2-B 2 จุดชมซากุระสวยที่สุดในเกียวโต ที่ไม่ควรพลาด | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


สำหรับคนที่ชอบผลงานนี้ให้ไปตามลิ้งค์นี้

Facebook page
และเข้าไปกดไลค์เลย ไลค์ของคุณจะถือเป็นคะแนน 1 โหวตให้กับผลงานชิ้นนี้ สามารถโหวตให้คะแนนได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 นี้



 จุดชมซากุระสวยที่สุดในเกียวโต ที่ไม่ควรพลาด

ถนนสายนักปราชญ์ ( Philosopher's Path ) และสวนสาธารณะ โยโดกาวะ  (Yodogawa Park)

เกียวโตในฐานะเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ทุกคนรู้จักดี เกียวโตมีวัด และศาลเจ้าเก่าแก่และมีชื่อเสียง มากกว่า 400 แห่ง ซึ่งยังไม่รวมสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ซึ่งนับว่าเป็นเมืองที่ควรแก่การท่องเที่ยว ในแต่ละฤดูแต่ละที่จะมีความสวยงามกันคนละแบบ เรียกได้ว่ามาครั้งเดียวไม่เคยพอ เกียวโตตั้งอยู่ในเขตคันไซ เราสามารถเดินทางโดยรถไฟเพียงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก็ถึงสถานท่องเที่ยวเมืองใกล้เคียงอย่าง โอซาก้า นารา ชิกะ  หรือหากในช่วงฤดูหนาว เพื่อนๆที่อยากไปดูหิมะฟูๆที่ ทาคายาม่า ชิระคาวาโกะ จากเกียวโตก็สามารถเดินทางโดยรถเร็ว  Shinkansen ได้สุดแสนจะสะดวกสบายเลยทีเดียว   

ทริปนี้เกียวโต กับ 2 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดที่ไม่ควรพลาดก่อน ที่จะมีทริปนี้ขึ้นมา เราก็มีการเตรียมตัวกันนานหน่อย

  1. เช็คช่วงพีคซากุระในเกียวโต 

ส่วนใหญ่จะบานเต็มที่ประมาน 2 อาทิตย์เท่านั้น เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม- ต้นเดือนเมษายาน หรือประมาน  27 มีนาคม – 9 เมษายน ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.jnto.go.jp/sakura/eng/city.php?CI=29 ( ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศในแต่ละปีด้วย) และหลังจากที่เราเช็คข้อมูลกันแล้ว เราก็จองตั๋ว

 

  1. จองตั๋ว 

อย่างที่ว่าทริปในนี้บอกเลยว่าต้องเตรียมตัวกันนานเป็นปี เพราะอยากชมซากุระแบบจังๆ สายการบินที่เราเดินทางมาในทริปนี้เป็นรอบดึก เดินทางวันที่ 30 มีนาคม และจองกันข้ามปีไปกลับอยู่ที่ 7,000 บาท กับโปรโมชั่นของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งราคานี้ไม่มีอีกแล้วในช่วงซากุบาน เพราะไม่ว่าจะเป็นสายการบินไหนๆช่วงนี้ก็ราคาดีดกันทั้งนั้น

สิ่งที่เตรียมก่อนเดินทาง

1.พาสปอร์ต  

2. ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร โรงแรม ที่พัก สำคัญ

3. Internet – wifi  (AIS SIM2 FLY  399 ฿ เตรียมจากไทย )

4. เงินเยน เลกไป 16,000 ฿ 

 5.    Plan การท่องเที่ยว ติดตัวไว้ เผื่อโดนถาม

6. พาวเวอร์แบงค์

 

 

Kyoto Travellers in โรงแรมที่เราเลือกพัก

การเดินทางนั่งรถไฟสาย Keihan line ลงที่  Jingu- Marutamachi Station 

เราจองได้ในราคา 7,776 บาท ที่พักของอยู่ใกล้กับศาสเจ้าเฮอัน ( Heian Shrine )  และจุดชมซากุที่มีชื่อเสียง หน้าโรงแรมอยู่ริมน้ำที่สองข้างทางเป็นถนนสายซากุระ หลังจากมาถึงโรงแรมกันแล้วเราก็เอากระเป๋าวางแล้วออกเดินทางกันต่อ ที่แรกของเราคือจุดชมซากุระที่ยาวที่สุดในเกียวโต

 

Yodogawa Park  

เป็นจุดมซากุระที่สวยแห่งหนึ่ง

เวลาเปิดทำการ 9:00- 17:00 เข้าชมฟรี  การเดินทาง  จากโรงแรมนั่งรถไฟ Jingu- Marutamachi Station  สาย Keihan Main Line ลงที่ Yawatsu Station ( ราคา 390 เยน  ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)

 

 

หลังจากที่เราออกมาจากสถานีรถไฟ Yawatsu Station ให้เดินขึ้นไปบนสะพาน เราก็จะเห็นวิวเหมือนในภาพ วันนี้คนเยอะมากจริงๆเนื่องจากตรงกับวันหยุดด้วย  ก็เลยถ่ายรูปกันลำบากนิดนึง

 

 

