เที่ยวญี่ปุ่นน่ารู้! IC CARD ไอเท็มเด็ดสำหรับการเดินทางในประเทศญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด

09 Jul 2020
274

คนส่วนใหญ่ที่มาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น อย่างน้อยจะต้องมีซักครั้งอยู่แล้วที่จะขึ้นรถไฟ โดยประเทศญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็น “ประเทศแห่งรถไฟ” นี้เมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็สามารถใช้รถไฟหรือรถไฟใต้ดินได้แทบจะทุกที่

แต่เรื่องที่จะลำบากหน่อยสำหรับนักท่องเที่ยวก็คือ “การซื้อตั๋วรถไฟ” ถ้าจะต้องหาเส้นทางรถไฟจากแผนผังที่อยู่ด้านบนตู้จำหน่ายตั๋ว เพื่อหาค่าเดินทางในแต่ละครั้ง และยังต้องซื้อตั๋วทุกๆ ครั้งที่ขึ้นรถไฟอีกก็เป็นเรื่องที่ลำบากอยู่ไม่น้อย

ในเวลาแบบนี้สิ่งที่จะช่วยเราได้มากเลยก็คือ IC CARD ที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องซื้อตั๋วทุกครั้งที่ขึ้นรถไฟ สามารถประหยัดเวลาในการซื้อตั๋ว เตรียมค่าเดินทางในแต่ละครั้ง และยังทำให้คุณสามารถท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย

IC CARD นี้ก็จะมีอยู่หลายชนิดขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทและพื้นที่นั้นๆ

โดยหลักๆ ก็จะมี

Suica(JR HIGASHI NIHON)

TOICA(JR TOKAI)

ICOCA(JR NISHI NIHON)

PASMO(บริษัทรถไฟเอกชนของแถบคันโต KEIKYU・ODAKYU・SEIBU)

PiTaPa (บริษัทรถไฟเอกชนของแถบคันไซ HANKYU・HANSHIN)

ถึงแม้ว่าในประเทศไทยตั๋วรถไฟของแต่ละบริษัทก็จะสามารถใช้ได้เฉพาะบริษัทนั้นๆ เท่านั้น แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่แล้ว บัตร IC CARD แค่เพียงใบเดียวอาจสามารถใช้ได้หลากหลายบริษัทเลยทีเดียว อย่างเช่น หากคุณมี Suica เพียงหนึ่งใบก็สามารถใช้ขึ้นรถไฟได้ทั้ง JR-WEST, JR-CENTRAL หรือ JR-WEST ในเส้นทางที่รองรับ IC CARD เป็นต้น

วิธีซื้อก็ง่ายนิดเดียว คุณสามารถซื้อได้จากตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติเลย โดยก่อนอื่นจะต้องเปลี่ยนหน้าจอให้เป็น “ภาษาอังกฤษ” และกดที่「Purchase ICOCA(ชื่อ IC Card)」 จากนั้นกดไปที่ ICOCA(ชื่อ IC Card)2000 และใส่เงินเข้าไปในเครื่องเท่านี้ก็เรียบร้อย แน่นอนว่าคุณสามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากรู้สึกว่าซื้อจากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติดูยากเกินไป ก็สามารถซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วได้เลย ในบางกรณีอาจสามารถใช้บัตรเครดิตในการชำระเงินที่เคาน์เตอร์ได้อีกด้วย

ถ้าเป็น IC CARD ที่ไทยเวลาที่เราอยากจะเติมเงินเราก็ต้องไปต่อแถวที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเพื่อเติมเงินในบัตร แต่ที่ญี่ปุ่นคุณสามารถเติมเงินในบัตรได้จากตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติเลย

วิธีเติมก็ง่ายนิดเดียว โดยก่อนอื่นจะต้องใส่บัตร IC CARD เข้าไปในช่องวงกลมสีเหลือง เมื่อใส่เข้าไปแล้วก็กดปุ่ม 「English 」จากนั้นก็กดจำนวนเงินที่ต้องการจะเติมเงิน และก็ใส่เงินลงไปในขั้นตอนสุดท้าย เท่านี้ก็เรียบร้อย แน่นอนว่าการเติมเงินนี้ก็สามารถทำได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเช่นกัน

แน่นอนว่า IC CARD เป็นบัตรที่ใช้สำหรับการเดินทางอยู่แล้ว แต่ทว่าที่ร้านค้าหรือสถานที่ต่างๆ ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้บัตรนี้ได้เช่นกัน เช่น ตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติ ร้านสะดวกซื้อ หรือ ห้างสรรพสินค้าอย่างเช่น LUMINE หรือ LUCUA เท่านั้นไม่พอร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า BIC CAMERA หรือ Yodobashi camera และโรงแรมบางที่ เหล่านี้ก็อาจสามารถใช้ได้เช่นกัน

สามารถสอบถามพนักงานดูว่าสามารถใช้ IC CARD ได้หรือไม่ก่อนเลย โดยพูดว่า

「Suica DE SHIHARAI DEKIMASUKA?」

「Suica เด้ะ ชิฮาไร เดคิมาสุก้ะ?」

(สามารถชำระเงินด้วย Suica ได้หรือไม่?)

