Dat3-1 อิ่มอร่อย ช้อปปิ้ง ชมวิว อย่างจุใจที่「DECKS TOKYO BEACH」ใน “โอไดบะ”

ROUND THE C・H・I

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day3-1 การเดินทางจากตัวเมืองโอซาก้า ไปสู่เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นที่ “โตเกียว”

OSAKA-HYOGO-OSAKA-TOKYO

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้เพลิดเพลินไปกับงานเทศกาลฤดูร้อนของโอซาก้ากับงานเทศกาลเท็นจินไปแบบเต็มที่ทั้ง 2 วัน ทั้งได้ชมงานดอกไม้ไฟที่สวยงามตระการตา และได้ทานโอโคโนมิยากิ อาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าที่ร้าน「BON-SHIGE」จากนั้นเข้าพักที่โรงแรมราคาประหยัดที่「HOTEL SHIN-IMAMIYA」แล้ว

Day2-4 ทานอาหารเย็นที่ร้านโอโคโนมิยากิ「BON-SHIGE」และเข้าเช็คอินที่โรงแรม「HOTEL SHIN-IMAMIYA」

ทริปของเราก็เข้าสู่วันที่ 3 แล้วค่ะ วันนี้เราจะมุ่งหน้าไปที่โตเกียวเพื่อไปที่ “โอไดบะ” จากนั้นก็จะไปเข้าร่วมงานเทศกาลฤดูร้อนของโตเกียวกับงาน「Tsukiji Hongabji Bon-Odori」

โดยวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ เดินทางไป “โตเกียว” โดยระหว่างทางเพื่อนๆ จะได้ชมวิวสวยๆ ไปพร้อมๆ กับทานข้าวกล่องญี่ปุ่น「EKIBEN」กันค่ะ

ICHIGO-CHAN ได้เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมราคาประหยัด ที่ทั้งถูกและดีที่「HOTEL SHIN-IMAMIYA」ราคาห้องทวินเพียงคืนละ 3180 เยนเท่านั้น

หลังจากนี้เราจะเดินทางออกจากโอซาก้าเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ “โตเกียว TOKYO” โดยการเดินทางจากโอซาก้าไปโตเกียวนั้นจะมีอยู่ 3 วิธีก็คือ รถไฟโทไคโดชินคันเซ็น TOKAIDO SHINKANSEN รถบัส และ เครื่องบิน ซึ่งวันนี้เราจะเลือกเดินทางด้วย รถไฟโทไคโดชินคันเซ็น TOKAIDO SHINKANSEN กันค่ะ รถไฟโทไคโดชินคันเซ็น จะออกจากสถานีชินโอซาก้า SHIN OSAKA STATION เพราะฉะนั้นเราจะต้องนั่งรถไฟใต้ดินสายมิโดซึจิ MIDOSUJI LINE ไปก่อนจะสะดวกที่สุด

ก่อนอื่นจะต้องออกจากโรงแรมไปทางซ้ายมือ จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 3 นาที เพื่อมุ่งหน้าไปรถไฟใต้ดินสถานีโดบุสึเอ็นมาเอะ DOUBUTSUEN-MAE STATION สายมิโดซึจิ MIDOSUJI LINE

เมื่อลงบันไดมาแล้ว ก็จะเจอเครื่องจำหน่ายตั๋วและช่องตรวจตั๋วอยู่ทางขวามือ ก่อนจะขึ้นรถไฟเราจะต้องซื้อตั๋วรถไฟกันก่อน โดยเช็คราคาตั๋วรถไฟได้จากบอร์ดแผนผังเส้นทางรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋ว เพื่อเช็คราคาตั๋วรถไฟไป “สถานีชินโอซาก้า”「SHIN OSAKA STATION」(280 เยน)เมื่อเช็คเรียบร้อยแล้วก็กดไปที่ปุ่ม English บนหน้าจอ จากนั้นก็กดปุ่ม「Tickets」และใส่เงินเข้าไปในเครื่อง ต่อด้วยปุ่ม「280」เท่านี้ก็เรียบร้อย

เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วเข้ามาแล้ว ก็เดินลงบันไดที่อยู่ขวามือ เพื่อไปที่ชานชาลาหมายเลข 2 ซึ่งชานชาลาของสถานีโดบุสึเอ็นมาเอะ ที่แปลว่า สถานีหน้าสวนสัตว์ ก็จะมีรูปสัตว์เต็มไปหมดทั้งชานชาลาเลยค่ะ

จากชานชาลาหมายเลข 2 นี้จะมีรถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่「SENRI-CHUO千里中央」「ESAKA江坂」「SHIN OSAKA新大阪」สามารถนั่งได้ทั้งหมด โดยจะต้องนั่งไปสถานีชินโอซาก้า นั่งไป 9 สถานีใช้เวลาประมาณ 20 นาที ระหว่างทางเมื่อผ่านสถานีนาคาสึ รถไฟจะแล่นขึ้นบนดินอยู่ช่วงหนึ่ง สามารถชมวิวเมืองโอซาก้าและแม่น้ำโยโดงาวะที่ไหลอยู่บริเวณทางเหนือของโอซาก้าได้อีกด้วย

เมื่อถึงสถานีชินโอซาก้าที่เราจะต้องมาเปลี่ยนรถไฟแล้ว ก็เดินลงบันไดเลื่อนที่อยู่บริเวณกลางชานชาลา จากนั้นก็ผ่านออกจากช่องตรวจตั๋วที่อยู่ทางขวามือ เมื่อผ่านออกมาแล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ

และทางเดินก็จะถูกแบ่งออกเป็นซ้ายและขวา ไม่ว่าทางไหนก็สามารถไปที่ช่องตรวจตั๋วรถไฟชินคันเซ็นได้ทั้งหมด ซึ่งทางเดินทางด้านขวามือ จะมีทั้งร้านขายของฝากต่างๆ คาเฟ่ DEAN & DELUCA ร้านขายขนมทานเล่น หรือร้านของข้าวกล่องขึ้นชื่อในแถบคันไซ ฯลฯ เป็นต้น ยิ่งถ้าเราต้องเดินทางจากชินโอซาก้า ไปโตเกียว ที่ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งแล้วยิ่งจะต้องหาอะไรทานระหว่างการเดินทางมากๆ เลยค่ะ ซึ่งบริเวณนี้ก็เหมาะมากๆ

เมื่อเดินเลยร้านขายข้าวกล่องมา จนเจอร้านคาเฟ่ DOUTOR ที่อยู่ทางขวามือแล้ว ก็ให้เดินไปทางซ้ายมือเลย จากนั้นก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ขวามือไปก็จะเป็นช่องตรวจตั๋วของรถไฟชินคันเซ็นเลย และที่ด้านขวาของช่องตรวจตั๋วจะมีเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติและเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วอยู่ค่ะ ซึ่งตั๋วรถไฟชินคันเซ็นนั้นสามารถซื้อได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วเช่นกัน แต่ทว่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเล็กน้อย โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ภาษาญี่ปุ่น หรือไม่ถนัดภาษาอังกฤษค่ะ เพราะฉะนั้นเราจึงอยากแนะนำให้ไปซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเลยดีกว่า ทั้งชัวร์และสะดวกว่าแน่นอน ยิ่งถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ยิ่งแนะนำเลยค่ะ

ในกรณีที่เพื่อนๆ จองตั๋วแบบจองที่นั่งล่วงหน้า Reserved Seat ก็แนะนำให้จองที่นั่ง E หรือ D เอาไว้นะคะ

โดยปกติแล้วที่นั่งธรรมดาของ รถไฟโทไคโดชินคันเซ็น TOKAIDO SHINKANSEN จะแบ่งออกเป็นฝั่งละ 2 ที่นั่ง และ 3 ที่นั่ง โดยมีทางเดินกั้นระหว่างกลาง รวมเป็น 5 แถว กรณีที่มุ่งหน้าจากสถานีชินโอซาก้าไปสู่สถานีโตเกียว ที่นั่งทางฝั่งขวาจะมี 3 แถวคือ ABC ส่วนที่นั่งทางฝั่งซ้ายจะมี 2 แถวคือ DE เพราะฉะนั้นถ้าจองก็แนะนำให้จองที่นั่งแถว DE เอาไว้ค่ะ ยิ่งถ้าเป็นวันที่อากาศดีก็ยิ่งแนะนำเลย ถ้าจะต้องเดินทางช้าไปอีก 1 ถึง 2 รอบแต่ถ้าได้ที่นั่ง DE ก็อยากให้จองเอาไว้เลยค่ะ สาเหตุก็เพราะว่า……อะไรเราจะมาบอกกันในครึ่งหลังนะคะ

