สาววายกินแหลก แหวกหลากคาเฟ่อนิเม | ICHIGO JAPAN WEBSITE
Instagram Ichigo Japan Instagram Ichigo Japan Facebook Ichigo Japan
Tourist Pass
Tourist Pass


 สาววายกินแหลก แหวกหลากคาเฟ่อนิเม

เป็นการพาทัวร์กินคาเฟ่อนิเมหลายๆคาเฟ่น่ะค่ะ เน้นทาน ถ่ายรูปอาหารที่เป็นคาแร็คเตอร์น่ารักๆ เพราะอย่างอื่นคนรีวิวเยอะแล้ว ^^ ;

  • จำนวนวันที่เดินทางท่องเที่ยว สถานที่ที่ไปท่องเที่ยว 7 วัน รอบๆใน Tokyo ใช้ Pass : Tokyo Subway Ticket

1 : Asakusa , Sky Tree , Tokyo One Piece Tower

2 : Disney Sea

3 : Café แม่มดน้อยน่ารักโดเรมี , Shinjuku , Akihabara , Conan Café

4 : Ikebukuro , Café Attack on Titan

5 : Café Saiyuki , ห้าง Sunshine City เที่ยว J-world + Namja Town

6 : Disney Land

7 : Tokyo Station , Café Yuri on Ice

  • นามสมมติ  NerfFy – เนิร์ฟฟี่,เนิร์ฟ
  • อ้างอิงการแนะนำคอร์สของ “ROUND THE CHI” ในวันแรก ที่ไป Tokyo one piece Tower ค่ะ

 

 

สวัสดีค่า (^▽^)

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงรีวิวการเที่ยวญี่ปุ่น เราขอแนะนำตัวสั้นๆก่อนเนอะ

ขออนุญาตแทนตัวเองว่า 「NerfFy – เนิร์ฟฟี่,เนิร์ฟ」นะคะ

เป็นนามแฝงในการรีวิวนี้ เพื่อการแทนตัวเองอย่างง่ายๆค่ะ แฮ่  เนิร์ฟเป็น 「 Fujoshi 」หรือก็คือสาววายนั้นเองค่ะ!

* เป็นผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลการเห็นผู้ชายรักกัน เพราะงั้นในรีวิวนี้จะแอบหวีดกรี๊ดกร๊าดเฉพาะทางนิดหน่อยนะคะ *

เป็นโอตาคุด้วย ชอบทานด้วย จึงเกิดเป็นทริปเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้ขึ้นมาค่ะ!

「 สาววายกินแหลก แหวกหลากคาเฟ่อนิเม」

การที่ชอบดูการ์ตูนเรื่องไหน แล้วได้ทานอาหารจากธีมการ์ตูนเรื่องนั้น

หรือว่าได้ทานอาหารจากในการ์ตูนเรื่องนั้น เป็นความรู้สึกที่น่าสนุกและน่าดีใจสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะคะ?

เพราะงั้นเราจะพาไปตะลุยกินคาเฟ่อนิเมการ์ตูนหลายเรื่องเลยค่ะ! เช่น โคนัน(ยอดนักสืบรุ่นจิ๋วโคนัน) , Attack on Titan , ขนมน่ารักๆที่สวนสนุก Disney Land & Disney Sea และอื่นๆอีกหลากที่หลายคาเฟ่

หลายเรื่องเลยค่ะ ช่วยติดตามกันด้วยนะเอ้อ!

ปล.รูปทั้งหมดถ่ายจาก Iphone 5s อาจจะมีไม่ชัด และรูปเบลอ หรือไม่ได้ถ่ายรูปไว้บ้างนะคะ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะทำรีวิว เพราะงั้น บางช่วงจะเป็นการบรรยายด้วยตัวอักษรล้วนๆ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

และหากมีข้อผิดพลาดและบกพร่องตรงไหนก็ต้องขอโทษด้วยค่า M(_  _)M

 

 

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

นี่เป็นการไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก และเป็นการไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวด้วยค่ะ 「ครั้งแรกและคนเดียวด้วยนะ」

เนิร์ฟเลยต้องทำการบ้านไปค่อนข้างเยอะมากๆค่ะ เลยมาแบ่งปัน ข้อควรทำ & ไม่ควรทำกันเล็กน้อยนะคะ!

ถ้าคนที่ทราบแล้ว เลื่อนผ่านไปโซนรีวิวได้เลยค่า (ノ◕ヮ◕)ノ*:・゚✧

  1. จะไปต่างประเทศ อย่าลืมทำประกันการเดินทางกันนะคะ! : หากเจ็บป่วยหรือไม่สบายขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลที่ต่างประเทศจะแพงมากๆค่ะ ทำไว้ดีกว่านะคะ ค่าทำก็หลักร้อยเท่านั้นเองค่ะ วงเงินค่ารักษาที่เนิร์ฟแนะนำคือ สักสองล้านบาทขึ้นไปค่ะ (ค่าทำตอนเนิร์ฟไป ไป 9 วัน แค่ห้าร้อยกว่าบาทเท่านั้นเองเน้อ) มีไว้ไม่ได้ใช้ ดีกว่าตอนจะใช้ไม่มีนะคะ
  2. ไปญี่ปุ่น อย่าเดินทานนะ! : ต้องยืนทานให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยเดินต่อนะคะ อย่าเดินไปด้วยทานไปด้วยน้า
  3. ในรถไฟ เขาไม่คุยโทรศัพท์หรือส่งเสียงดังกันนะเอ้อ : ลองสังเกตดูนะคะว่าในรถไฟจะค่อนข้างเงียบมากๆ หากมีโทรศัพท์เข้า ก็บอกว่าเดี๋ยวโทรกลับตอนลงจากรถไฟดีกว่าค่ะ หากฟังเพลงก็ใช้หูฟังด้วยนะ พูดคุยก็อย่าพูดคุยเสียงดังนะคะ เราต้องเกรงใจคนในขบวนด้วยเนอะ
  4. อย่าทิ้งขยะเรี่ยราด และต้องทิ้งขยะให้ถูกชนิดด้วยนะ! : ที่ญี่ปุ่น การแยกชนิดขยะเป็นเรื่องที่จริงจังกันมากๆค่ะ ก่อนจะทิ้งอะไรให้ดูชนิดขยะให้ตรงกับถังขยะก่อนทิ้งด้วยนะคะ หรือถ้าไม่เจอถังขยะ ก็เก็บเศษขยะไว้ในกระเป๋าแล้วค่อยกลับไปทิ้งที่โรงแรมเนอะ
  5. เวลาเข้าร้านอาหาร รอพนักงานพาไปนั่งที่โต๊ะนะ : หลายๆร้านอาหารในญี่ปุ่น และส่วนใหญ่เลย เราต้องให้พนักงานเป็นคนพาไปนั่งที่โต๊ะนะคะ จะเดินดุ่มๆไปนั่งไม่ได้น้า แต่ถ้าไม่อยากนั่งโต๊ะนั้นก็ลองถามดูนะคะว่าเปลี่ยนได้ไหม หรือขอนั่งตรงนั้นได้ไหม ลองสังเกตดูนะคะว่าร้านไหนที่คนญี่ปุ่นเดินเข้าไปเลือกที่นั่งเองได้เลย ก็ค่อยเดินเข้าไปเลือกนั่งตามสบาย แต่อันไหนต้องรอคุณพนักงาน ก็อย่าลืมรอให้คุณพนักงานพาไปนั่งน้า
  6. ไม่ต้องให้ทิป : ที่เราไปเจอมาตลอดทริปคือเหมือนเขาไม่มีวัฒนธรรมในการให้ทิปค่ะ ถึงจะบริการดีแค่ไหน คือบริการดีมากๆจนรู้สึกว่า อ่า ต้องให้ทิปสักหน่อยแล้ว เนิร์ฟเลยเอาเงินทอนใส่ไว้ค่ะ ปรากฏว่าคุณพนักงานวิ่งสี่คูณร้อยตามเรามานอกร้านเอาเงินมาคืนให้ นึกว่าเราลืมเงินเอาไว้ พออธิบายเขาก็งงๆ แต่ก็รับไปแบบงงๆค่ะ ฮา ลองหา tip box ดูนะคะ ถ้ามีก็ย่อนลงตรงนั้น แต่ถ้าไม่มี ไม่ต้องให้ก็ได้ค่า ตอนออกจากร้านก็พูด Arigatou ขอบคุณแทนแล้วกันเนอะ
  7. ดูดีๆ ราคา + vat หรือยัง? : ถ้าในร้านอาหาร ส่วนมากจะไม่มี service change ค่ะ แต่จะมี Vat อยู่ เนิร์ฟไม่ค่อยแน่ใจว่ากี่เปอร์เซ็น คิดว่าน่าจะประมาณ 8-10% นะคะ ลองตรวจดูกันอีกทีน้า ในร้านเสื้อผ้าหรือร้านขายของอื่นๆก็ด้วยเช่นกัน ราคาที่โชว์บางราคาอาจจะยังไม่รวมภาษี เพราะงั้นจะซื้อก็ดูดีๆนะคะ จะเขียนว่า「 税抜 」ยังไม่รวมภาษีนั้นเองค่า จะได้นับเงินในเป๋าตังกันซื้อได้ถูกต้องและเพียงพอเนอะ
  8. บางร้านชาวต่างชาติสามารถขอ Tax refund ได้นะจ๊ะ อย่าลืมขอ : Tax refund ก็คือการขอคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว/ชาวต่างชาติได้ค่ะ ก็คือเราๆนั้นไม่ต้องจ่ายค่า Vat นั้นเองค่า เหมือนได้ส่วนลดพิเศษนั้นเองงงง บางร้านตอนจ่ายเงินก็ยืนพาสปอร์ตให้ได้เลย เขาจะลดราคาลงให้เดี๋ยวนั้นเลย หรือว่าสามารถเอาใบเสร็จไปขอทำ Tax Refund ที่สนามบินได้ค่ะ แต่ไม่สามารถขอ Tax Refund ได้ทุกร้านน้า แล้วก็บางร้านจะมียอดขั้นต่ำที่ต้องซื้อ เช่นซื้อเกิน 5,000yen ถึงจะขอทำ Tax Refund ได้ เป็นต้นค่ะ ลองสังเกตป้ายหน้าร้าน หรือสอบถามพนักงานดูกันนะคะ จะได้ไม่ต้องจ่ายแพงเนอะ อ้อ หรือหาป้ายที่เขียนว่า Tax Free ก็ได้ค่า
  9. ข้ามถนนตรงทางม้าลาย + เจอไฟแดงต้องหยุดรอไฟเขียวนะ ถึงจะไม่มีรถก็ตาม : เวลาจะข้ามถนนต้องรอไฟเขียวเท่านั้นนะคะ ส่วนถ้าเจอไฟแดง ต่อให้ไม่มีรถก็ต้องหยุดยืนรอไฟเขียวก่อนน้า
  10.  ประเทศแห่งจักรยาน จะเช่าปั่นก็ทำตามกฎจราจรกันด้วยนะคะ : ญี่ปุ่นนอกจากเป็นประเทศแห่งรถไฟแล้ว ยังเป็นประเทศที่ผู้คนชอบปั่นจักรยานแทนการขับรถยนต์มากๆด้วยนะคะ แถมมีที่เช่ารถจักรยานให้ชาวต่างชาติเช่าปั่นเสพบรรยากาศวิถีคนท้องถิ่นกันด้วย จะเช่าแล้วก็มาเข้าใจกฎคร่าวๆกันก่อนนะคะ เช่น (1) ห้ามกางร่มขณะปั่น เปลี่ยนเป็นใช้ชุดกันฝนแทนกันน้า (2) ห้ามซ้อนสอง ยกเว้นคนที่ซ้อนอายุต่ำกว่า 6 ขวบ (3) จักรยานก็ถือว่าเป็นพาหนะ เพราะงั้นต้องวิ่งบนถนนเท่านั้นนะคะ (4) ห้ามใส่หูฟัง,ใช้โทรศัพท์ขณะขับนะคะ (6) ห้ามขี่ขนานกัน คือห้ามขี่คู่กันข้างๆ ต้องขี่ตามหลังกันเป็นเส้นตรงนะคะ (7) แน่นอนว่าเมาห้ามขับเด็ดขาดค่ะ!

นี่เป็นกฎคร่าวๆ อย่าลืมหาข้อมูลที่แน่นอนและชัดเจนกันอีกที่หนึ่งดูด้วยนะคะ

  1.  เพราะความเป็นส่วนตัวนั้นสำคัญ อย่าถ่ายรูปมั่วซั่วนะ : คนญี่ปุ่นถือเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงมากๆค่ะ เพราะอย่างนั้น ไม่ว่าสาวๆหรือหนุ่มๆคนไหน ถึงจะเจอคนสวยหรือหนุ่มหล่อน่ากรี๊ดขนาดไหน จะจู่ๆก็แอบถ่ายเขาไม่ได้นะคะ ไม่น่ารักเลย ขอให้อดใจเอาไว้นะคะ! แล้วก็เวลาเจอคนแต่งตัวที่เด่นกว่าคนอื่น ก็ไม่ใช่ว่าเขาต้องการความสนใจหรือเรียกร้องให้ถ่ายรูปนะ ถ้าอยากถ่าย ต้องค่อยๆเดินเข้าไปขออนุญาตถ่ายก่อนนะคะ < ทั้งถ่ายสิ่งของ หรือบางสิ่งเลยค่ะ บางสถานที่จะมีทั้งมุมที่ถ่ายได้และไม่ให้ถ่ายด้วย ไม่ว่ายังไงจะหยิบกล้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็อยากให้สังเกตก่อนว่ามีป้ายห้ามหรือไม่ แล้วก็ถ้าขออนุญาตเป็นนิสัยได้จะดีมากเลยค่ะ
  2.  ขึ้นลงบันไดเลื่อน ต้องชิดข้างที่ถูกต้องน้า : ที่ญี่ปุ่นเนื่องจากมีความใส่ใจมากๆ แม้แต่การขึ้นลงบันไดเลื่อนค่ะ ทุกคนจะชิดซ้าย เพื่อเหลือที่ว่างให้สำหรับคนที่เร่งรีบได้เดินขึ้นไปก่อนได้สะดวกค่ะ ส่วนมากจะชิดซ้ายในโตเกียวนะคะ ภูมิภาคอื่นเนิร์ฟฟี่ไม่แน่ใจเช่นกันว่าชิดด้านไหน แต่บางทีที่โตเกียวก็เห็นชิดขวาเหมือนกัน… เอาเป็นถ้าเห็นคนยืนนิ่งชิดด้านไหนก็ด้านนั้นเลยค่ะ! อย่าลืมมองก่อนขึ้นบันไดเลื่อนน้า

 

ヾ(≧*)นี่เป็นข้อควรทำ ไม่ควรทำคร่าวๆในญี่ปุ่น สามารถลองเสิร์จหาข้ออื่นๆดูกันได้ด้วยนะ การทำตัวดีๆ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากค่ะ! เนิร์ฟฟี่อยากให้คนไทยเป็นนักท่องเที่ยวที่น่ารัก เป็นที่ต้อนรับของประเทศญี่ปุ่นนะคะ

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

 

 

(。・)ノ Trick เคล็ดลับเล็กๆ

 

พยากรณ์คนเยอะสวนสนุก

ก่อนไปญี่ปุ่น ก่อนที่ทุกคนจะวางแผนเดินทาง เนิร์ฟฟี่ขอบอกทริคเล็กๆน้อยๆนะคะ

เนื่องด้วยประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนไปท่องเที่ยวมากมาย ทำให้สถานที่ฮิตๆแต่ละที่อาจจะคนเยอะมากๆ

ยกตัวอย่างเช่น Disney Land และ Disney Sea ที่จะพาทุกคนไปเที่ยวกันนี้ ขอแนะนำว่าให้ดูเว็บพยากรณ์ความหนาแน่นของคนก่อนไปค่ะ เพราะถ้าไปในวันที่คนเยอะๆ จะพาลแออัดหมดสนุกเอา แถมเครื่องเล่นอาจจะต้องรอนานถึง 2 ชั่วโมง / 1 เครื่องเล่นเลยนะคะ! เล่นไม่ครบไม่คุ้มค่าบัตรนะเอ้อ!

