลย และที่จะต้องระวังเป็นพิเศษในบริเวณนี้ก็คือ “การเรียกลูกค้า” ค่ะ การเรียกลูกค้าเพื่อเข้าร้านคาราโอเกะหรือร้านนั่งดื่มต่างๆ เป็นเรื่องที่ผิดกฏหมาย ซึ่งร้านส่วนใหญ่ที่มีพนักงานเรียกลูกค้าเข้าร้านส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ไม่ค่อยน่าเข้าซักเท่าไหร่ หรือเป็นร้านที่ไม่คุ้ม อาจโดนหลอกได้ เพราะฉะนั้นถ้าเจอพนักงานพวกนี้มาเรียกเข้าร้านก็อย่าตามเขาไปนะคะ เราไม่มีทางรู้เลยว่าร้านที่เขากำลังจะพาเราไปเป็นร้านแบบไหน ถึงจะมีรูปมาให้ดูก็ไม่สามารถเชื่อได้ค่ะ

เดินจากดองกี้เข้าไปตามทางเดินประมาณซอยที่ 2 และเลี้ยวขวา ก็จะเจอกันร้านราเม็งคามูคูระเลย『KAMUKURA』

วิธีการสั่งอาหารก็คือต้องซื้อคูปองจากเครื่องจำหน่ายคูปองอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าเมนูทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่นแต่ที่นี่มีรูปให้ดูด้วยเพราะฉะนั้นเลือกดูจากรูปได้เลย ก่อนอื่นก็จะต้องใส่เงินเข้าไปก่อน กดเลือกเมนูที่ต้องการ คูปองที่เราเลือกก็จะออกมา ยื่นเมนูให้พนักงานเลย

ภายในร้านตกแต่งได้น่ารักมากๆ ดูเผินๆ เหมือนว่ามีแต่ที่นั่งแบบเคาเตอร์

แต่ที่จริงแล้วที่ชั้น 2 มีที่นั่งแบบโต๊ะด้วย เนื่องจากย่านคาบูกิโจนี้เป็นย่านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ดังนั้นจึงสามารถรองรับลูกค้าแบบกลุ่มใหญ่ได้ มีทั้งที่นั่งแบบ 4 คน หรือที่นั่งแบบโซฟาที่นั่งได้ประมาณ 10 คน แค่ชั้นสองอย่างเดียวสามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 50 คนเลย

วันนี้ ICHIGO-CHAN สั่งเป็น「GOLDEN DEEP-FRIED RICE BOWL SET」(1080 เยน)ถ้าแปลเป็นชื่อไทยก็คงแปลว่า เซ็ตเมนูข้าวไก่ทอดทองคำสไตล์ญี่ปุ่น ที่เสิร์ฟพร้อมกันราเม็งชามโต

เป็นราเม็งที่มีผักแบบจัดเต็ม และมีไก่ทอดน่าทานอยู่ในเซตด้วย

ราเม็งเราสามารถปรุงรสความเผ็ดได้ตามความชอบ แน่นอนว่ารสชาติแบบดั้งเดิมก็อร่อยอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ชอบทานเผ็ดปรุงซักหน่อยก็คงถูกปากเลย

ซึ่งสาเหตุที่ชื่อของเมนูนี้มีคำว่า “ทองคำ” “Golden” หรือภาษาญี่ปุ่น “KIN อ่านว่า คิน” ก็เพราะว่าไก่ทอดของที่นี่ได้รับรางวัลจากสมาคมไก่ทอดของญี่ปุ่น ดังนั้นร้านจึงตั้งชื่อเมนูว่าทองคำเพื่อเป็นที่ระลึกนั่นเอง เป็นไก่ทอดที่กรอบนอกนุ่มในอร่อยสมกับรางวัลที่ได้มาเลยจริงๆค่ะ

พนักงานที่ร้านพูดภาษาอังกฤษได้แบบคล่องมาก คงเพราะว่าลูกค้าส่นใหญ่ที่มาที่นี่เป็นชาวต่างชาติ ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งอะไรพนักงานก็ยิ้มแย้มต้อนรับอย่างดีเลย

ICHIGO-CHAN เข้าร้านมาแค่ 30 นาทีก็มีลูกค้าหลายกลุ่มเข้ามาในร้านเลย มีคนไทยด้วย

ข้างๆ「KAMUKURA」มีศาลเจ้าชื่อคาบูกิโจ โคเอ็น เบ็นไซเท็น「KABUKICHO KOUEN BENZAITEN」ซึ่งจะมีเอกลักษณ์เป็นรูปเสือโคร่งและมังกรดูน่าเกรงขาม ศาลเจ้านี้เป็นศาลเจ้าที่ถูกแบ่งออกมาจากUENO SHINOBAZUIKE BWNZAITEN ที่เราได้ไปมาเมื่อตอนเย็น ตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน

ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมื่อที่อยู่ในแหล่งบันเทิงที่ผู้คนมีความต้องการอย่างพลุ้นพล่านแบบนี้ ยิ่งศาลเจ้านี้ให้โชคเรื่องเงินทองด้วยแล้ว ก็ไม่แปลกเลยที่จะมีคนจำนวนมากมากราบไหว้ศาลเจ้าแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก

ICHIGO-CHAN ง่วงมากเลย เดินทางมาเมื่อเช้า แถมยังเดินช้อปปิ้งอีก เหนื่อยพอสมควรเลย เราไปที่พักกันเลยดีกว่า

การเดินทางจากชินจุกุไปโรงแรมนั้น สามารถนั่ง JR Yamanote Line สายยามาโนะเตะ หรือ TOEI OEDO Line สายโอเอโดะเพื่อไปลงที่สถานีชิมบาชิ Shimbashi Station ใกล้โรงแรมได้เลย แต่เราอุตส่าห์อยู่โตเกียวในหน้าซากุระแบบนี้แล้ว จะตรงกลับโรงแรมเลยก็คงน่าเสียดาย ถึงจะเหนื่อยแต่จะขอแวะไปที่ศาลเจ้าฮานะโซโนะ「HANAZONO JINJA」เพื่อไปดูซากุระอีกซักนิด

จากคามูคุระ「KAMUKURA」ไป ศาลเจ้าฮานะโซโนะ ใช้เวลาเดินไปเพียง 5 นาที ก่อนอื่นก็ต้องเดินย้อนไปทางเดินไปจนถึงแยกดองกี้และเลี้ยวซ้ายและตรงไปเรื่อยๆ

เดินมาจากสี่แยกที่ดองกี้มาซักพัก ก็จะเจอโทริอิขนาดใหญ่ของศาลเจ้าฮานาโซโนะอยู่ เป็นศาลเจ้าที่อยู่ใกล้ชินจุกุ คาบูกิโจ มากๆ ศาลเจ้านี้มีมาตั้งแต่ตอนที่พื้นที่ในชินจุกุยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ก่อนที่จะกลายเป็นเมืองที่เจริญเหมือนในขณะนี้ และเป็นที่เลื่อมใสของคนในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ในสมัยก่อนเลยค่ะ

ครั้งต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ไปชมซากุระที่ศาลเจ้าฮานาโซโนะและแนะนำโรงแรม「HOTEL・MUSSE GINZA」ที่พักของเราในคืนนี้กันค่ะ

【ตารางการเดินทางDay1-4 SHINJUKU/KAMUKURA/HANAZONO JINJA SHRINE】

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