ถ้าจะต้องนั่งรถไฟชินคันเซ็น แนะนำให้นั่งรถไฟที่ออกตัวจากสถานีชินโอซาก้าเป็นสถานีแรกค่ะ(โดยเฉพาะช่วงเวลาที่คนเยอะ)รถไฟ “NOZOMI” ของ โทไคโดชินคันเซ็น TOKAIDO SHINKANSEN จะแบ่งออกเป็น SANYO SHINKANSEN ที่มุ่งหน้าจาก ฮากาตะ ฮิโรชิมะ หรือ โอคายามะ มุ่งตรงไปยังโตเกียว และชินคันเซ็นที่ออกตัวจากสถานีชินโอซาก้า ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วรถไฟที่ออกตัวจากสถานีชินโอซาก้าจะคนน้อยกว่ามากๆ ค่ะ วิธีสังเกตุคือ หมายเลขที่กำกับอยู่หลังชื่อรถไฟ NOZOMI โดยตัวเลขสองหลักไปจนถึงเลข 100 จะเป็น SANYO SHINKANSEN ส่วน ตัวเลขตั้งแต่ 200 ขึ้นไปจะเป็นของ รถไฟที่ออกตัวและสิ้นสุดที่สถานีชินโอซาก้าค่ะ(ยกเว้นบางส่วน)

โทไคโดชินคันเซ็น TOKAIDO SHINKANSEN ที่ออกตัวจากสถานีชินโอซาก้า จะออกตัวจากชานชาลาหมายเลข 23–27 เพื่อนๆ สามารถเช็คว่ารถไฟที่ตัวเองนั่งจะออกจากชานชาลาใด ได้ที่บอร์ดแสดงเวลารถไฟที่อยู่บนช่องตรวจตั๋วได้เลยค่ะ ซึ่งภายในสถานีรถไฟหลังจากผ่านช่องตรวจตั๋วแล้ว ก็มีร้านค้าต่างๆ มากมายทั้งร้านจำหน่ายของกล่องเบ็นโต๊ะขึ้นชื่อของ TOKAIDO SHINKANSEN・SANYO SHINKANSEN  ร้านขนม ร้านกับแกล้ม หรือร้านเครื่องดื่มต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังมี STARBUCKS อยู่อีกด้วย เพราะฉะนั้นจะผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วมาก่อนก็มีอะไรให้เดินอยู่เยอะอยู่พอสมควรเลยค่ะ

รถไฟที่ ICHIGO-CHAN นั่งในวันนี้จะออกตัวจากชานชาลาหมายเลข 27 สามารถไปรอรถไฟได้ตามโบกี้ที่ระบุไว้บนตั๋วรถไฟเลยค่ะ โดยเพื่อนๆ สามารถเช็คโบกี้ได้จากบอร์ดป้ายไฟที่อยู่ภายในชานชาลาได้เลย ซึ่ง รถไฟ NOZOMI ของโทไคโดชินคันเซ็น TOKAIDO SHINKANSEN ในโบกี้ที่ 1 ถึง 3 จะเป็นโบกี้ของที่นั่งแบบ Non-Reserved Seat ส่วนโบกี้ที่ 4 ถึง 7 และ 11 ถึง 16 คือที่นั่งแบบ Reserved Seat ส่วนโบกี้ที่ 8 ถึง 10 จะเป็นที่นั่งแบบ Green Car(First Class)ค่ะ