ดูได้จากใน https://pantip.com/topic/31069267   คุณ AnnieKT เตรียมไว้หลายเว็บมากค่ะ ครอบคลุมสุดๆ

 

 

APP

และขอแนะนำ App ที่ไปแล้วได้ใช้จริงๆนะคะ (หลังจากโหลดไปมากมายเต็มเครื่อง สุดท้ายใช้อยู่แค่นี้เลยค่ะ ฮา)

 

 

Ps. และ Google Map นะคะ อันนี้ใช้บ่อยมากกก แต่คิดว่าทุกคนมีอยู่แล้ว อันนี้เลยแนะนำเพิ่มเติมค่ะ!

แนะนำเพิ่มเติมค่ะ App อันที่ 5 คือที่พักนะคะ ครั้งนี้เนิร์ฟใช้ Airbnb เป็น app ที่ผู้คนในพื้นที่จะนำบ้าน/คอนโด ที่พักอาศัยของตนเองมาให้เช่าค่ะ มีหลากหลายแบบทั้งบ้านทั้งหลังหรือว่าห้องร่วม หรือแชร์ที่พักค่ะ หลากสไตลล์มากๆ และที่เลือกที่นี่เพราะว่าอยากได้ห้องที่กว้างหน่อย และมีห้องครัวค่ะ ♥

ส่วนมากโรงแรมที่ญี่ปุ่นห้องจะค่อนข้างเล็กน่ะค่ะ มีทั้งข้อดีข้อด้อย ลองหาข้อมูลก่อนใช้บริการนะคะ ส่วนด้านล่างเป็นรูปห้องที่ไปพักคร่าวๆค่ะ

 

 

█ PASS การเดินทาง แนะนำพาส

 

และ Pass ที่เนิร์ฟเลือกใช้สำหรับช่วยประหยัดค่าเดินทางใน Trip นี้

ก็คือ Tokyo Subway Ticket ค่ะ ( ใช้คู่กับ App ที่ 2 ด้านบนค่ะ)

โดยเลือกสถานีที่ใกล้จุดหมายของเราที่สุด ลองคำนวณค่าเดินทางในแต่ละวันดูนะคะ

คำนวณดีๆ พาสนี้ช่วยประหยัดงบได้เยอะพอสมควรเลยค่ะ นับว่าคุ้มมากสำหรับคนที่เที่ยวเฉพาะในโตเกียว!

 

  ตัวอย่างการใช้ Pass ให้คุ้มของเรา ▉

ที่พักของเราอยู่ใกล้ Minowa Station นะคะ

※อันนี้เป็นตัวอย่างวิธีคิดง่ายๆค่ะ แบบของบัตร 24 ชั่วโมง แค่ไปกลับให้เกินราคา Pass ก็คุ้มแล้วววว

ヽ( ・∀・)ノ เริ่มที่สถานีใกล้ที่พัก แล้วก็ที่เที่ยวในวันนั้นๆนะคะ

 

Minowa Stn  ➨ Shinjuku Station 「310¥」  ➨ Shinjuku Station  ➨ Akihabara(อันนี้ไปลงสถานี Iwamotocho 「220¥」)

ช็อปปิ้งที่ Akibahara แล้วกลับที่พักเอาของไปเก็บ Akibahara Station ➨ Minowa Stn 「170¥」

แล้วไปคาเฟ่ตอนเย็นที่ Harajuku Meiji-jingumae 「240¥」  แวะ Tokyo Station ไปซื้อ Ekiben ไว้กินตอนเช้า 「200¥」

Tokyo Station ➨ Minowa Station ขากลับอีก 「200¥」

 

= ต้องจ่ายเงินถึง 1340¥ ถ้าไม่ใช้ Pass

ถ้าใช้ Pass ค่าตั๋ว 800¥ = 1340¥ - 800¥ = 540¥ x 0.30(เรทแลกเงินตอนเราไป)

= ประหยัดไปได้ 162฿ เลยค่ะ! (☆▽☆) ถ้าไม่เหนื่อยก็นั่งรถไฟเล่นต่อไปได้อีกนะเอ้อออออ

 

รายละเอียดบัตร :

Tokyo Subway 24-hour Ticket – ผู้ใหญ่: 800 เยน เด็ก: 400 เยน
Tokyo Subway 48-hour Ticket – ผู้ใหญ่: 1,200 เยน เด็ก: 600 เยน
Tokyo Subway 72-hour Ticket – ผู้ใหญ่: 1,500 เยน เด็ก: 750 เยน

เส้นทางที่ใช้ได้ รถไฟโตเกียวเมโทรและรถไฟ Toei ทุกสาย

แผนที่แบบ PDF : http://www.tokyometro.jp/en/subwaymap/pdf/routemap_en.pdf

สามารถซื้อได้ที่สนามบินเลยค่ะ ทั้ง Haneda และ Narita ^^

รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.tokyometro.jp/th/ticket/value/travel/index.html

 

ส่วนอีกบัตร(สีชมพูเทา) คือบัตร IC CARD ค่ะ เอาไว้ใช้จ่ายค่ารถไฟที่นอกเหนือจากรถไฟ toei ค่ะ เพื่อความสะดวก จะได้ไม่ต้องควักเงินสดกันบ่อยๆ สามารถตี๊ดบัตรแล้วผ่านไปได้เลย เหมือนบัตร Rabbit บ้านเราค่ะ เติมเงินได้ที่ตู้ตามสถานีรถไฟต่างๆได้เลยค่ะ มีหลากหลายแบรนด์ เช่น Suica(ที่คนนิยมมากที่สุด) หรือ Passmo และอื่นๆ ในความต่าง เรื่องรายละเอียดสำหรับเนิร์ฟแล้วไม่ต่างกันเท่าไหร่ค่ะ เลยเลือกที่สีตามความชอบซะงั้น แฮ่ แต่แนะนำว่าต้องมีค่ะ

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

เริ่มไปญี่ปุ่นกันเถอะ! \(^▽^)/

เนิร์ฟเดินทางไปญี่ปุ่นด้วยสายการบิน Singapore Airline ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2017 ค่ะ

ได้ราคามาที่ 12,000 เศษอีกสิบกว่าบาทค่ะ ถือว่าราคาโอเคมากๆ เลือกไปเวลาไปดึกที่สุดและให้ถึงเช้า พร้อมเที่ยวต่อเลยค่ะ

โดย Transit ที่สิงคโปร์ 9 ชั่วโมง ที่เลือกสายการบินนี้ก็เพราะเป็น Full Service แถมได้น้ำหนักกระเป๋า 30 กิโลค่ะ

ส่วนที่เลือกเวลาทรานสิทนานๆจะได้แวะเที่ยวสิงคโปร์อีกด้วย เที่ยวครั้งเดียวได้สองประเทศเลย!

(อย่าลืมเปลี่ยนเวลาตามประเทศที่ทรานสิทนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวตกเครื่องแล้วหาว่าไม่เตือนนะเอ้อออ)

หากใช้สายการบินประจำชาติอย่างสิงคโปร์แอร์ไลน์ ทางสนามบินก็มีบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ทรานสิทนานมากกว่า 5 ชั่วโมงที่สนามบิน Changi ของสิงคโปร์ด้วยนะคะ โดยมี City Tour ฟรีค่ะ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.singaporeair.com/en_UK/us/plan-travel/privileges/free-singapore-tour/

ทัวรก็จะพาไปสถานที่ฮิตๆอย่าง Merlion สัญลักษณ์ของ สิงคโปร์ , ไชน่าทาวน์ เป็นต้นค่ะ รายละเอียดเวลาและสถานที่ทัวร์พาไป จะแตกต่างแล้วแต่เวลา และเวลาที่ใช้ในการ์ทัวร์ประมาณ 2-4 ชั่วโมงค่ะ ค่อนข้างจะเป็นทัวร์ชะโงกนิดนึง แต่ก็พอมีเวลาให้ถ่ายรูปเดินเล่นค่ะ หากจะไปก็เผื่อเวลาดีๆนะคะ ไม่งั้นจะตกเครื่องเอาได้น้า!

ข้อดียังมีอีกนะคะ หากเดินทางด้วยสิงคโปร์แอร์ไลน์เลือกแบบทรานสิท จะได้ Vouchers คูปองเงินสด 20$ ฟรี สามารถเอาตั๋วเครื่องบินไปแลกวอยเชอร์คูปองได้ที่ 「iShopChangi 」เอาไว้ใช้ทานข้าวหรือซื้อของหรือซื้อขนมในสนามบิมได้ค่ะ หรือจะเลือกเอาไปใช้เข้า Lounge เหมือนเนิร์ฟก็ได้ค่ะ「 Ambassador Transit Lounge ที่ Terminal 2 」 ในเล้าจ์จะมีอาหาร / ขนม / เครื่องดื่มให้ทานให้ดื่มเยอะพอสมควรเลยค่ะ มีห้องอาบน้ำ และที่นั่งพักผ่อนด้วยนะคะ คูปองสามารถใช้เล้าจ์ได้ 2 ชั่วโมงค่า รายละเอียดคูปองที่ http://www.singaporeair.com/en_UK/vn/plan-travel/local-promotions/cdv-vn/

 

              - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

☆☆☆ ┗(^0)ถึงญี่ปุ่นแล้วค่า!! (0) ☆☆☆

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

ก่อนเข้าการซูเนโอะโอ้อวดการไปเที่ยวแบบติ่งๆ ของเนิร์ฟฟี่ แพลนวันนี้เราขอยกเครดิตส่วนหนึ่งให้กับเว็บ Ichigo ค่ะ

แพลนวันแรกเราเห็นรีวิวจากที่นี่ https://ichigojapan.jp/roundthechi/hakone_tokyo_day

ในส่วนของวันที่ 3-2

Day3-2 ชมการแสดงสุดสนุกPHANTOM3ที่ONE PIECE TOWERล่องเรือที่ ODAIBA ชมวิวโตเกียวจากทะเล

เห็นแล้วกรี๊ดมากๆเลยค่ะ โดนใจสุดๆ น่าไปมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกๆ เลยขอตามรอย One Piece Tower เพื่อไปดู PHANTOM3 กันค่ะ! ข้อมูลเพิ่มเติมของ One Piece Tower สามารถเข้าไปดูลิ้งค์ด้านบนได้เลยนะคะ มีใส่ไว้แล้วเรียบร้อย ละเอียดดีมากค่ะ ^-^)/ และเนิร์ฟขอแนะนำว่าทุกคนสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการท่องเที่ยวแบบฉบับอื่นๆได้ที่เว็บ www.ichigojapan.jp ได้เลยนะคะ มีหลากหลายแพลนที่น่าไปเที่ยวตามมากๆค่ะ ไม่ใช่แค่ในโตเกียว แต่จังหวัดอื่นๆก็มีนะเอ้ออออออ ดีงามมากๆค่ะ

 

█ วันที่ 1

  • Asakusa
  •  Skytree Tower
  • Studio Ghibli Shop
  •  One Piece Tower

 

Asakusa การเดินทาง : Asakusa Station มีสองแบบนะคะ ถ้ามาจาก Asakusa(G19) ออกทางออกหมายเลข 1 แต่ถ้ามาจาก Asakusa(A18) ให้ออกทางหมายเลข 4 หรือ 5 ค่ะ

พอลงจากเครื่อง สิ่งแรกที่ทำคือเปิดไวไฟและติดต่อเจ้าของที่พักค่ะ เนื่องจากทางนั้นจะมารับที่สถานี พอเช็คอินฝากของเรียบร้อย เราก็มุ่งตรงไปที่ วัดเซนโซจิ(Sensoji Temple) หรือก็คือวัดโคมแดง วัด Asakusa ที่ฮิตมากๆนั้นเองค่ะ

มาไหว้ขอพรเอาฤกษ์เอาชัยเนอะ และที่วัดนี้หลังจากไหว้ขอพรเสร็จ จะมีร้านอาหาร ร้านขนมอร่อยๆมากมายเลยค่ะ แต่เพราะเรามาเช้ามากๆ ร้านหลายๆร้านยังไม่เปิดดีค่ะ ต้องสายๆหน่อย พอเปิดแล้ว ของอร่อยน่าหม่ำเยอะมากๆค่ะ ละลานตาสุดๆ!

มาเม้าท์เรื่องรสชาติกันค่ะ ตามรูปจะเรียงจากซ้ายไปขวานะคะ (ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ^-^)

รูปที่ 3 ) เป็นไอศกรีมมันม่วงค่ะ อร่อยเนื้อเนียนนุ่มมากๆ

รูปที่ 4 ) เป็นโมจิทอดสอดไส้ ที่ใครมาก็ต้องมาซื้อทานค่ะ ไม่งั้นเขาบอกว่ามาไม่ถึง! ที่เนิร์ฟเลือกคือรสถั่วขาวกวนกลิ่นซากุระค่ะ ทานตอนร้อนๆ แป้งหนึบๆไส้หวานๆเค็มๆแล้วอร่อยมากค่ะ

รูปที่ 5 ) เมล่อนปัง เห็นว่าที่นี่มีอยู่สองร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมปังตัวนี้ค่ะ แต่ว่าเนิร์ฟฟี่หาอีกร้านไม่เจอ เลยตกลงปลงใจที่ร้านนี้ค่ะ กะจะทานเทียบกันเลยแห้วเลย แต่ร้านนี้ก็อร่อยค่ะ อร่อยแบบต่างจากที่เคยทานที่ไทยมากๆ

รูปที่ 6 ) โอ้โหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห อันนี้มีร้อยให้ร้อยคะแนนมีล้านให้ล้านเลยค่ะ คือมันเป็นดังโงะสอดไส้ค่ะ แป้งนุ่มหนึบกำลังดีมากๆ คือทีแรกอิ่มมากค่ะ เพราะซัดขนมปังไปทั้งก้อน ไอศกรีมอีก เลยลองซื้อมาชิมแค่ไม้เดียว แต่สุดท้ายต้องเดินกลับไปซื้ออีกเป็นกล่องเลยค่ะ! ฮา

(●´□`)♡ อร่อยมากกกก พูดแล้วอยากหม่ำอีกจังน้า

อยู่ด้านขวาๆมือน่ะค่ะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน ถ่ายมาแค่หน้าร้านแบบนี้ค่ะ (´∀`;A

 

ทานเสร็จ สถานที่จะไปในวันนี้ต่อไปก็คือ Skytree Tower ค่ะ! เราเลือกไปโดยการเดินไปค่ะ เดินไปเรื่อยๆ ตาม Map ประมาณ 20-30 นาทีก็ถึงค่ะ หรือเพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟไปก็ได้นะคะ ลงสถานี Oshiage station 'SKYTREE' ค่ะ

แต่อากาศเย็นๆแบบนี้ เดินแป็บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ ระหว่างทางเจอ List ขนมที่อยากลองด้วยค่ะ

ด้านบนเป็นไอศกรีม โรยด้วยขนมกรอบๆและดังโงะราดซอสชุ่มๆ ด้านล่างเป็นน้ำแข็งไส อร่อยมากค่ะ แต่ควรทานสองคนนะคะ ทานคนเดียวแอบหวานแสบคอไปเลยค่ะ TvT;;

 เป็นขนมของร้านสะดวกซื้อ Ministop ค่ะ เห็นใน Twitter แล้วน่าทานจนต้องเอาลงรายการขนมที่ต้องหม่ำให้ได้เลยเชียว

เนื่องจากแข่งขันของร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นสูงมาก แบรนด์ร้านสะดวกซื้อต่างๆจะขนขนมหรืออาหารสูตรใหม่ๆ มาให้ลิ้มลองกันเรื่อยๆเลย แถมบางทีก็เป็นรายการที่มีขายเฉพาะฤดู จำกัดช่วงเวลาด้วยนะคะ! นอกจากร้านอาหารแล้ว ก็อยากให้แบ่งพื้นที่ว่างของกระเพาะมาทานที่ร้านสะดวกซื้อด้วยนะคะ อร่อยในราคาสบายกระเป๋ามากๆค่า (^∀^)

จากหยุดทานไอศกรีมแล้วก็เดินต่อไปอีกไม่ไกลแล้วค่ะ เห็นยอดสูงๆนั้นไหมคะ?

