Day4-4 จบทริป! เที่ยว กิน ช้อปภายใน “นาโกย่า” ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

เที่ยวด้วย Pass สุดคุ้ม

ของเราคือ ริวีวการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ติดตามรีวิวของแต่ละวันในทริป

พร้อมตารางการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ Pass ต่างๆ

Day4-4 จบทริป! เที่ยว กิน ช้อปภายใน “นาโกย่า” ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

NAGOYA- TAKAYAMA- SHIRAKAWAGO- TOYAMA- ALPENROUTE- MATSUMOTO- TSUMAGOJUKU- NAGOYA

พาสสุดคุ้มที่ใช้ในการท่องเที่ยวในทริปนี้ก็คือ พาสที่จำหน่ายโดยบริษัทรถไฟญี่ปุ่นตอนกลาง Central Japan Railway Company หรือ JR TOKAI กับพาสสุดคุ้ม『Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass』

หากเดินทางจากประเทศไทย บินตรงมายัง “นาโกย่า” สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวยัง “เกโระออนเซ็น Gero Onsen” ที่อยู่ท่ามกลางหมู่เขา “ฮิดะทาคายาม่า” “โทยามะ” หรือ เส้นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่าง เมืองพักแรมที่เรียกว่า “คิโซะจิ KISOJI” อย่าง “เส้นทางแอลป์” “มัตสึโมโตะ” “นาราอิจุกุ” หรือ “ซึมาโกะจุกุ” ได้เท่านั้นไม่พอยังสามารถ นั่งยานพาหนะของเส้นทางแอลป์ได้ไม่อั้นอีกด้วย(อย่างเช่น กระเช้าลอยฟ้า เป็นต้น)

ยกตัวอย่างการเดินทางด้วยการนั่งรถไฟ「LIMITED EXPRESS WIDE VIEW HIDA」จาก นาโกย่า ไป โทยามะ ราคาปกติจะอยู่ที่ 7650 เยน(ช่วงเวลาปกติ・Reserved Seat)และนั่งรถไฟจากโทยามะ ไปจนถึงเส้นทางแอลป์ และผ่านเข้าสู่เมือง Shinano Omachi(信濃大町) ฝั่งจังหวัดนางาโนะ ปกติอยู่ที่ 10,850 เยน รวมราคาแล้วเป็น 18,500 เยน แค่คิดเพียงเท่านี้ก็แทบจะคืนทุนได้เลยทีเดียว

ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการท่องเที่ยวสุดคุ้ม เพื่อเดินทางจาก เพื่อเที่ยวชมเสน่ห์ของ “นาโกย่า” กันค่ะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการชมการเดินทางตั้งแต่ต้นสามารถคลิ๊กไปสู่ 「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」5 วัน 3 คืน เพื่อร่วมเดินทางไปกับเราได้เลย

หลังจากที่ ICHIGO-CHAN ได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ “ทซึมาโกะจูกุ TSUMAGO-JUKU” ไปเต็มที่แล้ว เราได้เดินทางจากทซึมาโกะจูกุเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อเดินทางเข้าสู่ “นาโกย่า” เป็นที่เรียบร้อย

Day4-3 เดินเที่ยวชมเมือง “ทซึมาโกะ” สัมผัสกลิ่นอายเมืองญี่ปุ่นโบราณ

ซึ่งทริปในครั้งนี้เป็นการท่องเที่ยวสุดคุ้มด้วยพาส「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」ในตอนสุดท้ายนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปช้อปปิ้งภายในนาโกย่าระหว่างรอเวลาเครื่องบินกลับไปยังประเทศไทย  และเพลิดเพลินกับอาหารมื้อสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ โดยวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทาน “อาหารนาโกย่า” ที่ขึ้นชื่อมีทั้ง “กุ้งทอด” และ “มิโซะคัตสึ” ต่อด้วยช้อปปิ้งที่「BAO BAO ISSEY MIYAKE」หรือ「Onitsuka Tiger」กันทั้งหมดที่บริเวณสถานีรถไฟนาโกย่ากันค่ะ ซึ่งที่นี่มีร้านที่น่าสนใจอยู่มากมายให้ได้เลือกกินเลือกช้อปกันอย่างเต็มที่

ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราสามารถเดินทางจากเมืองทซึมาโกะจุกุที่เงียบสงบ เข้ามาสู่ “นาโกย่า” ที่เป็นเมืองอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นด้วยรถไฟแบบด่วนพิเศษ「WIDE VIEW SHINANO」ซึ่งเราจะมาถึงสถานีนาโกย่าที่ชานชาลาหมายเลข 10 เดินลงบันไดที่อยู่ภายในสถานีเพื่อไปทางประตูซากุระโดริ SAKURADORI-GUCHI กันเลย

เดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ ก็จะเจอช่องตรวจตั๋วประตูซากุระโดริ SAKURADORI-GUCHI อยู่เลยบันไดไปอีก ให้ผ่านออกจากช่องตรวจตั๋วที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่โดยการแสดงพาสสุดคุ้ม「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」ได้เลย

พาสสุดคุ้มที่ใช้ในการท่องเที่ยวในทริปนี้กับ「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」จะสิ้นสุดลงในการใช้รถไฟแบบด่วนพิเศษ「WIDE VIEW SHINANO」ได้ใช้พาส『Alpine-Takayama-Matsumoto AreaTourist Pass』ไปแบบคุ้มมากๆ

ราคาพาสนี้จะอยู่ที่ 17,500 เยน เพราะฉะนั้นเรามาลองคำนวนดูค่ะว่าจะคุ้มซักแค่ไหน

เริ่มกันที่ รถไฟแบบด่วนพิเศษ「WIDE VIEW HIDA」(Reserved Seat) ครั้งแรกจากสถานีนาโกย่า NAGOYA STATION(名古屋駅)⇒สถานีทาคายาม่าTAKAYAMA STATION(高山駅):6030 เยน

TOYAMA CHIHOU TETSUDOU(富山地方鉄道) จาก สถานีโทยามะ TOYAMA STATION(富山駅)⇒สถานีทาเทยาม่า TATEYAMA STATION(立山駅):1080 เยน

เส้นทางแอลป์ จาก สถานีทาเทยาม่า TATEYAMA STATION(立山駅)⇒ โองิซาวะ OGIZAWA(扇沢):8290 เยน

รถบัส จาก โองิซาวะ OGIZAWA(扇沢)⇒สถานีชินาโน่ โอมัตจิ SHINANO-OMACHI STATION(信濃大町駅):1360 เยน

รถไฟแบบธรรมดา(จอดทุกสถานี) สายโออิโตะ OITO LINE จาก สถานีชินาโน่ โอมัตจิ SHINANO-OMACHI STATION(信濃大町駅)⇒ สถานีมัตสึโมโตะ MATSUMOTO STATION(松本駅):670 เยน

รถไฟแบบด่วนพิเศษ「WIDE VIEW SHINANO」(สถานีมัตสึโมโตะ-สถานีคิโซะฟูกุชิมะ)+รถไฟแบบธรรมดา (สถานีมัตสึโมโตะ)⇒สถานีนางิโซะ NAGISO STATION(南木曽駅):2670 เยน

รถไฟแบบด่วนพิเศษ「WIDE VIEW SHINANO」(Reserved Seat ครั้งที่ 2) สถานีนางิโซะ NAGISO STATION(南木曽駅)⇒สถานีนาโกย่า NAGOYA STATION(名古屋駅):3360 เยน

Total:23,460 เยน

ซึ่งสามารถเที่ยวเส้นทางแอลป์ได้ในราคาที่ถูกกว่าการซื้อตั๋วแยกไปถึง 5960 เยน โดยครั้งนี้เราได้แวะเที่ยวที่ “ชิราคาวาโกะ” ดังนั้นจึงจ่ายตั๋วระหว่าง “ทาคายาม่า-ชิราคาวาโกะ-โทยาม่า” เพิ่มขึ้นไปอีก แต่หากไม่แวะชิราคาวาโกะ และมุ่งหน้าจากทาคายาม่า ไปยังโทยาม่าโดยตรงเลยก็จะสามารถใช้ตั๋วได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นไปอีก

เรายังเหลือเวลาไปสนามบินอีกประมาณ 3 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นจะใช้เวลาที่เหลือไปช้อปปิ้งกันค่ะ โดยออกจากช่องตรวจตั๋วไปทางขวามือ จากนั้นก็จะเจอลานกว้างที่มีนาฬิกาทองขนาดใหญ่แบบในภาพอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งนาฬิกาทองนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ขึ้นชื่อของสถานีนาโกย่าที่ไม่ว่าใครๆ ก็รู้จัก และเป็นจุดที่สังเกตุง่าย ดังนั้นหากจะนัดใครก็สามารถนัดที่นี่ได้เลย

นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังห้าง หรือสถานที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย และตึกที่อยู่ทั้งสองฝั่งสถานีก็คือห้างสรรพสินค้า『JR NAGOYA TAKASHIMAYA』นั่นเอง