รถไฟส่วนใหญ่ทั้งแบบด่วนพิเศษ และแบบชินคันเซ็น จะสามารถหมุนพนักที่นั่งให้หันหน้าเข้าหากันได้ โดยการเหยียบแป้นเหล็กที่อยู่ในวงกลมสีเหลืองด้านข้างล่างที่นั่งและหมุน เท่านี้ก็สามารถนั่งหันหน้าเข้าหากันได้ทั้งแบบ 4 คน หรือ 6 คนเลยค่ะ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวกันเป็นกลุ่มมากๆ

รถไฟชินคันเซ็น NOZOMI จะวิ่งด้วนความเร็ว 285km เพื่อเดินทางจากชินโอซาก้า - โตเกียว โดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น เมื่อออกจากสถานีชินโอซาก้าแล้ว ก็จะหยุดระหว่างทางเพียง 4 สถานีคือ เกียวโต นาโกย่า ชินโยโกฮามะ และชินางาวะ เพื่อเดินทางไปยังโตเกียว ระหว่างทางเราก็จะได้ชมวิวที่สวยงามของแต่ละพื้นที่ ทั้งเกียวโตทาวเวอร์ ทะเลสาบฮามานะ หรือหากอากาศดีท้องฟ้าแจ่มใสก็สามารถชมวิวภูเขาฟูจิได้อีกด้วย ซึ่งวิวในแต่ละที่จะอยู่ทางที่นั่งฝั่งซ้ายคือ D และ E ทั้งหมด เพราะฉะนั้นหากได้เดินทางจากสถานีชินโอซาก้าไปโตเกียว ไหนๆ ก็ได้นั่งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นแล้ว แนะนำให้จองที่นั่งทางฝั่งนี้ไว้เลย จะได้ชมวิวสวยๆ ระหว่างการเดินทางนะคะ

และสิ่งที่เราสามารถเพลิดเพลินไปได้พร้อมๆ กับวิวที่สวยงามระหว่างการนั่งรถไฟชินคันเซ็นนั่นก็คือข้าวกล่องญี่ปุ่น ที่มีจำหน่ายทุกที่ในสถานีหลักๆ อย่างสถานีชินโอซาก้า หรือสถานีโตเกียว ของโทไคโดชินคันเซ็น TOKAIDO SHINKANSEN ส่วนข้าวกล่องที่ ICHIGO-CHAN เลือกมาก็คือ 「HACHIKAKU BENTO」หรือ “ข้าวกล่องแปดเหลี่ยม”(1100 เยน)ขึ้นชื่อของโอซาก้า  ทั้งข้าว เมนูปลาอาคะอุโอะย่างมิโซะ แกงเนื้อวัวและเห็ดไมทาเกะ อาหารทะเลต้ม ปลาหมึกย่างหอยเม่นอุนิ แกงมันเผือกและรากบัว ไข่ม้วน ฯลฯ อีกมากมาย เป็นหนึ่งข้าวกล่องที่อัดแน่นไปด้วยอาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าเลยทีเดียว ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติไม่น้อยเลยทีเดียว

เราได้นั่งรถไฟโทไคโดชินคันเซ็น TOKAIDO SHINKANSEN ออกมาจากสถานีชินโอซาก้าเป็นเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึง “สถานีโตเกียว TOKYO STATION” เป็นที่เรียบร้อย และสถานที่แรกที่เราจะไปภายในโตเกียวก็คือ「โอไดบะ ODAIBA」โดยเราจะเดินทางจากสถานีโตเกียว ไปโอไดบะ ด้วยรถไฟ JR Yamanote Line หรือ Keihin Tohoku Line ไปที่สถานี SHINBASHI STATION ก่อนจากนั้น ก็ค่อยเปลี่ยนรถไฟเป็นรถไฟยูริคาโมเมะ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่สถานี ODAIBA-KAIHINKOEN STATION วิธีการเดินทางนี้จะสะดวกที่สุดค่ะ

โดยก่อนอื่นจะต้องลงบันไดหรือบันไดเลื่อนที่อยู่กลางชานชาลาเพื่อลงไปที่ชั้นช่องตรวจตั๋วก่อน