นั้นคือจุดมุ่งหมายของเราค่ะ เฮ อีกนิดเดียวววว

ถึง Tokyo Skytree แล้วค่า

ที่นี่จะเป็นตึกที่สูงงงงงม้ากมากเลยค่ะ เอาไว้มาชมวิวจากมุมสูงที่ญี่ปุ่น นอกจากเอาไว้ชมวิวแล้วก็จะมีร้านค้า ร้านขนมหลายเจ้าที่โด่งดังมาเปิด shop ขายกันที่นี่ด้วยค่ะ รายละเอียดค่าตั๋ว จะแตกต่างกันไปตามแต่ระดับความสูง

สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลรายละเอียดได้ที่ http://www.tokyo-skytree.jp/th/ ค่ะ

ตอนเราไป ที่สกายทรีมีโคลาโบะ* กับอนิเมะเรื่อง Attack on Titan ค่ะ มีทั้งคาเฟ่ และตกแต่งตามตึกเต็มไปหมดเลยค่ะ T_T แต่เรื่องน่าเศร้าคือ โทรศัพท์เรารูปหายช่วงที่ขึ้นไปค่ะ สงสัยน้องจะช็อคความสูงจนรูปที่ถ่ายช่วงอยู่ข้างบนหายเกลี้ยงเลยค่ะ (T▽T) หากทุกคนอยากดูบรรยากาศคร่าวๆ ลองค้นหาใน Google ด้วยคำว่า attack on titan x tokyo skytree ดูนะคะ

(* ที่ญี่ปุ่นจะเรียกการรวมอีเว้นสองเจ้า เช่น น้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งเอาตัวละครจากเรื่องหนึ่งมาเป็นพรีเซนเตอร์ ก็จะเรียกโคลาโบะค่ะมาจากศัพท์ภาษาอังกฤษคำว่า collaboration ที่แปลว่าการร่วมมือค่ะ)

(*^ω^)♪ เม้าท์จากรูป เรียงซ้ายไปขวานะคะ

1) รูปแรก มาญี่ปุ่น ลองสังเกตพื้นดูด้วยน้า จะมีฝาท่อลวดลายต่างๆกันไปตามเขตตามพื้นที่เยอะแยะเลยค่ะ ลายสวยๆทั้งนั้นเลย ♥

2) รูปที่สอง เจอ Shop ของ Big Bang ด้วย! ชาว VIP น่าจะกรี๊ดนะคะเนี้ย

4-6) นอกจากสกายทรีที่โคลาโบะด้วยแล้ว ก็มาเจอ RASCAL SHOP ที่โคกับ Attack on Titan ด้วยค่ะ ได้เห็นหนุ่มๆสาวๆมาอยู่กับน้องแรคคูณแล้วน่ารักมากกกกกกก ของจุกจิกเช่นพวกกุญแจ ผ้าเช็ดหน้า มีขายเพียบเลยค่ะ!

หลังจากเดินชมวิวและไปทานคาเฟ่ด้านบนแล้ว เราก็ลงมาเพื่อมาซื้อของที่ Shop Studio Ghibli ค่ะ ทุกคนอาจจะคุ้นๆกับสตูดิโอนี้ แต่คิดไม่ออกว่าคือที่ไหน ที่นี่ก็คือร้าน Official Shop ของสตูดิโอที่ทำอนิเมชั่น My Neighbor Totoro โตโตโร่ เพื่อนรักนั้นเองค่า

ด้านในร้านมีตุ๊กตาโตโตโร่ตัวใหญ่ยืนอยู่ด้วยค่ะ กับต้นไม้จำลองที่มีโพรงให้เข้าไปถ่ายรูปได้ แต่เนื่องจากมีเด็กๆรุมกันเต็ม เนิร์ฟฟี่เลยไม่ได้เข้าไปถ่ายแจมค่ะ แฮ่! Goods ที่ช็อปสาขานี้ค่อนข้างครบครันเลยค่ะ มีทั้งขนม เครื่องใช้ ดินสอปากกา ชาหลากรส ฟิกเกอร์ ตุ๊กตาหนังสือน่ารักๆ เยอะแยะมากมายเลยค่ะ ถ้าเพื่อนๆที่เป็นติ่งอนิเมชั่นของค่ายนี้ ต้องมาเลยค่ะ!

 

มีแมวรสบัสเกาะอยู่บนตู้ขายของด้วยค่ะ น่ารักกกกกกกกกก (♡´౪`♡)

 

เสร็จจาก Tokyo Skytree เราก็มุ่งไปที่เป็นเมนคอร์สสำหรับเราค่ะ Tokyo Tower One Piece นั้นเองค่า อร้ายยยย ไปหาลูฟี่ โซโลและแก๊งโจรสลัดหมวกฟางกันค่ะ นั่งรถไฟจากสกายทรีมาลงสถานี Akabanebashi Station ค่ะ แล้วก็เดินต่อไปประมาณ 15-25นาทีค่ะ ทางเดินเป็นเนินขึ้นไป ค่อนข้างเหนื่อยกว่าปกติ ถ้าเพื่อนๆไม่สะดวกก็แนะนำว่าเรียกแท็กซี่ขึ้นไปดีกว่าค่ะ

 

เนื่องจากเรามาช่วงเย็นเลยจองตั๋วมาไว้ก่อนค่ะ อีกอย่างหนึ่งคือถ้าจองตั๋วมาก่อนจะถูกกว่ามาซื้อที่หน้าเค้าท์เตอร์ 200yen นะคะ! (จากปกติ 3200yen เหลือ 3000yen) แนะนำว่าให้ซื้อไปก่อนค่า

รายละเอียดที่ https://onepiecetower.tokyo/?lang=th

และดูรีวิวได้จากที่ Day3-2 ชมการแสดงสุดสนุกPHANTOM3ที่ONE PIECE TOWERล่องเรือที่ ODAIBA ชมวิวโตเกียวจากทะเล ด้วยค่ะ ♥

** บัตรจะมีชนิดที่รวมค่า Live และยังไม่รวมนะคะ ก่อนซื้อดูดีๆน้า **

Live คือการแสดงแบบที่ใช้คนจริงๆมาแสดงค่ะ โดยเนื้อเรื่องที่ใช้แสดงจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ รายละเอียดการแสดงว่าช่วงนั้นๆมีการแสดงตอนอะไร สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ที่เราให้ไว้ได้ด้านบนได้เลยค่า

ที่นอกจาก Live Show แล้ว ก็เป็นสวนสนุกเล็กๆ ที่มีเครื่องเล่นให้เล่น โดยจะแบ่งเครื่องเล่นเป็นเกมตามคาแร็คเตอร์ตัวละครเลยค่ะ เช่นโซโลเป็นเกมฟันดาบเก็บแต้ม นามิเป็นคาสิโนให้ทายให้เดาเก็บคะแนน ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นก็มาเล่นได้นะคะ มีแผ่นพับอธิบายภาษาอังกฤษอยู่ค่า

และมีหุ่นปั้นขนาดเท่าตัวจริง ของตัวละครในเรื่อง One Piece และ shop ของขายและร้านอาหารจากอนิเมเรื่องนี้ด้วยนะคะ ติ่ง One Piece ต้องมาค่ะ บอกเลยยยยยยยยยยยย

ตอนเข้าไปจะมีห้องให้เราฟังหนุ่มๆสาวๆจากกลุ่มหมวกฟางแนะนำก่อนค่ะ เป็นห้องมืด แล้วจะมีฉายการแนะนำตัวทั้งห้องค่ะ ปลื้มปริ่มน้ำตาจะไหลตั้งแต่เริ่มเข้าไปเลยค่ะ! พอเข้ามาเรื่อยๆก็จะเจอ หุ่นรูปปั้นเท่าตัวจริงค่ะ ถ่ายรูปรัวๆวนไปค่ะ!

มีแฟรงกี้และคุณหมอช็อปเปอร์ คุณกุ๊กซันจิอยู่ด้วยนะคะ แต่ลืมถ่ายมาค่ะ มัวแต่กรี๊ดลูฟี่ แฮ่ (灬♥ω♥灬)

 

พอถึงเวลา Live ต้องมาต่อแถวก่อนเข้าคิวก่อนการแสดงสัก 10-30 นาทีนะคะทุกคน เพราะจะได้เลือกที่นั่งหน้าสุด จะได้เห็นชัดๆ ไม่มีใครมาบังเนอะ ที่นั่งไม่เยอะมากค่ะ เรียกได้ว่าใกล้ชิดมากๆ

ก่อนการแสดง จะมีการถ่ายรูปกับนักแสดงด้วยนะคะ อันนี้ก็ต้องไปต่อแถวเข้าคิวกันค่ะ ไม่แน่ใจว่ามีค่าใช้จ่ายหรือเปล่า แต่ถึงมีก็คุ้มค่ะบอกเลย เพราะว่านักแสดงงานดีมากๆค่ะ!! อยากจะกรีดร้องให้ดังไปสามโลก สมบทบาทมาก หล่อมาก น่ารักมาก เท่มากค่ะ อร้ายยยยยยยยยยย คนเลือก เลือกได้เหมาะสมจริงๆค่ะ ใจจริงเนิร์ฟฟี่อยากเข้าไปถ่ายรูปด้วยมากกกกกกกกก แต่เขินมือไม้สั่นไปหมด ฮือออ รอบหน้าไปคือจะไม่ขอพลาดแน่นอนค่ะ ฝากไว้ก่อนนะ ฮึ้ย (ขอบอกว่าทุกคนฮอตมากจริงๆค่ะ ตอนออกมาทักทายคนที่เข้าแถวนี่สต๊าฟต้องกั้นทางให้เดินเลยค่ะ แฟนคลับมาดูกันค่อนข้างเยอะเชียว

การแสดงช่วงที่เรามาคือตอน PHANTOM3 ค่ะ การแสดงจะเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ

ระหว่างการแสดง สามารถถ่ายรูปได้ แต่ห้ามถ่ายวีดิโอ ห้ามลุกขึ้นยืน ห้ามถ่ายรูปโดยใช้แฟลชนะคะ

ระหว่างการแสดงจะมีแท่งไฟให้มาด้วยค่ะ เอาไว้โบกร่วมกิจกรรมบนเวที เห็นคนญี่ปุ่นทำ เราก็ทำตามไปเลยค่ะ

การแสดงแสงสีเรียกว่าจัดเต็มมากกกกกกกกกก ใครเวียนหัวง่ายอาจจะมีมึนๆได้นะคะ แต่การแสดงสนุกดีค่ะ เข้าใจง่ายแม้ฟังไม่รู้เรื่องค่ะ ฮา น่ารักกก

ตอนจบเซอร์ไพร์ส์มากกกกกกกกกกกกกกกกที่สุด ของที่สุดเลยค่ะ! เอสสสส ทีแรกมาแค่แบบสามมิติบนผ้า เราก็นึกว่ามาแค่รูป พอสักพักไฟดับ ค่อยๆสว่างแล้วมีตัวจริงโผล่ออกมา โอ้โหหหหหหหหหหหหหห กรี๊ดลั่นกันสิคะจะไปเหลืออะไร เอสสสสสสสสสส (இ﹏இ`。) #กล้ามที่ดี

พอดูการแสดงจบ เราก็เดินเล่นอีกนิดหน่อยแล้วก็ลงมาซื้อขนมของฝากที่ shop one piece แล้วก็หาอะไรทานแล้วกลับที่พักนอนค่ะ จบวันแรก เจอกันวันพรุ่งนี้ค่ะ ^^

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

 

█ วันที่ 2

  • Disney Sea ทั้งวัน

วิธีมา Disney Sea นั้นก็คือนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Maihama Station ค่ะ ก่อนไปอย่าลืมเช็คด้วยนะคะว่าวันที่ไปคนเยอะไหม ดูได้ด้านบนเลยน้า เราโยนลายแทงปฎิทินวันพยากรณ์คนเข้าสวนสนุกไว้ให้แล้วเรียบร้อยค่า

เนื่องจากว่ามีคนรีวิวพวกเครื่องเล่น+รูปบรรยากาศเยอะแล้ว เราเลยมาขอรีวิวของกินเล่นแทนนะคะ ^w^

ส่วนข้อแนะนำคือให้มาแต่เช้าค่ะ สัก 9 โมงเช้า หรือก่อนสวนสนุกเปิดได้เลยยิ่งดี เพราะสวนสนุกกว้างมากๆ จะได้เล่นได้ทั่วถึงเนอะ และอีกอย่างคือแนะนำให้ซื้อตั๋วมาล่วงหน้าค่ะ ราคาจะถูกกว่ามาซื้อหน้าสวนสนุก และถ้าซื้อตั๋วแบบ 2 วัน(ต้องเข้าสวนสนุกสองวันติดกัน) ราคาก็จะยิ่งถูกขึ้นไปอีกหน่อยค่ะ และถ้าหากตั๋วที่ซื้อมาเป็นกระดาษที่ปริ้นมา แล้วอยากได้ตั๋วสวยๆเพื่อสะสม สามารถขอซื้อได้ที่เค้าท์เตอร์เลยนะคะ เนิร์ฟฟี่จำราคาที่แน่นอนไม่ได้ แต่ประมาณ 1-300yen ค่า

 

เนื่องจากช่วงที่เนิร์ฟฟี่มา(เดือนพฤษภาคม) เป็นช่วงเทศกาล easter ทั้งสวนสนุกก็ถูกตกแต่งไปด้วยไข่สวยๆค่ะ แม้แต่ลายบัตรรถไฟ(รูปที่สาม) ก็ยังเป็นลายพิเศษเฉพาะเทศกาลอีสเตอร์เลยนะคะ!

