Day1-4 เที่ยวชม “เมจิมูระ MEIJI MURA” และเดินทางเข้าร่วมงานงานเวิลด์ คอสเพลย์ ซัมมิต World Cosplay Summit 2018

ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day1-4 เที่ยวชม “เมจิมูระ MEIJI MURA” และเดินทางเข้าร่วมงานงานเวิลด์ คอสเพลย์ ซัมมิต World Cosplay Summit 2018

INUYAMA-NAGOYA-MINOKAMO-NAGOYA

 “เมจิมูระ MEIJI MURA” ที่เพื่อนๆ สามารถเดินเล่นถ่ายรูปในบรรยากาศแบบเรโทร ไปพร้อมๆ กับการแต่งชุดญี่ปุ่นเดินเที่ยวไปรอบๆ เราจะรีบไปเปลี่ยนเป็นชุดญี่ปุ่น เพื่อเดินเที่ยวภายในบรรยากาศเมืองเก่า จากนั้นก็จะนั่งจิบชาทานขนมที่คาเฟ่ในตึกเก่าของโรงแรม「IMPERIAL HOTEL」ที่เป็นโรงแรมเก่าแก่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น

ภายใน “เมจิมูระ MEIJI MURA” ที่กว้างขวางนี้จะมีอาคารที่มีเสน่ห์และกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุกอยู่มากมาย

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชม “เมจิมูระ MEIJI MURA” กันต่อ จากนั้นเดินทางเพื่อไปเข้าร่วมงานอีเว้นท์ที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้กับงานเวิลด์ คอสเพลย์ ซัมมิต World Cosplay Summit 2018 ที่「OASIS 21」กันค่ะ

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้เพลิดเพลินกับคาเฟ่ที่เป็นเมนูเดียวกับที่ถูกเสิร์ฟในโรงแรม IMPERIAL HOTEL แล้ว เราจะเดินออกจากตึกและตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับมุมซุ้มรูปหัวใจน่ารักๆ ให้ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันซักหน่อย

ในบริเวณ Area 5(5丁目)ที่เดียวกับตึกเก่าโรงแรม IMPERIAL HOTEL นี้มีตึกห้องขังนักโทษด้วยค่ะ ซึ่งที่นี่จะมีการจำลองห้องขัง Kanazawa Prison (金沢監獄) ที่เคยถูกสร้างขึ้นมากกว่า 110 ปีเมื่อปีพ.ศ.2450 มีทั้งประตูทางเข้า, “ป้อมสังเกตุการณ์” และ “ห้องขัง” น่าแปลกใจเล็กน้อยที่ตึกนี้ได้รับความนิยมในหมู่ท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าคนญี่ปุ่นอีกค่ะ ถ้าใครอยากรู้ว่าด้านในเป็นยังไงก็ลองเข้าไปดูกันเลย เดินผ่านประตูทางเข้าที่สร้างด้วยอิฐแบบคลาสสิค เพื่อเข้าไปดูในห้องขังกันเลย

เมื่อผ่านประตูทางเข้ามาแล้ว ก็จะเจอตึกป้อมตรวจตราหกเหลี่ยมแบบไม้สุดคลาสสิค โดยตึกนี้จะมีตึกแถวยาวแผ่ออกไปเป็นห้าแฉก จากจุดสังเกตุการณ์ที่อยู่ศูนย์กลางนี้ จะถูกสร้างให้สามารถมองเห็นทางเดินระหว่างตึก 5 แถวนี้ได้ ซึ่งการก่อสร้างแบบนี้ยังคงถูกใช้ในห้องขังนักโทษ หรือโรงพยาบาลที่จำเป็นต้องสังเกตุการณ์ผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา จนถึงปัจจุบันอีกด้วย

ซึ่งเมื่อเข้าไปด้านในในส่วน “ห้องขัง” ก็สามารถเข้าไปถ่ายรูปด้านในห้องขังนักโทษได้ เป็นจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากเลยทีเดียว ภายในห้องขังที่มีขนาดเพียง 2.5m คูณ 1m นี้จะมีทั้งห้องน้ำ อ่างล้างหน้า อยู่ในส่วนเดียวกับพื้นที่นอนเท่านั้น

หลังจากที่ได้เพลิดเพลินบริเวณ Area 5(5丁目) ที่มีจุดที่น่าสนใจให้ดูมากมายอย่างโรงแรม Imperial Hotel หรือ ห้องขังนักโทษ Kanazawa Prison แล้ว เราจะไปนั่งรถจักรไอน้ำ อีกรอบเพื่อออกเดินทางกันต่อเลย ซึ่งในส่วน สถานีโตเกียว SL Tokyo Station ในบริเวณ Area 5 นี้จะมีร้านขายของขนาดใหญ่อยู่ ที่นั่นเราสามารถเลือกซื้อของฝากต่างๆ ได้มากมายรวมไปถึงสินค้าเฉพาะของหมู่บ้านเมจิ “เมจิมูระ” นี้อีกด้วย