ห้างสรรพสินค้า JR NAGOYA TAKASHIMAYA นี้เป็นห้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนาโกย่า ที่มีร้านค้าต่างๆ ที่น่าสนใจอยู่มากมาย ทั้ง「BAO BAO ISSEY MIYAKE」ที่ชั้น 3F หรือ ชั้นรองเท้าที่ชั้น 4F ถึงแม้ว่าจะเป็นชั้นรองเท้าสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะเท่านั้น แต่ก็มีรองเท้า Onitsuka Tiger จำหน่ายอยู่อีกด้วย

จากนาฬิกาทอง ออกจากประตู SAKURADORI-GUCHI ก็จะเจอ「JR GATE TOWER」อยู่ซ้ายมือเลย ซึ่งที่นี่จะมีห้างในเครือทาคาชิมายะกับ『TAKASHIMAYA GATE TOWER MALL』

ภายในนี้จะมีร้านค้าต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ทั้งช้อปสตูดิโอจิบลิ 「DONGURI KYOWAKOKU」,「Rilakkuma store」หรือร้าน「Sports Lab by atomos」ที่มีทั้งรองเท้า Nike หรือ adidas ฯลฯ อีกมากมาย

ที่ห้าง「TAKASHIMAYA GATE TOWER MALL」นี้ในส่วนชั้น 9F・10F จะเป็นชั้น『 BIC CAMERA 』ที่จำหน่าย กล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า และมือถือสมาร์ทโฟนต่างๆ มากมาย

ซึ่งนอกจากเพื่อนๆ จะสามารถซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือมือถือในราคาที่ถูกกว่าที่ไทยแล้ว ยังสามารถทำ TAXFREE ได้อีกด้วย และในส่วนชั้น 9F จะเป็นชั้นที่จำหน่ายโมเดลจำลองของทามิยะ หรือกันพลา นอกจากนี้ยังมีฟิกเกอร์ ฯลฯ อีกมากมาย

ครั้งนี้เราได้ทำการนำเสนอห้างสรรพสินค้าไปทั้งหมด 2 แห่ง(JR NAGOYA TAKASHIMAYA ・ TAKASHIMAYA GATE TOWER MALL)ซึ่งนอกจากนี้ยังมีห้างต่างๆ อีกมากมายที่เพื่อนๆ สามารถเดินเลือกช้อปได้อย่างเต็มที่ทั้ง “Meitetsu Department Store” หรือ “MIDLAND SQUARE” ฯลฯ เป็นต้น

หลังจากที่ได้ช้อปปิ้งในนาโกย่าจนหนำใจแล้ว เราจะไปทานดินเนอร์มื้อสุดท้ายของทริปกัน

โดยเดินหันหลังออกจากทางเข้าบริเวณลานกว้างนาฬิกาทอง จากนั้นก็เดินไปจนถึงซอยที่อยู่เลยช่องตรวจตั๋วที่อยู่ขวามือไปก็จะเข้าสู่ย่านร้านอาหารล 『NAGOYA UMAIMON DORI』เลย

ซึ่งย่านร้านอาหาร「NAGOYA UMAIMON DORI」นี้จะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ「NAGOYA UMAIMON DORI」「NAGOYA UMAIMON DORI HIROKOJI GUCHI」และ「NAGOYA UMAIMON DORI TAIKO DORI」โดยไม่ว่าย่านไหนๆ ก็เป็นที่รวมอาหารนาโกย่าเอาไว้มากมายหลายร้าน เรียกได้ว่าสามารถเพลิดเพลินกับอาหารนาโกย่าได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

และร้านที่ ICHIGO-CHAN มาทานในวันนี้ก็คือร้าน『KITCHEN NAGOYA』

เป็นร้านยอดนิยมที่ภายในร้านมีที่นั่งแบบบล็อคที่สามารถนั่งได้ 4 ที่นั่ง และที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ รวมแล้วกว่า 47 ที่นั่ง และแน่นอนว่าร้านนี้ได้รับความนิยมทั้งชาวต่างชาติ แม้แต่คนในพื้นที่เองก็ติดใจรสชาติความอร่อยของร้านนี้