ที่นี่คนแต่งตัวจัดเต็มกันมากๆค่ะ ใส่เครื่องประดับ แต่งตัวเป็นการ์ตูน ใส่ที่คาดผม แต่งชุดเป็นกลุ่ม น่ารักสดใสสุดๆไปเลยยยยย

 

รูปปั้นโพไซดอนจากเรื่องลิตเติ้ลเมอร์เมดค่ะ สวยมากๆ หากใครชอบความสนุกที่หวาดเสียวขึ้นมาหน่อย และเคยไปดิสนีย์แลนด์ที่ประเทศอื่นมาแล้ว Disney Sea คือควรมามากๆค่ะ กว้างและอลังการสุดๆ และถ้าใครมีแพลนจะมาทั้งสองสวนสนุก (ที่ญี่ปุ่นจะมี Disney Land และ Disney Sea อยู่ติดกัน) แล้วไม่รู้จะเลือกเข้า park ไหนก่อน แนะนำว่าถ้าอยากเลือกไต่ระดับความหวาดเสียวของเครื่องเล่นก็จัดเป็น Sea แล้ววันอื่นไป Land แบบเราก็ได้ค่ะ ♡(ŐωŐ人)

 

 

スモークターキーレッグ/ Zone ที่ขาย Mediterranean Harbor / ราคา750 ¥ / น่องไก่รมควัน อร่อยมากค่ะ แนะนำมากกกกกกก เนื้อฉ่ำๆ มาแบบอุ่นๆ เรากินไปสองน่องแหนะค่ะ อร่อยขนาดไหนก็ดูเอาแล้วกัน ฮา เมนูนี้คือห้ามพลาดของห้ามพลาดเลยจริงๆ! ต้องโดนค่ะ! ♥♥♥

อันนี้เนิร์ฟฟี่หาชื่อไม่เจอแล้วค่ะ พอดีตอนนี้ในเว็บเป็นเมนูใหม่ / Zone ที่ขาย Arabian Coast / ราคา  450¥  / เป็นซาลาเปาหางเสือของเจ้าหญิงจัสมินเลี้ยง ชิ้นแอบใหญ่ค่ะ แต่จำได้ว่าทานหมดเกลี้ยง แต่จำรสชาติไม่ได้ค่ะ จำได้แค่ว่าอร่อย #อย่างนี้ก็ได้เหรออออ ฮา ><;

ティラミス・クッキーサンドアイス/ Zone ที่ขาย ตามรถเข็นทั่วๆสวนสนุกเลยค่ะ / ราคา310¥ / เป็นไอศกรีมทิรามิสุแซนวิสค่ะ อร่อยยยยยยยยย ไม่หวานมากไป และไม่หนักกาแฟมาก เด็กๆก็ทานได้อย่างสบายเลยค่ะ อร่อยด้วย น่ารักด้วยน้า

อันนี้เนิร์ฟฟี่หาชื่อไม่เจอแล้วค่ะ พอดีตอนนี้ในเว็บเป็นเมนูใหม่ / Zone ที่ขาย UvU; จำไม่ได้ค่ะ / ราคา 400¥ / เป็นโมจิแป้งเหนียวๆ สอดไส้ต่างกัน 3 รสชาติค่ะ อันนี้ตอนทานต้องเคี้ยวดีๆนะคะ และสำหรับใครที่จะไป Disney Land ด้วย แนะนำไปกินอีก Ver. ที่นั้นดีกว่าค่า ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่ารักกว่า + รสไส้อร่อยกว่าด้วยค่ะ ^^; (รสชาติจะต่างกันนะคะของ sea กับ land)

うきわまん(エビ) / Zone ที่ขาย Port Discovery / ราคา 500 /เป็นซาลาเปาไส้กุ้งค่ะ เส้นทางมาซื้อแอบไกล แต่คุ้มค่าค่ะ! โดนัลด์ดั๊กในห่วงยางซาลาเปาน่ารักและอร่อยคุ้มค่าให้เดินมาค่ะ! ♥♥♥

骨付きソーセージ / Zone ที่ขาย Port Discovery / ราคา 370¥ / เป็นไส้กรอกที่ทำเลียนแบบของชอบน้องหมาพลูโตค่ะ รสชาติสำหรับเนิร์ฟฟี่ค่อนข้างเฉยๆ และพริกไทยค่อนข้างแรง ถ้าใครชอบพริกไทยน่าจะชอบค่ะ

 

http://www.tokyodisneyresort.jp/th/restaurant/lists/

สำหรับใครสายกินแหลกแบบเรา แถมไปคนเดียวอีก แนะนำว่าก่อนไปให้ไปเช็ครายการอาหาร/ขนม ที่ Official website ของสวนสนุกก่อนนะคะ มีบอกหมดทั้ง Disneyland และ Disney Sea เลยค่ะ! มีทั้งรูป ราคาบอก และสถานที่ซื้อในสวนสนุกครบครันค่ะ จะได้คำนวณจำนวนเงิน และพื้นที่ว่างในกระเพาะได้ถูกเนอะ แถมมีรายละเอียดที่ละเอียดสุ๊ดสุดสำหรับที่นั่งพิเศษสำหรับคนที่พิการหรืออาหารพิเศษสำหรับคนแพ้อาหารด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงสำหรับคนที่แพ้ง่ายหรือผู้ที่ต้องใช้รถเข็นเลยค่ะ แถมอาหาร/ขนม/ event ต่างๆ จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และมีทั้งอาหาร/ขนมพิเศษ เฉพาะช่วงเทศกาล จำกัดช่วงเวลาการขาย เพราะงั้นหากเพื่อนๆไป อย่าลืมตรวจเช็คดีๆนะคะ o(^▽^)o เตรียมความพร้อมกันก่อน จะได้ไม่พลาดอะไรให้เสียใจทีหลัง ♥

 

เวลาเล่นเครื่องเล่นเสร็จอย่าลืมสังเกตนะคะว่าเครื่องเล่นนั้นมีกล้องถ่ายรูปหรือเปล่า เพราะที่นี่มีขายรูปใส่กรอบสวยๆเป็นที่ระลึกด้วยค่ะ โดยตอนออกมาจากเครื่องเล่น จะมีจอที่โชว์รูปที่ถ่ายมา ให้สังเกต พอเห็นรูปที่มีเราแล้วก็ให้จดรหัสรูป หรือถ่ายรหัสแล้วนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ ราคากรอบรูปจะแล้วแต่กันไปค่ะ ประมาณ 700-2000yen แล้วแต่ความสวยหรูของกรอบรูปค่ะ

 

เครื่องเล่นที่เราชอบที่สุด 3 อันดับ ไม่สปอยเครื่องเล่นนะคะ แต่เอาเป็นว่าแนวหวาดเสียวนิดหน่อยค่ะ  ღゝ◡╹)ノ♡

ภูมิใจแนะนำสุดๆคือ  

① Tower of Terror (เก็บไว้เล่นเป็นอย่างสุดท้ายนะคะ สนุกกก)

 Journey to the Center of the Earth

20,000 Leagues Under the Sea

และการแสดง SHOW ที่คิดว่าห้ามพลาดคือ Mermaid Lagoon Theater ค่ะ

และการแสดงตอนปิดสวนสนุก ส่วนตัวแล้วชอบมากกว่าของ Land ค่ะ เพราะอลังการกว่ามากกกก จัดเต็มจริงๆ

วันนี้ก็จบวันแบบเปรมสุดๆค่ะ เจอกันวันพรุ่งนี้ค่า              

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

 

 

 

█ วันที่ 4

  • Café Ojamajo Doremi แม่มดน้อยจอมยุ่งโดเรมี
  • Akihabara
  • ทาโกะยากิลูกยักษ์
  • ไทยากิคอยคิง สาวก Pokemon ต้องมาโดน!
  • Conan Café

วันนี้เราจะพาทุกคนไปกิน+ไปติ่งกันที่  Village Vanguard Cafe ที่ Shinjuku ค่ะ เอ้อออออออ เนิร์ฟฟี่ลืมบอกนะคะว่าคาเฟ่ที่จะไปนี่นั้นจะเป็น Limited time นั้นก็คือจำกัดช่วงเวลาค่ะ เวลาที่เปิดก็จะไม่เท่ากันด้วยนะคะแต่ละเรื่อง ต้องตรวจสอบดีๆ  ว่าเริ่มวันไหน หมดวันไหน

สามารถติดตามว่าตอนนี้ Village Vanguard Cafe กำลังโคลาโบะกับ Anime เรื่องอะไรได้ที่ https://www.village-v.co.jp/news/list?tags_ids=25 ค่ะ แล้วก็อย่าลืมดูสาขาให้ถูกต้องนะคะ เพราะบางทีเรื่องที่อยากไปก็อาจจะไม่ใช่สาขาในโตเกียว เดี๋ยวไปแล้วเก้อค่ะ ที่นี่ไม่ต้องจองไปก่อน สามารถเดินเข้าไปทานได้เลยนะคะ แต่ด้านหน้าจะมีตู้กดบัตรคิวให้กดค่ะ สามารถเข้าใจได้ง่ายๆกดได้ง่ายค่ะ ที่ยากนิดหนึ่งคือตอนเรียกคิวค่ะ

จะเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่น เพราะอย่างนั้น พอได้คิวมาแล้ว ให้เสิร์จหาเลขคิวที่ได้เป็นภาษาญี่ปุ่น ฟังแล้วจำไว้นะคะ ตอนเจ้าหน้าที่เขาเรียก เราจะได้ลุกไปถูก พอเขาเรียกแล้วก็รอเขาพาเราไปนั่งที่โต๊ะแล้วก็เริ่มสั่งอาหารได้เลยค่า ^^

ทุกคาเฟ่ อย่างน้อยต้องสั่ง 1 น้ำ + 1 อาหาร/ของหวาน

 

รอบๆคาเฟ่จะมีการตกแต่งด้วยภาพวาดจากในเรื่อง มีทีวีที่เปิดวิดีโอ OP-ED จาก Anime และในร้านก็เปิดเพลงของอนิเมเรื่องนี้ด้วยค่ะ ฟังไปทานไป อินมากๆ คิดถึงสมัยก่อนที่งอแงให้แม่มัดผมทรงกลมๆสองด้านตามโดเรมีจังขึ้นมาเลยค่ะ ฮา มีบอร์ดให้เขียนข้อความบนกระดาษฝากไปถึงผู้แต่งด้วยนะคะ ปริ่มมากๆ TvT///

พอเราบอกชื่อเรื่องทุกคนอาจจะงง แต่เห็นรูปแล้วบางคนอาจจะอ้อ เพราะเป็นการ์ตูนที่เคยฉายตอนเช้า ช่องโมเดิร์นไนน์การ์ตูนค่ะ เนิร์ฟฟี่ตอนเด็กๆชอบมากเลยค่ะเรื่องนี้ พอๆกับเซเลอร์มูนเลย เพราะงั้นเลยตื่นเต้นมากค่ะที่มีคาเฟ่เรื่องนี้ เรียกได้ว่าอยากมาลิ้มลองรสชาติการ์ตูนในวัยเด็กค่ะ ฮา

เมนูอาหาร เราตัดสินใจตั้งแต่อยู่ที่ไทยแล้วค่ะ แต่มาเลือกจะสั่ง order จริงๆก็แอบหลายจิตหลายใจ อยากจะกลับไปลากเพื่อนมาช่วยสั่งช่วยทานมากค่ะ เมนูไหนก็น่ารักน่าทานไปหมดเลยยยยยยยยยยยยยยยยยย

เมนูอาหารก็จะนำ Character จุดเด่น หรืออาหารที่ชอบ ความเป็นตัวละครนั้นๆ มารังสรรค์ตกแต่งเป็นอาหารค่ะ

อย่างเช่น โดเรมีจังตัวเอกของเรื่อง ชอบทานสเต๊กม้ากกกกมากๆ เมนูของเธอก็จะเป็นสเต๊กค่ะ หรือ ฮาสึกิจังชอบเล่นไวโอลิน ขนมหวานของเธอก็จะมีรูปกุญแจซอลประดับ ไอโกะจังเป็นคนโอซาก้าเมนูของเธอก็จะมีทาโกะยากิ แต่ธีมเรื่องเป็นแม่มดและขนมหวาน ก็จะเป็นทาโกะยากิแบบที่เป็นของหวานค่ะ! ทุกเมนูมีเอกลักษณ์และใส่ใจรายละเอียดตัวละครได้ดีมากๆเลย ประทับใจสุดๆค่ะ คาเฟ่ของแบรนด์นี้นับว่าผ่านมากๆ (ในญี่ปุ่นคาเฟ่อนิเมมีหลายเจ้าและความน่าทาน&ความปราณีตของอาหารก็ไม่เท่ากันค่ะ ^^)

มาดูเมนูที่เราสั่งกันดีกว่า แม้ใจจริงจะอยากสั่งทุกเมนู แต่ก็ทานไม่หมดจริงๆค่ะ + คาเฟ่อนิเม อาหารจะค่อนข้างแพงด้วยค่ะ(เพราะต้องมีค่าเช่าลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนด้วยอะเนอะ) ฮือออ อยากให้เปิดไปตลอดจัง จะได้ทานให้ครบทุกเมนู (T▽T)

ติ่งขนาดเคยมัดผมไปโรงเรียนตามขนาดนี้ แน่นอนว่าเราสั่งเมนูโดเรมีจังค่ะ สเต๊กกกก อร่อยเอาเรื่องเลยนะคะ! อร่อยแบบตกใจเลย เพราะเพื่อนๆพี่ๆที่เคยมาพวกคาเฟ่อนิเมมาก่อน บอกเป็นเสียงเดียวกันเลยค่ะ ว่าอาหารนั้นสวยแต่รูปจูบไม่หอม แต่ที่นี่อร่อยนะเอ้อออ ใช้ได้เลยค่ะ สเต๊กไม่แห้ง เนื้อสุกมากำลังดีเลยค่ะ ซอสราดก็ไม่เค็มไป กำลังพอดี ขนมหวานก็อร่อยค่ะ แต่ทำใจลำบากที่จะกินหน้าฮาสึกิจังมากค่ะ ฮา เป็นแครกเกอร์ ตรงกลางเป็นไอศกรีมรสส้ม ปักด้วยขนมปังกรอบค่ะ

เครื่องดื่มนี่จำไม่ได้จริงๆค่ะว่ารสชาติอะไร แฮ่ แต่จำได้ลางๆว่าอร่อยอยู่นะคะ

ราคามื้อนี้ อาหาร1888+ขนม780+เครื่องดื่ม680 =  3348yen (แต่ราคาจริงๆคือ 2030+842+734 = 3606yen นะคะ เพราะต้องรวม Vat ด้วย  ตัวเบาโดยไม่ต้องเรียนวิชาเหินเวหาเลยค่ะ อะเฮือกกกก Oß<)

แต่ๆๆๆ ก็คุ้มค่ะ เพราะว่า!

 ╰( ͡° ͜ʖ ͡° )つ──☆*:・゚มาค่ะ เราขออธิบายสิ่งพิเศษ ส่วนที่สนุกของคาเฟ่อนิเมนั้นก็คือออออออออออออออ

  • Goods! – ใช่ค่ะ สินค้า! ถ้าคุณชอบอนิเมเรื่องนั้นการเก็บสะสมสิ่งของที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมคะ ใครๆก็เก็บสะสมกัน แต่ว่า! ที่คาเฟ่เฉพาะกิจเหล่านี้ จะมี Goods ที่เป็น Limited หาซื้อที่ไหนไม่ได้ นอกจากต้องมาทานที่ร้านแล้วซื่อที่นี่เท่านั้นค่ะ (ตอนระหว่างรออาหารพนักงานจะเรียกเบอร์เราให้ไปซื้อค่ะ) ลิมิเต็ดขายเฉพาะที่ และจะมีลวดลายใหม่ที่ทำขึ้นมาเพื่อขายที่คาเฟ่เท่านั้นไม่พอนะคะ มันยังจำกัดจำนวนค่ะคุณขา อย่างเช่นแก้วน้ำ จำกัดให้ซื้อได้แค่ 1ใบ/1คน เท่านั้น โอ้โห…ถ้าคนที่ชอบมากๆ แล้วพลาดไปนี่มีนอนตายตาไม่หลับแน่นอนค่ะ!
  • Surprise! – สุ่ม สุ่ม และ สุ่ม! เวลาเราสั่งออเดอร์อาหาร/เครื่องดื่ม/ขนมหวาน เป็นธรรมเนียมไปแล้วค่ะว่ามักจะมี coaster หรือที่รองแก้วแบบสุ่มลายมาให้ เช่นคาเฟ่โดเรมีที่เราเพิ่งรีวิวมานี้ อาหารคาวจะแถม stand acrylic สุ่มลายค่ะ *รูปที่4* ตอนเนิร์ฟฟี่จะเปิดนี่หัวใจเต้นตุ่มๆต่อมๆเลยค่ะว่าจะได้ใคร ภาวนาให้ได้โดเรมีจังแล้วก็ได้จริงๆ ฮือออ ดีใจมากๆค่ะ (TvT)/ เย้ <<< ที่ราคาแรงเพราะอันนี้ใช่ไหม ฮา

แต่เครื่องดื่มและของหวานก็แถมโคสเตอร์ปกติค่ะ ที่เป็นแผ่นสีฟ้าและชมพู เวลาเขาเอามาให้เรา เขาจะคว่ำมานะคะ เราต้องหงายเปิดดูเอาเอง ตอนนี้แหละค่ะที่สนุกมาก ทุกคนจะมีพิธีกรรมขอให้ได้ลายตัวละครที่ตัวเองชอบกันอย่างเฮฮาและจริงจังมากค่ะ กร๊าก แล้วก็ถ้าเราไม่ชอบลาย ให้หงายแล้ววางไว้ตรงมุมโต๊ะนะคะ เผื่อมีใครสนใจเขาจะได้มาขอแลกค่ะ

  • เสพบรรยากาศ และเจอเพื่อนที่ชอบเหมือนกัน! – เช่นเวลาเราแลกโคสเตอร์อาจจะได้ชวนกันพูดคุย หรือว่าจริงๆแล้ว แค่ได้อยู่ในบรรยากาศที่เราชอบ ล้อมรอบไปด้วยกลิ่นอายตัวละครที่เรารัก กับกลุ่มคนที่ชอบเรื่องเดียวกัน โดยไม่ต้องไปทักทาย นั่งเงียบๆทานอาหารกันไป แค่นี้ก็ฟิน มีความสุขแล้วค่ะ ♥

มาถึงช่วงเวลาผลาญเงินที่สุดของวันนี้ค่ะ แน่นอนว่าสำหรับ OTAKU จะพลาดที่นี่ไปได้เยี่ยงไรคะ

ตึกที่ตีตราเต็มไปด้วยการ์ตูนเหล่านี้ จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลยค่ะ นอกจาก AKIHABA!