ภายในร้านค้าที่กว้างขวางนี้ จะมีสินค้าวางจำหน่ายอยู่หลากหลายชนิด ทั้งขนม ของจุกจิก หรือสินค้าออริจินัลของที่นี่ และดูเหมือนว่าสินค้าที่ได้รับความนิยมและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดน่าจะเป็น「MEIJIMURA PRINT COOKIE(明治村プリントクッキー)」(12 ชิ้น 630 เยน)

ซึ่งบนขนมคุกกี้นมนี้จะมีการปริ้นท์บรรยากาศหมู่บ้านเมจิแห่งนี้เอาไว้มีทั้งตู้ไปรษณีย์เก่า นาฬิกาพกพา และรถยนต์ อาจดูเหมือนว่าเป็นขนมที่ขายอยู่ทั่วไป แต่นอกจากจะมีลายปริ้นท์หมู่บ้านแล้ว รสชาติของคุ๊กกี้ก็อร่อยมากๆ เช่นกัน ทั้งกรอบและหอมกลมกล่อมมากๆ

ICHIGO-CHAN ได้ซื้อ “โคเคชิรามูเนะ”「KOKESHI RAMUNE」(220 เยน)เป็นการผสมผสานกันระหว่างเครื่องดื่ม “รามูเนะ” ที่บรรจุในขวดแก้วที่อยู่คู่คนญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ กับ “โคเคชิ”「KOKESHI」ตุ๊กตาไม้โบราณของญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน พอได้ดื่มแล้วก็รู้สึกสดชื่น ดับความร้อนท่ามกลางอุณภูมิกว่า 37 องศานี้ได้เป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว ขวดก็น่ารัก น่าเอาเก็บกลับบ้านไปด้วยมากๆ เลย

หลังจากที่ได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่「สถานีโตเกียว TOKYO STATION」แล้ว เราจะนั่งรถจักรไอน้ำ ไปอีกประมาณ 5 นาที เพื่อเดินทางไปที่「สถานีนาโกย่า Nagoya Station」กันค่ะ รถ SL ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งรถไฟโทมัส คาแรคเตอร์รถไฟน่ารักๆ เลย ขึ้นกี่ทีๆ ก็ไม่เบื่อเลยค่ะ

นั่งรถไฟมา 5 นาทีเท่านั้น ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึงสถานีนาโกย่าเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสถานีนาโกย่านี้จะตั้งอยู่ในบริเวณ Area 4 ซึ่งที่นี่ก็เป็นจุดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายเหมือนกับ Area 5 ที่มีทั้ง Imperial Hotel และ Kanazawa Prison ซึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษเลยก็คือตึก「Japan Red Cross Society Central Hospital」ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นจากที่ดินและพระราชทรัพย์ ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2433 มากกว่า 120 ปีที่ผ่านมา เป็นโรงแรมที่ถูกสร้างมาดูหรูหราเหมือนโรงแรมหรูเลยค่ะ

และที่นี่ก็คือที่ทำการไปรษณีย์อุจิยามาดะ「Uji-yamada Post Office」เป็นตึกที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2453 ยาวนานกว่า 108 ปีหลังจากที่สิ้นสุดกิจการลง ไปรษณีย์แห่งนี้ก็มาเกิดขึ้นอีกครั้งที่ หมู่บ้านเมจิแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเปิดทำการเป็นไปรษณีย์ ที่สามารถติดต่อเรื่องส่งจดหมาย ส่งสินค้า บริการทางการเงินและการประกันอยู่นั่นเอง นอกจากนี้ที่นี่ยังจำหน่ายตราไปรณีย์เฉพาะของหมู่บ้านเมจิ และตราปั้มเฉพาะของที่นี่ ให้ได้ส่งไปยังครอบครัวหรือเพื่อนๆ เป็นของที่ระลึกได้อีกด้วย

บริเวณ Area 4 นี้นอกจากนี้ยังมี การแสดงละคร และ การล่าเรื่อง ที่สามารถรับชมได้ที่โรงละคร 「Kureha-za Theater」และยังมีโรงอาบน้ำ「Azuma-yu」อีกด้วย แค่เที่ยวรอบๆ บริเวณนี้ก็ใช้เวลาเกือบครึ่งวันเลยทีเดียว