เมนูที่ร้านนี้นอกจากจะมีภาษาอังกฤษกำกับแล้ว ยังมีรูปภาพประกอบ ซึ่งสะดวกต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากๆ เมนูก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ชุดอาหารกุ้งทอด「Set of Deep Fried Breaded Prawns」(1210 เยน)หรือ「ปีกไก่ทอด」(2 ชิ้น 220 เยน)ซึ่งเมนูเด่นของที่ร้านก็คือ “หมูทอดทงคัตสึ” นั่นเอง ซึ่งไหนๆ เราก็ได้มาทานที่ร้านแล้วเลยลองสั่งหมูทอดทงคัตสึมาทานเลย

ครั้งนี้ ICHIGO-CHAN สั่งเป็น “The Golden Dolphin”(1630 เยน)ซึ่งชุดอาหารนี้เป็นเมนู “คินชะจิ”「KINSHACHI(金しゃち)」ปลาสีทองที่ประดับอยู่บนยอดหลังคาหอคอยปราสาทนาโกย่าที่เป็นแลนด์มาร์กของนาโกย่าซึ่งเราได้ไปเที่ยวท่องเที่ยวมาเป็นสถานที่แรก ด้วยเมนูที่ประกอบไปด้วย หมูทอดมิโซะคัตสึแทนหลังคา และกุ้งทอด 2 ตัวเปรียบเสมือน “คินชะจิ”

ด้วยเมนูมิโซะคัตสึที่ชุบด้วยซอสหวานเค็ม รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ประกอบกับกุ้งทอดตัวโตกรอบเต็มๆ คำ เป็นอะไรที่อร่อยมากๆ และเราได้ยินมาว่าร้านนี้เป็นร้านดังที่กำลังเป็นที่พูดถึงในหมู่คนญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้ ยังไงเพื่อนๆ ลองมาทานกันดูนะคะ

ในเซตอาหารที่เราสั่งมานี้ประกอบไปด้วย หมูทอดมิโซะคัตสึ กุ้งทอด ข้าว และซุปมิโซะรวมเป็น 1630 เยน(รวมภาษี)ถือว่าราคาไม่แพงมากเลยค่ะเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้มา ถ้าเทียบกับโอซาก้า หรือโตเกียว แล้วราคาอาหารที่นี่ถูก และอร่อยถูกปากคนไทยมากๆ เลยทีเดียว นอกจากนี้อาหารนาโกย่าที่ขึ้นชื่อยังมี ทั้ง “ฮิทสึมะบุชิ” “มิโซะคัตสึ” “กุ้งทอด” “มิโซะนิโคมิอุดง” “คิชิเม็ง” ฯลฯ อีกมากมาย ทานเท่าไหร่ก็ไม่ครบซักทีเลยค่ะ

ออกจากร้านไปเพื่อเดินกลับไปทางลานกว้างนาฬิกาทอง จากนั้นก็เลี้ยวขวาที่แยกก่อนถึงลานกว้างไป ก็จะเจอประตู「HIROKOJI GUCHI」ให้เลี้ยวซ้ายที่นี่เพื่อออกไปนอกอาคารสถานี จากนั้นข้ามทางม้าลายไปก็จะเจอบันไดทางเข้า “สถานีรถไฟเมเท็ตสึนาโกย่า”「MEITETSU NAGOYA STATION」อยู่ทางด้านขวามือทันที

เมื่อลงบันไดมาแล้ว จุดขายตั๋วรถไฟจะอยู่ซ้ายมือทันที

ก่อนอื่นจะต้องทำการเช็คราคาค่าเดินทางจากบอร์ดแผนผังรถไฟที่อยู่บนเครื่องจำหน่ายตั๋วกันก่อนค่ะ โดยค่าเดินทางไปสนามบินชูบุเซ็นแทรร์ Chubu Centrair International Airport(Nagoya)จะอยู่ที่ 870 เยน เมื่อเช็คราคาเรียบร้อยแล้ว ก็ใส่เงินเข้าไปในช่องใส่เงินเลยค่ะ จากนั้นก็กดปุ่มราคาบนหน้าจอคือ 870 เท่านี้ก็เรียบร้อย

ซึ่งหากเพื่อนๆ คนไหนต้องการเช็คราคาตั๋วล่วงหน้าก็สามารถค้นหาได้ทางเว็บไซต์เพียงแค่กรอก สถานีต้นทาง และสถานีปลายทางเท่านั้น อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ คลิ๊กเลย ! การเดินทางในญี่ปุ่นของคุณจะง่ายมากขึ้นเมื่อท่านได้อ่านบทความนี้แล้ว