เราไม่ขอรีวิวอะไรมากมายนะคะ เอาเป็นว่าที่ๆนอกจากขายสินค้าอิเล็กทรอนิก แล้วก็เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าผู้ชื่อชอบการ์ตูนที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิตค่ะ อุดมไปด้วยการ์ตูน และการ์ตูน GOODS ทั้งหลายแหล่ มองไปทางไหนก็รื่นตารื่นใจไปหมดเลยค่ะ ฮือ!

ขอเตือนร้านอันตรายต่อเงินในกระเป๋าค่ะ! พวกร้านเคลนเกม (ตู้หนีบตุ๊กตาทั้งหลาย) เพราะว่าที่นี่การจ่ายเงินสะดวกสบายมากๆค่ะ แค่เอาบัตร suica หรือ passmo ตี๊ด เท่านั้นก็จะหักเงินในบัตรแล้วเล่นได้เลย

รู้ตัวอีกทีเงินอาจเกลี้ยงบัตรแบบเนิร์ฟฟี่ได้ค่ะ! นี่เติมเงินไว้ในบัตร 20000เยน กินนู่นนี่นั้นค่ารถ ค่าแท็กซี่ จำได้ว่าเหลือประมาณหมื่นห้ากว่าเยน ขากลับเช็คยอดเงิน เหลืออยู่สามพันกว่าเย็นค่ะ ช็อคมากๆ Σ(T□T) ตังหนูหายไปไหนค้า

ราคาตู้หนีบแต่ละตู้จะไม่เหมือนกันนะคะ เริ่มตั้งแต่ 100yen – ประมาณ 800yen เลยค่ะ วิธีเล่นก็มีแตกต่างกันเยอะแยะเลยน้า ลองเดินๆดูค่ะ มีหลายร้านมากๆ

รูปที่สามคือสิ่งที่ให้เราเพลินค่ะ เพราะแค่เขี่ยๆ ครั้งเดียวก็ตกลงมาตั้งสามอันแหนะ! แล้วก็เล่นเพลินไปเรื่อยๆ ได้ฟิกเกอร์มาสองสามตัว ตุ๊กตาอีกนิดหน่อย พวงกุญแจอีกเยอะๆ แต่พอมาบวกลบจริงๆแล้ว…ไปซื้อเอาถูกกว่าค่ะ แต่ก็ไม่สนุก ไม่ตื่นเต้นเท่าเล่นเองนะ ฮา

แต่ก็ต้องระวัง อย่าเล่นเพลินจนไม่มีเงินกลับบ้านนะคะ!

เทคนิคคือ พยายามเขี่ยๆให้ตกเอาค่ะ หวังคีบขึ้นมาทีเดียวได้แน่ยากมาก ลองดูใน youtube ศึกษาเทคนิคดูค่ะ

ที่ญี่ปุ่นจะเรียกตู้พวกนี้ว่า ufo ค่ะ

 

เล่นเสร็จ ทั้งของที่ซื้อ ทั้งของที่เล่นมาได้ ล้นมือมากๆค่ะ จนต้องกลับบ้านเอาของไปเก็บก่อน ก่อนกลับ เราก็แวะไปหาอะไรกินเล่นๆ รองท้องก่อนไปหม่ำที่คาเฟ่ตอนค่ำค่ะ มาเจอไทยากิ! ไม่ใช่ไทยากิรูปปลาธรรมดา

ทาโกะยากิคอยคิง! เอาโปเกบอลมาจับเร็วๆเลยค่า ที่ร้าน Yokohama Kurikoan สาขา Akibahara ราคาประมาณ 1-200yen ต่อ 1 ชิ้นค่ะ

และทาโกะยากิลูกยักษ์ O_O! ลูกใหญ่มากกกกกเลยค่ะ ใหญ่ประมาณกำปั้นใหญ่ๆเลยทีเดียว

เราสั่งรสชาติ No.15 เป็นไข่ปลาเมนไทโกะมายองเนสกับหัวหอม ราคา 450yen รสชาติ…อื้ม เนิร์ฟฟี่ชอบลูกเล็กมากกว่าค่ะ ฮา น่าจะเพราะเลือกรสมายองเนสหรือเปล่าไม่แน่ใจนะคะ มันกลบทุกอย่างไปหมดเลย รอบหน้าอาจจะต้องลองรสออริจินัลดูค่ะ! ข้างในนอกจากปลาหมึกแล้วก็มีอย่างอื่นเยอะแยะเลยนะคะ เครื่องจัดเต็มเลยทีเดียว ใครอยากหาอะไรน่าตื่นเต้นทาน ทาโกะยักษ์ก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ! ^^

อันนี้ที่ Ikebukuro นะคะ พอดีว่าเรามาตามหนังสือค่ะ พอดีถามสาขาที่อะกิบะแล้วไม่มี เขาบอกมีอยู่ สาขา ikebukuro ถ้าจะรับ เดี๋ยวอีกสามวันค่อยมาเอา ซึ่งไม่ทัน จริงๆเราก็มีแพลนจะไปอิเคะอยู่แล้ว แต่ก็กลัวหนังสือหมดก่อน เพราะเหลือแค่เล่มสุดท้ายแล้วค่ะ! เลยต้องมาวิ่งแจ้นจาก Minowa (เอาของไปเก็บที่ที่พัก) แล้วมาอิเคะค่ะ

ค่ารถไฟ ถ้าไม่มี Pass นี่ร้องไห้แน่นอนค่ะ เพราะงั้นอย่าลืมวางแพลนการเดินดีๆนะคะ!

б(>ε<)∂ แล้วก็มาถึงที่สุดท้ายของวันนี้ค่ะ Conan Café!

ก่อนอื่นขอบอกรายละเอียดคาเฟ่ที่นี่ก่อนนะคะ เพราะต้องจองก่อนมาค่ะ (เสียค่าจอง 540yen / 1 ท่านค่ะ)

สามารถเข้าไปจองที่ https://conan-cafe.jp/ << ตอนนี้เป็นคาเฟ่ใหม่ของปี 2018 แล้วนะคะ แต่วิธีจองยังเหมือนเดิมค่า ^^

ก่อนอื่นเลย ตอนเข้าเว็บ ให้ใช้ Google chrome เข้านะคะ แล้วดูมุมขวาด้านบน ให้แปลภาษาค่ะ

https://conan-cafe.jp/mypage/register/agreement  สมัครสมาชิก

หรือกดปุ่มสีน้ำเงินมุมขวาบน เพื่อสมัครสมาชิกค่ะ

พอสมัครเสร็จ ก็มาจองกันค่ะ กดตรง RESERVATION จะมีสาขาให้เลือก ดูดีๆนะคะ ว่าจะไปสาขาไหน

พอเจอสาขาที่ต้องการก็กดเข้าไปเลยค่ะ

หาวันและเวลาที่ว่างที่ต้องการค่ะ พอเจอก็กดเข้าไปค่ะ

⑤ กดจองแล้วจ่ายเงินได้เลยค่า สามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิต/เดบิตได้นะคะ

พอชำระเงินเสร็จแล้วจะได้ E-mail ยืนยันการจองค่ะ

 

ฟู่วววววววว จองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปทานกันเถอะค่ะ! (~ ̄³ ̄)~

ตอนเข้าไปในคาเฟ่ ให้ไปก่อนเวลาที่จองสัก 10-15 นาทีนะคะ พอไปถึงก็ต่อคิวรอเวลาของเราค่ะ พอถึงเวลาเข้า ก็ยื่นอีเมลล์ที่เราได้รับมาตอนชำระเงิน เป็นการยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ เสร็จแล้วก็เหมือนคาเฟ่อื่นๆเลยค่ะ รอพาไปนั่ง สั่งอาหาร แล้วก็รอเขาเรียกไปซื้อ Goods >w<

รูปแรก จะเป็นสติ๊กเกอร์แบบสุ่มสำหรับคนที่จองโต๊ะมาค่ะ ได้อามุโร่ด้วยยยยยย TvT ดีใจมากค่ะ เมนูเครื่องดื่ม โคสเตอร์ที่ได้ก็ได้คุโด้ด้วย จริงๆแอบอยากได้โคนัน  #แล้วไม่ใช่คนเดียวกันเรอะ!?!  รูปที่สามเป็น Goods ค่ะ เป็นขนมมันฝรั่งทอดกรอบ ส่วนอาหารคาวเนิร์ฟฟี่สั่งเป็นแฮมเบอร์เกอร์ค่ะ เสิร์ฟมาพร้อมซุปเห็ดและเฟรนฟราย รสชาติอร่อยเลยค่ะ! ใช้ได้เลยทีเดียว แต่ขนมหวานนี่ทีแรกนึกว่าจะเป็นมูสเค้กเบาๆค่ะ ที่ไหนได้ มาเป็นเจลลี่หนักๆแน่นๆเลยค่ะ แอบหวานเลี่ยนไปนิด แต่ความสร้างสรรค์ที่ทำมาเป็นรูปยา APTX-4869 นับว่าดีเริ่ด ผ่านค่ะ! (เป็นยาที่พระเอกของเราโดนจับกรอกแล้วก็กลายเป็นเด็กค่ะ (แต่เนิร์ฟฟี่กินแล้วไม่เป็นเด็กนะคะ นอกจากสมอง ฮา) ส่วนเครื่องดื่มจำได้แค่ว่าหวานจัดมากกกกกกกกๆค่ะ แสบคอเลยทีเดียว เห็นรูปทรงแก้วแล้วคิดออกไหมคะ ว่าเป็นเครื่องดื่มของใคร?

เป็นเครื่องดื่มคาแร็คเตอร์ของจอมโจรคิดส์สุดหล่อนั้นเองค่า (´⌣`ʃƪ) พอเอาน้ำใสๆในขวดข้างๆเทลงไป หมวกสีขาวก็แฟบลงค่ะ สีขาวของหมวกเป็นสายไหมค่า ด้านไหนแอบมีกิมมิคเล็กๆเหมือนมายากลที่จอมโจรคิดส์ชอบทำ คือมีการ์ดรูปหน้าเจ้าตัวอยู่ค่ะ ดีเทลดีงามมมม

ค่าอาหารวันนี้หมดไปประมาณ 3-4500yen ค่ะ อิ่มมมมแล้วก็กลิ้งกลับที่พักกันเถอะค่ะ เจอกันวันถัดไปนะคะ ^___^

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

 

█ วันที่ 5

  • IKEBUKURO ทั้งวัน
  • Café Attack on Titan

ถ้า Akihabara คือสวรรค์ของเหล่า Otaku ที่หลงรักสาวน้อยสาวใหญ่ Ikebukuro ก็เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของสาววายและสาวๆหนุ่มๆที่ชอบผู้ชายค่ะ! ที่นี่จะมีที่ที่เรียกว่า Otome Road ค่ะ คือจะขนาบไปด้วยร้านรวงต่างๆ ทั้งฟิกเกอร์ หนังสือโดจิน ซีดี บลาๆๆๆ (ร้านจะไม่ต่างจาก Akiba เท่าไหร่นะคะ ที่แตกต่างคือสาขาที่นี่ สินค้าที่เขา ‘เน้น’ ขาย จะเป็นเหล่าชายหนุ่ม เพื่อมาขายสาวๆหนุ่มๆที่ชอบผู้ชายโดยเฉพาะค่ะ)

อะกิบะ=สินค้าสาวๆ(ที่เน้นขายให้ผู้ชาย) / อิเคะ=สินค้าหนุ่มๆ(ที่เน้นขายให้ผู้หญิง)

(ノ´∀`) ♥ แผนที่เนื่องจากมีเยอะมากๆ แนะนำว่าเสิร์จหาใน Google ว่า Otome Road ikebukuro ได้เลยค่ะ!

 เราไม่ขอพูดอะไรมาก เอาเป็นว่างบประมาณการเที่ยวของเราบานกระจายของเราละลายอยู่ที่นี่ค่ะ...จนต้องเอาของส่งไปรษณีย์กลับบ้านเลยค่ะ ฮา กระเป๋าน้ำหนักเกินแน่นอนสามสิบกิโลไม่พอบอกเลยยยยย ฟินมากค่ะวันนี้ (♡´艸`) ฮิฮิ

สาวๆที่หลงใหลหนุ่มๆ 2D หรือแม้แต่หนุ่มๆไอดอล หรือนักพากย์ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงนะคะ ถ้าจะมาก็ควรเอาเงินมาให้พอดี เก็บบัตรเครดิตเอาไว้ที่พักนะคะ ไม่งั้นระวังกินมาม่าไปสามเดือนนะเอ้ออออ ขอเตือนไว้เลยค่ะ ฮา

เนื่องจากเป็นการช็อปและช็อป และสติเนิร์ฟฟี่ก็ปลิวหายไปตั้งแต่ออกจากสถานีแล้ว เพราะงั้นขอตัดภาพไปตอนเย็นที่คาเฟ่เลยแล้วกันนะคะ แฮ่! (灬♥ω♥灬)

Café Attack on TiTan ของ Animate Café ค่ะ

 เป็นคาเฟ่ที่จำกัดช่วงเวลา  จะผลัดเปลี่ยนเรื่องกันไปเรื่อยๆค่ะ (*´ω`*)

สามารถติดตามและดูรายละเอียดได้ที่ https://cafe.animate.co.jp/ เลยค่า

Goods ที่ขายที่นี่น่ารักมากเลยค่ะ อยากจะร้องห้ายยยย เพราะความน่ารัก ที่นี่ราคาอาหารจะไม่แรงค่ะ แต่ของก็มาแบบไม่เยอะเนอะ

 จานแรกเป็นเคบับ แผ่นแป้งที่มีลายของหน่วยสำรวจ ห่อไก่ผัดเผ็ดและเบค่อนหนึ่งชิ้น ทานสามคำหมดค่ะ! ฮา ประมาณ 920กว่าเยน ถือว่า ในบรรดาร้านอนิเมคาเฟ่ คาเฟ่ของแบรนด์ Animate ราคาจะไม่สูงค่ะ (อย่าเอาไปเทียบกับอาหารธรรมดาทั่วไปนะคะ…แพงสุดๆขึ้นมาทันใด…)

 ส่วนเครื่องดื่มเป็นของคาแร็คเตอร์เอเลน พระเอกของเรื่องนั้นเองค่า เป็นบลูโซดาและไอศกรีมวานิลล่าค่ะ รสชาติเฉยๆ แต่ที่ตกใจที่สุดคือของหวานค่ะ อร่อยมากกกกกกกก คือถ้าไม่ติดว่าต้องไปทานข้าวอีกที่นี่จะเบิ้ลสักสามถ้วยเลยค่ะ ฮือออ เป็นไอศกรีมงาดำกับมันหวานทอดเชื่อม มันหวานกรอบๆกับไอศกรีมหอมงาดำ โอ้ยยยยย ดี!