และสถานที่สุดท้ายที่เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูก็คือ ที่ว่าการประจำจังหวัดมิเอะ Mie Prefectural ซึ่งเป็นตึกที่ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2422 (ปีค.ศ.1879) เมื่อ 140 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงปลายคริสต์ศักราชที่ 1800 (ปีพ.ศ.2343) เป็นช่วงสิ้นสุดยุคที่วัดครอบครองญี่ปุ่น โดยช่วงนี้เป็นช่วงที่แต่ละจังหวัดในญี่ปุ่นนิยมสร้างสถานที่ราชการให้เป็นแบบตะวันตกที่หรูหรา เป็นการผสมผสานกันระหว่างเอเชียกับยุโรป คล้ายๆ พระบรมมหาราชวัง ที่ประเทศไทยเลยค่ะ

และเราก็ได้เที่ยวชมรอบๆ “เมจิมูระ” แบบคร่าวๆ นี่ถือว่าเรายังเที่ยวไม่ครบทุกทีเลยนะคะ แต่วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูที่ต่างๆ เพียงเท่านี้ เพราะว่าตอนนี้ก็ได้เวลาเดินทางไป “ซาคาเอะ SAKAE” เพื่อไปเข้าร่วมงานคืนก่อนวันงานกับ “เวิลด์ คอสเพลย์ ซัมมิต World Cosplay Summit 2018 Eve Parade” กันแล้ว

ซึ่งการเดินทางไป “ซาคาเอะ SAKAE” สถานที่จัดงาน “งานเวิลด์ คอสเพลย์ ซัมมิต World Cosplay Summit 2018” นั้นจะมีอยู่ 2 วิธีคือ

① เดินทางด้วย “รถบัส”

② เดินทางด้วย “รถไฟ MEITETSU” และ “รถไฟใต้ดิน”

ซึ่งในครั้งนี้ ICHIGO-CHAN เลือกเดินทางด้วย ข้อที่ ② คือนั่ง “รถไฟ MEITETSU” และต่อด้วย “รถไฟใต้ดิน”

ก่อนอื่นจะต้องนั่งบัสเพื่อเดินทางไปยัง “อินุยามะ” สถานีที่ใกล้ที่สุดก่อน เราจะขึ้นรถบัสจากประตูกลาง และลงรถจากประตูหน้า โดยขณะขึ้นรถจะต้องหยิบตั๋วรถออกมาจากเครื่องออกตั๋วที่อยู่ข้างซ้ายประตูทางเข้าก่อน ตามภาพในวงกลมสีเหลือง เมื่อหยิบแล้วก็หาที่นั่งได้เลย

วิธีลงจากรถบัสนั้น ก่อนลงจากรถบัส จะต้องเช็คราคาค่าโดยสารจากจอมอนิเตอร์ที่อยู่ด้านหน้ารถบัสข้างคนขับ โดยสามารถเช็คราคาได้จากช่องตัวเลขที่ตรงกับตั๋วรถบัสที่หยิบมาตอนขึ้นรถ จากนั้นก็เตรียมเงินค่าโดยสารให้เรียบร้อย และจ่ายเงินได้ที่ช่องจ่ายเงินที่อยู่ข้างคนขับ ขณะลงจากรถ ซึ่งจะต้องใส่เงินไปตามจำนวนเท่านั้น หากไม่มีเหรียญก็สามารถแลกได้ที่เครื่องแลกเหรีญที่อยู่ข้างกันได้เลย

การเดินทางจาก “หมู่บ้านเมจิ” ไป “สถานีอินุยามะ” จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ค่าโดยสาร 420 เยน

เมื่อลงรถบัสที่สถานีอินุยามะแล้ว ก็เดินตรงไปตามทาง และเข้าไปในอาคารสถานีจากประตูตะวันออก EAST EXIT( 東口) สถานีอินุยามะเลย

เมื่อเข้าไปในสถานีเรื่อยๆ ก็จะเจอเครื่องจำหน่ายตั๋วอยู่ซ้ายมือ เราจะไปซื้อตั๋วกันก่อนเลย

ก่อนอื่นก็จะต้องเช็คราคาค่าโดยสารจากบอร์ดแผนผังเส้นทางรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ จากนั้นก็ใส่เงินเข้าไปในเครื่อง และกดจำนวนค่าโดยสารให้ตรงกับสถานที่ที่ต้องการไป เท่านี้ก็เรียบร้อย

ค่าเดินทางจากสถานีอินุยามะ ไป สถานีรถไฟเมเท็ตสึ นาโกย่า MEITETSU NAGOYA STATION อยู่ที่ 550 เยน ก็กดปุ่ม 550 บนหน้าจอเลย