นอกจากนี้หากไปกันเป็นกลุ่มใหญ่เกิน 10 คนก็สามารถซื้อตั๋วแบบคูปองในราคาที่ถูกกว่าเล็กน้อยได้อีกด้วย นั่นก็คือ ตั๋วคูปองที่เรียกว่า “ไคซูเค็น KAISUUKEN (回数券)” สามารถอ่านรายละเอียดวิธีการซื้อได้ที่นี่ คลิ๊กเลย ! ตั๋วรถไฟญี่ปุ่นยิ่งซื้อเยอะก็ยิ่งลดเยอะ มันคืออะไรไปดูกันเลย

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็ผ่านเข้าช่องตรวจตั๋วไปเลย จากนั้นขึ้นบันไดเล็กๆ ที่อยู่ซ้ายมือเพื่อไปที่ชานชาลา รถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ Chubu International Airport(Nagoya)จะออกจากชานชาลาหมายเลข 4 ซึ่งที่ชานชาลาหมายเลข 4 จะมีรถไฟอื่นๆ ออกตัวจากชานชาลานี้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเวลาขึ้นรถไฟต้องสังเกตุให้ดูก่อนขึ้นนะคะ ถ้าพลาดอาจทำให้ขึ้นเครื่องไม่ทันเลย

รถไฟที่มุ่งหน้าไปสนามบินชูบุเซ็นแทรร์ Chubu Centrair International Airport(Nagoya)จะมีอยู่หลากหลายแบบทั้ง Rapid Limited Express μ- SKY, Limited Express, Express และ Semi-Express ซึ่งทุกคันจะเป็นแบบ Reserved Seat โดยครั้งนี้เราจะใช้เป็น รถไฟด่วนพิเศษค่ะ ภายในรถไฟด่วนพิเศษจะเป็นที่นั่งแบบ CROSS SEAT ที่หันหน้าเข้าหากัน รวมเข้ากับที่นั่งแบบแถวยาว ถือว่าเป็นแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นกันนบ่อยๆ ถ้ามากันเป็นกลุ่มก็แนะนำว่าให้รีบนั่งแบบ CROSS SEAT ไว้เลยนะคะจะได้หันหน้าคุยกัน

รถไฟด่วนพิเศษจะใช้เวลาเดินทางมาที่สนามบิชูบุเซ็นแทรร์เป็นระยะเวลา 33 นาที เมื่อออกจากช่องตรวจตั๋วแล้วก็เดินขึ้นทางสโลปไปเพื่อไปเคาน์เตอร์เช็คอินที่อยู่ซ้ายมือเลย

ครั้งนี้เราจะเดินทางกลับประเทศไทยด้วยสายการบินไทย เมื่อเข้ามาภายในเทอร์มินอลของสนามบินแล้ว ก็เดินไปทางซ้ายมือ ถัดไป 2 เคาน์เตอร์ที่เคาน์เตอร์ F สามารถเช็คอินได้ที่เคาน์เตอร์ที่มีพนักงานประจำการอยู่เลยค่ะ

รอบบินตรงไปจากสนามบินชูบุเซ็นแทรร์ไปยังประเทศไทยในรอบกลางคืนจะมีสายการบินไทยเพียงรอบเดียวเท่านั้น ต่างจากสนามบินคันไซ หรือสนามบินฮาเนดะที่คนจะเยอะมากๆ ในช่วงรอบดึก เพราะฉะนั้นสามารถผ่านเข้าเช็คกระเป๋าและตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็วมากๆ

ทริปในครั้งนี้เราได้เริ่มจากนาโกย่า ไปท่องเที่ยวยัง “ทาคายาม่า” “ชิราคาวาโกะ” “เส้นทางแอลป์ ทาเตยามะ คุโรเบะ” และ “มัตสึโมโตะ” ด้วยพาสสุดคุ้ม「Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass」ที่นอกจากจะได้เดินทางอย่างคุ้มค่าแล้ว ยังสะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วในการขึ้นยานพาหนะในแต่ละรอบอีกด้วย ดังนั้นจึงถือได้ว่าพาสสุดคุ้มต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวด้วยตัวเอง สามารถท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการท่องเที่ยวเลยทีเดียว โดยประเทศญี่ปุ่นยังมีพาสสุดคุ้มต่างๆ อีกมากมายรอเพื่อนๆ อยู่ แล้วเราจะนำเสนอทริปสุดคุ้มต่างๆ กันอีกในครั้งหน้า ฝากติดตามด้วยนะคะ♪

【ตารางการเดินทาง Day4-4 SHOPPING AT NAGOYA STATION/KICHIN NAGOYA/CHUBU CENTRAIR INTERNATIONAL AIRPORT】

        Go to the top Page        

  ◀ BACK