 ที่นี่ตกแต่งน่ารักมากๆค่ะ อย่างที่บอกไปว่าเราไปช่วงเดือน 5 ช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ก็จะเป็นทุกคนแต่งตัวเป็นกระต่ายค่ะ Goods น่ารักโฮกมากกกกก คาเฟ่นี้ไม่ว่าจะอาหารเครื่องดื่มหรือของคาว ก็จะให้โคสเตอร์ทุกเมนูค่ะ! อยากได้เฮย์โจวมากๆค่ะ แต่ว่ารีไวซังเล่นตัวมาก ไม่โผล่มาสักอย่างเล้ยยยย TvT แม้แต่สแตนดี้อะคลิลิกสุ่มไปสองชิ้น ก็ไม่ได้เฮย์โจวเลยยยยย อ้อ คาเฟ่ที่นี่จะมีพิธีเปิดเล็กคือเหมือนให้ผู้จัดกล่าวเปิดอะไรสักอย่างนะคะ คือพอเขาเชิญมานั่งที่โต๊ะ สั่งอาหารเสร็จต้องนั่งก่อน อย่าเพิ่งลุกไปถ่ายรูปรอบๆนะคะ รอก่อนแป็บนึงค่ะ

อันนี้ตอนจ่ายเงินก็ได้สุ่มมาค่ะ ทั้งๆที่มีแค่สี่ลายแท้ๆ แต่รีไวซังก็ยังไม่มาค่ะ! มิคาสะมาแทน Orz

ด้านขวาเป็นกาชาปองเสี่ยงทายค่ะ อ่านไม่ออกแต่น่ารักดีค่ะ ราคาลูกละ 100 เยน

สำคัญ

เอ้อ คาเฟ่ที่นี่ค่อนข้างเป็นมิตรกับชาวต่างชาตินะคะ เพราะว่ามีแผ่นภาษาอังกฤษบอกกฎด้วย ตอนที่เอาอีเมลล์ยืนยันการจอง ยืนยันตัวเอง ต้องแสดงพาสปอร์ตด้วยนะคะ ดูชื่อว่าตรงตามชื่อที่จองมาจริงๆ!

อย่าลืมเอา Passport มานะคะ!

คร่าวๆก็คือ

  • ถ้ามากันหลายคนต้องจ่ายบิลเดียวกันค่ะ ไม่แยกบิลนะ
  • ห้ามซื้อขายกันในคาเฟ่ค่ะ (เพราะคาเฟ่พวก goods จะสุ่ม อัตราการออกของตัวละครที่อยากได้จึงยากค่ะ ทำให้มีการซื้อขายกัน แต่ห้ามซื้อขายในคาเฟ่เด็ดขาดนะคะ ไปทำข้างนอกนะเอ้อ)
  • ดูแลกระเป๋าสัมภาระของตัวให้ดีค่ะ คาเฟ่ส่วนมาก ใต้เก้าอี้จะมีตะกร้าให้ใส่ของ เอาของวางไว้ก่อนแล้วค่อยเดินไปถ่ายรูปรอบๆร้านนะคะ แต่ว่าถ้าไปคนเดียวก็ต้องหมั่นมาดูแลสัมภาระตัวเองน้า
  • สั่งอาหาร 1 อย่าง เครื่องดื่ม 1 แก้ว ต่อคนค่ะ
  • สามารถถ่ายรูปรอบๆคาเฟ่ได้เลย แต่ว่าอันที่มีป้ายห้ามถ่าย ก็ห้ามถ่ายนะคะ!
  • สามารถถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ที่คอสเพลย์ได้ค่ะ แต่ว่าต้องถามก่อน และไม่ให้ถ่ายตอนที่ร้านกำลังยุ่งนะคะ และก่อนจะถ่ายจะต้องขออนุญาตก่อนค่ะ ที่สำคัญเลยคือถ้าจะอัพโหลดรูปขึ้นอินเตอร์เนท ต้องสอบถามเจ้าตัวก่อนนะคะว่าสามารถอัพได้หรือเปล่า
  • เพราะสินค้าบางชิ้นมีจำนวนจำกัด ขอสงวนสิทธิ์ สินค้าหรือเมนูบางอย่างอาจะหมดแล้วก็ได้นะคะ ไม่โวยวายน้า
  •  ถ้าสินค้าชำรุดมาตั้งแต่ต้น สามารถเปลี่ยนชิ้นได้ค่ะ เปิดดูสินค้าก่อนออกจากคาเฟ่นะคะ
  • พอใกล้หมดเวลาพนักงานจะมาถามว่าจะสั่งอะไรเพิ่มไหม เพื่อเป็นการเตือนการหมดเวลาค่ะ (นั่งแช่ไม่ได้นะคะ จำกัดเวลาในการทานค่ะ เพื่อให้ลูกค้ารอบถัดไปมาทานได้ ดูระยะเวลาในการนั่งได้ตอนจองค่ะ)
  • อาหารจะถูกเสิร์ฟแม้เราไม่ได้อยู่ที่โต๊ะค่ะ (ในกรณีเดินไปซื้อสินค้าอยู่)
  • ห้ามเอาอาหารและเครื่องดื่มจากข้างนอกมาทานข้างในค่ะ
  • เลือกโต๊ะเองไม่ได้นะคะ ต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นคนพาไปนั่งค่ะ
  • กรณีที่ลูกค้าสร้างความวุ่นวายหรือรบกวนลูกค้าท่านอื่น หรือก่อกวนเจ้าหน้าที่ และไม่ทำตามกฏจะถูกเชิญออกจากร้านค่ะ

ห้ามสูบบุหรี่ ※ ห้ามถ่ายวีดีโอ ※ ห้ามอัดเสียง

กรณีแปลผิดหรือผิดพลาดตรงไหน ขอภัยมา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ (〃 ̄ω ̄〃ゞ

และรบกวนให้ความร่วมมือกับทางคาเฟ่กันด้วยนะคะ

 

ปิดวันนี้ด้วยร้านยืนทานค่ะ สวนที่สนุกของร้านนี้คือจะมีตู้กดตั๋วเมนูอาหาร แล้วเอาไปยื่นให้เจ้าหน้าที่เค้าท์เตอร์ รอเขาเรียกแล้วก็มารับอาหารค่ะ ทานเสร็จก็เดินเอาไปเก็บ แอบชำเลียงมองคนญี่ปุ่นแล้วทำตามเลยค่า ♥

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

 

█ วันที่ 6

  • Café Saiyuki สี่แสบฝ่าแดนทมิฬ
  • ห้างซันไชน์ซิตี้ – Sunshine City สาวก Shounen Jump ต้องมา!

สวนสนุกในห้าง J-world และ Namja Town! ราเม็งที่นารุโตะชอบ อิจิราคุ ราเม็น

วันนี้เราตื่นแต่เช้าเลยค่ะ เพราะว่าจะต้องไปคาเฟ่ที่ไกลมากกก นั้นคือสถานี Machida Station ค่ะ ไกลขนาดไหน? อีกไม่กี่ป้ายก็ถึงฟูจิซังแล้วค่ะ... Σ(゚Д゚)

แต่เราก็มาเพื่อติ่งค่ะ ฮือออออ มาเพื่อ Goods อันแสนจะ Limited เนื่องจากเราไปรอบเช้าสุด แถมไกลด้วย ร้านว่างมากค่ะ โอ้โหหห ทั้งร้านมีคุณลูกค้าแค่คนเดียวที่นั่งทานอยู่ก่อนแล้ว(เรามาสายไปสิบนาทีค่ะ หลงทาง TvT; ขอโทษคุณเจ้าหน้าที่อย่างแรง ฮือ) รู้สึกเหมือนทั้งร้านเป็นของเราเลยค่ะ! คาเฟ่ที่เรามาวันนี้ หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่เนิร์ฟฟี่ชอบมากค่ะ เรื่อง Saiyuki ชื่อไทยใช้ชื่อว่า สี่แสบฝ่าแดนทมิฬ เป็นอนิเมเก๊าเก่าเลยค่ะ มีเป็นหนังสือการ์ตูนด้วยนะคะ ลองหามาอ่านกันดูได้ค่ะ ♥

ร้านโล่งมากกกกกกกกกก รู้สึกเอ็กคูซีฟประหนึ่งเหมาร้านคนเดียว(กับอีกหนึ่งท่านตรงนู่น)เลยค่ะ!

ดูรายละเอียดคาเฟ่ได้ที่ http://www.adores.jp/anipla/  นะคะ ♥

เป็นคาเฟ่แรกที่ได้เลือกโต๊ะด้วยตัวเองด้วยค่ะ แง้งงงงงงงง น้ำตาจะไหล เดินหาโต๊ะของโกคูทันใดค่ะ เรารักเขา ลูกชายยยยยยยยยย มาเพื่อคนนี้เลยจริงๆค่ะ! ไกลเหลือเกินนนน _:(´ཀ`」 ∠):_

แอบซุบซิบว่าคาเฟ่ของแบรนด์นี้ อาหารไม่ค่อยน่าทานเลยค่ะ ดูงั้นๆแทบทุกเมนูเลย คือเมนูจะไม่ค่อยเป็นเอกลักษณ์เท่าไหร่ แถมดูหากินได้ทั่วไปด้วย…

เครื่องดื่มก็เป็นน้ำผลธรรมดาค่ะ แน่นอนว่าน้ำกับอาหารหลักเป็นของคาแร็คเตอร์โกคูค่ะ! ส่วนขนมหวาง เป็นเค้กวานิลลาราดครีมชาเขียวที่คล้ายๆมองบลัง ทานกับถั่วหวานกวนกับไอศกรีมวานิลลา เป็นเมนูของฮักไคค่ะ…รสชาติธรรมดามากๆค่ะ หาได้ตามร้านสะดวกซื้อเลยค่ะ

(σ`・∀・´)σ แต่พอใส่ฟีลเตอร์ของติ่งปุ๊บ โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย อร่อยยยยยยยยยยยยยยยยย!

ดีงามกว่าใดใดในโลกค่ะ ฮา มื้อนี้หมดไป เครื่องดื่ม 680y + อาหาร 800y + 700y = 2180y ยังไม่รวม vat ค่ะ ราคาตีเป็นเงินไทยก็แอบปวดใจนะคะ Oß< แต่อย่างที่บอกค่ะ ซื้อประสบการ์ณเนอะ

และมาซื้อ Goods ลูกชายที่รัก นับว่าคุ้มมมมมมมมมม

ฮึ้ยๆๆ ทานเสร็จก็แวะเล่นตู้คีบตุ๊กตาอีกค่ะ…ไม่ได้สักตัว กร๊ากกกก

โอเคค่ะ กลับเข้าสู่เมืองโตเกียวของเรากันเถอะค่ะ

 

 

วาร์ปกลับมาที่ Ikebukuro Station หรือ Higahi-Ikebukuro Station นะคะ แล้วเปิด Map เดินมาประมาณ 10 นาที แต่ถ้า Higashi-Ikebukuro จะเดินประมาณ 5 นาทีค่ะ

แล้วเราก็จะเจอ Sunshine City หรือห้างซันไชน์ซิตี้นั้นเองค่ะ! ห้างแห่งนี้นอกจากมีธีมปาร์ค สวนสนุก J-world และ Namja Town แล้ว ก็ยังมี Sunshine Aquarium และจุดชมวิวที่ชั้น 60 ด้วยนะคะ เรียกได้ว่า ถ้ามาที่ห้างนี้ที่เดียวจบเลยค่ะ ได้ทั้งสวนสนุกและอควาเรียม แต่ว่าเนิร์ฟฟี่ไม่ได้ไปค่ะ เพราะเรามาในทริปติ่ง จึงยังคงติ่งอย่างคงเส้นคงวา ฮา

พอถึงห้าง เราก็ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปที่ ชั้น 3 ค่ะ ก็จะเห็นทางเข้าที่ตกแต่งด้วยรูปจากการ์ตูนดังจากค่ายหนังสือ Shonen jump นั้นเองค่ะ ทั้ง One Piece , Dragon Ball , Naruto , Gintama , HxH เยอะแยะไปหมดเลยค่ะ ค่าตั๋วเข้าจะมีทั้งราคาที่รวมเครื่องเล่นแล้วและยังไม่รวมนะคะ

ราคาตั๋วตามนี้นะคะ

เฉพาะตั๋วเข้าของ * เด็ก *  600 ¥ / ค่าตั๋ว+ค่าเครื่องเล่น 2400 ¥ / ค่าตั๋ว+เครื่องเล่นหลัง5โมงเย็น 1600 ¥

ตั๋วค่าเข้า * ผู้ใหญ่ * 800 ¥ / ค่าตั๋ว+ค่าเครื่องเล่น 2600 ¥ / ค่าตั๋ว+เครื่องเล่นหลัง5โมงเย็น 1800 ¥

แนะนำว่าซื้อเฉพาะตั๋วเข้าเฉยๆพอค่ะ เพราะของเล่นออกแนวเฉยๆ เหมาะสำหรับเด็กๆน้องๆเล่นมากกว่าค่ะ แถมพวกเครื่องเล่นอีเว้นท์ ก็ไม่รวมในบัตร ต้องเสียเพิ่ม เพราะงั้น ถ้าอยากเล่นอันไหน เสียเพิ่มเป็นรายอันดีกว่านะคะ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.namco.co.jp/tp/j-world/en/

 

พอเข้ามาก็เจอร้าน Jump Shop เลยค่ะ ดักเงินตั้งแต่ทางเข้าเลยทีเดียว! เป็นร้านที่รวมสินค้าจากอนิเม/มังงะในค่ายต่างๆหลายๆเรื่องเลยค่ะ ละลานตามากๆ แต่เนิร์ฟฟี่ไม่ได้ถ่ายมาค่ะ แฮ่ แต่บอกเลยว่าถ้าใครชอบต้องมาค่ะ (ถ้าไม่ได้มาที่นี่ แต่อยากช็อป ไปที่ Tokyo Station ก็มี Jump Shop นะคะ แวะไปกันได้ค่า ><)

รูปที่สอง คุ้นๆไหมคะ? ประตูทางเข้าของหมู่บ้านโคโนฮะ หมู่บ้านของนารูโตะนั้นเองค่า! เนื่องจากเราไม่ได้ถ่ายรูปแยกไว้เดี่ยวๆ เลยขอเซนเซอร์ไว้นิดหนึ่งนะคะ หน้าปลื้มปริ่มเกินจะออกสื่อจริงๆค่ะ แฮ่ มีร้านราเม็งจำลองที่นารูโตะชอบไปทานด้วยนะคะ เจอคุณลุงที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ด้านในด้วยน้า ^^

 

มีหุ่นเท่าตัวจริงจากหนุ่มๆ Prince of tennis ด้วยค่ะ และสแตนด์เท่าตัวจริงของตัวละครหลายๆเรื่องเลยค่ะ

เดินถ่ายรูปเพลินมากๆ

และเนื่องจากเนิร์ฟฟี่มุ่งมาที่นี่เพื่อ…แน่นอนค่ะ…มาเพื่อกินแหลกกกกกกก!