เมื่อลงมาแล้ว ก็เดินไปตามทางเดินที่มุ่งไปสู่ช่องตรวจตั๋ว ระหว่างทางเราจะเห็นป้ายที่เขียนว่า「JR Line・Subway」ให้เดินไปทางซ้ายมือตามป้ายเลย จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอช่องตรวจตั๋วเพื่อเปลี่ยนรถไฟระหว่างชินคันเซ็น และ สาย JR(เส้นทางทั่วไป)

เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วมาแล้วก็เดินไปทางขวามือ จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ เพื่อไปที่ชานชาลาหมายเลข 5/6 ของรถไฟสายยามาโนเตะ Yamanote Line・Keihin Tohoku Line การเดินทางจากสถานีโตเกียว ไปสถานีชิมบาชิ ด้วย Yamanote Line・Keihin Tohoku Line นั้นจะต้องนั่งไป 2 สถานี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 นาที ซึ่งช่วงเวลากลางวันของสาย Keihin Tohoku Line ของรถไฟด่วน จะวิ่งผ่านสถานีชินบาชิไปเลย เพราะฉะนั้นถ้านั่งสาย Yamanote Line สายสีเขียวจะชัวร์กว่านะคะ

เราจะนั่งรถไฟจากสถานีโตเกียวไป 2 สถานี ใช้เวลา 3 นาทีเพื่อมาลงที่สถานีชินบาชิ SHINBASHI STATION เมื่อถึงสถานีชินบาชิแล้วก็ลงบันไดที่อยู่ภายในชานชาลา เพื่อผ่านออกจากช่องตรวจตั๋วที่อยู่ตรงหน้า และเดินตรงไปเรื่อยๆ เพื่อไปทางเชื่อมไปสู่สถานีรถไฟของ “ยูริคาโมเมะ”「YURIKAMOME(ゆりかもめ)」แต่ก่อนไปเราจะฝากสัมภาระต่างๆ เอาไว้ที่ล๊อคเกอร์ที่สถานีชินบาชิก่อน โดยออกจากตึกสถานีชินบาชิไปทางซ้ายมือ ก็จะเจอล๊อคเกอร์เรียงอยู่มากมาย ซึ่งล๊อคเกอร์ที่นี่จะมีทั้งหมด 3 ไซส์ คือ

ไซส์ S 400 เยน(ไม่สามารถใส่กระเป๋าเดินทางได้)・ไซส์ M 500 เยน(สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดเล็กได้)・ไซส์ L 700 เยน(สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้)

ล๊อคเกอร์ที่ว่างอยู่ก็คือล๊อคเกอร์ที่มีไฟสีเขียวข้างประตู วิธีใช้ก็ไม่ยากเลยค่ะ ก่อนอื่นก็ใส่ของที่ต้องการฝากให้เรียบร้อย จากนั้นปิดประตูดันจนกว่าประตูจะล๊อคอัตโนมัติ เมื่อประตูล๊อคแล้วก็เดินไปเช็คหมายเลขตู้ที่ฝากว่าตรงกับหมายเลขที่แสดงอยู่บนหน้าจอหรือไม่ ต่อไปก็สามารถเลือกชำระด้วย「CASH」จากนั้นก็หยิบใบรับสัมภาระสีชมพูที่มี PIN NO ระบุออกมาจากเครื่อง และเก็บเอาไว้ให้ดี เท่านี้ก็เรียบร้อย ใบนี้ห้ามทำหายโดยเด็ดขาดเลยนะคะ ถ้าหายก็ไม่สามารถเอาของออกมาได้เลย เฉพาะฉะนั้นถ่ายรูปเก็บไว้ป้องกันหายก็น่าจะดีนะคะ

เมื่อฝากของเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรถไฟ “ยูริคาโมเมะ”「YURIKAMOME(ゆりかもめ)」 ไปที่ “โอไดบะ” กันเลย ซึ่งทางเข้าสถานีรถไฟ  “ยูริคาโมเมะ”「YURIKAMOME(ゆりかもめ)」จะอยู่หน้าทางออกสถานีชินบาชิที่เราออกมาเมื่อซักครู่เลย เมื่อเดินเข้ามาในทางเชื่อมแล้ว ก็ขึ้นบันไดเลื่อนไป จากนั้นก็จะเจอช่องตรวจตั๋วเลย แต่เราจะต้องซื้อตั๋วรถไฟไป “โอไดบะ” ที่เครื่องจำหน่ายตั๋ว ที่อยู่ด้านซ้ายช่องตรวจตั๋ว ก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ

เมื่อมายืนอยู่ที่หน้าเครื่องจำหน่ายตั๋วแล้ว หน้าจอก็จะทำงานทันทีค่ะ ก่อนอื่นจะต้องกดไปที่ 「English」บนหน้าจอ จากนั้นก็กดเลือกสถานีที่ต้องการไปคือ「Odaiba Kaihin Koen 320」จากนั้นก็ใส่เงินเข้าไปในเครื่องเท่านี้ก็เรียบร้อย

นอกจากนี้สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ต้องการซื้อตั๋วครั้งละมากกว่าหนึ่งใบ ก็สามารถกดเลือกได้ที่ปุ่มรูปคนที่อยู่ด้านข้างหน้าจอ สามารถซื้อได้สูงสุด ตั๋วผู้ใหญ่ รวมกับตั๋วเด็กได้มากที่สุดครั้งละ 3 ใบ

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็เดินผ่านเข้าสู่ช่องตรวจตั๋วเพื่อไปที่ชานชาลาเลย ซึ่งสถานีชินบาชิของรถไฟยูริคาโมเมะ จะเป็นสถานีแรกของสาย และรถไฟทุกคันที่ออกจากสถานีชินบาชินี้จะมุ่งหน้าไปสู่ “โอไดบะ” ทั้งหมด เพราะฉะนั้นสามารถขึ้นได้ทุกคันไม่ต้องห่วงเลย โดยจะต้องนั่งจากสถานีชินบาชิ ไป 6 สถานี ใช้เวลา 13 นาที เพื่อไปลงที่สถานีโอไดบา ไคฮินโคเอ็น ODAIBA-KAIHINKOEN STATION

หากได้ใช้บริการรถไฟ “ยูริคาโมเมะ”「YURIKAMOME(ゆりかもめ)」แนะนำให้นั่งชิดหน้าต่างทางฝั่งซ้ายค่ะ เพราะว่าระหว่างทางเราจะได้ชมวิว Tokyo Bay Area  หรือสะพาน「Rainbow Bridge」ที่เชื่อมระหว่างในเมืองและโอไดบะที่สวยงามมากๆ นั่นเอง

ชมวิวที่สวยงามระหว่างนั่งรถไฟไปเรื่อยๆ แปปเดียวก็เดินทางมาถึง 「ODAIBA-KAIHINKOEN STATION」เลยค่ะ เป็นสถานีแรกหลังจากข้ามสะพาน Rainbow Bridge เพราะฉะนั้นอย่าลืมลงด้วยนะคะ

เมื่อลงจากรถไฟ “ยูริคาโมเมะ”「YURIKAMOME(ゆりかもめ)」แล้วก็ลงบันไดไปและตรงไปตามทาง จากนั้นก็ผ่านออกจากช่องตรวจตั๋วและเดินไปทางขวามือ จากนั้นข้ามสะพานเล็กๆ ไป เลี้ยวไปทางซ้ายมือ และตรงไปเรื่อยๆ ซักพักก็จะเจอตึก「DECKS TOKYO BEACH」อยู่ด้านหน้าทางขวามือเลยค่ะ

บริเวณ “โอไดบะ” ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก บริเวณนี้จะมีทั้ง Decks Tokyo Beach, AquaCity Odaiba หรือ Diver City Tolyo Plaza ที่เป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย และทั้งซ้ายขวาก็เต็มไปด้วยร้านขายของหรือร้านอาหารต่างๆ มากมาย เท่านั้นไม่พอวิวที่นี้ก็สวยมากๆ เช่นกันค่ะ

ครั้งหน้าเราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยว “โอไดบะ” อย่างเต็มที่ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ตอน ยังไงฝากติดตามด้วยนะคะ ♪

【ตารางการเดินทาง Day3-1 ODAIBA/DECKS TOKYO BEACH】

        Go to the top Page        

  ◀ BACK           NEXT ▶