ซึ่ง IC CARD ที่ครอบคลุมมากที่สุดก็คือ Suica ไม่ว่าใครๆ ก็รู้จักบัตรนี้ ดังนั้นหากคุณมี Suica ก็สามารถบอกชื่อบัตรกับพนักงานไปได้เลย

ถึงแม้ว่า IC CARD สำหรับการเดินทางจะมีความสะดวกสบายแต่ก็มีข้อควรระวังอยู่เล็กน้อยก็คือ พื้นที่ที่สามารถใช้ได้

และแม้ว่าบัตรส่วนใหญ่หลักๆ แล้ว จะคลอบคลุมเมืองใหญ่ๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ แต่หากออกไปบริเวณรอบนอกก็อาจไม่สามารถใช้ได้ อย่างเช่น บริเวณ “ฮิดะทาคายามะ” ที่อยู่นอกขอบเขตหารใช้งาน

อาทิกรณีการเดินทางจากนาโกย่าไปยังทาคายาม่า หรือ กรณีการเดินทางจากทาคายาม่าไปยังเมือง “ฮิดะฟุรุคาวะ” ที่เป็นเมืองที่ปรากฏอยู่ในภาพยนต์อนิเมะเรื่อง “คิมิโนะนาวะ” ที่โด่งดัง เหล่านี้จะไม่อยู่ในขอบเขตการใช้งาน เป็นต้น

นอกจากนี้การนั่งรถไฟข้ามแต่ละบริษัทก็ไม่สามารถใช้ได้ อย่างเช่น การนั่งจาก “สถานีอาตามิ” ของบริษัทรถไฟ JR-WEST ไปยัง “สถานีโกเท็มบะ” ที่เป็นสถานีเชื่อมต่อไปยังภูเขาไฟฟูจิของบริษัทรถไฟ JR-CENTRAL จะไม่สามารถใช้ได้ หรือ การเดินทางจาก “สถานีฮิโคเนะ” เรียบทะเลสาบบิวะ ของบริษัทรถไฟ JR-WEST ไปยัง สถานีนาโกย่าของ บริษัทรถไฟ JR-CENTRAL เป็นต้น ถึงแม้ว่าอาจเป็นสถานีที่ใกล้กัน แต่ถ้าเป็นกรณีเหล่านี้ก็จะไม่สามารถใช้บัตร IC CARD ในการเดินทางได้

และสุดท้ายนี้อยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับ แอพพลิเคชั่นของ “Suica”

ณ ตอนนี้ (เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562) การลงทะเบียนยังมีเฉพาะภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น และสำหรับคนที่ไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นก็อาจจะลำบากเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่ใช้ iPhone8 เป็นต้นไป ก็สามารถดาวน์โหลด และใช้  iPhone ของคุณแทน IC CARD ได้เลย (การลงทะเบียนจะต้องใช้บัตรเครดิต)

สามาถเติมเงินได้จาก บัตรเครดิตหรือ Apple Pay ได้เลย เป็นบริการที่สะดวกมากๆ เลยทีเดียว

ในครั้งนี้เราได้มาแนะนำ IC CARD ที่ใช้ในการเดินทางให้ทุกท่านได้รู้จักกันไปแล้ว แน่นอนว่า IC CARD สามารถช่วยให้ท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นก็จริง แต่ก็ควรเลือก IC CARD ให้เหมาะกับสถานที่ และสไตล์การท่องเที่ยวนั้นๆ ของคุณด้วย นอกจากนี้ในบางบริษัทยังมีการออกแบบการบริการต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะอีกด้วย อย่างเช่นบัตรที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นดีๆ ในการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว หรือร้านอาหารต่างๆ เป็นต้น

 ยังไงถ้ามาครั้งหน้าก็ลองเลือกใช้กันดูได้เลย มีไว้ซักใบอาจทำให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นของท่านเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้นก็เป็นได้ ♪