จึงไม่ได้สนใจเล่นเครื่องเล่นใดๆทั้งสิ้นเลยค่ะ แฮะๆ…

เลยไม่สามารถบอกรายละเอียดเครื่องเล่นอะไรได้ (._.);; เท่าที่ดูก็จะออกแนวของเด็กๆอะเนอะ เลยเดินข้ามไปโซนร้านอาหารดีกว่าค่ะ ที่นี่ที่เด่นๆจะมีร้านอาหารของ One Piece แยกไปเฉพาะด้วยนะคะ แต่รอบนี้เราดูในเว็บแล้วรู้สึก อยากทานราเม็ง จึงมาในส่วนของ J-World kitchen ที่อยู่อีกด้าน ซึ่งคนเยอะมากกกกกกกกกกกกก เยอะแบบตกใจเลยค่ะ คือรอเกือบชั่วโมงได้กว่าจะได้สั่ง ตอนเราสั่งอาหารเสร็จ เขาจะให้เป็นเครื่องเรียกมานะคะ พอถึงตาเรารับอาหาร เจ้าเครื่องนี้ก็จะส่งเสียงเรียกค่ะ เราก็เดินมารับอาหารที่เค้าท์เตอร์ อาหารจะได้ช้านิดหนึ่งเนอะ เพราะคนเยอะ

 แต่จะบอกว่าอาหารที่ทำได้สวยจริงๆนะเอ้อ คือทำลวดลาย ทำเมนูมาได้แบบต้องสถาปนาตัวเป็นทาสการตลาดผู้จงรักภักดีเลยค่ะ ประมาณนั้นเลย ไม่เชื่อลองไปส่องได้ที่เว็บไซต์เลยค่ะ http://www.namco.co.jp/tp/j-world/ เมนูพิเศษนะคะ แต่ถ้าเมนูที่มีประจำก็จะเฉยๆหน่อยเนอะ ส่วนเมนูพิเศษนี่คืออาหารมาจัดเต็มมาก แล้วราคาคือนับว่าถูกในระดับการตกแต่งระดับนี้ นับว่าเป็นอนิเมคาเฟ่ที่คุ้มสุดๆเลยค่ะ (ถ้าไม่นับค่าเข้า ฮา)

 

ส่วนรสชาติ คือส่วนตัวแล้วเราชอบราเม็งแบบไม่เค็มนะคะ ว่าง่ายๆคือแอบติดหวานจิ๊ดหนึ่งถ้าเป็นแนวน้ำๆงี้ แต่พวกตัวเส้นและหมูชาชู โดยร่วมแล้วนับว่าโอเคเลยค่ะ ชามนี้ราคา 980yen ส่วนอีกจากเป็นเมนูมาจากคุณพี่ชายสุดซาดิสของคางุระจากเรื่อง Gintama ค่ะ เป็นหมูตุ๋นนุ่มๆกับซอสหวานๆราดข้าวพร้อมผัดวุ้นเส้น กินแล้วแอบคิดถึงผัดวุ้นเส้นที่ไทยมากค่ะ รสชาติเหมือนกันเดี๊ยะ แต่หมูกับข้าวสวยนี่ต้องยอมใจค่ะ รสชาติดีเลยทีเดียวววว จานนี้ราคา 680yen ค่ะ

เครื่องดื่มมาจากเรื่อง Haikyuu น้ำมิ้นต์กับเมล่อนเจลลี่ค่ะ บอกตรงๆว่าตั้งแต่ไปคาเฟ่มา ยังไม่มีคาเฟ่ที่ไหนทำเครื่องดื่มถูกใจเราเลยค่ะ ที่นี่ก็ด้วย ฮือ แก้วนี้ราคา 580yen ค่ะ ต่อไปเป็นขนมหวานจากเรื่อง Gintama อีกเหมือนกัน จริงๆจะมาทานอีกเรื่องค่ะ แต่ว่าเราจำวันสิ้นสุดการขายผิด มันหมดตั้งแต่เมื่อวาน (เห็นไหมคะว่าถ้าวางแพลนผิด มันจะพลาดแบบนี้ T____T) เพราะงั้นเลยมาสั่งอันนี้แทนค่ะ รสชาติคือ…มันรสชาติงงๆบอกไม่ถูกประมาณคัสตาร์ดกับเผือก?หรือมันชิ้นๆอะไรสักอย่างน่ะค่ะ ก็พอโอเคแบบงงๆนะคะ อันนี้จำราคาไม่ได้ด้วย ต้องขอโทษด้วยนะคะ แฮ่ ส่วนที่นี่พอสั่งอาหารจะไม่ได้เป็นโคสเตอร์(ที่รองแก้ว)นะคะ แต่จะได้เป็นโปสการ์ดแทน สามารถเลือกรูปได้เลยค่ะ

 

พอหม่ำเสร็จแล้วก็แวะเดินเล่นอีกแป็บนึงเราก็ออกมาค่ะ เพื่อมุ่งไปที่ต่อไป นั้นก็คืออออออออ

( ☞◔ ౪◔)☞

 

NAMJA TOWN นั้นเองค่า!  จะมีเหมียวๆยืนต้อนรับอยู่ด้านหน้าทางเข้าอยู่สองตัว ถือว่าถูกที่(^O^)~♪

ไม่ต้องไปไหนไกลเลยค่ะ เดินมาไม่ไกลจาก J-world แค่อยู่คนละชั้นกับ J-world เท่านั้น!

ก่อนอื่นก็ขอโยนลิ้งค์รายละเอียดก่อนเลยค่ะ ฮึ้บบ http://www.namco.co.jp/tp/namja/index.html

ราคาตั๋วเฉพาะค่าเข้าของเด็ก 300yen / รวมเครื่องเล่นด้วย 2800yen / ตั๋วเข้า+เครื่องเล่นหลัง5โมงเย็น 1500yen

ราคาตั๋วเฉพาะค่าข้าวของผู้ใหญ่ 500yen / รวมเครื่องเล่นด้วย 3500yen / ตั๋วเข้า+เครื่องเล่นหลัง5โมงเย็น 1800yen

 

เนิร์ฟฟี่ซื้อแค่ตั๋วแบบเข้าเฉยๆค่ะ ทีแรกก็คิดว่าคงจะแอบน่าเบื่อในโซนของเล่นเหมือนเจเวิร์ล คงได้ไปเดินแค่โซนอาหาร(สิ่งที่เราสนใจคือมีแต่กินกับติ่งค่ะ บอกเลย แฮ่)

แต่ที่ไหนได้ ที่นี่ถึงจะเล็กแต่จัดพาร์คได้ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ! เฮ้ยยย คือมันดูไม่ไก่ก่านะคะ คือพวกโซนต่างๆจัดได้สวยมากเลย คือมันก็ไม่ได้มีเครื่องเล่นผาดโผนอะไรเน้อ แต่คือทุกอย่างดูน่าสนใจน่ะค่ะ พวกบ้านผีสิงงี้ โซนจำลองบ้านญี่ปุ่นแบบเก่างี้ เขาก็ทำได้ดีมากเลยค่ะ ถึงจะเล็กแต่จัดสรรพื้นที่ได้ดีมาก คือเราใช้เวลาเดินเล่นดูนู่นนี้นั้นมากกว่าเจเวิร์ลเยอะมาก ส่วนตัวชอบที่นี่กว่ามากๆเลย คือแนะนำว่าควรมาค่ะ ถึงไม่ได้ติ่งแต่ถ้าว่างๆไม่รู้จะไปไหน มาที่นี่ได้นะคะ มาอควาเรียมแล้วก็มานัมจาทาวน์นี่เราว่าโอเคเลย เพราะนอกจากเครื่องเล่น ที่นี่มี

  • ถนนสายเกี๊ยวซ่า ที่เขาเคลมว่าเกี๊ยวซ่าอร่อยๆทั่วประเทศมาไว้ทุกร้านเลย (เท่าที่เดินผ่านคร่าวๆน่าจะมีประมาณ 6-7ร้านค่ะ ชิมไปสองร้าน ก็นับว่าใช้ได้นะคะ)
  • Ice Cream Town ที่เห็นว่ามีไอศกรีมรสชาติแปลกๆอยู่ด้วยค่ะ! (มีรูปถ่ายเมนูให้ดูด้านล่างนะคะ)

 

ส่วนเหตุผลที่เรามาที่นี่ แน่นอนของนอนแน่ มากินค่ะ!

มาติ่งและมากิน มากินและมาติ่งเท่าน้านนนน อะแฮ่! >v< * คาเฟ่เป็นแบบจำกัดช่วงเวลานะคะ *

ที่นี่มีสองเรื่องที่เราสนใจค่ะนั้นคือ หนุ่มจักรยาน Yowamushi Pedal หรือชื่อไทยโอตาคุน่องเหล็ก

และหนุ่มๆซานริโอ้(Sanrio)

หืออออออออ หนุ่มซานริโอ้!? งงเด้งงเด้ งงใช่ไหมล่ะคะ? ^^

sanrio ในความคิดทุกคนคือ Hello Kitty , My Melody , Little Twin Stars , Pom Pom Purin บลาๆๆ เหล่าตัวมาสคอสแสนน่ารักพวกนี้ใช่ไหมคะ? จะเป็นหนุ่มๆอะไรกัน เป็นไปได้ยังไง?

หนุ่มๆแน่นอนค่ะ! เป็นหนุ่มๆหล่อที่ต่างบุคลิคที่ชื่อชอบในตัวละครเหล่านี้นั้นเองค่ะ อร้ายยยย >___

Offial web : http://sdan-anime.com/

และขอแนะเพื่อนๆที่เล่น Twitter ให้ไปติดตามอิริยาบถหนุ่มๆกับมาสคอสที่เขาชอบแบบน่ารักสุดๆได้ที่ https://twitter.com/Sdan_sanrio  ค่า

 

แล้วก็ชะแว่บตัดภาพมาที่ของกินค่ะ

มาเมนูแรกของ Shunsuke Yoshino หนุ่มผิวเข้มหมาดขรึมผู้ชื่นชอบ Hello Kitty ค่ะ เป็นพายแอปเปิ้ลและมูสแอ็ปเปิ้ล ปักด้วยช็อกโกแลตคิตตี้ค่ะ *จำราคาไม่ได้ค่ะ ; v ;*

จานนี้ถือว่าอร่อยเอาเรื่องเลยค่ะ! อุต๊ะ ตอนกินนี่มีความหวังเลยว่าจานต่อไปต้องอร่อยแน่ๆ แม้จะอืดจากทั้งราเม็งและข้าวมาแล้วก็ยังยัดได้ต่อออออออออ ถ้าอร่อยงี้

อันต่อมาเป็นเมนูของ Seiichiro Minamoto ลุคคุณพี่ชายข้างบนผู้อบอุ่นผู้ชื่นชอบ Cinnamonroll

อาหารหน้าตาน่าทานมากค่ะ เป็นเกี๊ยวซ่าสองชิ้น และแซนวิสไส่เกี๊ยวซ่า(?) และซุปเกี๊ยวซ่าเย็น(?)

รสชาติ…แย่บัดซบไปเลยค่ะคุณผู้โชมมมมมมมมมมมมมมม!! โอ้ยยยยยยยยยย ตอนได้อาหารมานี่อุทานใจรัวๆว่า อุ้ย ตายแล้วว น่ารักจังเลยน้า ♥ แต่พอทานปุ๊บ…อุทานในใจรัวๆ นี่ฉันกำลังกินอาร๊ายยยยย ΣΣ(゚Д゚;)!!!

คือเกี๊ยวซ่านี่มันเลี่ยนมากค่ะ(ที่เป็นหู) แซนวิสขนมปังแห้งเหี่ยวประหนึ่งชีวิตนี่ไม่รู้จักคำว่าฉุ่มช่ำ แล้วที่ทำร้ายจิตใจเราสุดๆจนอยากลงไปทรุดที่พื้นแล้วแหกปากตะโกนถาม หม่อมแม่เอาอะไรมาให้ลูกกินค้า นั้นก็คือถ้วยๆนั้นค่ะ...ไอ้เจ้าถ้วยที่ดูหน้าตาเหมือนซุปรังนกนั้นแหละค่ะ คือมันมาแบบเย็น รสชาติมันหวึ้ยๆ เหมือนไส้เกี๊ยวเย็นๆ+ใส่เจลลี่ที่ไม่เป็นเจลลี่ ข้นๆหนืดๆ …สิ่งที่กินได้คือมาชแมลโลที่เป็นมือแค่นั้นค่ะ เป็นรสชาติที่สยองขวัญมากๆ ที่สุดในทริปนี่เลยทีเดียว…

หลังจากเรื่องสยองเกี๊ยวเย็น(?) เนิร์ฟฟี่ก็ขอตัดมาที่ไอศกรีมเลยนะคะ (780yen) ก็ทั่วๆไปนะคะ แต่ที่ต่างคือหวานเจี๊ยบ หวานแสบคอ หวานแบบกินไม่หมด ฮือออ หาถังขยะไม่เจอด้วย จะให้พี่พนักงานทิ้งให้ก็เกรงใจ กลัวเขานึกว่าไม่อร่อย TvT;; เลยค่อยๆละเลียดหม่ำจนหมดแท่งค่ะ สัมผัสได้ถึงน้ำตาลในเลือด พุ่งปรี๊ดๆเลยทีเดียววว

(ที่นี่จะเหมือนเจเวิร์ลตรงแถมเป็นโปสการ์ดนะคะ โปสการ์ดจะตรงตามคาแร็คเตอร์เมนูที่เราสั่ง ลายหล่อเหลาดงามปลอบประโลมจิตใจมากๆค่า ^///^ )

 

Ice-Cream ค่ะ ที่เขาบอกว่ามีรสชาติแปลกๆ แต่เท่าที่อ่านก็ไม่แปลกมากเท่าไหร่นะคะ อื้มมมมมม

อ๊ะ อันสุดท้าย ตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ค่ะ ที่ญี่ปุ่นฮิตมากกกกกกมากๆ ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า ‘พุริคุระ’ ค่ะ สาวๆชอบมาถ่ายกับเพื่อนกันยกแก๊งเนอะ เพราะรูปที่ออกมานั้นสุดแสนจะ ฟรุ้งฟริ้งจนกล้องฟรุ้งฟริ้งต้องคาราวะเลยทีเดียว ถ่ายที่ตู้นี้แม้แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะจำหน้าตาลูกตัวเองไม่ได้เชียวนะคะ! ฮา แต่อยากให้ไปลองค่ะ สนุกดี อันนี้เรามาตอนโคลาโบะกับหนุ่มซานริโอ้ ก็จะเป็นตู้ถ่าย Limited จำกัดช่วงเวลาค่ะ ขอถ่ายเก็บเป็นความประทับใจหน่อยเนอะ  

จบวันนี้ไปแบบสนุกๆและอืดๆอีกเช่นเคยค่ะ เจอกันวันพรุ่งนี้นะคะ ^^

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

 

█ วันที่ 7

  • Disney Land ทั้งวัน

 

วิธีการมา Disney Land ก็เหมือน Disney Sea เลยค่ะ นั้นคือนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี Maihama Station นั้นเองค่า ^v^

แน่นอนว่าครั้งนี้เราก็จองตั๋วมาก่อนค่ะ แล้วมาแลกซื้อเป็นตั๋วการ์ดที่นี่เอา ถือเป็นกระดาษ A4 มันใหญ่เกะกะอะเนอะ

ที่พิเศษคือ เราเจอ App ที่เอาไว้จองการแสดงตอนเย็นด้วยค่ะ! แต่มันสามารถใช้ได้ต่อเมื่อเราอยู่ในบริเวณที่ Disney เท่านั้น แถมบางวันก็ยังไม่เปิดให้จองด้วยค่ะ ต้องไปจองที่นั่งเองอยู่ดีจะเป็นแบบ Lottery นั้นก็คือสุ่มนั้นเองค่ะ ไม่มีความแน่นอนว่าจะได้ที่นั่งชัวร์ๆ เลยไม่แนะนำให้โหลดเท่าไหร่ค่ะ เอาแบบได้แน่นอนว่าได้ที่นั่งดีๆ ก็ไปจองเองดีกว่าเนอะ แต่ถ้าวันไหนคนเยอะมั่นหรือใจว่าตัวเองโชคดี โหลดไว้ก็น่าจะได้ใช้นะคะ!

 

เครื่องเล่นที่แนะนำที่ Disney Land!