วิวนี้ถ่ายจากบนสะพาน เป็นถนนซากุระที่ยาวมากแห่ง บนถนนเป็นอุโมงค์ซากุระที่ยาวถึง  1.4 Km

 

 

หลังจากเดินเข้ามาเราก็ได้พบกับอุโมงค์ซากุระ ฝั่งซ้ายมือเป็นที่สำหรับนั่งชมซากุระติดกับคลอง Yodogawa

 

 

นอกจากคนญี่ปุ่นที่ทำข้าวกล่องมาทานพร้อมกับการชมซากุระกันแล้ว ที่นี่ยังมีร้านขายของอีกหลายร้าน เช่นร้านขายเคริ่องดื่ม ร้านไก่ทอด ร้านโซบะ และอื่นๆ อีกมากมาย

 

 

เราชอบบรรยากาศแบบนี้มาก เป็นครั้งแรกกับการชมซากุระแบบเต็มหูเต็มตามาก ว่าแล้วก็เดินกันเพลิน ตอนกลับก็แวะซื้อไก่ทอดกินเหมือนกับเขาบ้าง 1 แก้ว 500 เยนและหลังจากนั้นก็นั่งรถไฟกลับไปยังสถานีเดิม เพื่อเดินทางไปยังจุดที่สองของเรา

การนั่งเรือชมดอกซากุระ

จากโรงแรมเราสามารถนั่งเรือที่ท่าเรือซึ่งใช้เวลาประมานเดินทางเพียงแค่  3นาที  ในระหว่างทางก็เดินชมซากุระไปด้วย สวยมาก อากาศก็เย็นสบาย อุณหภูมิ อยู่ที่ประมาน 17  องศา เดินมาถึงท่าเรือแล้ว กำลังดูซากุระเพลิ

นๆ ก่อนอื่นเราก็ซื้อตั๋วกันก่อน

 

 

ตั๋วผู้ใหญ่ ราคา 1,000 เยน เด็ก 500 เยน

 

 

ในระหว่างที่นั่งเรือคุณลุงก็จะอธิบายโน่นนี่นั่น แต่เราก็ไม่เข้าใจหรอกนะเพราะส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย แต่เป็นการชมซากุระที่สวยงามมากเลยที่เดียว

 

 

 เรือจะเล่นไปรอบๆบริเวณนี้ ผ่านหน้า ศาสเจ้าเฮอัน ( Heian Shrine ) ศาลเจ้าที่มีประวัติมายาวนานกว่าพันปี และมีประตูโทริโอะยักษ์สีแดงที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่หน้าวัดมองเห็นแต่ไกล 

 

 

 บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยดอกซากุระที่กำลังบาน เป็นอะไรที่หาดูไม่ได้ที่ไหนอีกแล้ว

หลังจากที่นั่งเรือเสร็จเราก็จะเดินเชื่อมต่อไปยังถนนสายนักปราชญ์

 

ถนนสายนักปราชญ์ ( Philosopher's Path )

 ถือเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดในเกียวโต ถนนสายนักปราชญ์ มีชื่อมาจาก ในอดีตนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในช่วงศตวรรษที่ 20 ชื่อ Nishida Kitaro  นั่นเอง ช่วงซากุระผู้คนทั่วทุกสารทิศทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นที่ต่างพากันมาชมความงามของซากุระ

 การเดินทาง: รถบัสสาย 17, 100 ลง  Ginkakuji-michi เดินราว 3 นาที

เวลาเปิด-ปิด: 8:00-20:00 น.
 ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าเข้า

 

 

เรียบคลองบิวะโกะ จากบริเวณหน้าวัดกินคะคุจิ ( Ginkakij ) มีต้นซากุระกว่า 500 ต้น ที่ปลูกเลียบไปตามริมคลอง น้ำที่ใสสะอาด มีปลาคราฟ ว่ายวน สองข้างทางเดินแคบๆเต็มไปด้วยต้นซากุระและในวันที่ซากุระบาน ถนนเส้นนี้ก็ กลายเป็นอุโมงค์ซากุระ

 

 

สองข้างทางไม่ใช่มีเพียงแค่การชมซากุระที่สวยงามเท่านั้น ยังมีร้านกาแฟ คาเฟ่ให้เรามานั่ง กินพร้อมกับชมซากุระกันไปพลางๆบอกเลยว่าเห็นแล้วฟินมาก

 

 

ถนนเส้นนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถบัสถ่ายตอนที่เดินออกมา สวยงามเงียบสงบมาก ทริปนี้ซากุระบานที่เกียวโตบอกเลยว่าสวย คุ้มค่ากับการเดินางมาญี่ปุ่น และยังเหลืออีกหลายที่ที่เรายังไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน แน่นอนว่าต้องไปเก็บให้ครบทุกที่ หากเพื่อนๆมีข้อมูลดีๆรูปดูซาดุระสวยๆเอามาแบ่งปันกันได้นะ  วันนี้ไปก่อน ซาโยนารา




สำหรับคนที่ชอบผลงานนี้ให้ไปตามลิ้งค์นี้

Facebook page
และเข้าไปกดไลค์เลย ไลค์ของคุณจะถือเป็นคะแนน 1 โหวตให้กับผลงานชิ้นนี้ สามารถโหวตให้คะแนนได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 นี้