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็เดินไปทางซ้ายมือ จนสุดทาง เพื่อลงบันไดไปที่ชานชาลาหมายเลข 1・2 เราจะนั่งรถไฟ เพื่อไปลงที่สถานีรถไฟเมเท็ตสึ นาโกย่า กันเลย

การเดินทางไปนาโกย่านั้น หากขึ้นรถไฟแบบด่วนพิเศษมุ่งหน้าไปสู่โทโยฮาชิ (豊橋行特急) รอบเวลานาทีที่ 07・37 ในแต่ละชั่วโมงก็จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 26 นาที ส่วนรถไฟแบบ Express(急行)  รอบเวลานาทีที่ 24・54 ในแต่ละชั่วโมงจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 34 นาที

รถไฟเมเท็ตสึ จะมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งที่นั่งแบบ Long Seat เป็นแถวยาว หรือที่นั่งแบบที่พนักพิงหันหน้าเข้าหากันแบบ Cross Seat ให้เลือกนั่งมากมาย ซึ่งครั้งนี้ ICHIGO-CHAN ได้นั่งแบบ Long Seat เป็นแถวยาว โดยเราได้ใช้เวลาเดินทางมาถึงสถานีรถไฟเมเท็ตสึ นาโกย่า เป็นเวลา 34 นาที แต่ว่าจุดมุ่งหมายของเราก็คือ “ซากาเอะ” เพราะฉะนั้นเราจะเปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินสายฮิงาชิยามะ Subway Higashiyama Line กันค่ะ

โดยเมื่อลงจากรถไฟแล้วก็เดินออกจากช่องตรวจตั๋ว「Central Gates(中央改札口)」ที่อยู่เยื้องไปทางขวามือด้านหน้าบันไดที่อยู่ภายในสถานี ออกจากช่องตรวจไปทางขวามือ จากนั้นก็ลงบันไดไปซักพักก็จะเจอลานจุดนัดพบของสถานีรถไฟใต้ดินเลย

เมื่อมาถึงลานจุดนัดพบสถานีแล้ว ก็เดินไปทางซ้ายมือ และเดินไปซักพักก็จะเจอเครื่องจำหน่ายตั๋วและช่องตรวจตั๋วของรถไฟใต้ดินสายฮิงาชิยามะ Subway Higashiyama Line เลย เราจะซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินกันที่นี่ค่ะ ซึ่งวิธีการซื้อตั๋วก็จะเหมือนกับตอนที่ซื้อตั๋วรถไฟเมเท็ตสึเลย คือ ก่อนอื่นจะต้องเช็คราคาค่าโดยสารจากบอร์ดแผนผังเส้นทางรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ จากนั้นก็ใส่เงินเข้าไปในเครื่อง และกดปุ่มราคาให้ตรงกับที่เช็คไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย

ราคาตั๋วจากสถานีนาโกย่า ไปสถานีซากาเอะจะอยู่ที่ 200 เยน เพราะฉะนั้นก็กดปุ่ม 200 เยนบนหน้าจอเลย

เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วมาแล้ว ก็ลงบันไดไปแล้วก็จะเข้ามาสู่ชานชาลารถไฟใต้ดินสายฮิงาชิยามะ Subway Higashiyama Line โดยขึ้นรถไฟจากชานชาลาหมายเลข 1 เพื่อไปลงที่สถานีที่ 2 ที่「สถานีซากาเอะ SAKAE STATION」

เมื่อลงรถไฟที่สถานีซากาเอะแล้ว ก็เดินขึ้นบันไดที่อยู่บริเวณหน้าชานชาลาและออกจากช่องตรวจตั๋วไปเลย เมื่อออกจากช่องตรวจตั๋วแล้วก็จะมาสู่สถานที่จัดแสดง “งานเวิลด์ คอสเพลย์ ซัมมิต World Cosplay Summit 2018” ในครั้งนี้เลย ซึ่งก่อนถึงเวลาช่วงคืนก่อนวันงานเราจะมีเวลาอยู่เล็กน้อย แต่เหล่านักคอสเพลย์ก็จะมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ICHIGO-CHAN ก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

ครั้งหน้าเราจะพาเพื่อนๆ ไปเข้าร่วมงานคืนก่อนวันงานกับ “เวิลด์ คอสเพลย์ ซัมมิต World Cosplay Summit 2018 Eve Parade” กันค่ะฝากติดตามด้วยนะคะ♪

【ตารางการเดินทาง Day1-4 MEIJIMURA】

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