  • Space Mountain
  • Splash Mountain
  • Big Thunder Mountain (แนะนำให้เก็บไว้เล่นอย่างสุดท้ายค่ะ เหมือนของหวานสุดพิเศษปิดท้าย กด Fastpass ไว้สักรอบ 21:35 เลยค่ะ! ( ≖‿ゝ≖)✧ )

 

 

มาที่ช่วงหลักของเรากันค่ะ ของกินนั้นเองงงงงงงงงงงงง แฮ่! (๑˃́ꇴ ˂̀๑)

รอบนี้เนิร์ฟฟี่มาแต่เช้ามากๆค่ะ เลยมีเวลากินเยอะเลย พออิ่มก็เดินเล่นเครื่องเล่นย่อยวนไปค่ะ

เริ่มเปิดตัวมาด้วย Bakery ค่ะ เป็น พายไส้มันหวาน(250¥) และพายรูปวอลนัทมีสองไส้ในหนึ่งชิ้นค่ะ อันนี้จำรายละเอียดไม่ได้ค่ะ ._.; คิดว่าราคาน่าจะเท่ากัน ส่วนรสชาติ ชอบพายไส้มันหวานมากกว่าค่ะ ※ โซนเวิลด์บาซาร์ / ร้านสวีทฮาร์ทคาเฟ่

U_U หารายละเอียดไม่เจอแล้วค่ะเนื่องจากตอนนี้เว็บมีเมนูพิเศษอันอื่น แต่ถ้าเจอแนะนำให้ทานค่ะ อร่อย+น่ารักกกก เป็นสามไส้ไม่เหมือนกันค่ะ

 พิซซ่าหน้าทะเล รสชาติใช้ได้ค่ะ เป็นแบบบางกรอบ ชีสไม่ค่อยเยิ้ม มาแค่แบบอุ่นๆ แบบเซทพร้อมน้ำด้วย (710¥) ※ โซนแฟนตาซีแลนด์ / ร้านกัปตันฮุกส์แกลลีย์

④ ปอเปี๊ยะไส้ไข่มายองเนส กับ ไส้กุ้งซอสพิซซ่าชีส (ชิ้นละ 350¥) อร่อยดีค่ะ แต่แนะนำว่าตอนทานต้องเคี้ยวดีๆเลยนะคะ มีเครื่องดื่ม มีน้ำไว้ข้างตัวด้วยค่ะ เพราะชีสมายืดมาก เหนียวสุด เคี้ยวไม่ดีอาจจะติดคอได้นะเอ้อ ถ้าจะให้เด็กๆทาน หักเป็นชิ้นเล็กๆดีกว่าให้กัดเป็นแท่งๆนะคะ ^^;

※ โซนตูนทาวน์ / ร้านมิกกี้ส์เทรลเลอร์

⑤  เป็นแพนเค้กเย็นรูปมิ้กกี้เม้าส์ไส้คัสตาร์ดวานิลลาค่ะ(350¥)  น่ารักและอร่อยค่ะ! ※โซนเวสเทิร์นแลนด์ / ร้านเดอะแคนทีน

เป็นไอศกรีมรสนมและพีช ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ (350¥) อร่อยมากกกกกกกกกกกกกค่ะ ชอบมากกกกกกกกกกกก ถ้าไม่เกรงใจความอ้วนนี่กินสักสามโคนเลย ฮือออ ทำไมของอร่อยต้องอ้วนด้วยนะ TvT แนะนำค่ะๆ ※หลังจากเล่นเครื่องเล่นออกมาก็เจอเลยค่ะ โซนทูมอร์โรว์แลนด์ / ร้านซอฟท์แลนดิง

 

  เป็นแฮมเบอร์เกอร์ค่ะ กล่องแดงจะเป็นแบบที่มีประจำทั้งปี ที่ร้านมีทั้ง ไก่ เนื้อ นะคะ เนิร์ฟฟี่เลือกมาเป็น แฮมเบอร์เกอร์เนื้อและชีส(600¥) และอีกอันเป็นแบบขายเฉพาะช่วงอีสเตอร์ เป็นไก่ย่างกับไข่ดาว แบบเซทมีทั้งเครื่องดื่มและเฟรนฟราย(980¥) ความอร่อยเอาไป 7 คะแนนค่ะ คือเราว่าก็เฉยๆนะ ค่อนไปทางดีค่ะ เพราะปิ้งเนื้อ ปิ้งไก่มาไม่แห้ง แต่ก็ยังสุกไปนิดเนอะ แต่เฟรนฟรายดีค่ะ และความน่ารักไปเอา 10! 10! 10! ขนมปังเป็นรูปมิกกี้ด้วย น่ารักจังเลย ฮืออ ※โซนทูมอร์โรว์แลนด์ / ร้านทูมอร์โรว์แลนด์เทอร์เรซ

 

และขอปิดท้ายของวันด้วยปราสาทแสนสวย สัญลักษณ์ของ Disney

ปราสาทที่แตกต่างกันสามช่วงเวลา ชอบแบบไหนมากกว่ากันคะ? ^ ^

 

▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲▼▲

 

 

█ วันที่ 8 วันสุดท้าย กลับบ้านกัน!

  • Tokyo Station , ร้านเบนโตะรถไฟ Ekiben , ของฝากคนชอบการ์ตูน Character Street
  • Café สุดท้าย Yuri on ICE!

หลังจาก Check Out จากที่พักแล้ว เราก็มุ่งตรงมาที่ Tokyo Station ค่ะ เพื่อเอากระเป๋ามาฝาก ตู้ฝากกระเป๋ามีอยู่เยอะมากๆที่สถานีนี้ ไม่ต้องกลัวหาที่ฝากไม่ได้นะ เพราะสถานี Tokyo Station นั้นกว้างใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกกกก เดินมั่วๆมีหลงแน่นอนค่ะ การฝากกระเป๋าก็เช่นกัน อย่าลืมจดจำสถานที่ตู้ฝากให้ดีๆนะคะ ไม่งั้นหาไม่เจอจะยุ่งเอาน้า

 

วิธีฝากก็ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ วิธีการมีภาษาอังกฤษ วิธีคร่าวๆก็คือ พอเจอตู้ที่จะฝากแล้ว ก็ยอดเหรียญหรือใส่แบงค์ตามยอดจำนวนเงินที่แปะไว้ตามขนาดตู้ที่ต้องการจะฝาก แล้วกดเลือกตู้(ตู้ฝากมีหลายขนาดค่ะ และต่างราคากันค่ะ) ของเนิร์ฟฟี่ เป็นกระเป๋าเดินทางขนาด 30 นิ้ว เพราะงั้นต้องฝากตู้ใหญ่ ก็ราคา 900y ค่ะ สามารถใส่ได้สบายๆเลยค่ะ อ้อ! หรือใช้บัตร IC CARD จ่ายก็ได้นะคะ สะดวกมากๆเลยใช่มั้ยล่า ^v^

 

นอกจากจะเป็นสถานที่ขึ้นรถไฟแล้ว ที่สถานีนี้ก็มีร้านอาหาร(เยอะมาก!) ร้านค้าอยู่เยอะมากๆค่ะ และสำหรับติ่งสายกิน ก็ควรต้องมาที่สถานีนี้ให้ได้ เพราะที่นี่มี Tokyo Character Street อยู่นั้นค่า คือจะเป็น shop ร้านค้าที่ขายสินค้าแนวของฝาก (ขนมในแพ็คเกจสวยๆล่ะ!) ที่เป็นลวดลายการ์ตูนอยู่เพียบเลยค่ะ มีทั้งตัวละคร มารูโกะจัง , คิตตี้ , ชินจัง , โปเกม่อน , Jump Shop ที่ว่ามานี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันในร้านเดียวนะคะ แต่คนละร้านเลยค่ะ คือตามชื่อเลย ตามทางเดินนี่จะมีหลายร้านมากกกกกกค่ะ แต่ละร้านก็มีขนมที่คล้ายๆกัน แต่เป็นรูปการ์ตูนที่ต่างกันค่ะ คือมันดี คือมันละลายทรัพย์ #คือมันต้องซื้ออออ #น่ารักและอร่อยยยย (灬♥ω♥灬)

 

ร้าน Ekibenya Matsuri ร้านข้าวกล่องที่รวมข้าวกล่องที่ฮิตๆและมีชื่อเสียงมาจากทั่วประเทศในร้านเดียว! มีมากกว่า 200 แบบ

 เพื่อนๆอาจจะเคยได้ยิน และรู้จักเบนโตะกันแล้วใช่ไหมคะ แล้วรู้กันไหมคะว่ารถไฟที่ญี่ปุ่น (บางสายที่นั่งนานๆไกลๆ) สามารถทานข้าวบนนั้นได้นะเอ้อ อารมณ์เหมือนเรานั่งรถทัวร์แล้วกินข้าวเหนียวปิ้งไก่หมูย่างเลยค่ะ ส่วนเบนโตะรถไฟนั้นจะเรียกว่า Ekiben มาจากการรวมคำของคำว่า 『 Eki สถานี 』 กับ Ben จาก 『 Bento ข้าวกล่อง 』รวมกันเป็น Ekiben เอกิเบ็น นั้นเองค่า

และเอกิเบ็นที่ว่ามานี่นั้น แต่ละสถานีทั่วประเทศญี่ปุ่นก็จะมีเมนูหรือของดีที่ขึ้นชื่อและโด่งดังต่างๆกันไป การจะไปทานให้ครบทั่วๆก็เป็นได้ยากใช่ไหมคะ เพราะงั้นร้านนี้ถึงสุดยอดมากๆ เพราะรวบรวมข้าวกล่องดังๆ อร่อยๆไว้ให้แล้ว นอกจากอร่อยและแพคเกจสวยงามตา บางกล้องยังมีเทคนิคพิเศษ เป็นเทคโนโลยีที่สามารถอุ่นข้าวกล่องให้ร้อนได้ด้วยนะเอ้อ ไม่ต้องกลัวว่าจะเย็นชืดเลยค่ะ อยากให้มาลองทานกันดูนะคะ ^ ^

หลังจากเราหม่ำเอกิเบ็นและไปช็อปส่งท้ายแล้ว ก็มาถึงกิจกรรมสุดท้ายก่อนจะมุ่งหน้าไปสนามบินเพื่อกลับไทย…แน่นอนค่ะ ไม่มีอะไรนอกจากกินอีกแล้ววววว (*´∀`*) หุหุ

Café สุดท้ายของทริปนี้คือออออออ Yuri on ICE หนุ่มๆสเก็ตน้ำแข็งที่กำลังฮอตฮิตติดลมกันนั้นเองค่า (*^▽^)/คาเฟ่อยู่ที่ Omotesando Box ค่ะ แอบขอนินทานิดหน่อย ทุกคาเฟ่เลย ชอบอยู่ในซอย ในมุมแอบๆม๊ากมากกกก ตอนเดินหาร้าน ต้องมองทั่วๆนะคะ ไม่งั้นจะหลงแล้วก็หาไม่เจอ อดหม่ำแน่นอนนน

อ้อ คาเฟ่นี้เป็นคาเฟ่ในเครือคาเฟ่เดียวกับคาเฟ่โคนัน (รายละเอียด https://yuri-on-ice-cafe.jp/ ) และแน่นอนค่ะว่าต้องจองโต๊ะแบบจ่ายตังมา…แต่คาเฟ่โคนันสำหรับคนจองจะได้สติ๊กเกอร์แบบสุ่ม ส่วนที่นี่เป็นแฟ้มค่ะ ใหญ่มากกกกก  แถมที่นี่ยังมีที่นั่งสำหรับคนมาคนเดียวด้วยนะคะ โดยจะเป็นโต๊ะเดี่ยวแบบนั่งได้สองคน คือมันดีงามมากๆ (เวลาไปคาเฟ่คนเดียวแล้วนั่งโต๊ะใหญ่แล้วรู้สึกเกรงใจคนมาทีหลังที่มากันหลายคนน่ะค่ะ)

 

รูปแรกจะเป็นแฟ้มใสค่ะ ใหญ่สะใจมากกกกกกกกกก คุ้มค่าจองโต๊ะสุดๆ ดูขนาดนั้นสิคะ กินพื้นที่โต๊ะเกือบครึ่งแหนะ อู้หู้ววววว

ส่วนโคสเตอร์ได้น้องยูริ(โอะ) สุดน่ารักกกกกก สีเหลืองสดใส

ที่นี่ไม่มีสแตนด์เท่าตัวจริง แต่มีวอลเปเปอร์ติดพนังเท่าตัวจริงแทนค่ะ เห็นแล้วอยากไปอิงแอบถ่ายรูปคู่ด้วยมาก แต่เขินเกินไปค่ะ ฮือออ เสียดายจัง T////T

ส่วนเมนูที่เนิร์ฟฟี่สั่งก็คือ คัตสึด้ง หรือข้าวหน้าหมูทอด เมนูโปรดของยูรินั้นเองค่ะ ราคา 1690yen อร่อยเกินคาดมากกกกกกกกกกก ของมากๆค่ะ คือชอบมากกกกกกกก คือเอาจริงๆแล้วเราไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะอร่อย เลยเพิ่งไปกินซูชิส่งท้ายมาค่ะ พอมาเจอคัตสึด้งที่รสชาติถูกปากแล้วอยากจะร้องไห้เลยทีเดียว อยากได้พื้นที่ว่างกระเพาะเพิ่มอีกกกก Orz

และเมนูของหวานเคลมบูเล่ 1190yen ของยูริโอะและโอตาเบ็คค่ะ เมนูนี่ค่อนข้างจะหวานไปหน่อยสำหรับเรา แต่ความมุ้งมิ้งน่ารักให้เต็มล้านแน่นอนค่ะ อร้ายยยยย >v< และเครื่องดื่มที่ไม่รู้ทำไมเราขำมาก เป็นก้อนสายไหมฟูๆใหญ่ๆ ที่มีวิคเตอร์กำลังเล่นไอซ์สเก็ตอยู่ด้านบน แต่มองๆแล้วคล้ายๆกำลังจมพิกลค่ะ ฮา รสชาติคล้ายๆของจอมโจรคิดส์เลยค่ะ หวานๆเปรี้ยวๆใส่น้ำโซดาเยอะๆถึงจะพอไม่แสบคอมากค่ะ ราคา 990yen (ทุกราคายังไม่รวม Vat นะคะ)

ถือว่าปิดท้ายทริปได้ดีงามมากค่ะ เพราะถูกใจข้าวหมูชุบแป้งทอดสุดๆ ถึงจะทานไม่หมดก็เถอะ TvT;;

หลังจากทานเสร็จก็เดินเล่นแถว Omotesando ส่งท้ายก่อนจะกลับไปที่สถานี Tokyo station

แวะกลับมาที่ Tokyo Station เพื่อเอากระเป๋าและมุ่งหน้าสู่สนามบินเพื่อกลับไทยค่ะ! แอบเหงาแบบแปลกๆจังเลยน้า อยากอยู่ต่อจังเลยยยยย รอบหน้าจะมาแบบสักสิบห้าวันเลยนะญี่ปุ่นจ๋า ตอนนี้ต้องบะบ้ายกันก่อนแล้วเนอะ ヾ(`・ω・´)ノ

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

        ☆☆☆ ┗(0)ถึงไทยแล้วค่า!! (0) ☆☆☆

        - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

ขอจบรีวิวทริปนี้ด้วยรูปอาหารที่พอถึงบ้าน ก็สั่งมาทานทันทีทันใดด้วยความคิดถึงค่ะ! และขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ อาจจะมีข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าเพื่อนๆกำลังจะไปญี่ปุ่น ก็ขอให้เป็นทริปแห่งความทรงจำที่ดีนะคะ ♥

ขอตัวไปทานก่อนเน้อออ สวัสดีค่า (≧ω≦)ゞ

 

สำหรับคนที่ชอบผลงานนี้ให้ไปตามลิ้งค์นี้
Facebook Page
และเข้าไปกดไลค์เลย ไลค์ของคุณจะถือเป็นคะแนน 1 โหวตให้กับผลงานชิ้นนี้ สามารถโหวตให้คะแนนได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 นี้